“ท่านคือท่านลอร์ดแห่งตระกูลฟิเรนติโนอย่างนั้นหรือ.. เรามีนามว่า ‘มีเรีย แซมสัน’ และน้องสาวเรา ‘ซิลเวีย แซมสัน’ เราต้องขอบพระคุณท่านลอร์ดสำหรับการช่วยเหลือพวกเราสองพี่น้องในครั้งนี้ด้วย” มีเรียกล่าวกับแฮฟอร์ดอย่างซาบซึ้งใจสำหรับการช่วยเหลือพวกเธอสองพี่น้อง
“หามิได้ขอรับองค์หญิง.. มันเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอรับ..”
แฮฟอร์ดกล่าวรับอย่างเคารพ หลังจากนั้นก็เป็การพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก็เข้าใจว่าองค์หญิงทั้งสองกำลังเดินทางกลับจากเมืองบ้านเกิดของท่านแม่มายังที่เมืองหลวง และด้วยความบังเอิญที่เหมือนกับว่าถูกชะตาฟ้าลิขิต
ตัวขององค์หญิงมีเรียนั้นก็จะเข้ารับการศึกษาต่อในปีนี้เหมือนกับท่านพี่คอสตินของเขา ท่านพ่อจึงเสนอให้เดินทางไปพร้อมกันเพื่อความปลอดภัยของทั้งสององค์หญิง เพราะทหารของแซมสันตอนนี้ได้ตายลงไปเกือบจะหมด และที่รอดมาได้ก็าเ็กันทั้งหมด
ไม่นานใน่บ่ายของวัน และมันไม่ห่างจากเหตุการณ์ช่วยเหลือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลแซมสันมากนัก ขบวนของแฮฟอร์ดก็ต้องหยุดลงอีกครั้งหนึ่ง เพราะตอนนี้มีทหารจำนวนมากล้อมพวกเขาเอาไว้
“หยุด!! นี่คือขบวนของท่านมาร์ควิสแฮฟอร์ต ฟิเรนติโน.. หากพวกเ้าเป็ทหารของอาณาจักรไซเรนเทียจงเอ่ยฐานะออกมา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ..” ทหารม้าจำนวน 50 คนตั้งแนวป้องกันภัยตามที่ฝึกซ้อม หัวหน้าองครักษ์ประจำตระกูลที่เห็นว่ากลุ่มคนพวกนั้นสวมชุดเกราะของอาณาจักรไซเรนเทียอยู่จึงเอ่ยไปตามเห็นสมควร
“ข้าคือหัวหน้ากองอัศวินแห่งเมืองหลวง.. ได้รับคำสั่งจากท่านดยุดอัลเฟรดให้ออกมาปฏิบัติการช่วยเหลือองค์หญิงมีเรีย และองค์หญิงซิลเวีย.. นี่คือป้ายของข้า..” หัวหน้ากองอัศวินกล่าวตอบ และได้โยนป้ายประจำตัวของตัวเองไปทางหัวหน้าองครักษ์
“โปรดรอสักครู่.. ข้าต้องให้นายเหนือหัวของข้ายืนยันตัวตนของพวกเ้าก่อน..” จากนั้นหัวหน้าองครักษ์ก็ลงจากม้า และมอบป้ายนี้ให้กับท่านแฮฟอร์ด แน่นอนว่ามันเป็ของจริง และเขาเองก็รู้จักกับหัวหน้ากองอัศวินหลวงคนนี้ดี
“..กีดัส ข้าไม่พบเ้าเสียนาน.. สบายดีหรือไม่..” แฮฟอร์ดกล่าวกับหัวหน้ากองอัศวินอย่างเป็กันเอง แน่นอนว่าพวกเขาถือว่าเป็พี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน และค่อนข้างจะสนิทสนมเป็การส่วนตัว
“รุ่นพี่เองก็สบายดีนะขอรับ.. แล้วเื่มันเป็มาอย่างไรกัน ทำไมรุ่นพี่ถึงอยู่กับองค์หญิงทั้งสองได้ล่ะขอรับ..” กีดัสกล่าวอย่างเป็กันเองเมื่อเห็นรุ่นพี่ของตัวเองตัวจริง และเห็นว่าองค์หญิงปลอดภัยดี จากนั้นพวกเขาก็เคลื่อนกำลังไปตามทั่วถนนไปเรื่อยๆเพื่อมุ่งตรงไปยังเมืองหลวง หลังจากที่ได้ความกันดีแล้วกีดัสก็เอ่ยขึ้นในทันที
