ตอนที่ 05 พ่อลูกเล่นเกมจ้องตา
ณ ห้องนั่งเล่น ในบ้านของฮารุ
นี่คือชื่อของคฤหาสน์หลังนี้
~บ้านของฮารุ~
ั้แ่ที่ฮารุเข้ามาแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟา พ่อของเธอก็เอาแต่จ้องเขม็งสำรวจมาั้แ่หน้าประตูยันตอนที่นั่งลงบนโซฟาแล้ว
เธอหรี่ตาจ้องกลับพลางกวาดสายกลมโตพิจารณาสำรวจอีกฝ่ายกลับด้วย
สายตาที่ใช้สื่อออกไปเหมือนจะถามพ่อของเธอว่า ‘เป็อะไร ยาหมดแล้วหรือไง ถึงอาการกำเริบ’
พ่อของฮารุเป็หนุ่มใหญ่หล่อเหลามีสง่าราศีของผู้ดีจับไปทั่วทั้งตัว
ดูก็รู้ว่า ตอนหนุ่ม ๆ หน้าตาเช่นนั้นเป็ดารานายแบบได้สบาย ๆ
ขนาดอยู่ในวัยกลางยังไม่ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงแต่อย่างใด แต่กลับแลดูเป็หนุ่มใหญ่กร้าวใจ และไหนจะกลิ่นอายทรงอำนาจที่แผ่ออกมานั่นอีก
กลิ่นอายทรงอำนาจเช่นนี้ไม่ใช่คนทั่วไปจะมีกันได้
และมันส่งเสริมให้เขากลายเป็หนุ่มใหญ่หล่อเหลาสง่างามที่ทรงอำนาจและน่าเกรงขาม
ทำให้มีสาวไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่อยากจะกระเสือกกระสนมาเป็แม่เลี้ยงของเธอกันให้เต็มไปหมด
ไม่ว่าจะไปที่ไหน ประเทศอะไร เฟยอี้ก็มักจะดึงดูดสายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ได้เสมอ
จนทำให้ลูกสาวค่อนขอดเหน็บแนมอยู่เป็ประจำ
เฟยอี้และฮารุยังคงจ้องตากันไปมากลายเป็เกมของพ่อลูกคู่นี้ไปโดยปริยาย
เฟยอี้ก็ไม่ยอมแพ้เห็นลูกสาวของตน หรี่ตาจ้องกลับพอเห็นนัยย์ตาที่สื่อออกมาของลูกสาว เขาก็อดที่จะถลึงตาใส่ลูกสาวตัวเองไม่ได้
เขาเข้าใจความหมายในแววตาที่ลูกสาวของเขาสื่อมาให้
เป็ลูกสาวที่น่าตายจริง ๆ! กล้าใช้กระทั่งสายตาเยาะเย้ยเขา
แต่ไม่นาน…
เขาก็อดรนทนไม่ไหวจึงเปิดปากถามลูกสาวด้วยความเป็ห่วงก่อน แล้วเื่าประสาทเขาไม่เก่งเท่าฮารุจริง ๆ “ลูกเดินทางเป็ยังไงบ้าง”
“ก็ดี” เห็นลูกสาวตอบกลับมานั้นก็โล่งใจ เพราะปกติเวลาลูกสาวของเขาเดินทางไกล เธอก็มักจะบ่นนั่นบ่นนี่อยู่เป็ประจำ
ไม่ก็บอกว่า อยากจะมีประตูมิติเป็ของตัวเอง เวลานึกอยากไปไหนจะได้ไม่ต้องใช้เวลาเป็วัน ครึ่งวันในการเดินทาง แค่เปิดประตูก็ทะลุออกในสถานที่นั้น ๆ ได้เลย
ขณะที่คิดเื่ตอนเด็ก ๆ ของฮารุ เฟยอี้ก็อดที่ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาไม่ได้
ถึงแม้ว่าลูกสาวของเขาจะไอคิวสูงกว่าเด็กวัยเดียวกัน
แต่อีคิวลูกสาวของเขานั้น ยังมีความเป็เด็กเสมอ…
เฟยอี้กำลังจะอ้าปากถามไถ่ด้วยความเป็ห่วงเป็ใยในประโยคต่อไป แต่ฮารุที่เงียบก่อนหน้าไม่นานเอ่ยพูดขึ้นซะก่อน “น่าเบื่อดี” และประโยคนี้ทำให้เขาไม่รู้จะถามไถ่อะไรต่อไปอีกดี…
นี่แหละลูกสาวของเขา ลูกสาวบังเกิดเกล้า ที่ไม่ว่าจะเป็คำพูดหรือการกระทำ ก็ทำให้เกิดคลื่นลมปั่นป่วนขึ้นมาได้เสมอ
