ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 284 : วิญญาณแรกเริ่ม

จารึกที่ 284 : วิญญาณแรกเริ่ม โลกใบเล็กที่หลั่งน้ำตา และการตื่นรู้ของมิตรสหาย


กลิ่นอายคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งและเป็นกฎเกณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ของลานพิธีกรรม บัดนี้ถูกสะกดข่มจนราบคาบด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทว่าหนักอึ้งประหนึ่งแผ่นฟ้าทั้งผืนร่วงหล่นลงมาทับถม!


บนแท่นบูชาหินสีดำที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของเครื่องสังเวย ร่างของบุรุษหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นยืนตระหง่านอย่างอหังการ เส้นผมสีดำขลับที่ยาวรุงรังปลิวไสวไปตามกระแสลมมรณะ นัยน์ตาสีเงินยวงของเขากวาดมองสานุศิษย์ ‘นิกายโลหิตมาร’ นับ 1000 ชีวิตที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องล่างประหนึ่งมองดูฝูงมดปลวกที่รอคอยการถูกบดขยี้


“ข้าเพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่ ว่าที่ดินผืนนี้และทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของข้า... เหตุใดพวกเจ้าจึงยังคุกเข่าเงียบงัน ไม่รีบถอดแหวนมิติส่งมาบรรณาการแก่เจ้าหนี้คนใหม่ของพวกเจ้าอีก!”


เสียงของอาเจียราบเรียบ ทว่ามันแฝงไปด้วยพลังวิญญาณแรกเริ่มที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นใหม่! คลื่นเสียงนั้นทะลวงผ่านอากาศธาตุ อัดกระแทกเข้าสู่จุดตันเถียนของศิษย์นิกายมารจนหลายคนกระอักเลือดสีคล้ำออกมา!


“บังอาจนัก! เจ้าเซียนต่างถิ่นผู้โง่เขลา! กล้าเหยียบย่ำแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายโลหิตมาร และยังกล้าวาจาสามหาวท้าทายฟ้าดิน!”


เสียงตวาดที่แหบพร่าทว่าทรงพลานุภาพประหนึ่งเสียงคำรามของอสูรบรรพกาล ดังก้องมาจากส่วนลึกของยอดเขาสีเลือด!


พริบตานั้น ทะเลโลหิตที่ล้อมรอบยอดเขาพลันเดือดพล่าน! คลื่นเลือดม้วนตัวสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า ก่อตัวเป็นใบหน้าขนาดยักษ์ที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธา ก่อนที่คลื่นนั้นจะควบแน่นและหดตัวลง กลายเป็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีแดงสดผู้หนึ่ง


ชายชราผู้นี้มีเส้นผมสีขาวโพลนทว่าดวงตากลับเป็นสีแดงฉานประหนึ่งโลหิตที่ข้นหนืด ผิวหนังทั่วร่างเหี่ยวย่นทว่าสลักอักขระมารสีดำสนิทที่ดิ้นพล่าน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ก้าวล่วงขอบเขตของมนุษย์ปุถุชนไปไกลลิบ มันคือสภาวะที่สอดประสานกับกฎเกณฑ์แห่งความตายของทวีปต้องห้าม... เซียนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลาย!


บรรพชนนิกายโลหิตมาร ลอยตัวอยู่เหนือลานพิธีกรรม ทอดสายตาลงมามองอาเจียด้วยรังสีสังหารที่สามารถแช่แข็งวิญญาณ “ข้าเพียรบำเพ็ญวิถีแห่งโลหิตมานับ 1000 ปี สังเวยชีวิตนับ 100000 เพื่อสืบสานมรรคาแห่งฟ้าดิน... ทว่าเจ้า เด็กไร้รากเหง้าที่เพิ่งมีกลิ่นอายวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้น กลับกล้ามาประกาศยึดครองวิถีเต๋าของข้า! วันนี้ ข้าจะสูบโลหิตวิญญาณของเจ้ามาเป็นโอสถอายุวัฒนะ!”


อาเจียแหงนหน้ามองบรรพชนมารเบื้องบน ชายหนุ่มมิได้มีท่าทีสะทกสะท้านต่อระดับพลังที่ห่างกันถึง 2 ขั้นย่อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและเปี่ยมไปด้วยความละโมบอย่างถึงที่สุด


“วิถีแห่งโลหิต? มรรคาแห่งฟ้าดิน?” อาเจียแค่นเสียงหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูโอหังและเย้ยหยันการดำรงอยู่ของอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง


“ตาเฒ่า... เจ้ายืนอยู่บนกองเลือดของผู้อื่น แล้วอวดอ้างว่านั่นคือลิขิตสวรรค์งั้นหรือ? ฟ้าดินที่พวกเจ้ากราบไหว้นั้น มันเคยลงมาปกป้องพวกเจ้าในยามที่เจ้าไม่มีศิลาปราณซื้อโอสถกินหรือไม่! ฟ้าดินที่เจ้าเทิดทูน มันเคยจ่ายค่าแรงให้เจ้าในการบำเพ็ญเพียรหรือไม่!”


อาเจียก้าวเท้าไปข้างหน้า 1 ก้าว ปราณวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนเริ่มหมุนวนอย่างหนักหน่วง!


“พวกเจ้าอ้างสวรรค์เพื่อหลอกตัวเองให้ดูสูงส่ง ทว่าความจริงของข้านั้นเรียบง่ายยิ่งกว่า! ฟ้าดินอาจสร้างสรรพสิ่ง ทว่าสวรรค์มิได้จ่ายค่าคุ้มครองให้ข้าแม้แต่อีแปะเดียว! ในเมื่อข้าคือผู้ใช้ 2 มือนี้ดิ้นรนหาทรัพยากรมาหล่อเลี้ยงคนของข้า ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพวกเขา! และใครก็ตาม... ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามข้าปล้นคนรวยชั่วๆเช่นพวกเจ้า!”


วิถีแห่งการขูดรีดที่หน้าทน ทว่าเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นแห่งการเอาชีวิตรอด ถูกประกาศก้อง! มันมิใช่การด่าทอแบบคนพาล ทว่ามันคือมุมมองที่ก้าวข้ามเปลือกนอกของวิถีมาร ทะลุทะลวงไปถึงแก่นแท้ของการแก่งแย่งทรัพยากร!


บรรพชนโลหิตมารเดือดดาลจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน “วิถีเต๋าอันต้อยต่ำและน่ารังเกียจ! ข้าจะลบความโง่เขลาของเจ้าทิ้งไปพร้อมกับวิญญาณของเจ้า!”


ชายชราชุดแดงกางแขนทั้ง 2 ข้างออก รีดเค้นแก่นวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายจนถึงขีดสุด!


“วิถีมารบรรพกาล... มหาสมุทรโลหิตกลืนสวรรค์!”


อากาศธาตุรอบตัวบรรพชนมารแตกสลาย! โลหิตจากร่างของศิษย์นิกายมารที่บาดเจ็บและซากศพบนลานพิธีกรรม ถูกดึงดูดกระชากขึ้นสู่อากาศอย่างบ้าคลั่ง! มันหลอมรวมกับปราณวิญญาณแรกเริ่ม ก่อตัวเป็น 'มหาสมุทรสีเลือด' ขนาดยักษ์ที่กว้างไกลนับ 100 จั้ง บดบังแสงสว่างทั้งหมด คลื่นโลหิตแต่ละระลอกอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการสลายวิญญาณ มันทิ้งตัวลงมาหมายจะกลืนกินร่างของอาเจียและเรือเหาะให้จมดิ่งลงสู่ขุมนรก!


คลื่นโลหิตที่หนักอึ้งประหนึ่งภูเขา 10 ลูก กดทับลงมาจนลานหินสีดำยุบตัว!


ทว่า อาเจียเพียงแค่ยืนนิ่งงัน 2 มือไพล่หลัง แผ่นหลังเหยียดตรงประหนึ่งไม่เห็นมหาสมุทรเลือดเบื้องบนอยู่ในสายตา!


ชายหนุ่มค่อยๆ หลับตาลง และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง... นัยน์ตาสีเงินยวง พลันถูกกลืนกินด้วย 'ความดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้ง'!


