ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 333 : รากฐานใต้เงาสำนัก

จารึกที่ 333 : รากฐานใต้เงาสำนัก : ปลดเปลื้องโซ่ตรวนบรรพชนพันปี รื้อถอนค่ายกลกดทับใต้ผืนดินหมื่นอักขระ**


ครืนนนนน!


ม่านมิติสีเทาเงินของห้วงลี้ลับปฐมกาลพลันฉีกขาดออกจากกันอย่างรุนแรง มหานาวาปราณสูญตาพุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุออกมาด้วยพละกำลังอันมหาศาล เสียงกระแสมิติบิดเบี้ยวสลายไปหลงเหลือเพียงเสียงสายลมของโลกภายนอกที่พัดสาดซัดเข้ากระทบตัวเรือ โครงสร้างไม้หยกดำที่ผ่านการกรำศึกหนักจอดนิ่งสนิทอยู่เหนือชั้นเมฆอันลึกล้ำ


เบื้องล่างของพวกเขานั้น คือทัศนียภาพของทวีปเซียนดินแดนเบื้องล่างอันคุ้นตา และใจกลางของขุนเขาน้อยใหญ่ที่ทอดตัวยาวเหยียดประดุจมังกรหมอบ ดำรงไว้ซึ่งสถานที่ตั้งของ **"สำนักหมื่นอักขระ"** ที่เพิ่งจะได้รับการประกาศเปลี่ยนชื่อกลับมาจากสำนักหมึกวารี เพื่อสืบทอดปณิธานอันยิ่งใหญ่แห่งมรรคาอักขระโบราณ


จากมุมมองบนฟากฟ้า สำนักหมื่นอักขระบนผืนดินในปัจจุบันยังคงตั้งตระหง่านอย่างสง่างามและปกติสุขดียิ่ง เสียงระฆังเต๋าของสำนักดังกังวานแว่วมาตามสายลม ละอองปราณสีครามลอยอบอวลอยู่รอบตำหนักน้อยใหญ่ บรรดาศิษย์รุ่นเยาว์นับร้อยนับพันกำลังตั้งใจฝึกฝนคัดลอกอักขระอยู่บนลานศิลาขาว กลิ่นอายแห่งความรุ่งเรืองและกลิ่นน้ำหมึกหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วผืนแผ่นดิน ทัศนียภาพอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวานี้ช่างขัดแย้งกับสุสานสัจธรรมอันเน่าเฟะที่พวกเขาเพิ่งจะจากมาอย่างสิ้นเชิง


อาเจียยืนตระหง่านอยู่บนหัวเรือ ผ้าคลุมสีเทาพริ้วสะบัด สายตาของเขาจับจ้องลงไปยังสำนักของตนเอง ทว่าดวงตาแห่งความว่างเปล่าที่แฝงไว้ด้วยสมอแห่งเต๋าบัดนี้กลับมองทะลุผ่านความงดงามของสิ่งปลูกสร้างเบื้องบน ดิ่งลึกลงไปสู่ความมืดมิดที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานรากของผืนแผ่นดิน


ในมือซ้ายของเขา แผ่นศิลาหยกขาวขนาดเล็กที่ได้รับมาจากเจตจำนงโบราณของกระดานหมากรุกปฐมกาลกำลังกะพริบแสงสีรุ้งถี่รัว ลวดลายแผนที่เอกภพบนแผ่นศิลาหมุนวนจนกระทั่งจุดพิกัดสีแดงเข้มสอดประสานตรงกับตำแหน่งกึ่งกลางของสำนักหมื่นอักขระอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าจุดเด่นนั้นกลับจมลึกลงไปใต้ดินนับหมื่น丈 (จั้ง)


"สำนักบนผืนดินยังคงรุ่งเรืองและปลอดภัยดี..." อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดส้นสายเสียงกลับหนักแน่นและแฝงความนัย "ทว่าสิ่งที่เจตจำนงโบราณชี้บอก... มิใช่สิ่งปลูกสร้างที่พวกเราเห็นภายนอก บรรพชนแห่งปฐมวิญญาณมิได้ปดข้า ความลับที่วิหารเทพอนันตกาลหวาดกลัวที่สุด ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ฝ่าเท้าของพวกเรานี่เอง"


มู่เฉิน ก้าวเดินออกมายืนเคียงข้างศิษย์รัก ร่างเนื้ออักขระบรรพกาลอันสมบูรณ์แบบของท่านแผ่กลิ่นอายหนาหนักประดุจมหาบรรพต สองมือไพล่หลัง ใบหน้าของปรมาจารย์ผู้เฒ่าเคร่งเครียดจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตาของท่านจับจ้องไปยัง "ทะเลสาบหมึกวารี" ทะเลสาบขนาดยักษ์ใจกลางสำนักที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญมานับพันปี


"ใต้ดินของสำนักงั้นหรือ..." มู่เฉินรำพึง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความรวดร้าวอันลึกซึ้ง "ข้าโง่เขลานัก... ตลอดเวลา 1000 ปีที่ข้ากลายเป็นวิญญาณสถิตอยู่ในพู่กันและหลับใหลอยู่ใต้ก้นทะเลสาบแห่งนี้ ข้าคิดเพียงว่ามันคือสถานที่หลบซ่อนที่ปลอดภัย ทว่าข้ากลับมิเคยล่วงรู้เลยว่า วิหารเทพอนันตกาลได้กระทำการต่ำช้าอันใดไว้ใต้รากฐานแผ่นดินเกิดของพวกเรา!"