ตอนที่อยู่ เมือง ฮาชิ ประเทศ J
คนในองค์กร แทบกระอักเืเวลาลูกสาวของเขาปิดเทอมแล้วกลับมาที่องค์กร
่ปิดเทอมเป็่ที่องค์กรเกิดเื่ไม่เว้นแต่ละวัน คนในองค์กรภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธ์ให้เวลาเดินผ่านไปเร็ว ๆ หรือไม่ก็ขอให้มหาวิทยาลัยเลื่อนวันเปิดเทอมเข้ามาเร็ว ๆ สักเดือน
“เฟยฉี กวนประสาทให้มันน้อย ๆ หน่อย” เฟยอี้กัดฟันพูดพยายามกล้ำกลืนโทสะไม่ให้พวยพุ่งออกมา
เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ พยายามท่องในใจว่า นี่ลูกสาวของเขาเอง ลูกสาวที่เขาทำให้เกิดมาลูกสาวที่เกิดจากความรักของเขากับภรรยาที่รักสุดหัวใจ….
ฮารุ เห็นพ่อกลั้นความโกรธลงกระเพาะไป ก็ยิ้มมุมปากเย้ยไปหนึ่งที ก่อนจะเอนกายพิงเบาะโซฟาพลางกอดอกอกสบายใจอย่างคนเหนือกว่า “อ่า ก็ได้ ที่พ่อให้ลุงเฉิงไปอธิบายเพื่อให้มานี่ หนูจะทำตามที่บอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านปนขอไปที
เฟยอี้ที่ได้ยินอย่างนั้น คราแรกเขารู้สึกแปลกใจมากกว่าดีใจ
เฟยอี้ขมวดคิ้วเป็ปมก่อนจะมองพิจารณาลูกสาวของเขาอีกครั้งพลางคิดว่า ‘ทำไมลูกสาวของเขาว่าง่ายแปลก ๆ แบบนี้’
‘กินยาผิดขวดหรือเปล่านะ’
เขาไม่แน่ใจว่าลูกสาวของเขารับปากทำตามเื่ และกลัวว่าฮารุจะเล่นแง่ ก็เลยเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบปนจริงจัง “เื่ไหนล่ะ พ่อของลูกไปตั้งหลายเื่ ไม่เห็นลูกสนใจจะทำเพื่อพ่อสักเื่” ประโยคสุดท้ายเฟยอี้พูดด้วยเสียงอันแ่เบา มันแฝงไปด้วยความน้อยอกน้อยใจลูกสาวคนเดียวของเขา
ฮารุจับน้ำเสียงน้อยใจนั่นได้ ก็พรูลมหายใจอย่างคนอ่อนอกอ่อนใจ
ไหน ๆ จะทำตัวเป็ลูกกตัญญู ก็ทำดีไปให้สุด ๆ เลยแล้วกัน
“ก็…เื่ที่พ่อขอให้หนูไปโรงเรียน และก็ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นไง พ่อเป็คนให้ลุงเฉิงมาอธิบายให้หนูฟังไม่ใช่หรือไง หนูตอบตกลงจะทำตามพ่อบอกแล้ว เป็ไงเล่า ลูกสาวคนนี้ว่าง่ายกตัญญูมากใช่มั้ย” ฮารุไม่วายพูดกวนประสาทตบท้าย
เฟยอี้ได้ยินลูกสาวตัวเองพูดทำตามคำของเขาแบบนั้น ก็ตื่นเต้นระคนตื้นตันใจ
ในที่สุด
ลูกสาวของเขาก็ยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไปแล้ว
ขอบคุณพระเ้า
ยูนะ คุณคนทำให้ลูกสาวของเราเปลี่ยนใจใช่หรือไม่
คุณกำลังเฝ้าดูพวกเราอยู่ในบ้านหลังนี้ใช่มั้ย
คุณได้ยินลูกสาวของพวกเราตอบตกแล้วใช่หรือเปล่า
คำพูดที่พวกเราเคยคุยกันไว้ว่า
ถ้าเรามีลูก อยากให้ลูกถูกเลี้ยงตามวัยของตัวเอง ใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป ตอนนี้ผมทำได้แล้ว
ตอนนั้นคุณรู้ใช่มั้ยว่า… ลูกเราจะเกิดมาเป็อัจฉริยะแบบนี้
คุณเลยหวังให้ลูกของเราได้ใช้ชีวิตเหมือนกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ และสิ่งที่คุณเสียดายที่สุดในชีวิต
คุณไม่อยากให้ลูกของเราพลาดวัยนี้ไปใช่หรือไม่…
คุณรู้ว่า การที่ใช้ชีวิตเป็ผู้ใหญ่ก่อนอายุมันไม่ได้สนุก เพราะคุณก็เป็หนึ่งในนั้น อัจฉริยะที่จบปริญญาตรีในวัย 16 ปี
แต่ลูกของเรา เก่งกว่าคุณอีกนะ คุณต้องภูมิใจแฝงความเสียใจมากแน่ ๆ
เสียใจที่ความปราถนาให้ลูกของเราใช้ชีวิตแบบเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันไม่ได้
แต่ก็ต้องภูมิใจที่ลูกของเราเก่งเหนือใคร
ลูกของเราจบปริญญาเอกแล้วในปีนี้ และปีนี้เธอเพิ่งอายุ 16 ย่าง 17 เท่านั้น
แต่ตอนนี้ลูกของพวกเรา จะเติมเต็มความปรารถนาของคุณแล้วที่รัก
ลูกของเราจะกลับไปใช้ชีวิตวัยรุ่น!
เธอให้สัญญากับผม!
ขอบตาของเฟยอี้ร้อนผ่าว พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาลูกไหลลงมา บอกกล่าวภรรยาสุดที่รักในห้วงคำนึงส่งผ่านความคิดถึงได้เท่านั้น
ถึงแม้จะทำได้เพียงเท่านี้ แต่เขาก็มีความสุขอบอุ่นหัวใจเพียงแค่นึกถึงภรรยาของเขา…
เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของพ่อตัวเอง ก็รู้แล้วว่า เขาอยู่ในภวังค์ความคิดถึงแม่ของเธอแน่ ๆ
ฮารุเลยเงียบเสียง ทำเพียงจ้องทุกอิริยาบถของพ่อตัวเองเท่านั้น
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ เฟยอี้ก็หลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง แล้วหันไปมองหน้าลูกสาวที่จ้องเขาเอาเป็เอาตายอยู่
เห็นแบบนั้น หน้าเขาก็แดงเถือกด้วยความอับอายขึ้นมาทันที พลางยกมือขึ้นมากระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับลูกสาวตัวเองอีกครั้ง “วันนี้พ่อไปยื่นเอกสารให้กับทางโรงเรียนแล้ว วันจันทร์ลูกไปโรงเรียนได้เลยส่วนชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน พ่อให้ป้าแม่บ้านเอาไปซักรีดแล้ว หนังสือเรียนก็อยู่บนโต๊ะในห้องของลูกพ่อจัดแจงทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย ลูกทำแค่ไปเรียนทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ใช้ชีวิตเด็กวัยรุ่นตามที่้าได้เลย”
เขาพูดรวดเดียวพลางลุกขึ้นจากโซฟาหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที
ส่วนฮารุยกมือขึ้นมาลูบครางตัวเองพลางหรี่ตามองตามแผ่นหลังองอาจของพ่อตัวเองเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น แล้วก็หัวเราะหึหึออกมา เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และชั่วร้าย “ใช้ชีวิตเด็กวัยรุ่นตามที่้าได้เลย งั้นหรือ ได้เลย กระหม่อมน้อมรับราชโองการพะย่ะค่ะ ฝ่าา ฮ่า ๆ”
เอ๋ แต่พ่อลืมบอกเธอหรือเปล่านะ จะให้เธอไปเรียนที่ไหน?
อ่าา ค่อยไปดูชื่อโรงเรียนที่ชุดยูนิฟอร์มเอาเองก็ได้