ณ ศูนย์กลางจุดตันเถียนของเขา 'ทารกวิญญาณแรกเริ่ม' ที่มีลักษณะโปร่งแสงและว่างเปล่า พลันลืมตาขึ้นพร้อมกัน! สัญลักษณ์อักขระหลิง (零) สีเงินยวงบนหน้าผากของทารกสว่างวาบ!


นี่คือวิถีที่เขาบรรลุจากการถูกขังอยู่ในห้วงสุญญะ! มันคือมรรคาที่หลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับการช่วงชิง!


“เนตรสูญตาขั้นที่ 3... กลืนสวรรค์รังสรรค์ปฐพี!”


อาเจียไม่ได้วาดลวดลายเพื่อป้องกัน และไม่ได้ปล่อยปราณเข้าปะทะตรงๆ ทว่าเขาเพียงแค่ 'จ้องมอง' ขึ้นไปยังมหาสมุทรโลหิตที่กำลังโถมลงมา พร้อมกับปลดปล่อยปราณวิญญาณแรกเริ่มในจุดตันเถียนออกไปจนแทบจะหมดสิ้น! การรับมือวิชาขั้นปลายต้องแลกมาด้วยการเผาผลาญพลังมหาศาล!


วูบ!


ปราศจากเสียงระเบิดกัมปนาท ปราศจากคลื่นกระแทกที่รุนแรง! ทว่าพลังมรณะของโลหิตมารพลันถูกสกัดกั้น!


มหาสมุทรโลหิตที่ทรงพลานุภาพระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลาย เมื่อปะทะกับสายตาของเนตรสูญตา... มันพลัน 'หยุดนิ่ง' อยู่กลางอากาศธาตุ ห่างจากศีรษะของอาเจียเพียงไม่กี่ฉื่อ!


จากนั้น กฎเกณฑ์แห่งวิถีมารในคลื่นโลหิต ก็เริ่มบิดเบี้ยว มันถูกความว่างเปล่าแทรกซึมและ 'ย่อยสลาย'!


ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการลบล้าง คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น!


"วิถีของข้า คือการทวงคืน!" อาเจียตวาดลั่น พร้อมกับกระอักเลือดสีดำออกมา 1 คำจากการฝืนใช้พลังเกินตัว!


ทารกวิญญาณในจุดตันเถียนเปิดวงจรแห่งความไม่มี อักขระสูญตาทำหน้าที่ประหนึ่งหลุมดำที่หิวกระหาย มหาสมุทรโลหิตที่กำลังถูกลบล้าง กลับถูก 'แปรสภาพ' บังคับให้โครงสร้างของมันกลับคืนสู่มวลปราณบริสุทธิ์ที่สุด! หยดเลือดที่เคยมีฤทธิ์กัดกร่อน ถูกบีบอัดจนกลายเป็น 'ศิลาปราณโลหิตวิญญาณ' เม็ดเล็กๆ นับ 1,000,000 เม็ด ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝนอัญมณี!


"ซ่าาาาาาา!"


ศิลาปราณโลหิตบริสุทธิ์กองพะเนินอยู่แทบเท้าของอาเจีย! ชายหนุ่มอ้าปากสูดดมปราณที่บริสุทธิ์นั้นเข้าสู่ร่าง พลังวิญญาณแรกเริ่มที่สูญเสียไปพลันได้รับการเติมเต็มและพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!


"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร!" บรรพชนโลหิตมารเบิกตากว้างจนแทบถลน ความรู้แจ้งและวิถีเต๋าที่เพียรสร้างมาพันปีพังทลายลงในพริบตา! วิชาก้นหีบของมัน ไม่เพียงแต่ถูกทำลาย ทว่ามันกลับถูกศัตรูแปรสภาพเป็นทรัพยากรและดูดกลืนไปหน้าตาเฉย!


"วิชาของเจ้าก็เหมือนน้ำแกงรสจืด... ต้องเจือรสชาติและตีราคาให้มันหน่อย ถึงจะคู่ควรให้ข้ากลืนกิน!"


อาเจียไม่รอช้า! ร่างของชายหนุ่มเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ทิ้งไว้เพียงรอยแยกมิติสีดำ!


ก้าวล่วงวิถีเต๋า ย่นระยะทางแห่งวิญญาณแรกเริ่ม!


พริบตาเดียว อาเจียปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าบรรพชนมาร ระยะห่างไม่ถึง 1 คืบ! แขนขวาที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มถูกสลักทับด้วย 'อักขระมารบรรพกาล' ที่เดือดพล่าน!


"ตรรกะของสวรรค์ไม่เคยช่วยให้เจ้าอิ่มท้อง ทว่ากำปั้นของข้า... จะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากความยากจนเอง!"


"เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง!!!"


หมัดที่ผสานด้วยความว่างเปล่าและอักขระมาร ทะลวงฝ่าม่านพลังป้องกันระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายประหนึ่งทะลวงแผ่นกระดาษเปียก! กำปั้นของอาเจียทะลุทะลวงเข้าที่กลางอกของชายชราชุดแดง กระดูกซี่โครงแหลกละเอียด พลังทำลายล้างพุ่งตรงเข้าบดขยี้จุดตันเถียน!


"อ๊ากกกก!"


บรรพชนมารแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช ทารกวิญญาณในจุดตันเถียนของมันพยายามจะหนีออกจากร่าง ทว่าอักขระมารบนแขนของอาเจียกลับกางกรงเล็บแห่งการกลืนกิน คว้าจับทารกวิญญาณของศัตรูเอาไว้แน่น!


"จะหนีไปไหน! หหนี้ชีวิตที่เจ้าบังอาจมาดูถูกข้า ยังชำระไม่หมด!"


อาเจียออกแรงบีบมือ! แก่นวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายของยอดเซียนแห่งทวีปต้องห้าม แตกสลายกลายเป็นละอองปราณบริสุทธิ์ ถูกอักขระมารดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของจอมละโมบจนหยดสุดท้าย!


ร่างไร้วิญญาณของบรรพชนมารร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหินดังกัมปนาท! สานุศิษย์นิกายโลหิตมารนับ 1000 ที่เหลือรอด ต่างช็อกตาตั้ง ขวัญหนีดีฝ่อจนกางเกงเปียกชุ่ม บรรพชนที่เก่งกาจที่สุดของพวกมัน... ถูกเซียนต่างถิ่นใช้หมัดเดียวทะลวงวิญญาณ!


อาเจียร่อนตัวลงมายืนข้างซากศพอย่างสง่างาม ชายหนุ่มก้มลงรูดแหวนมิติระดับสูงของบรรพชนมารออกมาเดาะเล่นในมือ รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียมและเปี่ยมไปด้วยความละโมบ


"เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! ... เอ๊ะ?"


อาเจียชะงักไปชั่วครู่ เมื่อเขาหันกลับไปมองรอบๆ แล้วพบเพียงความว่างเปล่า... ไม่มีผู้พิทักษ์ศิลาร่างอ้วนสีทอง ไม่มีแมงมุมเงาที่คอยประจบประแจง... และไม่มีเสียงบ่นของดรุณีน้อยหน้าดุ


รอยยิ้มอหังการบนใบหน้าของชายหนุ่มเลือนหายไป นัยน์ตาสีเงินยวงฉายแวววูบไหวที่ซับซ้อน ความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้เปลือกของความหน้าเลือด เผยออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที


"อ่า... จริงสินะ... ข้าเตะพวกมันเข้าไปในโลกใบเล็กแล้ว ขว้างพวกมันทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งในทวีปบ้าๆ นี่..."


ชายหนุ่มกำแหวนมิติในมือแน่นจนข้อขาว ก่อนจะหันขวับไปมองศิษย์นิกายมารที่กำลังหมอบตัวสั่น นัยน์ตาของเขากลับมาเยือกเย็นและดุร้ายยิ่งกว่ามัจจุราช!


"ใครที่ยังมีชีวิตอยู่ จงพาข้าไปที่คลังสมบัติของสำนักพวกเจ้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะปล้นทุกอย่าง! ปล้นให้เกลี้ยงไม่ให้เหลือแม้แต่ซากกระเบื้อง! ข้าต้องการทุนรอนเพื่อไปตามหาคนของข้า และบิดาหงุดหงิดเกินกว่าจะมานั่งปรานีพวกสวะเช่นพวกเจ้า!"


การกวาดล้างนิกายโลหิตมารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด อาเจียไม่ได้สังหารผู้ที่ยอมศิโรราบ ทว่าเขาขูดรีดและปลดสมบัติของพวกมันจนหมดตัว


เมื่อบุกเข้าไปถึงคลังสมบัติลับใต้ดินของสำนัก อาเจียได้พบกับขุมทรัพย์ศิลาปราณมหาศาล และอาวุธวิเศษที่ถูกหล่อหลอมจากวิถีมาร ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาหยุดชะงักและเบิกตากว้าง... มิใช่ศิลาปราณ


แต่เป็น 'แผ่นศิลาโบราณ' แผ่นหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางคลังสมบัติ บนแผ่นศิลานั้น สลักลวดลายที่คุ้นตา... มันคือลวดลายที่ถอดแบบมาจาก 'กิ่งไม้ดำ' ของผู้เฒ่าไป๋!


อาเจียก้าวเข้าไปลูบแผ่นศิลา สัมผัสวิญญาณสูญตาของเขาอ่านร่องรอยกฎเกณฑ์ที่หลงเหลืออยู่


"สุสานเทพบรรพชน... กึ่งกลางทวีปหุบเขาต้องห้าม..." อาเจียพึมพำ เบาะแสเรื่องชาติกำเนิดและเป้าหมายที่แท้จริงเริ่มชัดเจนขึ้น


ทันใดนั้น ผู้อาวุโสของนิกายที่ถูกบังคับให้นำทาง ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว "นะ... นายท่าน แผ่นศิลานั้นเป็นสมบัติโบราณที่ตกทอดมา... ข่าวลือเมื่อไม่กี่วันก่อนแจ้งว่า... มี 'กลุ่มคนต่างถิ่น' ปรากฏตัวขึ้นทางทิศประจิม... พวกเขามีระดับพลังที่แปลกประหลาด และที่สำคัญ... หนึ่งในนั้นครอบครอง 'พู่กัน' ที่แผ่กลิ่นอายคล้ายคลึงกับแผ่นศิลานี้... ตอนนี้พวกเขากำลังถูกขุมอำนาจยักษ์ใหญ่ 'วิหารเทพอนันตกาล' ไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตายขอรับ!"


เปรี้ยง!


จิตสังหารระดับวิญญาณแรกเริ่มที่ดุร้ายที่สุด ระเบิดออกจากร่างของอาเจีย! ผู้อาวุโสผู้นั้นกระเด็นอัดกำแพงจนกระอักเลือด!


"วิหารเทพอนันตกาลงั้นหรือ... กล้าดียังไงมาไล่ล่าคนของข้า..." นัยน์ตาของอาเจียสาดประกายความตาย "พวกมันคิดว่าพู่กันของข้า เป็นของที่สุนัขตัวไหนจะหยิบไปก็ได้งั้นหรือ!"


เป้าหมายใหม่ถูกกำหนดแล้ว! การหวนคืนของจอมเผด็จการ จะสร้างบาดแผลที่ไม่มีวันรักษากับขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ของทวีปหุบเขาต้องห้าม!

ในขณะเดียวกัน... ย้อนกลับไปเมื่อ 1 เดือนก่อน (ตามเวลาภายนอก) ณ ป่าทึบสีดำทะมึนอีกฟากหนึ่งของทวีปต้องห้าม...


"วูบบบบบ! ตูมมมมม!"


พู่กันนิรันดร์ด้ามศิลา พุ่งแหวกมิติลงมากระแทกผืนปฐพีในป่าลึกอย่างรุนแรง! แรงกระแทกทำให้ผืนป่าพังราบเป็นหน้ากลอง อักขระสูญตาที่ห่อหุ้มพู่กันค่อยๆ หม่นแสงลง ก่อนที่ม่านพลังสีเงินยวงจะเปิดออก!


