จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 148 พิฆาตทั่วสารทิศ

            หลังจากฉู่หลิงเอ๋อร์จากออกไปเย่เฉินก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น

            เอาล่ะ! สองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้เป็นอะไรที่น่าสยอง จนหลายครั้งเขาตกใจจนแทบจะฉี่แตก

            “นางตัดสินใจจะไม่ฆ่าข้าแล้วหรือ?” เย่เฉินประคองกาเหล้า และพึมพำเล็กน้อย

            “หรืออาจจะเป็นเพราะอาจารย์ยื่นมือเข้ามาช่วยไว้นางจึงลังเลใจหรืออาจจะคิดได้ จึงได้ยอมปล่อยข้าไป”

            “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องออกจากสำนักเหิงเยว่แล้วใช่ไหม?”

            แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้แต่เย่เฉินก็ยังรู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ ต่อไปในทุกๆ คืนเขาคงต้องนอนเปิดตาไว้ข้างหนึ่งไม่เช่นนั้นหากพลั้งเผลออาจถูกฉู่หลิงเอ๋อร์ฆ่าตายคาเตียงก็เป็นได้หญิงบ้านางนี้หากคิดจะทำก็ทำได้ทั้งนั้น

            “ช่างมันเถอะ”หลังจากส่ายศีรษะ เย่เฉินก็ทิ้งความคิดของเขา และเรียกจื่อซวนออกมา

            จื่อซวนที่ทำการยกระดับเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับแล้วมีความแตกต่างจากก่อนหน้านั้นมาก

            เมื่อครั้งต่อสู้ที่ภูเขาด้านหลังพลังการต่อสู้ของจื่อซวน ทำให้เขาต้องตกใจเป็นอย่างมากนางสามารถเอาชนะศิษย์ของสำนักในจำนวนมากรวมทั้งศิษย์แท้จริงอีกสองคนได้ซึ่งเรื่องเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกินขอบเขตของหุ่นเชิดระดับลึกลับโดยทั่วไปและความทรงพลังของมันทำให้คนต้องส่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ

            “ครั้งนี้ยังโชคดีที่มีเจ้า”จื่อซวนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนหอกที่ปักลงดินเอาไว้และเย่เฉินก็ยังคงวนอยู่รอบตัวนางไม่หยุด

            “อยู่ในระดับลึกลับยังแข็งแกร่งขนาดนี้หากยกระดับเจ้าขึ้นไปเป็นระดับธรณีแม้แต่คนระดับขั้นฝึกวิญญาณก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า” เย่เฉินพึมพำในใจและคิดวางแผนเพื่อหาเวลาทำการยกระดับให้กับจื่อซวน

            แต่เขาก็รู้ดีว่าการยกระดับหุ่นเชิดให้ขึ้นเป็นระดับธรณีมันไม่ใช่แค่ปัญหาที่สามารถจะใช้เงินแก้ไขได้

            “ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็จะต้องดูแลเจ้าให้ดี” เย่เฉินยิ้ม จากนั้นก็ไม่สนใจจื่อซวนอีกปล่อยให้นางดูดซับแสงจันทราและดวงดาวที่ส่องสว่าง

            และในตอนนี้เขาได้ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้ไผ่และหยิบแผ่นเหล็กชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของแผ่นเหล็กชิ้นนี้คือสิ่งที่เขาและพวกเซี่ยอวิ๋นขโมยมาจากถุงเก็บของของหยางปินและเพราะมันทำให้อัคคีเทวะมีปฏิกิริยาตอบสนอง

            ของวิเศษ!