วูบ!


ละอองแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นที่ด้ามพู่กันนิรันดร์ในมือขวาของอาเจีย ร่างเล็กจ้อยขององค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแห่งพู่กันระดับตำนาน ปรากฏกายขึ้นลอยอยู่กลางอากาศ ใบหน้างดงามของนางจริงจังขึ้นมาอย่างที่หาได้ยาก ดวงตากลมโตจ้องมองลงไปใต้ผืนน้ำของทะเลสาบหมึกวารีพลางสูดลมหายใจเบาๆ


"อาเจีย... ข้าสัมผัสได้แล้ว!" องค์หญิงน้อยเอ่ยเสียงใสทว่าแฝงความตื่นตัว "แกนอักขระในตัวพู่กันนิรันดร์กำลังสั่นสะเทือน มันมีความรู้สึกคล้ายกับการถูกเหนี่ยวรั้งและดึงดูดจากส่วนลึกใต้ดิน พลังงานตรงนั้นมันไม่ใช่พิษร้ายธรรมดา ทว่ามันเต็มไปด้วยกลไกฟ้าที่สลักขึ้นจากอักขระสวรรค์ชั้นสูงเพื่อใช้สะกดข่มบางสิ่ง... ข้าสัมผัสได้ถึงเสียงคร่ำครวญอันแผ่วเบาของสายเลือดเดียวกัน!"


คำกล่าวของจิตวิญญาณพู่กันทำให้ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย และเย่ปิงอวิ๋น ที่ยืนอยู่ด้านหลังพากันก้าวเข้ามาสมทบ ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด เจตจำนงกระบี่ของฉินมู่หลางที่เพิ่งได้รับการชำระรากฐานจนแข็งแกร่งขึ้นส่งเสียงหวีดร้องในฝักประดุจรับรู้ถึงศัตรูร้าย


"ในเมื่อสำนักเบื้องบนยังปกติสุขดี ย่อมหมายความว่าค่ายกลด้านล่างถูกซ่อนไว้อย่างแยบยลยิ่ง" ฉินมู่หลางกล่าวพิจารณา สองนิ้วลูบด้ามกระบี่ "สวรรค์สร้างกรงขังไว้ใต้บ้านของเจ้า โดยที่ผู้คนด้านบนมิเคยระแคะระคาย ช่างเป็นกลวิธานที่โหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์นัก"


"พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายสำนักให้สูญสิ้นในคราเดียวขอรับ ศิษย์พี่มู่หลาง" อาเจียเอ่ยพลางตีหน้าเศร้า แววตาทอดถอนใจด้วยความเวทนาต่อความขลาดเขลาของเบื้องบน "วิหารเทพอนันตกาลต้องการปล่อยให้สำนักของเราคงอยู่เป็นเพียง 'เปลือกนอก' ที่ไร้เรี่ยวแรง พวกมันสร้างคุกบรรพกาลไว้ใต้ดินเพื่อสูบกลืนปราณปฐมกาลและล่ามโซ่วิญญาณของบรรพชนไว้ใช้เป็นพลังงาน การทำเช่นนี้มิเพียงขูดรีดคนตาย ทว่ายังสั่งใบ้คนเป็น มิให้มีผู้ใดสามารถทะลวงผ่านรากฐานขึ้นไปท้าทายบัลลังก์ของพวกมันได้... ช่างเป็นสวรรค์ที่ค้ากำไรจากซากศพโดยแท้"


"ต่ำช้ายิ่งนัก!" เฟิงอี้หรานกำหมัดแน่น จนประกายเพลิงอัคคีบรรพกาลปะทุออกจากปลายนิ้ว "ข้าจะลงไปรื้อถอนคุกโสมมนั่นพร้อมกับเจ้าเอง อาเจีย!"


