บริษัท ทั่วหล้า จำกัด
ผมยืนอยู่หน้าบริษัทสายตาจ้องมองไปยังตึกสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าผมด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับการเริ่มทำงานวันแรก
“ลุย” ผมให้กำลังตัวเองด้วยคำสั้นๆก่อนจะเดินเข้าไปด้วยใจมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม
ผมตรงเข้าไปถามพนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้ เพราะเขาคงจะให้คำตอบกับผมได้แน่
“เอ่อ ผมมาหาคุณพิมพ์ดาวครับ”
“คุณปักษาใช่ไหมคะ เชิญชั้นสองเลยค่ะ” พนักงานหญิงรู้ชื่อผม ราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าผมจะมา
ดูภายนอกบริษัทก็ออกจะดูใหญ่โต แต่เข้ามาข้างในกลับไม่ค่อยมีคน พนักงานไปไหนกันหมดนะ ผมคิดในใจขณะขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสอง
ภาพตรงหน้าผมเป็ทางเดินตรงยาวไปจนสุดทางสองข้างทางเดินเป็ห้องทำงานมากมาย ทุกห้องถูกปิดประตูไว้ คล้ายกับห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชน ดูเป็ส่วนตัวห้องใครห้องมัน หน้าห้องมีป้ายระบุตำแหน่งและชื่อติดไว้ สุดทางเดินคือห้องของคุณพิมพ์ดาว ตำแหน่งผู้จัดการ
ก๊อกๆๆ
“เชิญค่ะ” เสียงนุ่มนวละโบอก
“สวัสดีครับคุณพิมพ์ดาว”
“สวัสดีค่ะคุณปักษา วันนี้พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” คุณพิมพ์ดาวพูดพลางยิ้มตาหยีให้ผม
“พร้อมครับ”
“อันนี้เสื้อของบริษัทเรานะคะ อันนี้หูฟัง อันนี้บัตรพนักงาน อันนี้โทรศัพท์ข้างในจะมีแอปพลิเคชันของบริษัทอยู่ ระบบนำทางก็มีอยู่ในแอพนะคะ น่าจะใช้เป็เนอะ แล้วก็นี่ กุญแจรถค่ะ” คุณพิมพ์ดาวหอบเสื้อผ้าข้าวของพะรุงพะรังมากองบนโต๊ะพร้อมกับจัดแจงอธิบายให้ฟัง
“เอ่อ อย่างอื่นผมพอเข้าใจครับ แต่ว่าหูฟังนี่คือยังไงครับ”
“ฉันกำลังจะอธิบายให้ฟังค่ะ มันคือหูฟังแปลภาษาอัจฉริยะที่มีไมค์เปลี่ยนภาษาในตัว เพียงแค่คุณปักษาใส่ไว้ เวลาที่เจอลูกค้าต่างชาติมันก็จะแปลให้คุณโดยอัตโนมัติเลยค่ะ ฉันลืมบอกไปว่าบริษัทเราลูกค้าชาวต่างชาติเยอะน่ะค่ะ” คุณพิมพ์ดาวอธิบาย
“อ๋อ ครับ” มันมีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้อยู่จริงเหรอเนี่ย ผมหยิบเ้าหูฟังขึ้นมาพลิกๆดู
“ส่วนนี่บัตรพนักงาน คุณปักษาต้องแสดงบัตรพนักงานหากเข้าไปติดต่อกับสาขาของเรานะคะ”
“โอเคครับ แล้ววันนี้ผมต้องไปไหนครับ”
“ไปส่งขวดนมค่ะ แถวพระโขนงนี่เอง เดี๋ยวฉันจะพาไปรับสินค้าที่จุดรับของนะคะ ตามฉันมาค่ะ” พูดจบคุณพิมพ์ดาวก็เดินนำทางผมไปยังจุดรับของ
“ทำไมไม่ค่อยมีคนมาทำงานเลยครับ ทั้งพนักงานทั้งไรเดอร์ ผมสังเกตั้แ่ตอนเข้ามาแล้ว” ผมตัดสินใจถามออกไปด้วยความสงสัย
“บริษัทของเราเพิ่งเปิดได้ไม่นานน่ะค่ะ ยังอยู่ใน่รับพนักงานใหม่ บางคนมาทำได้ไม่นานก็ลาออกไป สงสัยจะทนลูกค้าไม่ไหวค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”
“อ่า…ครับ” หัวเราะได้หลอนมาก ผมได้แต่เกาหัวยิกๆเพราะงงมาก ไม่รู้เขาจะฮาอะไรขนาดนั้นกับการที่พนักงานลาออก
ตึ๊ง! ลิฟต์เปิดออก
“ทางนี้ค่ะ”
“ต่อไปเวลาที่คุณมารับของ ก็มาติดต่อตรงนี้ได้เลยนะคะ ไม่ต้องผ่านดิฉันแล้ว”
“ครับ”
“ขอให้โชคดีค่ะ” คุณพิมพ์ดาวกล่าวอวยพรให้ผมพร้อมโบกมือบ๊ายบายแล้วหันหลังเดินจากไป
“นี่ครับ” พนักงานชายที่เคาน์เตอร์หน้าจุดรับของ รับบัตรพนักงานของผมไป จิ้มๆๆแป้นพิมพ์อยู่สักครู่ แล้วก็ส่งสินค้าที่อยู่ในกล่องพัสดุมาให้ผม
“ขอบคุณครับ”
“โทษนะครับ นั่นรถผมใช่ไหมครับ” ผมเดินกลับมาถามพนักงานอีกครั้งพลางชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซต์สีแดงสุดเฟี้ยวที่จอดอยู่ข้างนอกประตูนั่น
“ครับ” พนักงานคนเดิมปรายตามองไปตามที่ผมชี้ด้วยสายตาที่เ็าก่อนจะตอบออกมาสั้นๆ
คนที่นี่เขาแปลกๆชะมัด ผมคิดในใจแล้วเดินไปที่รถมอเตอร์ไซต์คันสวย
“สวยเช้งเลยลูกพ่อ ชื่อไอ้แดงละกันเนอะ” ผมลูบๆคลำๆรถคันใหม่ด้วยความรู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมากหลังจากเอาของใส่กล่องส่งของท้ายรถ ใส่เสื้อเรียบร้อยก็ดำเนินการเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาและกดรับงานแรก หน้าจอปรากฎเลขนับเวลาถอยหลัง 3 2 1 จากนั้นระบบนำทางก็เริ่มทำงาน