ร่างของเหล่าสหายกระเด็นกลิ้งหลุนๆ ออกมาจากมิติโลกใบเล็ก พวกเขาตกลงบนกองใบไม้สีดำที่เน่าเปื่อย ทุกคนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง บาดแผลจากการถูกมิติฉีกกระชากยังคงเจ็บปวด ทว่าบาดแผลในจิตใจกลับสาหัสยิ่งกว่า!


ฉินมู่หลางพยุงร่างลุกขึ้นยืน กระบี่นิรันดร์ในมือสั่นระริก เขากวาดตามองไปรอบๆ ป่าที่เงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย ทว่า... ไร้ซึ่งวี่แววของบุรุษชุดดำ


"ศิษย์น้อง... อาเจีย..." ฉินมู่หลางพึมพำ เสียงของยอดกระบี่สั่นเครือ


เฟิงหลิงเอ๋อร์และเย่ปิงอวิ๋นทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าพู่กันนิรันดร์ที่ปักอยู่บนพื้นดิน ดรุณีน้อยทั้ง 2 พยายามส่งกระแสจิตเรียกหาเจ้านายของพู่กัน ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมา... มีเพียงความเงียบงันและความว่างเปล่า


สัมผัสวิญญาณที่เคยเชื่อมต่อกับชีวิตของอาเจีย... ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์! (เนื่องจากอาเจียสลายแก่นทองคำและกำเนิดวิญญาณสูญตาในมิติปิดตาย ทำให้กลิ่นอายวิญญาณเดิมเปลี่ยนไป)


"ไม่... ไม่จริง... ศิษย์พี่อาเจีย... ท่านต้องไม่ตายสิ! ท่านยังเก็บค่าเช่าที่ข้าไม่ครบเลยนะ!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจอัดอั้น น้ำตาแห่งความโศกเศร้าไหลรินอาบแก้ม


"โฮกกกกก! นายท่านนนนน! นายท่านทิ้งพวกเราไปแล้ว! ใครจะหาศิลาปราณมาป้อนข้าน้อยเล่า! ฮืออออ!"เจ้าสัว นอนดิ้นพราดๆ กับพื้นดิน ทุบกำปั้นลงกับพื้นจนแผ่นดินสะเทือน หยาดน้ำตาสีทองแดงไหล คล้ายน้ำตาทะลักออกมาจากดวงตาโลหะ เจ้าถุงเงินก็หดขา 8 ข้างขดตัวเป็นก้อนกลม ร้องหงิงๆ ด้วยความร้าวราน


หลินชิงเสวี่ยยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหลังมิตรสหาย สตรีผู้มีใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง 1000 ปี บัดนี้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่เคยหยิ่งยโสทอดมองไปยังความมืดมิดของผืนป่า


ความรู้สึกสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต พุ่งทะลวงกำแพงน้ำแข็งในจิตใจของนาง... หยาดน้ำตาหยดหนึ่ง ค่อยๆ เอ่อล้นและไหลรินลงมาจากหางตา


ทว่า ทันทีที่หยาดน้ำตานั้นสัมผัสกับอากาศธาตุ... มันพลันเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อน กฎเกณฑ์แห่งเหมันต์นิรันดร์ที่ลึกล้ำที่สุดในจิตวิญญาณของนาง ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความโศกเศร้า! หยาดน้ำตาของนางจับตัวกันกลายเป็น 'ผลึกน้ำแข็งเหมันต์บรรพกาล' ร่วงหล่นลงกระทบพื้นดินดังกังวาน!


"อาเจีย... ข้าไม่เชื่อว่าคนหน้าเงินอย่างเจ้าจะยอมทิ้งสมบัติแล้วไปปรโลกง่ายๆ... หากผู้ใดในทวีปนี้บังอาจขวางทางเจ้า ข้าจะเป็นคนแช่แข็งพวกมันให้แหลกเป็นผุยผงเอง!"


หลินชิงเสวี่ยกำด้ามกระบี่แน่น รังสีเหมันต์ที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งวิญญาณ ปะทุออกจากร่างของนาง นางก้าวข้ามขีดจำกัดของแก่นทองคำ เข้าใกล้สภาวะวิญญาณแรกเริ่มเพียงก้าวเดียว!


