ตอนที่ 1 ตบะกรีดนภา
เขตลุ่มน้ำโขงตำนานลึกลับหลายอย่าง ถูกเล่าขานรุ่นสู่รุ่น เกิดเป็เื่ราวมหัศจรรย์พันลึก ไม่มีใครอาจสืบค้นถึงแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน เช่น บั้งไฟพญานาค ที่ผุดขึ้นกลางลำน้ำโขงเป็แบบนี้ มาชั่วนาตาปีจวบจนถึงปัจจุบัน
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ยังคงอยู่มีหลายคน้าพิสูจน์ค้นหาสืบสาวราวเื่ แต่ก็ยังหาหลักฐานอ้างอิงถึงความมหัศจรรย์ ในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 11 ไม่ได้
ตำนานบทหนึ่งของชนเผ่าขอมโบราณ ได้กล่าวถึงในบันทึกศิลาสมัยพ่อขุนบาง รวบรวมผู้รักชาติเพื่อกอบกู้เอกราช ชักชวนผู้มีวิชาเก่งกล้า ั้แ่หนองคายไล่ขึ้นมาเลียบฝั่ง ริมน้ำโขงถึงด่านซ้ายจังหวัดเลย สู่เขตแดนซ่องสุมกำลังที่นครไทยจังหวัดพิษณุโลก
หลวงหาญคือผู้ที่เก่งกล้าสามารถ ในอักษรศาสตร์เข้าร่วมกองทัพ เปิดเผยตำนานบันทึกศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวถึง ต้นกำเนิดนาคานาคราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่มีจิตตั้งมั่นในอุดมคติ
ท้าวศรีสุวรรณมานะเป็บุตรพญานาคา ในเขตแขวนลุ่มน้ำโขงแดนสุวรรณภูมิ มีความใฝ่ฝันสูงสุดอยากได้ะชีวิต สายรุ้งกรีดนภา เพื่อข้ามสุริยจักรวาล มุ่งตรงสู่ดินแดนอันไกลโพ้น ที่เป็ต้นกำเนิดของพงษ์พันธ์เชื้อสายของท่าน ตามตำนานเล่าขาน ของท่านสุทโธวาจาผู้เป็บิดา
การเดินทางอันยาวไกลข้ามมิติ ต้องอาศัยแรงตบะอันแกร่งกล้านำทาง ท่านมหานาคาผู้ยิ่งใหญ่จึงบำเพ็ญตบะของตน ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา จวบจนถึงวันนี้ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปี พุทธศักราช 2561 เข้าฌานภาวนานับหมื่นปี…
“ฮ่าๆ ๆ ..สุดท้ายข้าก็ทำสำเร็จ..”
ท้าวศรีสุวรรณมานะลืมตาขึ้น ฉับพลันแสงสีรุ้งพุ่งกระจาย ปกคลุมถ้ำใต้บาดาลพญานาคาผู้ยิ่งใหญ่ ส่งประกายยิบยับสว่างจ้า สะท้อนผิวน้ำเกิดเป็ประกายรุ้งเจ็ดสี นับเป็หมื่นปีที่ผู้ยิ่งใหญ่ แห่งลำน้ำโขงนั่งกรรมฐานมา วันนี้พอเปิดเปลือกตาขึ้น ความมหัศจรรย์ก็แผ่กระจายไปรอบตัว ท้าวศรีสุวรรณมานะแสนจะดีใจ หัวเราะดังสนั่นทั่วพื้นถ้ำ ก้องกังวานกระจายไปทั่วลุ่มลำน้ำ
“ข้าสำเร็จแล้วจริงๆ ..ดวงจิตของข้า จะกลับคืนสู่แหล่งพงษ์พันธ์กำเนิดเทพนาคา สู่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ไกลโพ้น ชีวิตะชั่วนิรันดร์..”