“ข้าต้องขอขอบคุณรุ่นพี่เป็อย่างมากเลยนะขอรับ หากท่านไม่ได้ช่วยเหลือองค์หญิงทั้งสองเอาไว้ ตัวข้าก็คงจะลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว..” กีดัสกล่าวในขณะที่ทั้งสองขี่ม้ากลับเมือง พวกเขาคุยกันในเื่ต่างๆที่เคยทำร่วมกันตามประสาคนที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน แฮฟอร์ดไม่ลืมที่จะแนะนำครอบครัวของเขาให้กับเ้ารุ่นน้องตัวแสบนี้อีกด้วย พวกเขาคุยกันจนเพลิน ไม่นานตอนบ่ายแก่ๆ พวกเขาก็เดินทางถึงหน้าประตูทางเข้าเมืองที่มีท่านดยุคอัลเฟรดยืนอยู่ด้วยความเป็ห่วง
“..รายงานขอรับ องค์หญิงทั้งสองทรงปลอดภัยดีขอรับท่านดยุค.. ทั้งนี้เป็ผลงานของท่านมาร์ควิส แฮฟอร์ด ผู้ครองที่ดินทางตอนใต้เมืองกรีล่าขอรับ..” กีดัสคุกเข่าทำความเคารพท่านดยุค และเอ่ยรายงาน มันเป็จังหวะเดียวกันกับที่องค์หญิงทั้งสองเดินลงมาพบกับท่านพ่อของตน สร้างความปราบปลื้มแก่ท่านดยุคเป็อย่างมาก
“เ้าหญิงตัวน้อยของพ่อ พวกเ้าไม่เป็อะไรกันใช่หรือไม่..” ทั้งสามเดินเข้ามาหากันอย่างกับที่มารยาทผู้ดีควรกระทำ แม้ภายในใจอยากจะวิ่งไปกอดกันและกันมากแค่ไหนก็ตาม ซิลเวียได้แต่พยักหน้า เธอเป็คนที่กล่าวคำพูดน้อยอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่สำหรับมีเรียที่เอ่ยทักทาย และเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับท่านพ่อฟัง
“..ข้าน้อย แฮฟอร์ด ฟิเรนติโน ขุนนางชนชั้นมาร์ควิส ทำความเคารพท่านดยุคขอรับ..” ทหารของตระกูลรวมทั้งคนภายในตระกูลฟิเรนติโนคุกเข่าทำความเคารพให้กับท่านดยุคอย่างสุภาพ
‘เมื่อไหร่มันจะจบๆไปเสียทีล่ะเนี้ย.. อยากให้ถึงตอนกลางคืนจัง เราจะได้กลับไปเอาสมบัติในถ้ำนั้น..’ แม้ว่ามิเชลจะรู้สึกเบื่อๆที่ต้องมาทำอะไรอย่างนี้ แต่เขาก็มีความสุขดีเมื่อคิดถึงสมบัติที่เขาให้สเกลตันคิงเฝ้าเอาไว้ และได้แต่ภาวนาให้วันนี้มันจบลงไปเร็วๆ
“บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม หากเ้า้าให้ข้าช่วยเหลืออะไรก็เอ่ยกับข้าได้เลยนะ แฮฟอร์ด” อัลเฟรดกล่าวด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง จากเท่าที่ฟังลูกสาวคนโตเล่าออกมา ถ้าแฮฟอร์ดเข้าช่วยเหลือไม่ทันการณ์ เขาอาจจะไม่พบหน้าของลูกสาวทั้งสองแล้วก็ได้ โดยที่ไม่มีใครสนใจตัวของเ้าหญิงซิลเวียตัวน้อยที่เดินมาหยุดตรงหน้าของมิเชลเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ท่านคือท่านไซโตมาอะไรนั่นหรือเปล่าเ้าคะ..” ซิลเวียกล่าวพร้อมกับทำตาใสๆราวกับเด็กน้อยที่กำลังสงสัย และนั่นมันทำให้มิเชลถึงกับสะดุ้งเลยทันทีที่องค์หญิงน้อยนางนี้จำเขาได้
