ทิกเก้อเป็เซลส์ขายเสื้อเปิดท้ายรถกระบะอยู่ที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งเขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูง กำยำ ผิวขาว หน้าตาจัดว่าดี
เขามีความสามารถพิเศษในการร้องเพลงเพื่อเรียกลูกค้า และพ่อของเขาก็มักให้เขาทำเช่นนี้แล้ววันนั้นจะขายดีสุดๆ ไปเลย
“เร่เข้ามา--เร่เข้ามา--ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลเลยจ้า เสื้อสวย ๆ”
ชายหนุ่มแหกปากลั่นเรียกลูกค้า
คนเดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นต่างมามุงดูกันใหญ่
“มีทั้งมือหนึ่ง มือสอง สวย ๆ น้า--เชิญเลยจ้า--”
ทิกเก้อฮาร์ดเซลเต็มที่
“ของผู้หญิง ผู้ชายจ้า--เร่เข้ามา สุภาพสตรี สุภาพบุรุษทั้งหลาย--”
ขายของเก่งมากก แบบว่าเสียงแจ๋ว ๆๆ ไม่มีตกเลยทีเดียวน้องชายของทิกเก้อชื่อ เรฟาร์ เมื่อว่างหลังจากเลิกเรียนก็จะมาช่วยด้วย
และเช่นนี้ เมื่อครูที่โรงเรียนมัธยมของเรฟาร์ผ่านมายังตลาดนัดแห่งนี้ครูผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งเข้ามาทัก“เอ้า พี่ชายของนายชื่อผู้หญิงใช่ไหมน่ะ”
‘นายชื่อผู้หญิง’ ก็หมายถึงเรฟาร์นั่นล่ะ
ที่จริงพ่อแม่ของทิกเก้อคาดหวังจะมีลูกสาวคนเล็กแต่ที่มาเกิดดันเป็ลูกชายจึงช่วยไม่ได้ แม่อยากให้ชื่อเรฟาร์มากก ถึงอย่างไรก็จะตั้งให้ได้มันจึงเป็ประการฉะนี้แล
น้องของเขาเวลาอยู่โรงเรียนมักถูกเรียกว่านายชื่อผู้หญิงอยู่บ่อยๆ ทั้งที่จริง ๆ เรฟาร์น่ะถึกมาก ประมาณว่าไจแอนท์แห่งโดราเอมอนเลยทีเดียวส่วนเขาก็เหมือนโนบิตะมั้งง เหอะ ๆ
ทิกเก้อเรียนอยู่มหา’ลัย เขาโคตรว่างเพราะทำตัวให้ว่าง ที่จริงทิกเก้อน่ะชอบโดดเรียนเพราะเบื่อแต่ก็โดดมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากินนะ เวลาถูกพวกท่านถามก็จะตอบแต่ว่า “วันนี้ไม่มีเรียน ๆ”
พ่อเคยพูดว่า“ทำไมมันไม่มีเรียนบ่อยจังวะ” ว่าไปนั่น
วันนี้ทิกเก้อขายเสื้อใส่ลำลองที่สามารถใส่ไปทำงานได้ให้ครูของเรฟาร์พูดให้ถูกคือเขาโฆษณาขั้นสุดแถมยังร้องเพลงเอาใจคน (แก่) ไปอีกครูท่านนั้นถึงกับบอกว่าน่าไปประกวด TheVoice ซีซันใหม่
“ขอบคุณมากนะคร้าบ--”
ทิกเก้อกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม เขาไม่ต้องทำอะไรมากมายแค่ยืนอยู่บนหบังกระบะรถพิกอัปของพ่อแล้วแหกปาก
ยิ่งตอนเย็น ๆ มืด ๆ นะจะเป็ตอนที่คึกคักเพราะพวกวัยรุ่นก็มักจะมาที่ตลาดนัดแห่งนี้ เพราะที่จริงแล้วตลาดนัดแห่งนี้เน้นขายพวกของกระจุกกระจิกงานแฮนด์เมด แบบที่วัยรุ่นอาร์ต ๆ ชอบกันมากกว่าจะขายของสำหรับพ่อบ้านแม่บ้าน
เรฟาร์เ้าน้องตัวอ้วนผู้ซึ่งมีบุคลิกไม่สมกับชื่อกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้านแล้วก็ออกมาช่วยทิกเก้อ
“พี่เว้ย” เรฟาร์เรียก
“อะไร ?”
