ทันทีที่พลังสีฟ้าแดงรวมตัวกันเหนือฝ่ามือของวารันตะบรรยากาศรอบด้านก็หยุดนิ่งราวกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยแรงกดดันที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่เคยเผชิญมาลมที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้หยุดเคลื่อนไหว เสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปเหลือเพียงแรงสั่นสะเทือนที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของทุกคนโดยตรง ทศกัณฐ์หรี่ตาลงเล็กน้อยเขารับรู้ได้ทันทีว่าพลังที่อยู่ตรงหน้า…ไม่ใช่เพียงแค่แข็งแกร่ง แต่มัน “คุ้นเคย”อย่างประหลาด วารันตะมองเขาอย่างนิ่งงันก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
“เจ้ารู้สึกใช่หรือไม่”เสียงของเขาดังขึ้นในจิตใจของทศกัณฐ์เพียงคนเดียว“พลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า…มันไม่ใช่ของเจ้าโดยแท้จริง” ทศกัณฐ์ไม่ตอบทันทีแต่พลังสีดำรอบตัวเขากลับสั่นไหวเล็กน้อยราวกับตอบสนองต่อคำพูดนั้นวารันตะยกยิ้มบางๆ “เพราะมันคือพลังของข้า” ในวินาทีถัดมา เขากำมือแน่น พลังสีฟ้าแดงระเบิดออกเป็นคลื่นพลังขนาดมหึมาที่พุ่งเข้าหาทศกัณฐ์โดยตรงรามและลักษณ์ขยับตัวทันที แต่ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นห้าม “อย่าเข้ามา” เขากล่าวเสียงต่ำก่อนจะก้าวออกไปรับพลังนั้นด้วยตัวเอง คลื่นพลังปะทะเข้ากับร่างของเขาอย่างจังพื้นดินใต้เท้าแตกกระจาย แต่แทนที่มันจะทำลายเขาพลังนั้นกลับแทรกซึมเข้าไปในร่างของเขาโดยตรง ดวงตาของทศกัณฐ์เบิกกว้างภาพบางอย่างพุ่งเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างรุนแรง โลกทั้งใบเปลี่ยนไปในพริบตาเขาไม่ได้ยืนอยู่ในสนามรบอีกต่อไป แต่กำลัง “เห็น” บางสิ่งผ่านสายตาที่ไม่ใช่ของตนเอง
ภาพของโลกอีกใบปรากฏขึ้น ท้องฟ้าสีดำสนิท พื้นดินแตกร้าวเต็มไปด้วยพลังงานสีม่วงที่ไหลเวียนราวกับเป็นเส้นเลือดของโลกสิ่งมีชีวิตมากมายเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดและเหนือสิ่งอื่นใด…มีร่างหนึ่งยืนอยู่กลางดินแดนนั้น วารันตะในอดีตเขายืนอยู่หน้ารอยแยกขนาดมหึมาที่กำลังเปิดออกเป็นครั้งแรก รอยแยกนั้นไม่เสถียรมันสั่นไหวและปลดปล่อยพลังออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ “นี่คือจุดเริ่มต้น”เสียงของวารันตะดังขึ้นในจิตใจของทศกัณฐ์“ช่วงเวลาที่สองโลกเชื่อมต่อกันเป็นครั้งแรก” ภาพในความทรงจำเคลื่อนไหวต่อไปพลังจากโลกของวารันตะไหลทะลักผ่านรอยแยกออกไปยังอีกฝั่งอย่างควบคุมไม่ได้ เศษเสี้ยวของพลังจำนวนมหาศาลหลุดรอดออกไปราวกับน้ำที่ไหลทะลักผ่านรอยแตกของเขื่อน “พลังเหล่านั้น…” วารันตะกล่าว“…คือสิ่งที่พวกเจ้ารับไป” ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เป็นโลกของทศกัณฐ์ในอดีตพลังสีม่วงดำแทรกซึมเข้าสู่โลกนั้นอย่างช้าๆ ผู้คนเริ่มค้นพบมัน ศึกษามันและในที่สุดได้ก็เริ่ม “สร้าง” สิ่งใหม่ขึ้นมาจากมัน ห้องทดลองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นนักวิจัยจำนวนมากกำลังทำงานกับพลังที่ไม่ควรถูกแตะต้องและหนึ่งในนั้นก็คือชายชราที่มาหาทศกัณฐ์และในศูนย์กลางของทุกสิ่ง…มีร่างหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้น “เจ้า…”เสียงของวารันตะเย็นชาลง “…ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ”พลังทั้งหมดในภาพรวมตัวกันเข้าสู่ร่างนั้นร่างของทศกัณฐ์ในอดีตกำลังก่อตัวขึ้นจากพลังที่หลุดรอดมาจากอีกโลกหนึ่ง“เจ้าคือผลลัพธ์ของพลังของข้า” ภาพทั้งหมดแตกสลายไปในพริบตาทศกัณฐ์กลับมายืนอยู่ในสนามรบอีกครั้ง ร่างของเขายังคงนิ่ง แต่ดวงตาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน“เข้าใจแล้วหรือยัง” วารันตะกล่าวพร้อมลดมือลงช้าๆ“พลังที่เจ้าภาคภูมิใจ…มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้าเท่านั้น”ความเงียบปกคลุมสนามรบชั่วขณะ หนุมานและคนอื่นๆมองทศกัณฐ์อย่างเคร่งเครียดพวกเขารับรู้ได้ว่าบางสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ทศกัณฐ์ก็ได้ตอบวารันตะกลับไป
“เรื่องนั้นชั้นรู้มาได้ซักพักหนึ่งแล้วล่ะว่าพลังนี้มันไม่ใช่ของชั้นมาตั้งแต่แรก” เขาพูดต่ออย่างช้าๆ “และแกคือต้นกำเนิดของพลังอวตารของชั้น”วารันตะยิ้มเล็กน้อย “ถ้าเข้าใจแล้วก็ดี ถ้าอย่างนั้น จงฟัง” เขากล่าว“หน้าที่ของข้า…คือการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา”ทศกัณฐ์ยังคงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พลังสีดำเข้มจะเริ่มไหลออกมารอบตัวเขาอีกครั้งแต่ครั้งนี้…มันหนักแน่นกว่าเดิม และมั่นคงยิ่งกว่าเดิม เขาเงยหน้าขึ้นมองวารันตะดวงตาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “งั้นเหรอ” เขาพูดช้าๆ“ต่อให้มันจะเป็นพลังของแกในตอนแรก” พลังทั้งหมดในร่างของเขาปะทุขึ้นในทันที “แต่ตอนนี้มันคือพลังของชั้น”แรงปะทะของพลังสีดำและสีฟ้าแดงกระแทกเข้าหากันกลางอากาศเกิดคลื่นพลังขนาดมหึมาที่กวาดล้างทุกสิ่งรอบด้าน
แรงปะทะของพลังระหว่างทศกัณฐ์และวารันตะยังคงสั่นสะเทือนอยู่บนท้องฟ้าแต่เบื้องล่าง สนามรบของเหล่าทหารได้ลุกเป็นไฟอย่างแท้จริงพื้นดินแตกร้าวส่งเสียงครืนต่ำเมื่อกองทัพยักษ์ต่างมิติหลั่งไหลเข้ามาเป็นระลอกไม่สิ้นสุด ร่างของพวกมันสูงประมาณสองเมตรและแผ่พลังสีม่วงดำออกมาจนบรรยากาศบิดเบี้ยว