“องค์หญิงคงเข้าใจผิดแล้วล่ะขอรับ.. ตัวข้านั้นไม่รู้จักท่านไซโตมาตามที่ท่านกล่าวมาขอรับ..” มิเชลกล่าวพร้อมกับใช้พลังเวทย์แห่งการสร้างปลอมแปลง และซ่อนพลังอย่างมิดชิด องค์หญิงที่เห็นอย่างนั้นก็เอียงหัวมึนงงเล็กน้อย
“เอ๊ะ!! พลังเวทย์เปลี่ยนไปแล้ว.. แต่ยังไงท่านก็คือท่านไซโตมาอย่างแน่นอนเ้าค่ะ..” องค์หญิงตัวน้อยยังกล่าวอย่างมั่นใจ มันทำให้มิเชลถึงกับมีอาการเลิ่กลั่กทันที แม้ว่าคนในครอบครัวจะงงๆกับองค์หญิงพระองค์นี้ แต่ก็ไม่มีใครพูดกล่าวอะไรออกมา เพราะไม่รู้เื่อะไรที่พวกเขาพูดคุยกัน
“ลูกซิลเวีย.. มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ..” ท่านดยุคที่เพิ่งจะสังเกตเห็น เขาจึงเดินเข้ามาสอบถามกับบุตรสาวตัวน้อยพร้อมกับลูบหัวอย่างอ่อนโยน ซิลเวียหันกลับมาตอบอย่างจริงจังในสิ่งที่เธอมั่นใจในทันที
“ก็ผู้ชายคนนี้คือท่านไซโตมา.. ลูกมั่นใจว่าพลังเวทย์ของเขามีคลื่น และสีตรงกับท่านไซโตมาที่เข้ามาช่วยเหลือจากพวกโจรร้ายน่ะเ้าค่ะ นอกจากนี้เขายังร่ายเวทย์ทำให้ทหารแข็งแกร่งอีกด้วย ออร่าสีแดงนั้นลูกเห็นมันกับตา..” ซิลเวียกล่าว แน่นอนว่ามันทำให้มิเชลเหงื่อตกอย่างเห็นได้ชัด เขากลัวว่าความลับที่เก็บมาอย่างเนิ่นนานจะแตกเอาในตอนนี้ ท่านดยุคที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นในทันที เขานั้นเชื่อในสิ่งที่ลูกสาวกล่าวออกมา เพราะเขานั้นรู้ดีว่าพลัง ‘เนตรสัตย์จริง’ ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นมีความสามารถอย่างไร
“เ้าเป็ผู้ร่ายเวทย์ออร่าอย่างนั้นหรือ.. เ้ามีความสามารถมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ..” ดยุคอัลเฟรดกล่าวถาม มิเชลมีท่าทีที่อยากจะร้องไห้ เขาไม่น่าประมาทในการใช้พลังเลย จนตอนนี้จะมานั่งนึกเสียใจคงจะไม่ทันเสียแล้ว เขามีไม่กี่ทางเลือกเท่านั้นที่สามารถทำได้ในตอนนี้
พี่สาวเฟียร่าที่เห็นว่าน้องชายของตัวเองถูกเ้าผู้ใหญ่คนนี้รังแก เธอก็เตรียมที่จะลุกไปปกป้องน้องชายสุดที่รักในทันที แต่ดีที่ท่านแม่ห้ามเอาไว้ได้ทัน แฮฟอร์ดที่เห็นอย่างนั้นจึงเข้าไปพูดคุยกับท่านดยุคในทันที
“ข้าคงจะเสียมารยาทกับท่านแล้ว ที่ลืมแนะนำครอบครัวของข้า..”
แฮฟอร์ดแนะนำครอบครัวตัวเอง และเน้นย้ำถึงอาการป่วยของมิเชล นอกจากนี้ยังให้มิเชลยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยการแสดงสเตตัสให้กับท่านดยุคชม แน่นอนว่ามันก็เป็โอกาสของมิเชลที่จะได้ปลอมแปลงสเตตัสของตัวเอง และให้ท่านดยุคชม
และมันก็เป็จริงตามที่แฮฟอร์ดได้กล่าวมา ท่านดยุคเอ่ยขอโทษ และกล่าวขอบคุณอีกครั้งแก่ครอบครัวฟิเรนติโนก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับองค์หญิงตัวทั้งสอง โดยที่สายตาของซิลเวียยังจ้องมองมายังมิเชลไม่วางตา..