ตอนที่ 188 หนทางแห่งความเสียหาย
ตอนที่ 188 หนทางแห่งความเสียหาย “พวกเรา… ไม่สิ! ใช่คำว่าพวกไม่ได้” ระหว่างพูดหยางเฉินก็ชี้นิ้วใส่โม่เว่ย “ท่านต้องตัดสินใจใช้ประโยชน์จากสภาพเมืองตอนนี้สะ”โม่เว่ยหน้าเสียลงทันที“เจ้ากำลังหมายถึง…”“ใช่ครับ! ข้าเชื่อว่าไม่ต้องพูดมากกว่านี้ท่านก็น่าจะเข้าใจ ระหว่างที่ข้าเดินทางมาที่นี่ก็เจอตระกูลน้อยใหญ่มากมายกำลังปะทะกันเพื่อแย่งอาณาเขตกันอยู่ ถ้าใช้ประโยชน์จากการต่อสู้พวกนั้นแล้วกวาดล้างโดยอ้างว่าเพื่อความสงบสุขขะ-”“พอได้แล้ว!!!”โม่เว่ยตะโกนเสียงดังขัดหยางเฉินก่อนจะพูดจบ ทางด้านของหยางเฉินก็หยุดพูดทันทีเพราะเขารู้ดีว่าทางเลือกนี้มันตัดสินใจลำบากขนาดไหนในตอนนี้ที่ภายในเมืองยังสู้กันอยู่ก็เพราะโม่เว่ยไม่อยากเสียกำลังรบที่มีโดยใช้เหตุ การที่จะส่งนักสู้และทหารของเมืองเข้าไปห้ามพวกตระกูลเล็ก หรือตระกูลใหญ่นิดหน่อยในเมืองที่ตีกันมันก็ไม่ได้ต่างจากสร้างความบาดหมางเล่นๆ แถมยังไม่ได้ประโยชน์อะไรอีก เพราะไม่ว่าจะห้ามหรือไม่ห้ามยังไงเมืองตอนนี้ก็เละเทะหมดแล้ว‘บ้าจริง! ที่เจ้านี่พูดมามันก็ถูก’ โม่เว่ยถึงจะต่อต้านคำพูดของหยางเฉินแบบออกหน้าออกตา แต่ในใจของเข้าก็เข้าใจดีว่าสิ่งที่หยางเฉินกล่าวออกมากับตนเมื่อครู่มันเป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธ ‘ถ้ายังปล่อยเอาไว้แบบนี้เมืองต้องโดนทำลายแน่ แต่ว่า ถ้าเกิดเมืองมีเขตแดน-’ขืด…เสียงโต๊ะที่หยางเฉินนั่งอยู่ขูดกับพื้น จากนั้นหยางเฉินก็ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วตรงไปที่ทางออกของห้อง ระหว่างกำลังจะเดินออกจากห้องไปเขาก็หันไปทางโม่เว่ยที่กำลังใช้ความคิดอยู่“ท่านมีเวลาไม่มาก อยากให้คิดตรงนี้ด้วย”พูดจบหยางเฉินก็เดินออกจากห้องไป ทางโม่เว่ยเมื่อโดนพูดใส่อีกครั้งก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับแต่คิดในใจแทน ‘เจ้านี่มันไม่คิดจะช่วยจริงๆ สินะ’หลังจากที่หยางเฉินเดินออกไปโม่เว่ยกับชายที่มารายงานเรื่องการโดนโจมตีก็เริ่มคุยกันต่อ คุยได้ไม่นานผลสรุปที่ออกมาก็คือ จัดการตามข้อเสนอหยางเฉิน!ในวันนี้เองนักสู้และทหารของเมืองจินก็ได้รับคำสั่ง เมื่อพวกทหารได้รับคำสั่งต่างก็รีบทำตามคำสั่งทันทีเพราะพวกทหารเองก็ไม่พอใจตระกูลที่ต่อสู้ในเมืองกันอยู่แล้ว แต่ทว่า ที่พวกทหารยังทนแล้วปล่อยให้ทำตามใจก็เพราะไม่มีคำสั่งเท่านั้นจากนั้นตระกูลตามรายชื่อ ซึ่งก็คือตระกูลกว่า 90% ของเมืองจินที่ยังเหลืออยู่จึงเริ่มโดนโจมตีแบบสังหารแต่นักสู้และผู้ฝึกตนตามคำสั่งของโม่เว่ย ณ ตำหนักของฮูเหวี่ยงที่โดนหยางเฉินยึดภายในห้องทานอาหาร ในห้องตอนนี้ก็เหมือนเดิม ห้องเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีของสวยงามวางเอาไว้มากมายตามมุมห้อง และมีเพียงสองคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยอาหารกว่า 10 จาน ตั้งเอาไว้อยู่ งับ!