บทที่ 1 ราชินีแห่งตลาดทุน
บนชั้น 88 ของอาคาร 'หลิน กรุ๊ป' แลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในใจกลางกรุงเซี่ยงไฮ้แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของ หลินชิงเหอ หญิงสาวในชุดสูทสีขาวสั่งตัดราคาสูงลิบประทับรอยนิ้วมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คสายพันธุ์หายากเธอไม่ได้เพียงแค่นั่งมองตัวเลขที่วิ่งสลับไปมาเหมือนนักพนันทั่วไป แต่เธอกำลัง 'อ่าน' จังหวะหัวใจของเศรษฐกิจโลก
"ท่านประธานครับหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีในเครือหูหนานร่วงลง 5%ตามที่เราคาดการณ์ไว้แล้วครับ"เซี่ยปิน เลขาหนุ่มคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลินชิงเหอจิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลสายตาไม่ละจากกราฟ "แค่นั้นยังไม่พอ... สั่งเทขายเพิ่มอีกสามแสนหุ้นทำให้มันดูเหมือนว่าเรากำลังตื่นตระหนก"
"แต่ถ้าทำแบบนั้นราคามันจะดิ่งลงเหวเลยนะครับ?"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉัน้า"เธอแสยะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก"เมื่อพวกปลากระดี่ตื่นน้ำเริ่มทิ้งหุ้นเพราะความกลัวเราจะกวาดซื้อกลับมาทั้งหมดในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ภายในเย็นนี้ฉัน้าให้บริษัทนั้นเปลี่ยนเ้าของมาเป็ชื่อของ 'หลิน กรุ๊ป'"
นี่คือความเ็าและเฉียบคมที่ทำให้หลินชิงเหอในวัยเพียง 28 ปีถูกขนานนามว่า 'ราชินีแห่งตลาดทุน' เธอรับสืบทอดกิจการต่อจากบิดาที่เสียชีวิตกะทันหันเมื่อสามปีก่อนท่ามกลางเสียงสบประมาทของเหล่าผู้ถือหุ้นรุ่นเก่า แต่ในเวลาเพียงไม่นานเธอก็กวาดล้างอิทธิพลมืดและขยายอาณาจักรจนมั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร
บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความกดดันหลินชิงเหอเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคงเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็จังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงกลองศึกที่ข่มขวัญผู้ฟัง
"หลินชิงเหอ!เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!" หลินเจิ้งหยวน อาสองของเธอที่หวังจะฮุบตำแหน่งประธานมาตลอดตบโต๊ะฉาดใหญ่ "การไปกว้านซื้อบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเจ๊งนั่นมันเป็การเอาเงินของผู้ถือหุ้นไปละเลงชัดๆ!"
ชิงเหอนั่งลงที่หัวโต๊ะอย่างใจเย็นเธอประสานมือวางบนโต๊ะแล้วมองจ้องไปยังอาของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
"อาสองคะ"เธอกล่าวเสียงเรียบ "ถ้าอาจะตำหนิฉัน รบกวนช่วยอ่านเอกสารหน้าเจ็ดก่อนนะคะรายงานฉบับนั้นบอกว่าบริษัทนี้ถือครองสิทธิบัตรเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในเอเชียที่พวกเขากำลังจะเจ๊งไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีไม่ดี แต่เพราะการบริหารที่โง่เง่า...เหมือนกับที่อาพยายามจะทำกับแผนกส่งออกของบริษัทเราเมื่อปีที่แล้วไงคะ"
"เธอ!นี่เธอหลอกด่าฉันเหรอ!" หลินเจิ้งหยวนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฉันไม่ได้หลอกด่าค่ะฉันด่าตรงๆ" ชิงเหอเปิดหน้าจอโปรเจกเตอร์ขึ้น"และถ้าใครในที่นี้คิดว่าฉันบริหารงานผิดพลาด ฉันขอเสนอทางเลือกค่ะ ฉันจะซื้อหุ้นคืนจากพวกคุณทุกคนในราคาปัจจุบันตอนนี้เดี๋ยวนี้แล้วเชิญพวกคุณออกไปพักผ่อนใช้เงินแก่ๆ ได้เลย แต่ถ้ายังอยากรวยไปกับฉันก็หุบปากแล้วฟังแผนการควบรวมกิจการในไตรมาสถัดไปซะ"
