ตอนที่ 36 ความกดดัน
เหล่าทหารที่ประตูด่านเมื่อรู้ความจริงว่าเสวียนฮวาคือใครนั้นก็รีบละล่ำละลักมาถวายบังคมพร้อมกันหมด ต่างก็ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการใหญ่
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก รักษาวินัยทัพได้เคร่งครัด ข้าจะโทษพวกเจ้าได้อย่างไร ผางเยว่...เจ้าจงเอาเงินให้ทหารเหล่านี้แท่งหนึ่งไปแบ่งกันเป็นรางวัลเถิด”
ความจริงนางไม่จำเป็นต้องตกรางวัล แต่สิ่งที่เสวียนฮวาปรารถนาคือนางต้องการให้ทหารเหล่านี้เอานางไปพูดในแง่ดี การใช้เงินอันเล็กน้อยซื้อน้ำใจคนนั้นเป็นสิ่งแรกที่นางต้องทำ
เงินหนึ่งแท่งแปรเป็นอีแปะได้หลายสิบพวง ทหารเฝ้าด่านทั้งสิบนายนั้นต่างก็ดีใจคุกเข่าคำนับเป็นการใหญ่
ส่วนซูฉินนั้นเล่า ยามนี้คำถามเกิดขึ้นในใจอยู่หลายคำ
“ข้าเหนื่อยเหลือเกินซูฉิน มีที่พักให้ข้าตอนนี้ก่อนหรือไม่ จากด่านถึงเมืองยังไกลนัก”
“ใกล้ที่สุดมีเรือนสำหรับทหารอยู่ กระหม่อมว่าคงไม่สมพระเกียรติกระมัง”
เสวียนฮวารู้สึกสะท้านใจเมื่อได้ยินคนรายรอบยังปฏิบัติกับนางเช่นเมื่อยังเป็นฮองเฮา นางจะบอกเขาอย่างไรดีว่าความจริงตอนนี้นางคือนักโทษที่หนีอาญาจากราชสำนักและไม่ใช่ฮองเฮาอีกแล้ว
แต่กระนั้นก็ดี การที่ราชสำนักไม่ได้ติดต่อเรื่องของนางกับทางหยวินหนาน นั่นแสดงว่าสิ่งที่นางคาดการณ์ไว้เป็นจริง หวังฮุ่ยคิดเอาเองว่าผางเยว่คือคนของผิงซีอ๋องจริงๆ
“ทางราชสำนักติดต่อมาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อใด” เสวียนฮวาถาม
“ตั้งแต่ที่มีพระราชโองการให้ส่งเสบียงและเงินทองไปให้เมื่อวสันต์ปีที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าจัดแจงที่นอนให้ข้าและคนของข้าหน่อยเถิดซูฉิน ข้านอนในเรือนทหารก็ได้ ส่วนคนของข้าเจ้าก็ช่วยจัดแจงที่นอนให้ด้วยก็แล้วกัน”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำให้เดี๋ยวนี้”
“อ้อ...อีกเรื่องหนึ่ง”
“น้ำร้อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ ข้าขอกระดาษและชุดพู่กัน ข้าจะส่งจดหมายถึงท่านพ่อ เจ้าหาม้าเร็วให้ข้าได้เร็วที่สุดเมื่อใด”
“ทันทีที่พระองค์ต้องการพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี จัดการเดี่ยวนี้เลยซูฉิน”
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าเมืองรีบสั่งทหารทันที ภายในเวลาไม่นาน หญิงสาวก็ได้เข้าไปอยู่ในเรือนทหารที่เพิ่งทำความสะอาดอย่างเร่งรีบ
เมื่อแสงไฟถูกจุดขึ้น หญิงสาวลงมือฝนหมึกแล้วเร่งเขียนจดหมายทันที
“ลูกถูกฮ่องเต้ใส่ร้ายว่าลูกทำเสน่ห์และจะสังหารลูกโดยที่ไม่ได้กระทำผิด ราชสำนักมีแผนจะจัดการท่านเหมือนเช่นกบฏห้าอ๋องในรัชกาลก่อนเป็นแน่ เดชะบุญที่ลูกหนีออกมาจากวังหลวงได้ ฮ่องเต้ส่งทหารของต้าเฉิงมาตามฆ่าลูกตลอดทาง แต่ตอนนี้ลูกปลอดภัยแล้ว
ลูกขอส่งความคิดถึงและคารวะอย่างสุดซึ้งมาสู่ท่านพ่อ ผู้เป็นร่มไม้ใหญ่ ผู้มอบความร่มเย็นให้ลูก”
นางเขียนจดหมายด้วยข้อความสั้นๆ เพียงนี้ และปิดผนึกด้วยครั่งที่ซูฉินไม่ลืมที่จะจัดหามาให้
“ยิ่งเร็วยิ่งดี” หญิงสาวยื่นให้กับซูฉิน
“ม้าเร็วจะส่งข่าวไปหยวินหนานในทันที อีกห้าวันก็ถึงพ่ะย่ะค่ะ” ซูฉินรับจดหมาย พอคำนับแล้วก็รีบออกไปจากห้องในทันใด
เจ้าหัวโตตอนนี้เติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงาม สีหน้าเขาไม่มีแววแห่งความสงสัยเผยออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เสวียนฮวารู้สึกชมชอบสหายวัยเยาว์ของตนผู้นี้นัก สมัยที่เรียนในสำนักศึกษาในหยวินหนาน ผิงซีอ๋องให้เสวียนฮวาเรียนร่วมกับลูกของขุนนางและแม่ทัพนายกองคนอื่นเหมือนผู้ชาย เสวียนฮวาเป็นสตรีเพียงผู้เดียวในสำนักศึกษายามนั้น ซูฉินเป็นคนที่นางสนิทด้วยและมักจะกลั่นแกล้งเขาบ่อยๆ
นางอายุน้อยกว่าซูฉินปีหนึ่งก็จริง แต่ด้วยความที่นางไม่เห็นใครอยู่ในสายตา บุตรขุนนางรุ่นราวคราวเดียวกับนางทุกคนก็ถูกนางบังคับให้เรียกเป็นตั่วเจ้กันสิ้น และทุกคนก็เกรงในอำนาจบารมีของบิดานางก็ยอมเรียกนางเป็นตั่วเจ้กันหมด
ไม่รู้ว่าเผลอแกล้งใครแรงไปหรือไม่ คงไม่มีใครเก็บมาเจ็บแค้นข้าในยามนี้หรอกนะ – หญิงสาวคิดแล้วก็ยิ้มขึ้นมา
ความเงียบสงัดอยู่รอบกาย มีเพียงแสงเทียนวิบวับไม่กี่เล่มเท่านั้นที่ยังขยับอยู่ หญิงสาวที่ตอนนี้ถอดชุดเกราะออกหมดแล้ว ก็ห่มกายด้วยผ้าคลุมผืนใหม่ นางเดินออกไปที่นอกเรือนก็พบทหารยามยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู
“ทหารของข้าอยู่ที่ใด?”
“นอนอยู่ในคอกม้าหลังเรือนพ่ะย่ะค่ะ”
“หา...มิมีเรือนอื่นให้เขาอยู่แล้วหรือไร”
“กระหม่อมบอกเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทหารของพระองค์มิฟังกระหม่อมเลย เขายืนยันว่าเขานอนกับม้าของพระองค์ด้วยก็ได้”
หญิงสาวได้ยินคำตอบของทหารยามก็รู้สึกสลด เสวียนฮวารีบเดินไปที่คอกม้า ในมือทั้งสองก็อุ้มเหมยเหมยไปพร้อมกันด้วย เมื่อไปถึงก็เห็นผางเยว่นอนขดกายอยู่ข้างกองฟืนที่กำลังคุกรุ่น ข้างๆ นั้นไป๋อี้ที่นอนหลับอยู่ด้วยพร้อมกัน ทวนยาวอาวุธคู่กายยังอยู่ในอ้อมกอดเขา
ก้อนแข็งจุกขึ้นในลำคอ เขาลำบากที่สุด เหตุไฉนเขาต้องนอนเช่นนี้ด้วย แม้กระทั่งยามนี้เขายังดื้อรั้นที่จะอยู่ใกล้ชิดนางที่สุดเท่าที่ทำได้
ผางเยว่ เจ้าสิควรเกิดเป็นลูกอ๋อง มิใช่ข้า เจ้ามีคุณสมบัติของบุรุษผู้เกรียงไกร มีฝีมือเลิศล้ำหาผู้ใดเทียมเท่า ไฉนเจ้าต้องมานอนอย่างน่าอนาถาเยี่ยงนี้
“เขาได้กินอะไรไปบ้างแล้วหรือยัง?”