‘ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะจริงๆ’ หยางเฉินยิ้มเล็กน้อยเมื่อตักหมูเปรี้ยวหวานเข้าปากไป หลังจากที่หยางเฉินออกมาจากการคุยกับโม่เว่ยเขาก็ตรงมาที่ตำหนักแห่งนี้ทันทีเพื่อพักผ่อน แล้วก่อนที่จะพักผ่อนก็ต้องกินอาหารเพื่อให้ท้องอิ่ม ซึ่งก็เป็นอาหารที่ฮูเหวี่ยงทำเอาไว้ให้ตัวอาหารที่หยางเฉินลองกินตอนนี้แค่กินนิดเดียวก็รู้แล้วว่ามันเปลี่ยนไปขนาดไหน เพราะตอนนี้มันเป็นรสชาติปกติที่คนปกติเขากินกันแล้ว ทางฮูเหวี่ยงก็กำลังจ้องมองหยางเฉินอย่างจดใจใจจ่อเพื่อรอคำตอบ‘รอบนี้ยังไงก็ต้องสำเร็จ!’ ในใจของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจตัวเธอนั้นเมื่อทำอาหารครั้งแรกให้หยางเฉินเธอก็เข้าใจดีว่าอาหารของเธอมันไม่ได้เรื่องขนาดไหน เพราะแบบนั้นระหว่างที่หยางเฉินออกไปจัดการกับค่ายโจรเธอก็ไปเอาสูตร และให้แม่ครัวของตระกูลจินสอนทำอาหารทั้งหมด และเพราะแบบนี้เธอจึงมั่นใจมากกับการตอบรับของหยางเฉินงับ!งับ!งับ!‘เจ้าบ้านี่จะกินไปถึงไหนกัน’ ฮูเหวี่ยงเริ่มอารมณ์เสียเล็กน้อยกับการกินของหยางเฉินเพราะเขาไม่พูดอะไรเลย ตั้งแต่ที่หยางเฉินตักหมูเปรี้ยวหวานไปกินหยุดกินไปนิดหน่อย จากนั้นก็เป็นแบบที่เห็น อาหารบนโต๊ะหมดลงอย่างรวดเร็ว“เจ้าไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไง กินอยู่นั่นแหละ”“อร่อยมาก”งับ!หยางเฉินตอบแบบผ่านๆ อย่างทันที ตัวฮูเหวี่ยงเมื่อได้ยินก็ไม่พูดอะไรกลับถึงตอนนี้จะอารมณ์เสียกับคำตอบของหยางเฉินเล็กน้อย ส่วนทางหยางเฉินก็รู้ตัวดีว่าเธอกำลังอารมณ์เสียเพราะเรื่องนี้เขาตั้งใจนั่นเอง“ว่าแต่...”หยางเฉินเอ่ยขึ้นพร้อมข้าวที่กำลังจะเข้าปาก“มีอะไร อาหารมันเป็นอะไร” ฮูเหวี่ยงรีบถามกลับทันทีด้วยสีหน้าร้อนรน ‘อาหารที่กินไปเมื่อครู่เป็นหมูตุ๋นสะด้วยสิ เราเผลอตุ๋นเกินนิดหน่อยเลยแปลกเหรอ???’“ข้ามีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเรื่องเมื่อกี้”“ทำไมหมูตุ๋นมันทำไม พลาดนิดหน่อยไม่ได้หรือไง!!!”ตัวหยางเฉินรีบหันไปทางหมูตุ๋นทันทีหลังจากที่ได้รับคำตอบกลับของฮูเหวี่ยง ‘หมูตุ๋นมันเกี่ยวอะไรด้วยละเนี่ย???’ หยางเฉินรีบมองหมูตุ๋นทันที แล้วเมื่อมองได้ไม่นานเข่ก็รู้ว่าฮูเหวี่ยงกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่จึงหันไปหาเธออีกครั้ง“หมูตุ๋นก็อร่อยแบบอาหารอย่างอื่น แต่ข้าจะถามเรื่องอื่นไม่ใช่หมูตุ๋น”“ฮูว…” ฮูเหวี่ยงถอนหายใจแบบคนโล่งอก ในระหว่างถอนหายใจเอามือสัมผัสหน้าอกเบาๆ ไปด้วย “…แล้วเจ้าจะถามเรื่องอะไร”