ทั้งห้องประชุมเงียบกริบไม่มีใครกล้าสบตาหญิงสาวคนนี้ เธอไม่เพียงแต่รวยระดับพันล้านแต่เธอคืออัจฉริยะที่มองเห็นอนาคตในขณะที่คนอื่นยังมองไม่เห็นแม้แต่ปัจจุบัน
ความเพอร์เฟกต์ที่โดดเดี่ยว
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่บริษัทหลินชิงเหอกลับมายังเพนท์เฮาส์สุดหรูราคาหลายร้อยล้านหยวนที่มองเห็นวิวแม่น้ำหวงผู่ได้สุดลูกหูลูกตาชีวิตของเธอคือคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ และสติปัญญา
เธอเดินไปยังตู้แช่ไวน์ราคาแพงแต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายเก่าๆของคุณย่าที่เคยเล่าเื่ราวความลำบากในยุค 80ให้ฟังบ่อยๆคุณย่ามักจะบอกเสมอว่า 'ชิงเหอเอ๋ย เ้าเกิดมาบนกองเงินกองทองแต่อย่าลืมว่าความเพียรพยายามของบรรพบุรุษที่สร้างมาจากการไม่มีอะไรเลยนั้นยิ่งใหญ่กว่าเงินตรา'
"ความลำบากเหรอ...มันหน้าตาเป็ยังไงกันนะ?"
เธอพึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงความวุ่นวายในโลกธุรกิจที่เธอเพิ่งผ่านมา สำหรับเธอความลำบากคือการที่กำไรลดลงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือการที่คู่ค้าเจรจาไม่ลงตัว
ในคืนนั้นเองพายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเหนือท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้ฟ้าผ่าลงมายังยอดตึกอาคารหลินกรุ๊ปจนระบบไฟฟ้าขัดข้องชั่วขณะหลินชิงเหอที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่รู้สึกถึงแรงสั่นะเืที่ผิดปกติ
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ โรคเดิมของผู้หญิงที่ดูแข็งแรงต่หน้าทุกคนกำเริบขึ้นฉับพลันความรู้สึกหน้ามืดอย่างรุนแรงจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวร่างในชุดสูทสีขาวทรุดลงกับพื้นพรมหนานุ่มสิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือแสงสีขาวนวลตาที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดพร้อมกับเสียงกระซิบที่แ่เบาเหมือนลมพัด
'ถ้าเ้าต้องสูญเสียทุกอย่าง...เ้าจะยังคงเป็ราชินีอยู่ได้หรือไม่?'
สู่โลกใหม่ที่หนาวเหน็บ
"แม่...แม่ครับ"
เสียงเรียกนั้นแหบแห้งและเล็กแหลมหลินชิงเหอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอมันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วความรู้สึกแรกที่ััได้ไม่ใช่ความนุ่มนวลของพรมเปอร์เซียแต่เป็ความกระด้างและเย็นเฉียบของเตียงดินเผาที่เรียกว่า 'คัง' (เตียงเตา)
เธอกระพริบตาถี่ๆมองเห็นเพดานที่ทำจากคานไม้ผุๆ และมีคราบเขม่าดำเกาะแน่นกลิ่นอับของฟางและดินชื้นๆ ลอยเข้าจมูกจนเธออยากจะเบือนหน้าหนี
"หิว...ต้าเป่าหิว"
หลินชิงเหอหันขวับไปมองที่ข้างกายเธอพบเด็กชายตัวเล็กๆ สองคนที่มีใบหน้าเปื้อนฝุ่น มอมแมมเสื้อผ้ามีรอยปะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เห็นเนื้อผ้าเดิมดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองโตเกินตัวเพราะความผอมโซ
"ที่นี่ที่ไหน?" เธอพยายามจะเปล่งเสียงแต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน