โอ๊กอ๊าก!!!!...... โอ๊กอ๊าก!!!!......
เสียงดังออกมาจากภายในห้องน้ำเป็นระลอก ทำให้ออสตินที่กำลังนอนหลับสบาย งัวเงียตื่นขึ้นมา หันหน้าไปมองข้างๆ ก็เห็นแต่ความว่างเปล่า จึงหันกลับไปมองที่ห้องน้ำที่เป็นต้นเสียงที่ได้ยิน จึงรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินตรงไปห้องน้ำอย่างไม่รอช้า
ออสตินเห็นตรีทิพยนิภา นั่งอยู่บนพื้นห้องน้ำ ยื่นใบหน้าสวยหวานที่ซีดเซียวราวกับกระดาษ ยื่นโกงคออาเจียนเข้าไปในโถชักโครก เอาเศษอาหารจากภายในท้องออกมา โดยตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างบางจะสั่นเทาหน่อยๆ และไม่มีเรี่ยวมีแรงอย่างเห็นได้ชัด
“ไหวไหม?? ...... วันนี้ไปหาหมอเลยแล้วกันนะ”
ชายหนุ่มเดินเข้านั่งยองๆ ใกล้ๆ ยื่นมือใหญ่ไปลูบหลังบอบบางให้อย่างเบามือ และกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“ฉันไหวค่ะ ฉันไหว ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกก็แค่แพ้ท้องเท่านั้นเอง วันนี้คุณสะดวกพาฉันไปหาหมอด้วยหรือคะ?? หรือจะให้ฉันไปหาหมอเองคนเดียวก็ได้นะคะ”
ตรีทิพยนิภาหอบหายใจถี่ๆ ด้วยความเหนื่อยเพลีย หันมาพูดถามคนตัวโตกลับไป อย่างคนที่กำลังเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ
ตรีทิพยนิภาพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น เพื่อจะได้เดินออกจากห้องน้ำ แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่หายไปกับการอาเจียนไปเกินครึ่ง จึงทำให้เธอขาสั่น และแทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นยืน ออสตินเห็นอย่างนั้น จึงช้อนมือใหญ่อุ้มร่างบางขึ้นมาซะเลย
ตรีทิพยนิภาก็ยอมให้อุ้มแต่โดยดี โดยเอาใบหน้าสวยหวานที่ซีดเซียวราวกับกระดาษ ซุกซบอยู่ที่อกแกร่ง น้ำตาเจ้ากรรมที่ก่อนหน้านี้จะไหลแหล่มิไหลแหล่ ก็พลันไหลรินออกมาอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
ออสตินขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างสงสัย ว่าทำไมคนตัวเล็กถึงพูดกึ่งน้อยใจ กึ่งประชดประชันอย่างนี้ แต่เขาไม่ได้พูดถามออกมาซะในตอนนั้น อุ้มพาร่างบางเดินออกจากห้องน้ำ มาวางลงบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม พอร่างบางแตะบนที่นอน ตรีทิพยนิภาก็หันหน้าที่เปื้อนด้วยน้ำตาไปฝั่งตรงข้าม
“ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ?? ทำไมผมถึงจะไม่สะดวกพาคุณไปหาหมอล่ะฮึ!!??...... มีอะไรก็หันมาพูดมาคุยกันตรงๆ สิ อย่างแง่งอนหลบหน้าผมอย่างนี้สิ”
ออสตินยังไม่เข้าใจ และก็งงในงง ว่าเช้านี้คนตัวเล็กเป็นอะไร งอน น้อยใจเขาเรื่องอะไรกัน เขาพึ่งตื่นขึ้นมายังไม่ได้พูดไม่ได้ทำอะไรให้เธอต้องงอน ต้องน้อยใจเลยนี่นา
“ฉันไม่ได้งอน ไม่ได้น้อยใจ คุณจะไปเจอผู้หญิงของคุณไม่ใช่หรอกเหรอคะ?? แล้วจะเอาเวลาไหนมาพาฉันไปหาหมอกันล่ะ.... ในเมื่อคุณไม่ว่าง ฉันไปเองก็ได้ค่ะ คุณไม่ต้องลำบากหรอก”
ตรีทิพยนิภาหันหน้ากลับมามองเผชิญ กับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม โดยที่น้ำตาก็ยังคงนองเต็มใบหน้านวลเนียนใส
“หึหึ!!......”
ออสตินหัวเราะในลำคอออกมาอย่างรู้เลยว่า เมื่อคืนคนตัวเล็กได้ยินสิ่งที่เขาโทรสั่งการกับเอวาโด้ ออสตินจึงล้มตัวลงไปนอนบนเตียงนอน ดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่น แต่คนตัวเล็กก็ทำทีขืนตัวออกจากอ้อมกอดนั้น แต่ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด จึงขืนตัวไม่สำเร็จ
“นี่นะไม่ได้งอน”
ออสตินยิ้มบางๆ ออกมา ยื่นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มเข้าไปกดจูบที่หน้าผากนวลเนียนใสหนักๆ หนึ่งทีอย่างมันเขี้ยว
“ก็ไม่ได้งอนไง แค่ไม่อยากให้คุณต้องมาลำบากเพราะฉัน คุณอยากจะไปมีความสุขยังไงกับใครก็เชิญตามสบาย”
ตรีทิพยนิภายังกล่าวประชดประชันไม่เลิก แต่น้ำตาก็ยังไม่ยอมหยุดไหล ออสตินจึงจูบพรมไปทั่วใบหน้าสวยหวาน แล้วมาจบที่การจูบปากบางอวบอิ่มอย่างเร่าร้อน
“เราไปเจอเฮเลนน่าด้วยกัน แล้วเราก็ค่อยไปหาหมอกัน คุณจะได้รู้ไงว่าผมนัดเฮเลนน่ามาเจอทำไม หยุดงอน หยุดน้อยใจ และก็หยุดร้องไห้นะ ที่รัก!!”
ออสตินถอนจูบออกจากปากบางอวบอิ่มช้า เอาหน้าผากชนกับหน้าผากนูนเนียนใส พร่ำบอกคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงชวนอบอุ่น
คือคำอื่นนั้นไม่เท่าไรหรอก แต่ที่ทำให้ตรีทิพยนิภาหยุดชะงักค้าง และน้ำตาก็หยุดไหลรินออกมา คือคำว่า ‘ที่รัก’ ที่เขาพูดออกมาคำสุดท้าย ดวงตากลมตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตา เงยขึ้นมาจ้องมองใบหน้าคมเข้ม อย่างค้นคว้า ว่าที่เขาพูดมานั้นเธอไม่ได้หูฝาดไป
“นอนเอาแรงสักตื่นนะ เดี๋ยวผมให้คนยกอาหารขึ้นมาให้กิน จะได้มีแรงมากกว่านี้”
แต่คนตัวโตก็ไม่ได้พูดซ้ำให้ได้ยิน เขาก้มลงมาจุมพิตที่เปลือกตาทั้งสองข้าง แล้วพูดบอกคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงโทนเดิม พร้อมกับกระชับอ้อมแขนแกร่งแน่นขึ้น
ตรีทิพยนิภายิ้มบางๆ ออกมา ก็ในเมื่อเขาจะพาเธอไปเจอกับผู้หญิงที่ชื่อเฮเลนน่าด้วย แต่จะไปเจอเพื่อพูดคุยอะไรนั้น เธอไม่รู้หรอก แต่จะต้องห่วงต้องหวงอะไรอีกล่ะ อย่างน้อยๆ เขาก็เปิดให้เธอได้รับรู้ ตอนนี้เธอเหนื่อยจริงๆ ขอพักเอาแรงสักงีบอย่างที่เขาว่าก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันที่หลัง พอคิดได้อย่างนั้น ตรีทิพยนิภาก็ซุกหน้าเข้าหาซอกคอแกร่ง ปิดเปลือกตาลง แล้วหลับไปอย่างง่ายดาย
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