ในขณะเดียวกัน เจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางก็เกิดการเปลี่ยนแปลง! ความโศกเศร้าและความโกรธแค้นต่อความอ่อนแอของตนเอง หลอมรวมกับวิถีกระบี่!


"บุรุษผู้ไม่เคยก้มหัวให้สวรรค์เช่นเจ้า ไม่มีทางตายเพราะพายุมิติสวะนั่นแน่!"


เสียงคำรามของฉินมู่หลางดังก้องป่ามรณะ! แก่นทองคำในร่างของเขาปริแตก! เจตจำนงกระบี่ที่แน่วแน่ที่สุด ทำหน้าที่ก้าวข้ามขีดจำกัด ชายหนุ่มฝืนทะลวงด่านพลังด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส รังสีแห่งเซียนวิญญาณแรกเริ่ม(ครึ่งก้าว) ปะทุขึ้นสยบกลิ่นอายความตายรอบด้าน! "ข้าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคในทวีปนี้... แม้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะตามหาเจ้าให้พบ!"


ท่ามกลางความโศกเศร้าและการตื่นรู้ของมิตรสหาย... แสงสว่างจางๆ พลันปรากฏขึ้นเหนือพู่กันนิรันดร์!


ร่างโปร่งแสงของชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมโบราณ และดรุณีน้อยผมสีเงินยวง ปรากฏกายขึ้น... 'มู่เฉิน' ปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระ และ 'องค์หญิงน้อย' จิตวิญญาณพู่กัน


"จงหยุดร้องไห้ฟูมฟายได้แล้วพวกเด็กโง่..." มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งและลึกล้ำ ทว่าแววตาของเขากลับแฝงด้วยความหวัง "กลิ่นอายวิญญาณของเขาอาจจะหายไป... ทว่าพู่กันนิรันดร์นี้ ยังไม่แตกสลาย... นั่นหมายความว่า เจ้านายของมัน ยังไม่ตาย!"


คำพูดของมู่เฉินประหนึ่งหยาดน้ำอมฤตที่ชโลมจิตใจของทุกคน!


"ทว่า..." องค์หญิงน้อยเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "การตกลงมาของพวกเรา ดึงดูดความสนใจของ 'สุนัขรับใช้' ในทวีปนี้แล้ว กลิ่นอายของพู่กันนี้ หอมหวนเกินกว่าที่ขั้วอำนาจในดินแดนบ้าๆ นี้จะปล่อยผ่าน พวกเจ้าต้องรีบหนี... และต้องแข็งแกร่งขึ้น! หากพวกเจ้ายังอ่อนแอเช่นนี้ พวกเจ้าก็จะเป็นได้แค่ตัวถ่วงในยามที่เขากลับมา!"


"ใครว่าเป็นตัวถ่วง..." เฟิงอี้หรานเช็ดน้ำตา เปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลลุกโชนขึ้นอีกครั้ง "พวกเราคือสหายร่วมเป็นร่วมตาย! พวกเราจะออกผจญภัย บดขยี้พวกที่ขวางทาง และกอบโกยสมบัติในทวีปนี้ให้มากที่สุด! เมื่ออาเจียกลับมา เขาจะต้องตกตะลึงกับศิลาปราณที่พวกเราหามาได้!"


มิตรสหายทุกคนต่างพยักหน้า ความโศกเศร้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการดิ้นรนและการเติบโต! โลกใบเล็กอาจจะหลั่งน้ำตาในวันนี้ ทว่าในวันรุ่งขึ้น พวกเขาจะออกล่าเพื่อแย่งชิงความอยู่รอด!


ทว่า สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ก็คือ... การครอบครองพู่กันนิรันดร์ในทวีปต้องห้าม จะนำพามหันตภัยระดับทวีปมาสู่พวกเขา และดึงดูด 'วิหารเทพอนันตกาล' ขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนของดวงตาโลหิต ให้ส่งยอดเซียนระดับสูงมาไล่ล่าพวกเขาทุกหัวระแหง!


การผจญภัยและการหนีตายเพื่อรอคอยการหวนคืนของจอมละโมบ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน