ตอนที่ 60: สู่นครเมฆาล่อง
สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิจการ "หอเมฆาคล้อย" และ "หอร้อยสมบัติ" ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเฟิงหวงได้เติบโตอย่างมั่นคง นำมาซึ่งกระแสเงินทุนและหินวิญญาณมหาศาล เขาได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหมอกครามอย่างเงียบๆ
ข้อเสนอหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาได้รับการอนุมัติจากสำนักหมอกครามอย่างเป็นทางการ ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวผู้มองการณ์ไกลได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์อันไร้ขีดจำกัด และได้ให้การสนับสนุนเฟิงหวงอย่างเต็มที่
เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทางไปยังนครเมฆาล่อง...สำนักหมอกครามก็ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในฐานะหุ้นส่วน
พวกเขาไม่ได้ให้เฟิงหวงเดินทางไปตามลำพัง แต่ได้จัดเตรียม "นาวาเหินเมฆา" (Cloud-Treading Ark) ยานพาหนะบินได้ขนาดกลางที่หรูหราและรวดเร็วซึ่งเป็นสมบัติของสำนัก มาให้เขาใช้ในการเดินทางโดยเฉพาะ
และผู้ที่จะเดินทางไปพร้อมกับเขาในฐานะ "ผู้แทนของสำนัก" ก็คือหลินเยว่ด้วยตนเอง
"นครเมฆาล่องเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย" นางกล่าวกับเฟิงหวง "การเดินทางในฐานะพ่อค้าที่ไม่มีขุมกำลังหนุนหลังนั้นไม่ต่างจากการนำเนื้อไปส่งถึงปากเสือ การเดินทางไปพร้อมกับข้าในนามของสำนักหมอกคราม จะช่วยลดปัญหาที่ไม่จำเป็นไปได้มาก"
เฟิงหวงพยักหน้ารับ...นี่คือผลประโยชน์ของการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
ณ ลานกว้างนอกเมืองหมอกคราม นาวาเหินเมฆาที่ทำจากไม้สีขาวและสลักลวดลายเมฆาสีฟ้าลอยลำอยู่อย่างสง่างาม เฟิงหวงในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา และหลินเยว่ในชุดศิษย์สำนักที่รัดกุม ได้ก้าวขึ้นไปบนนาวาลำนั้น พร้อมกับศิษย์ของสำนักอีกจำนวนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยและองครักษ์
นาวาเหินเมฆาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าไปยังทิศทางของนครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีป
การเดินทางใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีให้เฟิงหวงได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบใหม่นี้มากขึ้น
"นครเมฆาล่องแตกต่างจากเมืองหมอกครามอย่างสิ้นเชิง" หลินเยว่อธิบายขณะที่ทั้งสองนั่งจิบชาและมองดูหมู่เมฆที่ลอยผ่านไป "ที่นี่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยสำนักใดสำนักหนึ่ง แต่ถูกปกครองโดย 'สภาห้าตระกูลใหญ่' ซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าและนักปรุงยาที่ทรงอิทธิพลที่สุด พวกเขาร่วมกันจัดงานประมูลร้อยสมบัติขึ้นทุกปี มันคือศูนย์กลางของอำนาจทางการค้าอย่างแท้จริง"
นางเตือนเขา "ที่นั่นเต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็เต็มไปด้วยการแข่งขันที่โหดเหี้ยมเช่นกัน การชนะประมูลของล้ำค่ามาได้เป็นเรื่องหนึ่ง...แต่การจะนำของสิ่งนั้นออกจากเมืองได้อย่างปลอดภัย...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง"
เฟิงหวงรับฟังข้อมูลทั้งหมดด้วยความสนใจ เขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลินเยว่เกี่ยวกับกลยุทธ์ในการเปิดตัวสินค้าในงานประมูล ความฉลาดหลักแหลมและมุมมองทางธุรกิจที่แปลกใหม่ของเขาทำให้หลินเยว่ต้องทึ่งอยู่หลายครั้ง นางตระหนักว่าบุรุษผู้นี้ไม่เพียงแต่ลึกลับและทรงพลัง แต่ยังเป็นอัจฉริยะทางการค้าอีกด้วย
ในที่สุด...หลังจากเดินทางมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม...ภาพอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าเบื้องหน้า
นครเมฆาล่อง!
มันไม่ใช่เมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นดิน...แต่เป็นมหานครขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นบนกลุ่มภูเขาลอยฟ้าหลายสิบลูก! แต่ละยอดเขาถูกเชื่อมต่อกันด้วยสะพานหยกขาวที่ส่องประกายเรืองรอง มีน้ำตกไหลลงมาจากยอดเขาสูงสุดสู่เบื้องล่างราวกับม่านน้ำตกจากสวรรค์ นาวาเหินและสัตว์อสูรบินได้นานาชนิดบินกันขวักไขว่ไปมาอย่างเป็นระเบียบ มันคือภาพที่งดงามและยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้
"ที่นั่น..." หลินเยว่ชี้ไปยังยอดเขาที่ใหญ่และงดงามที่สุดใจกลางมหานคร "คือที่ตั้งของสภาห้าตระกูลใหญ่...และเป็นสถานที่จัดงานประมูลร้อยสมบัติ"
เฟิงหวงมองไปยังมหานครลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและอันตรายแห่งนั้น...รอยยิ้มที่มั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เขาไม่ได้มาที่นี่ในฐานะคนพเนจรไร้ชื่ออีกต่อไปแล้ว แต่มาในฐานะหุ้นส่วนของสำนักหมอกคราม และในมือของเขา...ก็มีไพ่ตายที่พร้อมจะสั่นสะเทือนไปทั้งงานประมูล
นาวาเหินเมฆาเริ่มลดระดับลงอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่หนึ่งในท่าจอดยานของนครที่ยิ่งใหญ่
เวทีบทใหม่ของเขา...ได้เปิดม่านขึ้นแล้ว