เขาถาม
“ขายของได้เท่าไหร่ละ”
“ก็ไม่มากไม่มาย แต่ต่อจากนี้เว้ย”
เขาตอบ กระหยิ่มในหน้าใส่เ้าน้องไจแอนท์
“มั่นใจ ๆ ?” เรฟาร์กระทุ้งศอกใส่เขา “งั้นผมนั่งเล่นเกมอยู่ในรถละกัน มี’ไรก็เรียก”
“เออ”
พ่อแม่ของเขาไม่อยู่หรอกพวกท่านจะทำงานที่บ้านและจะออกมารับในตอนเกือบเลิก
บ้านของเขาอยู่ใกล้ตลาดนัดแห่งนี้มากมันจึงไม่เป็การยาก
ตลาดนัดแห่งนี้จะมีทุกวันศุกร์ และเสาร์-อาทิตย์ ตอน 4โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม
ทิกเก้อมองสำรวจไปร้านข้าง ๆ--แม่งคึกคักฉิบหายวันนี้ท่าจะคนเยอะ ก็เป็ลางดีล่ะนะ
ใจจริงทิกเก้อนึกอยากเลิกขายแล้วไปเดินสำรวจตลาดของจากร้านอื่นดูบ้างดูน่าสนใจทั้งนั้น เขายิ่งชอบพวกของอินดี้ ๆ อยู่ด้วยสิ
คิดติดตลกไปแล้วดีที่เ้าเรฟาร์มันเป็ผู้ชายร่างถึกสนใจแม่งแต่เกม ถ้าสมมติเขามีน้องผู้หญิงล่ะก็ เ้าหล่อนต้องกระดี๊กระด๊าชอปปิงกระเป๋า(พ่อแม่) แฟบแน่ฮ่า ๆ
บางทีเขาก็เรียกมันว่า‘อ้วนใหญ่’ เพราะอ้วนและตัวใหญ่มากจริง ๆเรฟาร์เป็น้องที่นิสัยไม่ดีเื่กิน หมอนี่ค่อนข้างตะกละและกินจุกินดุมาั้แ่เด็ก เขาเคยขู่มันว่า “น้ำหนักแกจะถึงร้อยกิโลอยู่แล้ว”แต่มันฟังที่ไหนละว้า
ทิกเก้อร้องเพลงฮิตไปฮาร์ดเซลไป
ไม่ว่าลูกค้าจะรีเควสต์เพลงไหนพ่อค้าทิกเก้อจัดให้ !
แต่เขาต้องร้องเพราะมากด้วยนะไม่งั้นลูกค้าคงไม่ซื้ออะเอาจริง
มาดูแต่หน้าพ่อค้าคงไม่ได้ เพราะทิกเก้อหล่อแต่ไม่พิมพ์นิยมเขาหล่อแบบแปลก ๆ เออ--หล่อแบบเก๋ ๆ อะนะ
ร้านเปิดท้ายขายของของเขาช่างรู้ความ้าของกลุ่มวัยรุ่นใน่นี้ว่าเสื้อผ้าแบบไหนกำลังเป็ที่นิยม
แม่ของชายหนุ่มจะไปซื้อราคาส่งแบบนั้นตามสำเพ็งหรือโบ๊เบ๊ ไม่ก็ประตูน้ำ แต่ที่นิยมเยอะ ๆก็ต้องเป็พวกเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์เกาหลีเพราะ K-popมาแรง
ทิกเก้อยืนขายของอยู่อย่างนั้นจนฟ้าเริ่มมืดเ้าเรฟาร์ก็นั่งโดดร่มไป ไม่รู้จะติดเกมอะไรนักหนาแต่ก็ดีกว่ามันออกไปตีรันฟันแทงกับใครล่ะนะ เพราะน้องของเขาก็ใจนักเลงอยู่
ก็เหมือนเขาแหละ… ไม่เจ๋งหรอกแต่พอตัว