"เจ้าสัว... นำเรือลดระดับลงสู่ก้นทะเลสาบหมึกวารี เปิดมลวิธานบิดเบือนมิติ คุ้มครองอย่าให้ศิษย์ในสำนักตื่นตระหนก" อาเจียสั่งการอย่างเยือกเย็น


"รับบัญชานายท่าน" หุ่นกลศิลาเจ้าสัว แผดเสียงทุ้มต่ำ หัตถ์ศิลาสะบั้นสูญตาคู่ใหม่ขยับประสานอินอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นโดมความว่างเปล่าห่อหุ้มมหานาวาปราณสูญตาทั้งลำเรือไว้ ก่อนที่ตัวเรือจะค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ผืนน้ำสีเขียวมรกตของทะเลสาบหมึกวารีอย่างไร้สรรพเสียงสรรพสิ่ง ศิษย์บนฝั่งมองเห็นเพียงผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวตามสายลมเท่านั้น


ความลึกล้ำของทะเลสาบหมึกวารีนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าปุถุชนจะคาดคิด ยิ่งจมลึกลงไป แสงสว่างจากเบื้องบนก็ยิ่งจางหาย จนกระทั่งมหานาวาปราณสูญตามาถึงก้น湖 (หู) ที่เต็มไปด้วยสาหร่ายและศิลาใต้น้ำ อาเจียชูแผ่นศิลาหยกขาวขึ้น แสงสีรุ้งจากศิลาพุ่งทะลวงเข้าใส่รอยแยกศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งที่จมอยู่ใต้โคลนตม


ครืนนน!


รอยแยกศิลาพลันเปิดออก เผยให้เห็น "ประตูมิติซ่อนเร้น" ที่ถูกลงบัญชาอักขระสวรรค์สีทองคำม่วงเอาไว้อย่างหนาแน่น ม่านพลังนั้นแผ่รัศมีการสะกดข่มระดับราชันย์เซียนออกมาทันทีที่สัมผัสถึงผู้ล่วงล้ำ


"ค่ายกลพิทักษ์ทัณฑ์สวรรค์..." มู่เฉินก้าวมายืนข้างอาเจีย ปราณเซียนแท้จากร่างเนื้อปะทุขึ้นจนผืนน้ำรอบด้านเดือดพล่าน "อักขระสวรรค์เหล่านี้ ข้าจำมันได้ดี... มันคือกฎเกณฑ์เดียวกับที่ใช้กวาดล้างสำนักของเราเมื่อ 1000 ปีก่อน!"


"องค์หญิงน้อย ช่วยข้าตรึงพิกัดสมการ ข้าจะรื้อถอนประตูนี่เดี๋ยวนี้" อาเจียเอ่ยเสียงเย็น


"ไว้ใจข้าได้เลย!" องค์หญิงน้อยสลายร่างกลับเข้าไปในพู่กันนิรันดร์ ปลายพู่กันส่องประกายสีเทาเงินของสมอแห่งเต๋าอันลึกล้ำ อาเจียไม่ได้ใช้พลังปราณเข้ากระแทกหักหาญ ทว่าเขาใช้วิธีการ 'วิเคราะห์และแยกแยะโครงสร้าง' ตามวิถีอักขระที่ได้ร่ำเรียนมาจากวิหารไร้รูป


ปลายพู่กันตวัดวาดสัญลักษณ์มหาภาวะซวี ( ⦾ ) ครอบทับสมการสวรรค์บนประตูมิติ อักขระหลิง 零 (หลิง) ถูกจารึกแทรกซึมเข้าไปในช่องว่างของกฎเกณฑ์เพื่อทำลายความเสถียร


เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! บรึ้ม!


ม่านพลังสีทองคำม่วงบิดเบี้ยวและแตกสลายกลายเป็นละออง แยกรอยแยกออกเป็นทางเดินมิติที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง มหานาวาปราณสูญตาพุ่งทะยานผ่านประตูมิติเข้าไปในทันที ทัศนียภาพรอบด้านพลิกตลบ จากก้นทะเลสาบที่เยือกเย็น กลับกลายเป็น **"หุบเหวใต้ดินอันไพศาล"** ที่มืดมิดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย!


ผืนแผ่นดินชั้นใต้ดินนี้กว้างขวางราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นเพดานศิลาหินงอกหินย้อยสีดำสนิท ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทุกคนต้องบีบรัดจนแทบกระอักเลือด คือภาพที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางหุบเหว


สายแร่ปราณปฐมกาลขนาดยักษ์ที่เป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ของทวีปเซียนเบื้องล่าง เส้นสายพลังงานสีเงินยวงทอดตัวยาวเหยียด ทว่าบัดนี้ เส้นสายปราณเหล่านั้นกลับถูก **"โซ่ตรวนอักขระสวรรค์สีทองคำม่วง"** ขนาดมหึมานับพันนับหมื่นเส้น แทงทะลวงและล่ามพันเอาไว้อย่างโหดเหี้ยมประดุจตรึงกางเขนขุนเขา!