“ทุกหน่วย เตรียมปะทะ!” เสียงของลักษณ์ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารอย่างเฉียบคมแนวรบตอบสนองในทันที ไกรศรก้าวออกมายืนแนวหน้า อาวุธพลังงานในมือเริ่มส่องแสงเข้ม“ล็อกเป้าหมาย…ยิง!” ลำแสงพลังงานจำนวนมหาศาลพุ่งออกไปพร้อมกันเสียงระเบิดดังก้องสนั่น กองทัพยักษ์ด้านหน้าถูกฉีกกระจายเป็นอนุภาคพลังงาน แต่เศษพลังเหล่านั้นยังคงพยายามรวมตัวใหม่“มันฟื้นตัวได้!” อินทราชตะโกน จากนั้นเขาและเมขลาก็ได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกันสายฟ้าของทั้งสองรวมตัวเหนือร่างก่อนจะฟาดลงมาอย่างรุนแรง เปรี้ยงงงง พื้นดินระเบิดเป็นวงกว้าง ศัตรูจำนวนมากสลายไปแต่ก็ยังไม่หยุด “อย่าให้มันรวมตัว!” วายุพุ่งผ่านแนวรบด้วยความเร็วสูงลมคมกริบตัดร่างศัตรูเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อัคนีคำรามเปลวไฟสีแดงทองระเบิดออกจากร่างเผาผลาญทุกสิ่งตรงหน้า “เผาให้หมด!” ด้านหลังจิตราหลับตา พลังจิตแผ่ขยายออกไป “เจอแล้ว…แกนพลังงานอยู่กลางอก!”ข้อมูลถูกส่งเข้าระบบทันที “ทุกหน่วย เปลี่ยนเป้า!” ลักษณ์สั่งโดยไม่ลังเล“โจมตีแกนพลังงานเท่านั้น!” คำสั่งถูกถ่ายทอดไปทั้งสนามรบอย่างแม่นยำ
ในจังหวะเดียวกัน ภาพโฮโลกราฟิกก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ“สัญญาณเชื่อมต่อเสถียรขึ้นแล้ว!” เสียงของอัสตราดังขึ้นจากอีกฟากของมิติภาพของเธอ สีดา และมณโทปรากฏพร้อมข้อมูลจำนวนมหาศาล“พวกมันมีโครงข่ายพลังงานเชื่อมต่อกัน!” อัสตรากล่าว “ถ้าทำลายจุดเชื่อมต่อมันจะฟื้นตัวไม่ได้!” มณโทเสริม “เราจะส่งตำแหน่งให้แบบเรียลไทม์!” ทันใดนั้นจุดพลังงานสีแดงก็ปรากฏในวิสัยทัศน์ของทุกหน่วย ลักษณ์ยิ้มบาง “เริ่มได้”สีดามองผ่านจอด้วยสายตานิ่ง “ทุกคน ระวังตัว” “เปลี่ยนแผน!” ลักษณ์สั่งทันที“หน่วยไกรศร เปิดทาง! วายุ เมขลา เจาะแนวกลาง! อินทราช อัคนี ปิดปีก!” “รับทราบ!”ไกรศรยกอาวุธขึ้นอีกครั้ง พลังงานรวมตัวหนาแน่นก่อนจะยิงออกไปเป็นลำแสงมหึมาเปิดทางกลางกองทัพศัตรู “ตอนนี้แหละ!” วายุและเมขลาพุ่งทะลุเข้าไปทันทีพายุสายลมและสายฟ้ากวาดล้างศัตรูจากภายใน อินทราชปล่อยหอกสายฟ้าทะลวงด้านข้างขณะที่อัคนีกวาดเปลวเพลิงปิดทางไม่ให้ศัตรูเข้ามาเสริม ทางด้านของจิตราก็คอยส่งข้อมูลไม่หยุด“ด้านซ้าย! ต่ำลงอีกสองเมตร!” “รับทราบ!”การเคลื่อนไหวของกองทัพเริ่มประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบศัตรูจำนวนมากถูกทำลายโดยไม่สามารถฟื้นตัวได้ แต่แล้ว…ครืนนนนพื้นดินทั้งผืนสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าที่เคย ลักษณ์ชะงักเล็กน้อย
“มีอะไรบางอย่างกำลังมา…” จอสื่อสารสั่น อัสตรารีบตรวจสอบ“ค่าพลังงานใหม่…สูงผิดปกติ!” มณโทพูดเสียงตึง “ไม่ใช่ทหารทั่วไป” ในสนามรบเงาขนาดมหึมาค่อยๆปรากฏขึ้นด้านหลังแนวทัพยักษ์ ร่างของมันสูงตระหง่านเกือบหกเมตรพลังสีม่วงดำไหลวนรอบตัวอย่างรุนแรงจนพื้นที่รอบข้างบิดเบี้ยว ไกรศรกำอาวุธแน่น“ตัวแม่ทัพ สี่ตัว” ลักษณ์สูดลมหายใจลึก ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ทุกหน่วย เตรียมรับมือระดับสูงสุด” สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างทั้งสี่ร่างนั้น“ของจริง…มันเพิ่งเริ่มต่อจากนี้”