ที่จริงทิกเก้อก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยนะ แต่เขาไม่มึงมาพาโวยเขาจะอยู่สงบถ้าบรรยากาศมันสงบ แต่ถ้ามีใครมากระตุกหนวดเสือ...มันก็อีกเื่หนึ่ง
ชายหนุ่มมองเวลาก็เกือบสองทุ่ม นาฬิกาดิจิทัลแฟชั่นเรือนใหญ่สีม่วงเข้มของเขาส่งเสียงติ๊ด… ติ๊ด
ถึงกระนั้นก็เถอะ คนยังคนคึกคัก--และมันก็เป็เื่ที่ดีสำหรับพ่อค้าแม่ขาย
ลูกค้าเข้าร้านเรื่อย ๆ และเขาก็รับแบงก์ร้อยเรื่อย ๆเหมือนกัน
เสื้อที่ร้านเขามันไม่ได้ราคาแพง แค่ตัวละร้อยสองร้อยเป็ราคาที่วัยไหนก็จับต้องได้
มีลูกค้าคนหนึ่งเข้ามา...ทิกเก้อมองชายหนุ่มแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันเพราะเขาใส่แว่นกันแดดสีดำทั้งที่เป็ตอนกลางคืน
ใส่หมวกปีกอีก… จะว่า‘แฟชั่น’ รึก็เกินไปหน่อยนา…
“ถูก ๆ เลยจ้า เชิญครับ พ่อค้าร้องเพลงเพราะนะ”
เขาหยอดสรรพคุณไปมากมาย ก็พูดไปงั้นแหละไม่ได้คิดอะไรผู้ชายคนนั้นมากับผู้ชายอีกคนที่ดูมีอายุมากกว่าและตัวเตี้ยกว่า ค่อนข้างไปทางท้วมๆ
“...สนใจเหรอ เฟลินน์”
เสียงชายร่างเล็กถาม
“อื้ม”
เขาได้ยินเสียงคนที่ชื่อ เฟลินน์ ตอบ
...ที่จริงทิกเก้อรู้สึกแปลก ๆ เหมือนคุ้น ๆหน้าแบบนี้ถึงเ้าตัวจะใส่แว่นกับหมวกก็เถอะ
“พ่อค้า เท่าไหร่”
ชายร่างเล็กถาม
“199เท่านั้นครับ”
เขารีบตอบ ชายคนนั้นจึงเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบธนบัตรร้อยบาทส่งให้เขาไปสองไป
ทิกเก้อสังเกตเห็นแบงก์พันในนั้นเป็ฟ่อน โห !ท่าจะรวยมาก พกเงินเยอะขนาดนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว
ลูกค้าคนดังกล่าวซื้อแล้วตัวหนึ่งแต่ดูจะสนใจอีกเมื่อบอกให้คนที่มาด้วยกันที่ทิกเก้อได้ยินชื่อ“พี่บ๊วย” ให้รอ
ชายหนุ่มรูปร่างโปร่งคนนั้นเดินเข้ามาหยิบ ๆ เลือก ๆเสื้อที่กองอยู่บนกระบะตรงใกล้เขานั่งยอง ๆ
เฟลินน์เลือกไปเลือกมาทิกเก้อเห็นว่าชายหนุ่มจับที่ตัวหนึ่งนานมากดูท่าจะถูกใจเลยเสนอว่า“ลองได้นะครับ”
และนั่นแหละเมื่อชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้นิดหน่อยทิกเก้อหยิบกระจกบานใหญ่มาตั้งให้ ชายคนนั้นจำต้องถอดแว่นออกก่อนเพราะมันเป็เสื้อแบบสวมหัวเดี๋ยวจะติดรวมทั้งหมวกปีกเล็กด้วย
“!!!”