            เย่เฉินถือแผ่นเหล็กเอาไว้และเพ่งดูมันอย่างละเอียดผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง

            ไม่รู้เลยว่าแผ่นเหล็กชิ้นนี้คือสิ่งของในยุคสมัยใดดูแล้วเหมือนผ่านโลกมาโชกโชน มีคราบสนิมและรอยด่างอยู่บนแผ่นเหล็กและมองไม่เห็นอะไรที่น่าสนใจในตัวมันมองดูแล้วเหมือนเป็นชิ้นส่วนที่แตกหักของมีดเล่มหนึ่ง

            “มาดูกันว่าเจ้ามีความลึกลับอะไรซ่อนอยู่”เย่เฉินพึมพำและหยิบน้ำเต้าม่วงทองออกมา จากนั้นก็ยัดแผ่นเหล็กชิ้นเล็กๆนั้นเข้าไป

            เวิง!

            ทันใดนั้นน้ำเต้าม่วงทองก็สั่นเบาๆ ขึ้นมา

            เย่เฉินจ้องมองอย่างจดจ่อเพ่งสายตาไปยังน้ำเต้าม่วงทองและหวังว่าน้ำเต้าของเขาจะสามารถตรวจจับความลึกลับของแผ่นเหล็กชิ้นเล็กๆนั้นออกมาได้

            แต่ผ่านไปเป็นเวลานานก็ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน”เย่เฉินตกตะลึง จากนั้นจึงยกน้ำเต้าม่วงทองขึ้นมา ดึงฝาจุกน้ำเต้าออกและมองลอดเข้าไปด้านใน

            แต่เรื่องนี้ยังไม่สำคัญเท่าไรในขณะที่เขากำลังเข้าไปใกล้นั้นแผ่นเหล็กที่เขายัดเข้าไปในน้ำเต้าม่วงทองก็พุ่งออกมาจากน้ำเต้าและไม่เพียงแต่มันจะพุ่งเข้ามายังหน้าผากของเขาเท่านั้นแต่มันกลับยังรวมเข้าไปด้านในอีกด้วย

            ทันใดนั้นเย่เฉินก็รู้สึกได้เพียงเสียงหึ่งๆ ที่ดังขึ้นในหัวของเขาเท่านั้น

            โอ๊ย...!

            เย่เฉินรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากพลิกตัวล้มลงกับพื้น ใช้ทั้งสองมือกุมศีรษะเอาไว้กัดฟันแน่นพร้อมส่งเสียงตะโกนร้อง

            แกรก!

            ในความมืดมิดนั้นเย่เฉินเหมือนจะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมันเป็นเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างแตกหักและเสียงนั้นก็ดังมาจากห้วงความคิดในหัวของเขาแผ่นเหล็กนั่นที่เข้าไปในห้วงความคิดของเขาได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

            เย่เฉินเห็นได้ชัดเจนว่าแผ่นเหล็กชิ้นเล็กนั้นได้กลายเป็นภาพฉากของความเสียหายที่รุนแรง และความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการรวมตัวจัดระเบียบใหม่อย่างรวดเร็ว มันรวบรวมกลายเป็นภาพฉากที่สมบูรณ์ทำให้จิตใจของเขาถูกดึงดูดเข้าไปรวมกัน

            ความนึกคิดอันลึกซึ้ง?

            เมื่ออาการเจ็บปวดในหัวหายไปเย่เฉินก็พึมพำเล็กน้อย

            ท่ามกลางสิ่งที่อธิบายไม่ได้ตอนนี้จิตวิญญาณของเขาเหมือนได้หลุดลอยออกจากร่างแล้วจากนั้นก็เข้าไปสู่โลกที่แปลกประหลาด

            ความลึกลับของความนึกคิดอันลึกซึ้งมีทั้งภูเขา ดวงดาว ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เย่เฉินกำลังมองภาพที่เห็นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยพบเห็นความนึกคิดอันลึกซึ้งมาก่อนแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับความนึกคิดอันลึกซึ้งที่สง่างามเช่นนี้

            แน่นอนว่าบนยอดเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไปมีคนสวมชุดเกราะทองคำปรากฏตัวขึ้นในสายตาของเย่เฉิน