ทันใดนั้นร่างกายของท้าวศรีสุวรรณมานะ ก็อันตรธานบีบอัดกลายร่างเป็ลูกแก้วสีรุ้ง ส่องประกายแวววับพุ่งออกนอกถ้ำบาดาล ผ่านลำน้ำโขงขึ้นเบื้องบนไปอย่างรวดเร็ว สายตาของเ้านาคาผู้ยิ่งใหญ่ มุ่งตรงสู่พื้นวารีสีคราม ดวงแก้วมหัศจรรย์ ลอยตัวเกือบจะพ้นลำน้ำ ด้วยความหวังสูงสุด ของผู้อุตสาหะ นับหมื่นปี ที่จะเดินทางสู่อาณาจักรต้นกำเนิด
“ไม่..ไม่! ..เ้าเป็ใครอย่าขวางข้า...!!!! ..เอาดวงจิตของเ้าออกไป..ไม่นะอย่าขวางข้า”
วูบๆ ๆ!!
เปรี๊ยะๆ!!
.
ชายหนุ่มในชุดกางเกงยีน เสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วย เสื้อกั๊กยีนอย่างทะมัดทะแมง สะพายกระเป๋าเป้ลงเรือข้างริมน้ำโขง เขาชื่อกริชเพชร พนาไพร เพิ่งจบการศึกษา มีความใฝ่ฝันอยากท่องเที่ยวใช้ชีวิตอิสระ ตามประสาเด็กหนุ่มจบใหม่ และกระทำตามคำขอร้องของบิดา ที่ให้ตามหาพิสูจน์เื่ราวของหมอบรัดเลย์ ที่บันทึกไว้ว่ามีสมบัติของกลุ่มโจรสลัด แอบซุกซ่อนทิ้งไว้ในเขตสาธารณะประชาชนลาว แต่หลังจากพวกโจรสลัดล่องเรือออกอ่าวไทย เกิดพายุหนักทำให้กองเรืออับปาง ทิ้งไว้แต่แผนที่แผ่นเดียว ตกมาจนถึงรุ่นพ่อของกริชเพชร
ด้วยความกระหายของนักหาสมบัติของปู่จนถึงบิดา ที่อยากให้เขาออกติดตาม หาสมบัติที่โจรสลัดซ่อนไว้ ว่ากันว่ามันมีทองคำเพชรนิลจินดามากมาย ปกปิดอย่างลี้ลับในดินแดนสาธารณประชาชนลาว
ชายหนุ่มเลือกที่จะมาวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 11 เพื่อจะลักลอบเข้าประเทศเพื่อนบ้านแบบง่ายๆ ใน่มีงานบั้งไฟพญานาค ริมน้ำโขงประชาชนทั้งสองประเทศ ต่างให้ความสนใจและเปิดทางให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปนั่งชมลูกไฟพญานาค 2 ริมฝั่ง เป็โอกาสที่ดีที่เขาจะลักลอบเข้าประเทศนี้ได้อย่างสบาย
กริชเพชรไม่้าให้ใครรู้ เื่สมบัติที่บรรพบุรุษเขาศึกษาค้นคว้ามา ชายหนุ่มจึงเตรียมการอย่างดี เพื่อไปสำรวจว่ามีเค้าลางขนาดไหน จึงจะทำเื่ ขอเข้าไปขุดหาอย่างเป็ทางการ กริชเพชรนั่งเรือยาว พายข้ามแม่น้ำโขง ตรงช่องแคบและลึกที่สุด
ตอนนี้กลางดึกเกือบตีหนึ่ง ลูกไฟพญานาคพุ่งกระจายสู่ท้องฟ้า เสียงเฮๆ ทั่วริมฝั่งโขง กริชเพชรล่องเรือพายไปอย่างใจเย็น สายลมพัดเอื่อยเฉื่อย ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ดี มองดูลูกไฟพญานาค ที่พุ่งขึ้นเหนือผิวน้ำอย่างสบายอารมณ์
“เฮ้ย!? ”
วาบ!!
ทันใดนั้นกริชเพชรเห็นลำน้ำมีแสงสีรุ้งกระจายทั่วพื้นฟ้า สว่างจ้าเหมือนเขาอยู่ในเธคใหญ่ๆ กลางกรุงเทพ มันหมุนคว้างกระจายจนชายหนุ่มใ กับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติตรงหน้า ลูกไฟพญานาคที่เขานั่งดูไกลๆ มันก็เป็แค่แสงสีเหลืองอ่อนๆ ที่วาบไปบนอากาศแล้วหายไป แต่สิ่งที่กำลังพุ่งกระจายรอบตัว มันกลับจ้าบาดตาหลากสี จนชายหนุ่มตาลายตกตะลึง ยืนขึ้นบนเรือพายอย่างลืมตัว
"ไม่"
ตูม!!
เสียงลั่นเปรี๊ยะๆ ในแก้วหูกริชเพชร มันสั่นสะท้านไปในห้วงแห่งความคิด ดวงไฟสีรุ้งพุ่งตรงขึ้นจากลำน้ำ ชนเข้าใบหน้าชายหนุ่มอย่างจัง เหมือนโลกในหัวของเขามันสว่างขึ้น ความรู้สึกนึกคิด ถูกกระชากหลุดออกจากร่าง พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เขารู้สึกเย็นวาบเข้าไปในจิตใจ หูได้ยินเสียงร้องโหยหวนของใครบางคน แฝงด้วยความเจ็บแค้นและใ
กริชเพชรก้มลงมองเบื้องล่าง เห็นร่างกายตัวเองยืนอยู่บนเรือพายลำน้อย ก่อนที่จะหงายหลัง จมลงน้ำโขงไปต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มอ้าปากค้างอย่างหวาดกลัว ในความคิดตอนนี้ ตัวเองตายลงอย่างปัจจุบันทันด่วนรึ กริชเพชรก็ะโสุดเสียงเหมือนกัน
“ไม่..ผมยังไม่ตาย...ไม่”
ท้าวศรีสุวรรณมานะนาคาผู้ยิ่งใหญ่ ร้องสุดเสียง ตบะกรีดนภาของท่าน พุ่งชนกับร่างชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนเรือ ด้วยฤทธานุภาพอันมหาศักดิ์สิทธิ์ร่วมหมื่นปี พลังของมันกระชากดวงจิต ชายหนุ่มหลุดลอยพาไปอาณาจักรอันไกลโพ้น
ทิ้งดวงจิตของท่านท้าวศรีสุวรรณมานะ ไว้ในร่างของเขา มหานาคาผู้ยิ่งใหญ่ สิ้นเรี่ยวหมดแรง หงายท้องลงลำน้ำโขง ดำดิ่งสู่ถ้ำบาดาลของตนอย่างสิ้นหวัง
กรอด!!
“บัดซบ..เ้าบังอาจฉกฉวย ตบะกรีดนภาของข้าไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งร่างโสโครกไว้ให้ข้า ในดินแดนนี่อีกหมื่นปีรึ..ข้าจะภาวนาให้เ้าไม่ตาย รอวันที่ข้าตามไปชำระแค้น..อีกหมื่นปีเจอกัน..”
ดวงตาของเท้าศรีสุวรรณมานะ แดงฉานเจ็บแค้น ท่านต้องเสียตบะกรีดนภาหมื่นปีไป แบบไม่มีเหตุผล เสียงร้องโหยหวนสุดแสนเดือดดาล เปล่งวาจาอาฆาตกับผู้่ชิง สุดท้ายท่านตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยว เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ดวงตาของนาคาผู้ยิ่งใหญ่ค่อยๆ หลับลง บำเพ็ญกรรมฐานสร้างตบะกรีดนภาดวงใหม่ เพื่อตามไปแก้แค้นกริชเพชร
...........................................................................................................................................................................................................