ทิกเก้อรู้สึกใมากตอนเห็นหน้าที่แท้จริงของเขา
เฟลินน์ ที่เป็นักแสดง--
‘เชี่ย ! กูเจอดารา’
ทิกเก้อแทบเก็บความตื่นเต้นในดวงหน้าไม่ได้เพราะเขาไม่เคยเจอดาราตัวเป็ๆ มาก่อนเลย ที่มหา’ลัยของเขามีดารามาเรียนในชั้นปีเดียวกันแต่เขาไม่เคยเจอสงสัยเพราะอยู่คนละคณะ และมหา’ลัยมันไม่แคบขนาดนั้น
เขามองอีกฝ่าย
เฟลินน์ตัวจริงขาวเหมือนในทีวีนั่นแหละ ดูเงียบ ๆบุคลิกไม่เหมือนเวลาออกรายการเท่าไหร่
นักแสดงคนนี้เป็นักแสดงวัยรุ่นที่ได้รับบทพระเอกเชียวนะแต่พอดีอยู่ช่องที่ไม่ได้เป็กระแสนิยมมากนักคนรู้จักก็เลยอาจจะเฉพาะกลุ่มน้อยไปหน่อย ต้องเป็คนที่ติดตามละครของช่องนั้น ๆและหนึ่งในนั้นก็คือแม่ของทิกเก้อ เพราะแม่บอกว่าละครช่องนี้‘น้ำดี’
เมื่อแม่เปิดละครเื่ไหน คนในบ้านที่เหลือก็เหมือนถูกบังคับให้ดูไปด้วยเพราะบ้านของเขาทานข้าวพร้อมกันพร้อมหน้าพร้อมตาซึ่งไอ้มื้ออาหารเย็นน่ะมันก็แทบจะเป็มื้ออาหารค่ำเพราะกว่าจะกลับจากขายเสื้อที่ตลาดนัด
เฟลินน์ลองเสื้อแล้วก็รีบถอดเพราะเขาไม่้าให้คนผ่านไปมาสังเกตมากนักเดี๋ยวจะเป็ที่ฮือฮา
...ดีที่ตอนนี้ค่อนข้างมืด และคนก็จ้อกแจ้กจอแจเกินกว่าจะมีใครสนใจใครจึงไม่มีอะไรสะดุดตา
“ตกลงเอาไหมครับตัวนี้”
ทิกเก้อถามขึ้น หวังว่าจะขายได้อีกสักตัว
“อืม--ยังก่อนดีกว่าครับ ขอลองเอาตัวที่ซื้อเมื่อกี้ใส่ก่อนนะ”
เฟลินน์ยิ้ม
“ครับผม ขอบคุณที่อุดหนุนนะครับ”
ทิกเก้อยิ้มให้ตามมารยาท ขณะที่สองคนนั้นเดินจากไป
...แหม่ ! ก็นึกเสียดาย
ว่าจะขายเพิ่มได้ สักตัวสองตัวแล้วเชียว
ทิกเก้อไปเรียนใน่เช้าแค่วิชาเดียวแล้วกลับมานอนเอกเขนกที่บ้าน
หลังจากนั้นเขาช่วยพ่อแม่เตรียมเอาเสื้อแฟชั่นออกไปขายพ่อของเขายังขับรถกระบะไมตี้เอ็กซ์คันเก่าอยู่เลย
เมื่อถึงเวลา ชายหนุ่มก็ไปยืนเย้ว ๆๆอยู่บนรถกระบะคันเก่าเพื่อฮาร์ดเซลอีกครั้ง
ทิกเก้อโคตรมีความสามารถเื่การเป็พ่อค้าเขาเชียร์ตัวนั้นตัวนี้จนคุณนายคนหนึ่งมาซื้อเสื้อยืดไปตั้งโหล
7วัน 7 สี
พระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไป
วันนี้ทิกเก้อมาขายของกับพ่อสองคนโดยไม่มีเรฟาร์ซึ่งโรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสี
เขากำลังยกขวดน้ำเปล่าขึ้นดื่มขณะลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามา
“อ้าว--”
สายตาเหลือบไปมองขณะมือยังคงกระดกขวดน้ำดื่ม
“ผมจะมาซื้อเพิ่มหน่อยน่ะ ที่ซื้อไปวันก่อนใส่ดีมากเลย”
นักแสดงชื่อเฟลินน์ยิ้มแล้วชี้มาที่เสื้อซึ่งเ้าตัวใส่อยู่ที่เป็เสื้อของร้านเขาที่ชายหนุ่มซื้อไปวันก่อนกับคนที่มาด้วยกันซึ่งดูเหมือนเป็ผู้จัดการส่วนตัว
“อ้าวแล้วพี่คนนั้นไม่มาด้วยเหรอครับ”
เขาหันรีหันขวาง
“พี่บ๊วย น่ะวันนี้ไม่มาหรอก พี่เขาติดงานน่ะ”
“อ้อ--”
“...”
“อ่า ว่าแต่วันนี้จะรับตัวไหนดีล่ะครับ เพิ่งมีแบบใหม่มาเพิ่มลองดูไหมล่ะครับ”
ทิกเก้อโฆษณา
“เหรอก็ดีนะ”
ทิกเก้อดูพูดน้อยไปเลยเมื่อเฟลินน์มาซื้อ เขาก็พูดไม่ถูก…ไม่รู้สิ สงสัยเพราะเจอดารามั้ง
ชายหนุ่มมองสำรวจคนตรงหน้าที่มือเรียวขาวหยิบเลือกตัวนั้นทีตัวนี้ที
...เขาปล่อยให้ ลูกค้า เลือกไป… ตามสบาย ไม่กดดัน ไม่ฮาร์ดเซลเหมือนที่ผ่านมากับลูกค้าคนอื่น…ก็ไม่รู้แฮะ
“ปกติพ่อค้าร้านนี้เสียงแจ๋ว ๆ ไม่ใช่เหรอครับ วันนี้ทำไมเงียบจังเลย”
ดวงตาสีเทาของเฟลินน์มองมาที่เขา
“อ...เอ่อ”
‘จะให้ตรูตอบว่ายังไงฟะ’
เฟลินน์สุภาพเรียบร้อยกว่าที่คิด ทิกเก้อกำลังคิดภาพพวกดาราในทีวีเวลาให้สัมภาษณ์หรือออกรายการ…เอาเป็ว่ามันต่างจากที่คิดไปหลายขุม
‘พวกนั้นแม่งโคตรจีบปากจีบคอ พูดจาฉอเลาะ บางคนเรียก ‘ตอแหล’ แต่คน ๆ นี้ไม่…’
ม่านตาของเขากำลังขยายเพราะสนใจใคร่รู้ ทำให้สายตาที่มองดูแสดงความสนใจมากไปหน่อยแต่มันก็ไม่ใช่ในแง่ไม่ดี
“ได้ดูละครผมบ้างไหมครับ”
คนเป็นักแสดงถามขึ้น
“อะ… ม...แม่ผมดูประจำเลยครับ”
คำพูดยังติดอ่างเลยพ่อเ้าประคุณรุนช่อง
มันก็มีวันที่เซลส์ฝีปากกล้าอย่างเขาพูดไม่ออกเหมือนกันรึเนี่ย
ทิกเก้อเอามือวางหลังศีรษะแก้เก้อ เขาหัวเราะแหะ ๆพยายามทำตัวให้เป็ปกติมากที่สุด จะทำไก่ตื่นไม่ได้ แบบว่ากูตื่นเต้นเพราะเจอดาราแหม่ !
เขาขายเสื้อให้เฟลินน์ได้อีกหลายตัว
ทั้งคอกลมใส่ลำลองแบบที่ชายหนุ่มซื้อไปวันก่อนทั้งเสื้อเชิ้ตใส่ทำงานที่ค่อนข้างแฟชั่น วันนี้ได้เงินกลับมาอื้อแต่เขาก็เหมือนมึน ๆ เมื่อนั่งรถกระบะไมตี้เอ็กซ์กลับบ้านกับพ่อ
“เป็ไร”
พ่อทัก
“เปล่าครับ”
เขาตอบ
“เปล่าอะไรแกแลซึม ?”
“เอ้อ--”
“ป่วยหรือไง เป็หวัดเป็ไข้ ? ่นี้อากาศยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย”
พ่อพูดไปขับรถไป
“เปล่าพ่อ” ชายหนุ่มตอบ “แค่เจอดาราน่ะ”
“???”