“ข้ามเหนียวก้อนโตกับเนื้อแห้งพ่ะย่ะค่ะ”
หญิงสาวยิ้ม เขาคงได้กินอิ่มนอนหลับเสียที เหมยเหมยพอเห็นไป๋อี้หลับอยู่ข้างหน้าก็ร้องเมี้ยว ดิ้นขลุกขลักทำท่าจะเข้าไปหา นางยังกอดแมวน้อยไว้แนบอกไม่ยอมปล่อย หญิงสาวหันตัวกลับ เดินเข้าไปในเรือนนอนชั่วคราวของตัวเอง
นางซุกตัวลงไปนอนบนเตียงโดยมีฟูกนุ่มที่เก่าคร่ำคร่าของผู้อื่น มันเป็นเครื่องนอนที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ในยามนี้แล้ว แต่เสวียนฮวาก็เหน็ดเหนื่อยเกินกว่าที่นางจะมารังเกียจอันใด นางเหนื่อย...เหนื่อยอย่างที่สุดเท่าที่เคยเหนื่อยมาในชีวิต
แต่พอซุกกายลงไป ความกลัดกลุ้มต่างๆ ก็กลับถาโถมเข้ามาดุจแบกหินหนักสักหมื่นชั่งไว้ในอก
พ่อของนางจะว่าอย่างไรบ้างหนอ...
หากผู้อื่นรู้ว่านางหนีอาญามาถึงที่นี่ เขาจะปฏิบัติกับนางอย่างไร แม้นเสฉวนและหยวินหนานมีท่านพ่อเป็นดั่งฮ่องเต้ แต่ถึงอย่างไรตามหลักการแล้วคนในสองมณฑลนี้ก็ยังถือว่าตนเองเป็นพสกนิกรในแผ่นดินต้าเฉิงอยู่
ถ้าไม่มีใครถาม ว่านางมาที่นี่ได้อย่างไร นางก็ควรเงียบเอาไว้
แต่ถ้าเขาถามขึ้นมาล่ะ? นางควรตอบไปตามตรงหรือแสร้งบ่ายเบี่ยงเสีย?
พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็น้ำตาซึมออกมา ทำไมนางต้องมาอยู่จุดนี้หรือ? นางทำสิ่งใดผิดกัน? ทำไมชีวิตนางต้องขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นเขาจะมองและตัดสินนางอย่างไร
ถ้าหากนางถูกจับได้ว่านางมีชู้...นางจะไม่เจ็บใจถึงเพียงนี้เลย เพราะมันเป็นความผิดที่นางกระทำจริง
แต่จู่ๆ คนที่เป็นสามีนางกลับมาให้ร้ายว่านางจะทำเสน่ห์ใส่เขา หมายจะประหารนางด้วยโทษที่นางไม่ได้กระทำผิดเลย
แม้นแต่ความผิดที่ข้าถูกกล่าวหา ยังเป็นความผิดที่ข้าไม่ได้เลือก ช่างยุติธรรมนัก! – นางคิดอย่างขมขื่น
แล้ว...ข้าก็ต้องมาหนักใจว่าพ่อข้าจะตัดสินข้าอย่างไร ผู้อื่นจะมองข้าอย่างไร ทำไม...ทำไมชีวิตของข้ามันต้องขึ้นกับผู้อื่นเท่านั้น
เพราะข้าเป็นสตรี...เพียงเพราะข้าเป็นสตรีเท่านั้น
น้ำตาไหลหลาก เหมยเหมยที่อยู่ในอกนางส่งเสียงร้องใสกังวาน ดุจจะปลอบประโลมนางให้หายจากความเศร้าโศก
“เจ้าแสนรู้เอ๋ย” เสวียนฮวาพูดเบาๆ ในความมืด
นางอยากให้เขามานอนกอดนางเหลือเกิน ชายผู้นั้น ชายที่รักนางเท่าชีวิต ผู้คอยปกปักรักษานางอยู่ทุกลมหายใจ
นางอยากให้เขามานอนกอด มาซุกไซร้ ขยำขยี้นางเท่าใดก็ได้ตามที่เขาปรารถนา ตลอดมานั้น หญิงสาวไม่เคยปฏิเสธความต้องการของเขาแม้แต่นิดเดียว อาจจะมีทำปั้นปึ่งตัดพ้อบ้าง แต่ท้ายที่สุด นางก็ทอดกายไปตามแรงปรารถนาของเขา สุดแท้แต่เขาจะต้องการนางเท่านั้นเอง
ข้าอยากอยู่ในอ้อมกอดเจ้าเหลือเกิน ผางเยว่ ข้ารักเจ้า..
...ข้ารักเจ้า
...ข้ารักเจ้าคนเดียว
และนางก็หลับไป