ตอนที่ 11 แต่งบางแต่งเข้มก็ดูดีเกินไปทั้งนั้น (2)
วันนี้เจี่ยนซื่อรู้สึกซับซ้อนมากเหมือนกัน แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่นางยังพอเข้าใจนิสัยของบุตรสาวคนนี้ว่าเป็คนไม่ชอบเื่ยุ่งยาก วันนี้หากไม่ใช่ถูกบุตรชายคนเล็กไล่ต้อน เกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่สนใจเื่เช่นนี้ ต่อให้เด็กคนนี้จะเป็บุตรสาวของนางเอง ทว่านางกลับมองไม่เห็นความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันที่เกิดขึ้นเลย เจี่ยนซื่อจึงคิดว่าตัวเองยังพยายามได้ไม่ดีพอ
“ท่านแม่ ขอบคุณนะเ้าคะ”
“เ้าเป็ลูกสาวของแม่ เหตุใดต้องกล่าวขอบคุณด้วยเล่า”
เจี่ยนซื่อลูบปอยผมบริเวณหน้าผากบุตรสาวเบาๆ แววตาเปี่ยมความอ่อนโยน หากตอนนั้นนางระมัดระวังกว่านี้อีกสักหน่อย เื่ที่ในวันนี้คงไม่เกิดขึ้น และเด็กทั้งสองคนคงไม่ห่างเหินกันเช่นนี้
“น้องเจ็ดของเ้าถูกแม่ตามใจจนเสียนิสัย แต่เนื้อแท้เขาไม่ใช่คนเลวร้าย เ้ากับเขาล้วนเป็เืเนื้อเชื้อไขของแม่ แม่หวังว่าพวกเ้าทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว”
“ลูกเข้าใจดีเ้าค่ะ”
นางเองก็รู้สึกอ่อนใจกับเหล่าน้องชายของตนอยู่บ้าง เมื่อชาติก่อนคู่แฝดรักษาระยะห่างกับนางอย่างเหมาะสม ทั้งไม่ใกล้ชิดและไม่ห่างเหินเกินไป ส่วนเ้าอันธพาลน้อยไม่ว่าจะเป็ชาติก่อนหรือชาตินี้ พอเห็นนางเข้าหน่อยก็ราวกับเห็นศัตรูคู่อาฆาตอย่างไรอย่างนั้น นางคิดจะเข้าใกล้กลับไม่ง่ายเลย
คล้อยหลังเจี่ยนซื่อจากไป เหยียนจื่อม่อถึงยกยิ้มน้อยๆ แท้จริงแล้วนางไม่ได้ใส่ใจกับเื่เมื่อครู่เลยสักนิด ในเมื่อมีคนเต็มใจถูกใช้เป็เครื่องมือ นางจะเมตตาปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร ตระกูลเหยียนนี้ไม่ว่าจะเป็เ้านายหรือบ่าวไพร่ แต่ละคนล้วนตั้งสำรับอาหารตามฐานะผู้กิน[1]ทั้งนั้น หากนางไม่แสดงท่าทีแข็งกร้าวบ้างคงได้เห็นว่ารังแกกันได้ง่ายน่ะสิ!
แน่นอนว่าเื่ที่เกิดขึ้นในคืนวันส่งท้ายปีย่อมเป็ที่เล่าลือกันไปทั่วจวนผิงซีโหวแล้ว คนไม่น้อยให้ความสนใจต่อคุณหนูห้าที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาผู้นี้ เด็กสาวที่เอาตัวรอดจากโถงหรงหย่างได้โดยไม่เป็อะไรสักนิด ต้องไม่ใช่สาวบ้านนอกธรรมดาแน่
ระหว่างที่เหยียนจื่อม่อกำลังแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน หลิวฮวารีบร้อนเข้ามาคว้าปิ่นทองของผู้เป็นาย ก่อนจะส่งยิ้มกล่าวเสียงเบา “เื่เล็กน้อยพวกนี้คุณหนูให้บ่าวทำให้ก็ได้เ้าค่ะ วันนี้ไปจวนท่านเ้ากรมต้องแต่งกายให้งามเป็พิเศษ”
เหยียนจื่อม่อเม้มปากมองใบหน้างามเย้ายวนของตัวเองในกระจกทองแดงแล้วถอนใจออกมาเบาๆ ตระกูลเจี่ยนเป็ตระกูลบัณฑิตเก่าที่ให้ความสำคัญเื่ขนบธรรมเนียม ย่อมไม่ชอบสตรีที่ให้ความรู้สึกยั่วยวนและเด่นสะดุดตาเกินไปจนดูไม่งามเช่นตน
ชาติก่อนนางจนปัญญากับรูปโฉมของตนเองจริงๆ ทั้งที่มีใบหน้าเหมือนท่านแม่ถึงเจ็ดส่วนแท้ๆ ยามอยู่บนร่างอีกฝ่ายกลับดูมีสง่าราศีและสูงส่ง ทว่ายามอยู่บนร่างนางกลับดูเสแสร้งและเจตนายั่วยวนไปเสียได้ บางทีรูปลักษณ์ของท่านเหยียนโหวคงมีส่วนทำให้ผิดเพี้ยนไปกระมัง!
“คุณหนูชอบผมทรงนี้หรือไม่เ้าคะ”
“ชอบ เ้าฝีมือดีทีเดียว”
หลิวฮวาอมยิ้มเมื่อได้รับคำชมเรียบง่ายจากนาง น้ำเสียงยามพูดฟังดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย “บ่าวชอบเื่พวกนี้มาั้แ่เด็ก หากได้เรียนรู้ทรงผมใหม่เมื่อไรจะลองทำให้คุณหนูอีกนะเ้าคะ”
“ได้สิ”
เหยียนจื่อม่อตอบรับเสียงเบาแล้วไม่พูดอะไรอีก ทว่าในใจหลิวฮวาที่ได้ยินดังนั้นกลับรู้สึกยินดีกว่าเดิม เดิมทีนางเข้าใจว่าคุณหนูไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตนเท่าไรนัก คอยแต่จะให้เจี่ยวเย่ว์ทำไปเสียทุกเื่ ตอนนี้ดูไปแล้วตนคงคิดมากไปเอง
เจี่ยนซื่อ เหยียนจื่อม่อ และเหยียนจื่อหลิงนั่งรถม้าคันเดียวกัน โดยมีคุณชายเจ็ดเหยียนจื่ออวี้นั่งอยู่อีกฝั่ง เหยียนจื่อม่อเห็นเขาขึงตามองนางด้วยท่าทางไม่พอใจเป็ครั้งคราว จึงเลือกทำเป็ไม่เห็นไปเสีย
เจี่ยนซื่อเห็นสองพี่น้องเป็เช่นนี้ ในใจพลันรู้สึกหมดเรี่ยวแรง แม้ว่าปกติบุตรชายคนเล็กจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่ยังเชื่อฟังเป็ครั้งคราว ใครจะคิดว่าเขาจะไม่ชอบม่อเอ๋อร์ถึงเพียงนี้กัน!
“ม่อเอ๋อร์ ประเดี๋ยวไปบ้านท่านตาก็คอยเรียกคนตามพี่หญิงสี่เ้านะ อย่าได้เรียกผิดเล่า”
เจี่ยนซื่อย่อมทราบกฎระเบียบของตระกูลเจี่ยนเป็อย่างดี เดิมทีนางยังห่วงว่าลูกสาวจะถูกคนดูแคลน จึงคิดสอนระเบียบมารยาทให้ก่อนไปเยี่ยมเยียน ทว่า่เทศกาลส่งท้ายปีเช่นนี้ไม่อาจเลื่อนวันออกไปได้โดยง่าย นางเองก็จนปัญญาเช่นกัน
“เ้าค่ะ ลูกทราบแล้ว”
เหยียนจื่อม่อรับคำเสียงนุ่มนวล โดยทั่วไปเสียงของเด็กสาวก็กระจ่างใสอยู่แล้ว แต่เสียงของนางกลับใสกังวานน่าฟังยิ่งกว่า ประหนึ่งเสียงขับขานของนกขมิ้น ทำให้คนฟังรู้สึกไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก
เชิงอรรถ
^ เลือกปฏิบัติ