            คนผู้นั้นมีความสง่างามแผ่นหลังดุจภูผา เส้นผมดำสนิทหนาพลิ้วราวกับน้ำตกทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยสีทองอร่ามตา ราวกับถูกหลอมมาจากทองคำยืนตรงนิ่งอยู่บนยอดเขาราวกับรูปแกะสลักที่ไม่บุบสลาย

            “ความนึกคิดอันลึกซึ้งนี้เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสท่านนั้นทิ้งเอาไว้ก่อนจะจากไปหรือเปล่า?” เย่เฉินพึมพำ และจ้องมองไปยังคนในชุดเกราะสีทองด้วยความงุนงง

            ไม่นานชายในชุดเกราะทองคำก็เริ่มขยับตัว เขาก้าวย่างเหยียบไปในอากาศจากนั้นดาบเทวะทองคำก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

            ในตอนนี้เกิดลมพายุโหมพัดกระหน่ำ เมฆสีดำหนาทึบลอยเข้ามารวมตัวกันสายฟ้าฟาดลงมาดุจเหล่างูพิษที่กำลังโบยบินอยู่กลางหมู่เมฆดำทั่วทั้งห้วงความนึกคิดอันลึกซึ้งล้วนถูกปกคลุมไปด้วยความมืดทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันเดือดพล่านของเย่เฉินปรากฏขึ้นมา

            พิฆาตทั่วสารทิศ!

            หลังจากสิ้นเสียงตะโกนที่สะเทือนฟ้าของคนผู้นั้นเขาก็เหวี่ยงดาบเทวะทองคำไปรอบๆ ทั่วทั้งฟ้าดินก็แยกออกจากกันภายในดาบเดียว

            ในตอนนี้ดวงดาวมืดสลัว แสงจันทร์ดับสนิทลง ทั่วฟ้าดินทั้งแปดทิศไร้สีสัน

            “นี่...”บางทีภาพฉากเช่นนี้มันก็น่ากลัวเกินไป ทำให้เย่เฉินถึงกลับถอยหลังไปทันทีใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหากเขาไม่ได้เข้าสู่ความนึกคิดอันลึกซึ้งเกรงว่าชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่มีโอกาสได้พบเจอฉากอันยิ่งใหญ่เช่นนี้แน่นอน

            ในระยะไกลออกไปเมื่อคนผู้นั้นได้ฟาดฟันสรรพสิ่งออกทั้งแปดทิศ ร่างกายของเขาก็เริ่มสลายจากนั้นโลกของความนึกคิดอันลึกซึ้งก็จางหายไปด้วยความรวดเร็ว และหายลับไปในที่สุด

            โอ้!

            ในห้องไม้ไผ่เล็กๆเย่เฉินได้ลุกขึ้นจากเตียง

            พิฆาตทั่วสารทิศ!

            หัวใจของเย่เฉินยังคงเต้นระรัวผ่านไปเป็นเวลานานแล้วก็ไม่อาจจะสงบลงได้ ความนึกคิดอันลึกซึ้งของจิตใต้สำนึกและยังมีผู้อาวุโสผู้นั้นในความนึกคิดอันลึกซึ้ง เงาร่างที่กำยำพลังการต่อสู้ที่สามารถทำลายล้างโลกได้ ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นได้ถูกสลักไว้ในหัวใจของเย่เฉินแล้ว

            “พิฆาตทั่วสารทิศเป็นชื่อที่ทรงพลังมาก” เย่เฉินไม่อาจปกปิดความตกใจของเขาไว้ได้

            เขาค่อยๆหลับตาลงในความเงียบสงัด เหมือนกับนักพรตเฒ่าที่กำลังเข้าฌาน ในจิตใจสงบว่างไร้เรื่องราวกวนใจ แหวกว่ายอยู่กับสติของตนเอง

            เขานั่งเช่นนี้จนผ่านไปเป็นเวลากว่าเก้าชั่วยาม

            ทั่วทั้งยอดเขาดรุณีหยกเงียบสนิทอาบด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องไปทั่วบริเวณเพิ่มเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลให้กับยอดเขาอันงดงามแห่งนี้

            ในห้องไม้ไผ่เล็กๆเย่เฉินกำลังนิ่งเงียบ สีหน้าของเขาดูไม่แน่นอน บางครั้งก็ดูมีความสุขบางครั้งก็ขมวดคิ้ว บางครั้งก็พึมพำเบาๆ บางครั้งก็นิ่งเงียบเหลือประมาณ

            ไม่รู้ว่าเขาค่อยๆลืมตาขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

            ลมหายใจหยาบถูกผ่อนออกมาสีหน้าของเย่เฉินดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง “การเดินทางไกลต้องมีจิตใจที่กล้าหาญจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่กวาดล้างทั่วสารทิศยากจะเปรียบ ผู้อาวุโสตอนนี้ผู้น้อยเข้าใจความหมายของคำว่าทั่วสารทิศแล้ว”

            ทันใดนั้นเย่เฉินก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน ผลิกตัวกระโดดออกจากห้องไม้ไผ่โบกมือหยิบดาบสีทองออกจากถุงเก็บของ ทั้งพลังและความแข็งแกร่งที่สม่ำเสมอกันทำให้เขาโบกดาบออกไปอย่างใจคิด

            เวิง

            เวิง

            ไม่นานวิธีการของวิชาพิฆาตทั่วสารทิศได้ถูกจดจำไว้ในใจของเขาแล้วเลือดเนื้อของเขาก็เดือดพล่านพลังปราณในทะเลลมปราณพุ่งออกมาถ่ายเทเข้าสู่ดาบสีทองจนเสียงของดาบดังขึ้นเปลวไฟสีทองส่องสว่าง ความสดใสสว่างเปล่งประกายอย่างร้อนแรง

            “พิฆาตทั่วสารทิศ!”

            เย่เฉินทำการเรียกใช้วิชาโดยทันทีเพียงแค่เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว ก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศทั้งสองมือถือดาบสีทองเอาไว้ด้วยพละกำลังที่ยิ่งใหญ่เหลือประมาณ

            เวิง!

            ทันใดนั้นลำแสงดาบสีทองความยาวห้าจ้างก็ปรากฏขึ้น มีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากและมีอานุภาพที่ทรงพลัง

            ตูม!

            ทั่วทั้งป่าไผ่สั่นสะเทือนเล็กน้อยก้อนหินที่อยู่ไม่ไกลก็แตกออกเป็นเสี่ยง แม้แต่พื้นก็เกิดเป็นรอยแตกลึก

            เย่เฉินที่กำลังยืนอยู่ถึงกับโซเซทรุดตัวลงนั่งกับพื้น และเมื่อฟันออกไปยังทั่วทุกทิศทางก็เกิดเป็นอานุภาพที่ทรงพลัง แต่กลับทำให้เขาเกือบจะระบายความโกรธออกไป

            แกรก!

            เสียงที่คมชัดเสียงหนึ่งดังขึ้นดาบสีทองที่อยู่ในมือของเขาได้เกิดรอยร้าวขึ้นมาจากนั้นมันก็แตกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อยอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดว่าดาบสีทองเล่มนี้เป็นอาวุธระดับต่ำซึ่งต่ำเกินกว่าจะต้านทานวิชาพิฆาตทั่วสารทิศอันทรงพลังได้

            ไม่เพียงเท่านี้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้เข้าสู่เส้นลมปราณและกระดูกของเขาแล้วและดูเหมือนว่าวิชาพิฆาตทั่วสารทิศจะเป็นการทำร้ายตัวเองเสียแล้ว

            “ทรงอานุภาพอย่างที่คาดไว้จริงๆ”แม้ว่าสีหน้าจะซีดเซียว แต่ใบหน้าของเย่เฉินก็ยังคงปรากฏรอยยิ้มที่มีความสุข

            เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งเขาจึงผ่อนคลายลง

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752