คิ้วของคนเป็พ่อขมวดเข้าหากันทันทีดูไม่เข้าใจว่าลูกชายวัยรุ่นหมายความว่าไง
“กะอีแค่ดารา พวกนั้นมันก็คนเหมือนกันแหละอีกอย่างไอ้ตลาดนัดนี่น่ะมันชื่อดังจะตาย ใคร ๆ ก็ชอบมาเดินพวกคนดังมากันก็บ่อยยังไม่ชินหรือไง”
...จริงอยู่ว่ามันเคยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาซื้อเสื้อที่ร้านเขาแต่ตอนนั้นแม่เขาอยู่ด้วย และมันก็ไม่เคยมีใครทำให้เขาตื่นเต้นเหมือนชายหนุ่มคนนั้น
ทิกเก้อกลับมาถึงบ้านกับพ่อแล้วก็ต้องเหมือนจะโลกหมุนอีกรอบเมื่อแม่เขาเปิดทีวีดูละครที่เฟลินน์เล่น…
ชายหนุ่มตักข้าวเข้าปาก ลองดูละครเื่นั้นแบบสนใจเป็ครั้งแรก
อืมละครน้ำดี… แต่เขาก็ไม่สันทัดเื่พวกนี้เท่าไหร่
ทิกเก้อมองพิจารณาหน้าของคนในทีวี
เฟลินน์น่ะมีใบหน้าที่งดงามมากทีเดียว แบบว่าสวยแบบผู้ชายคือยังไงล่ะ อธิบายไม่ถูกแฮะ
หน้าตาของชายหนุ่มได้สัดส่วน โครงหน้าชัดได้รูปสันจมูกโด่ง แต่ปลายจมูกเล็ก เชิด รั้น
ผิวค่อนข้างขาวจัด จนขาวซีดจนเกินไปผมตัดสั้นเรียบร้อยเป็สีดำปราศจากการย้อม
ในสายตาทิกเก้อแล้วเฟลินน์เป็ดาราวัยรุ่นที่ดูธรรมชาติมากดูไม่ปรุงแต่งอะไรจนมากเว่อร์
ขนาดดาราที่เรียนอยู่มหา’ลัยเดียวกับเขายัง… เหอะ ๆ อย่าให้พูด ทิกเก้อขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
เป็ผู้ชายแล้วใส่บิ๊กอายส์สีเท่าไข่ห่านก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ…ไม่ใช่ดาราหรอก เพื่อนที่เรียนเอกเดียวกับเขานี่แหละ เฮ้อ ทิกเก้อคิดแล้วก็แบบว่า…นี่แหละเขาถึงไม่ชอบไปมหา’ลัยไง ไหนจะพวกชอบอวดรวยอีก
ทิกเก้อคิดว่าตนเองคงเรียนไม่จบ (หรือจบก็คงแบบกระท่อนกระแท่น)แต่ถ้าถาม เขาเลือกมาช่วยทางบ้านขายของดีกว่า บางทีอัจฉริยะก็ไม่ต้องจบปริญญาถ้าเรามีความสามารถในด้านอื่นและทำมันได้ดีกว่า
เขารู้สึกผิดที่โกหกพ่อแม่แล้วเอาแต่อู้ แต่ถ้าเป็เื่ออกไปขายของเขาไม่ได้อู้นะไอ้วันไหนที่ไม่มีตลาดนัดเขาก็ไปมหา’ลัยอยู่ ...ไปมันงั้น ๆ
กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบันเมื่อละครช่อง เอ จบลง
ชายหนุ่มหาวหวอดพลางวางช้อนส้อม เขาลุกขึ้นช่วยพ่อแม่เก็บโต๊ะกับไอ้เ้าเรฟาร์ เ้าน้องไจแอนท์ ไปช่วยกันล้างเก็บ
กว่าจะได้นอนก็ไปเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
...แต่ไม่เป็ไรเพราะบางทีเขาก็นอนเช้า… ถ้าไม่ได้มีเรียน
ส่วนเรฟาร์มันนอนดึกอยู่แล้ว ไปโรงเรียนรึก็สายตะวันโด่งแต่มันก็เป็แบบนั้นแหละ ไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนแปลงใครได้ต้องให้เ้าตัวเขาเรียนรู้เองว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันถูกหรือไม่นั่งเล่นเกมจนดึกดื่น หาใช่ไปช่วยทางบ้านขายของสักกี่มากน้อย
พ่อแม่ของเขาค่อนข้างใจดี
พวกท่านไม่ว่า ตราบใดที่ลูกชายไม่ก่อปัญหาอย่างอื่นอาทิปัญหานอกบ้าน