บทที่ 43
สำเร็จเควส
“ ท่านพ่อ…ท่านพ่อ… ”
เสียงร้องเรียกของหนิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแถมยังไพเราะนางทำการส่งเสียงร้องเรียกผู้เป็นบิดาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบาฝ่ามือที่นุ่มนวลนั้นยกขึ้นมาเขย่าร่างกายของบิดาไปด้วย
เสี่ยวถงที่กำลังนอนนิ่งอยู่เปลือกตาทั้งสองข้างพระปิดอย่างสนิทแต่เมื่อได้ยินเสียงของบุตรดังเข้ามาภายในหู
มันได้ทำการฝืนอาการบาดเจ็บอันสาหัสของตัวเองเรียกเค้นแรงทั้งหมดทำการเปิดดวงตาทั้งสองข้างขึ้นมา
เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆลืมเปิดขึ้นอย่างช้าๆตามที่มันเปิดขึ้นมา ใบหน้าของเขาเอียงไปทางด้านขวาเล็กน้อย
ภาพในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเลือนลาง ภาพที่พร่ามัวนั้นมันจะค่อยๆชัดเจนขึ้นสิ่งที่มันพบเห็นก็คือใบหน้าของบุตรสาวตนเองที่กำลังเต็มไปด้วยความกังวล
หนิงเอ๋อร์ที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างเตียงมือทั้งสองข้างของนางจับแขนบิดาแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลสั่นคลอนราวกับว่าจะหลั่งน้ำตาออกมาเสียให้ได้
เสี่ยวถงพี่เพิ่งฟื้นคืนสติแสดงรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้บุตรสาวพร้อมกับยกมือขึ้นมาด้วยแรงทั้งหมดที่ตนเองเหลืออยู่ใช้ฝ่ามืออันหยาบกร้านผู้นั้นที่ตรากตรำทำงานในการตีเหล็กมาหลายปีสัมผัสลงไปศีรษะของหนิงเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน
ความรู้สึกในตอนนี้มันเป็นความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดี
มันควรจะเป็นเช่นนั้นแต่ว่าหลี่หยางที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหลังดวงตาทั้งสองข้างของเขามันกลับเต็มไปด้วยความเฉยชาเฝ้ามองภาพที่อยู่ด้านหน้าอย่างหดหู่
ดวงตาของเขาหันไปมองอี้ชิง
อี้ชิงเองแสดงแววตาเช่นเดียวกันนั่นคือทำการแสดงแววตาที่หดหู่ออกมาต้องมองมาที่นายท่านของมันพร้อมกับพยักหน้าตอบรับกลับไปราวกับจะบอกว่าสิ่งที่หลี่หยางกำลังคิดอยู่นั้นถูกต้อง
หลี่หยางได้แต่ทำการสั่นหัวเบาๆ
ผู้ใดไม่รู้แต่เขาล่วงรู้ดวงตาของเขาในตอนนี้มองเห็นข้อความของระบบที่มันกำลังปรากฏขึ้นมาภายในดวงตาของเขา
---
ชื่อเสี่ยวถง(ชาวเมือง) LV.15
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[450/10]
--
‘ คนผู้นี้กำลังจะตาย ’ระบบที่มันแสดงอยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้เป็นตัวบอกให้เขานั้นได้ล่วงรู้ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
หลี่หยางต้องการใช้มือของตนเองปัดหน้าต่างของระบบขึ้นมา
---
ช่องกระเป๋า
- ยาฟื้นฟู HP(ระดับต่ำ) 15 ชิ้น
--
ช่องเก็บสัมภาระที่มันมีหนึ่งในไอเทมที่ถูกเก็บเอาไว้คือยาฟื้นฟูHP(พลังชีวิต)
ดูมันแล้วก็ช่างน่าเสียดายแม้ว่าเจ้าสิ่งที่มันอยู่ตรงหน้าของเขาจะคล้ายคลึงกับเกมแต่ว่ามันไม่ได้เหมือนกับเกมออนไลน์ที่เขานั้นเคยเล่นมาในโลกที่จากมาก่อนเลยสักนิด
เพราะว่าภายในเกมแม้ว่าตัวละครมันจะมีระดับพลังชีวิตต่ำเพียงใดขอเพียงแค่มียาฟื้นฟูพลังชีวิตอยู่ก็สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตขึ้นมาได้
แต่ว่าภายในโลกใบนี้มันแตกต่างออกไปว่าจะมียาฟื้นฟูพลังชีวิตแต่ว่ามันก็มีกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้อย่างชัดเจนว่าไม่สามารถทำการฟื้นฟูบาดแผลฉกรรจ์ที่มีระดับพลังชีวิตต่ำกว่ากำหนดได้
ในตอนแรกที่พบเจอท่านลุงผู้นี้ระดับพลังชีวิตภายในร่างกายของเขามันก็ต่ำจนเรียกได้ว่าไม่สามารถใช้ยาฟื้นฟูที่เขามีอยู่ได้แล้ว
ตอนนั้นก็หวังพึ่งเพียงแค่โชคชะตาหวังว่าถ้านำพามาพบเจอหมอจะสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้แต่ในตอนนี้เมื่อมองดูก็พบเห็นว่าอาการย่ำแย่ลงมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
เหตุผลที่เขามั่นใจว่ายาฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาไม่สามารถใช้ได้ผลก็เพราะว่าภายในสงครามก็เคยอยากจะใช้ยาชนิดนี้ในการรักษาชีวิตทหารเอาไว้แต่ว่ามันก็ไม่สามารถทำได้นั่นเป็นตัวบ่งบอกที่ทำให้เขานั้นล่วงรู้ว่าพลังของระบบมันมีขีดจำกัดมันไม่ใช่พลังที่จะสามารถแหวกกฎเกณฑ์ทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้
เสี่ยวถงที่ในตอนนี้กำลังอ่อนแรงใช้ดวงตาของมันมองตรงมายังคุณชายผู้ที่ช่วยชีวิตมันและเป็นผู้ที่มีพระคุณริมฝีปากของมันอ้าออกเล็กน้อยส่งเสียงอย่างแผ่วเบา “ คุณชาย… ”
หลี่หยางตอนนี้กำลังแสดงใบน่าหดหู่ก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วทำการเดินเข้าไปใกล้ๆมันเพื่อที่จะฟังเสียงของมันใกล้ๆ
“ ว่าอย่างไรขอรับท่านลุง ”หลี่หยางทำการพูดออกไปด้วยเสียงอบอุ่น
“ หลังจากที่ตัวของข้าสิ้นใจตายแล้วท่านโปรดรับหนิงเอ๋อร์เป็นสาวใช้แล้วก็นำพานางทางออกไปจากเมืองแห่งนี้ด้วยนะขอรับ”ชายวัยกลางคนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่อ่อนแรงส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบาในช่วงเวลาเช่นนี้ใบหน้าของเขายังปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนส่งแววตามาหาเขาราวกับว่าเป็นการขอร้องครั้งสุดท้ายของชีวิต
หลี่หยางที่ได้รับฟังคำปรารถนานั้นเขาทำการเงียบนิ่งดวงตาทั้งสองข้างก้มต่ำลงเล็กน้อย
หญิงสาวที่อยู่ข้างกายส่งเสียงขึ้นมาทันควัน “ว่าอย่างไรนะเจ้าคะท่านพ่อ!!! ”
“ ท่านกล่าวอันใดออกมาเหตุใดถึงกล่าวเรื่องตายเช่นนั้น!!!”
เสี่ยวถงทำการหันไปหาบุตรสาวของตนเองอีกครั้งก่อนที่มันจะทำการพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“ พ่อรู้ดีที่สุดมาได้เพียงแค่นี้แล้ว บาดแผลฉกรรจ์เกินไป ”
หนิงเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นทำการหันใบหน้าของตนเองกลับไปถามท่านลุงหมอที่เป็นผู้รู้จักนางทำการส่งสายตาถามอาการของบิดาจากชายชราผู้นั้น
ชายชรากำลังยืนอยู่มองเห็นดวงตาของนางจ้องมองตรงมาแสดงแววตาที่หดหู่ใจพลางก้มใบหน้าต่ำลงเล็กน้อยแสดงท่าทางอันหมดหวังออกมา
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นแสดงออกมามันเองก็เป็นเหมือนกับคำตอบอีกนัยหนึ่งด้วยเช่นกันหนิงเอ๋อร์ใบหน้าของนางเปลี่ยนผันไปในทันทีดวงตาทั้งสองข้างฉายแววความเศร้าหมองออกมาอย่างเปี่ยมล้นตอนนี้ราวกับว่าดวงใจน้อยภายในอกของนางแตกสลายความรู้สึกเหมือนกับถูกฉุดดึงลงไปภายในความมืดมิด
น้ำใสๆไหลออกมาจากภายในดวงตาที่ราวกับไข่มุกมันค่อยๆไหลอาบแก้มอันขาวผ่องของนางจนท่วมท้น
เสี่ยวถงเห็นบุตรสาวของตนเองกำลังหลั่งน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเขาทำการใช้แรงอันน้อยนิดของตนเองขยับมือลูบผมของนางอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว“ ต่อจากนี้เจ้าต้องเชื่อฟังคุณชาย ”
เสี่ยวถงที่กำลังจะสิ้นใจใช่ดวงตาของตนเองมองตรงมายังหลี่หยางผู้มีพระคุณอีกครั้งก่อนที่จะทำการกล่าวว่า“ หนิงเอ๋อร์เป็นเด็กดี และเป็นคนที่เชื่อฟัง งานบ้านเรือนเองก็ไม่ได้ขาดตกนางคงจะเป็นประโยชน์กับท่านแน่แต่ว่าถ้าผู้เป็นบิดาไร้ซึ่งแรงปกป้องนางหวังแต่เพียงว่าคุณชายจะทะนุถนอมนางเอาไว้นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของข้าเป็นไปได้ข้าเองก็อยากจะเลี้ยงดูนางให้เติบใหญ่แต่ข้าเสี่ยวถงไร้ซึ่งความสามารถไม่สามารถปกป้องนางได้ขอเพียงคุณชายเอ็นดูนางโปรดอย่าได้ทำร้ายนางและทอดทิ้งนางก็พอ ”
ขณะที่ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยถ้อยคำเช่นนั้นหนิงเอ๋อร์ทำการกำแขนของบิดาแน่นน้ำตาที่หลั่งไหลอยู่แล้วก็ได้หลั่งไหลออกมามากขึ้นกว่าเดิมร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความโศกเศร้า
ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเสี่ยวถงทำการฉีกยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นแล้วกล่าวด้วยประโยคสั้นๆมอบให้กับคุณชายผู้มีพระคุณ“ ชะตาชีวิตของหนิงเอ๋อร์ต่อจากนี้ให้คุณชายกำหนดแล้ว ”
เมื่อทำการกล่าวจนจบประโยคเสี่ยวถงได้ค่อยๆสิ้นลมตาทั้งสองข้างพับปิดลงอย่างสงบบนใบหน้ากับปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจฝ่ามือที่กำลังวางเอาไว้บนศีรษะของบุตรสาวตกลงสู่ข้างกายคนผู้นั้นสิ้นใจตายไปเรียบร้อยแล้ว
หนิงเอ๋อร์ที่กำลังอยู่ข้างกายของผู้บิดาที่สิ้นใจต้องทำการกรีดร้องออกมาด้วยความโศกเศร้าความรู้สึกมากมายทำการปรากฏภายในใจที่บอบช้ำ
บุรุษทั้ง 4 ที่ยืนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่างจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความหดหู่ใจไม่มีผู้ใดทำการเปิดปากพูดออกมาเลยแม้แต่น้อยค่อยฟังเสียงของหญิงสาวที่กำลังร่ำให้ด้วยความโศกเศร้า
การจากลานั้นน่าเศร้าเสมอหลี่หยางที่กำลังยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงดวงตาทั้งสองข้างของเขามองไปด้านหน้าข้อความจากระบบมันได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา
--
ระบบ : ท่านได้รับเควส(ลับ)คำขอร้องของช่างตีเหล็กที่สิ้นหวัง สำเร็จเควสเรียบร้อย
--
‘ ผู้สืบทอดจิตวิญญาณแห่งการตีเหล็ก? ’ หลี่หยางที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่แต่เมื่อข้อความจากระบบมันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของเขาแน่นอนว่าเขานั้นย่อมรู้สึกสงสัย
ของรางวัลในเควสครั้งนี้มันไม่ใช่เงินทองหรือว่าเป็นไอเท็มแต่ว่ามันคือสกิล
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่ตรงบริเวณจุดนั้นเขาทำการก้าวถอยหลังออกมาประมาณ2-3 ก้าวแล้วค่อยๆพลิกกายเดินออกไปด้านนอก
ก่อนที่จะทำการเดินออกไปเขาได้หยุดลงตรงบริเวณจุดที่ผู้ติดตามทั้งสองกำลังยืนอยู่แล้วหันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“ พวกเจ้าเฝ้านางเอาไว้ข้าขอออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย ”
“ ขอรับ!!! ”ทั้งสองทำการขานรับอย่างพร้อมเพียง
หลี่หยางที่เดินออกมาจากจุดนั้นขึ้นไปบริเวณหลังของบ้านเรือนบริเวณแถบนั้นดวงตาของเขาพยายามมองสำรวจไปทั่วทั้งบริเวณตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องราวที่เขานั้นก็ขึ้นมันจะเกิดกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
เพราะว่ากองกำลังส่วนใหญ่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นกองมือปราบหรือว่าเป็นทหารคุ้มกันเมืองก็ต่างพากันเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตามหาตัวของพวกเขา
หลี่หยางจ้องมองเหตุการณ์ที่วุ่นวายเหล่านั้นด้วยแววตาที่เฉยชาก่อนที่จะทำการพูดออกมา“ ดูเหมือนว่าตอนนี้จะอยู่ที่สถานที่แห่งนี้นั้นไม่ได้แล้วสินะ ”
ความวุ่นวายที่บังเกิดขึ้นในตอนนี้ถ้ายังคงรั้งอยู่นานคงจะกลายเป็นผลเสียกับเขา
หลี่หยางทำการเปิดช่องเก็บสัมภาระของตนเองขึ้นมาแล้วก็ได้ใช้นิ้วมือคลิกดูสกิลที่เขาได้รับ
ดวงตากวาดมองรายละเอียดของมันก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ นี่มัน… ”
จบบท