และที่น่าสยดสยองที่สุด บนโซ่ตรวนแต่ละเส้น มีร่างของผู้ฝึกตนโบราณนับร้อยนับพันคนนั่งขัดสมาธิอยู่ ร่างกายของพวกเขาแห้งเหี่ยวจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สวมชุดคลุมของสำนักหมื่นอักขระเมื่อ 1000 ปีก่อน โซ่ตรวนเหล่านั้นแทงทะลุจุดตันเถียนและแก่นวิญญาณของพวกเขา บีบบังคับให้ดวงวิญญาณตกค้างต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา เพื่อรีดเค้นพลังปราณและอักขระในร่างออกมาหล่อเลี้ยงค่ายกลสะกดข่มรากฐานแผ่นดิน!


"ศิษย์พี่... ผู้าอาวุโส..." มู่เฉินเบิกตากว้าง สองขาสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาแห่งความแค้นไหลรินอาบแก้มร่างเนื้อ "พวกมัน... พวกมันมิได้เพียงแค่เข่นฆ่า ทว่ากลับจับดวงวิญญาณของบรรพชนพวกเรามาทรมานใต้ผืนดินแห่งนี้มานานนับพันปี เพื่อใช้พลังของพวกเราเอง มาสะกดข่มลูกหลานของตนเองไม่ให้ลืมตาอ้าปากได้! โหดเหี้ยมวิปริตที่สุด!"


"นี่หรือ... สัจธรรมสวรรค์ที่พวกเบื้องบนภาคภูมิใจ" อาเจียเอ่ยเสียงแหบพร่า แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว ทว่ามันกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะที่เยือกเย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลก "พวกท่านสร้างกฎเกณฑ์เพื่อครอบงำ อ้างตนเป็นผู้ทรงธรรม ทว่ากลับกระทำการต่ำช้าขูดรีดวิญญาณของคนตายเยี่ยงพ่อค้าหน้าเลือด... วันนี้ ข้าจะขอใช้พู่กันด้ามนี้ สะบั้นกงล้อแห่งความอยุติธรรมของพวกท่านให้สิ้นซาก!"


ครืนนน!


ทันทีที่มหานาวาปราณสูญตาเคลื่อนเข้าใกล้ ค่ายกลพิทักษ์ทัณฑ์สวรรค์ชั้นใต้ดินก็พลันตอบสนอง โซ่ตรวนสีทองคำม่วงสั่นสะเทือนส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวาน สายฟ้าแห่งสัจธรรมสีทองพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานศิลา ก่อนจะควบแน่นกลายเป็น **"เจตจำนงพยนต์เทวะ"** ขนาดยักษ์ขนานร่างจำแลงของผู้คุมกฎสวรรค์ สวมชุดเกราะสีทองคำ แผ่รังสีสะกดข่มระดับราชันย์เซียนขั้นต้นออกมาครอบคลุมทั่วทั้งหุบเหว!


"ผู้ล่วงละเมิดลิขิตฟ้า!" เจตจำนงผู้คุมกฎแผดเสียงคำรามดังกึกก้องประดุจฟ้าร้อง "การกักขังมารอักขระเหล่านี้คือบัญชาสวรรค์ เพื่อรักษาสมดุลแห่งวัฏสงสาร! พวกเจ้ามดปลวกจากโลกเบื้องล่าง หากกล้าคิดแทรกแซงผนึกเทวะ ย่อมต้องถูกทัณฑ์สวรรค์ลบเลือนตัวตนชั่วนิรันดร์!"


แรงกดดันอันมหาศาลกดทับลงมาจนโครงสร้างของมหานาวาปราณสูญตาลั่นเปรี๊ยะ ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน และสหายทุกคนต่างต้องรีดเค้นตบะทั้งหมดออกมาเพื่อหยัดยืนต้านทาน


"สัจธรรมของพวกท่านคือการทำลายชีวิต ทว่าสัจธรรมของข้าคือการปกป้อง!" อาเจียประกาศก้อง เขาก้าวออกมายืนหน้าหัวเรือ เผชิญหน้ากับเจตจำนงสวรรค์อย่างไม่เกรงกลัว "พี่มู่หลาง อี้หราน ชิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น... ช่วยข้าดึงความสนใจของมัน ข้าต้องการเวลา 3 ลมหายใจเพื่อรื้อถอนสมการที่โคนเสาหลัก!"


"รับบัญชา!" ทุกคนตอบรับพร้อมกันโดยปราศจากความลังเล


ฉินมู่หลางทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ เจตจำนงกระบี่นิรันดร์ปฐมกาลปะทุขึ้นยาวนับร้อย丈 (จั้ง) "วิถีกระบี่... สะบั้นฟ้าดิน!" ปราณกระบี่ที่แหลมคมที่สุดพุ่งทะยานเข้าฟาดฟันใส่ใบหน้าของเจตจำนงผู้คุมกฎเพื่อดึงความสนใจ เฟิงอี้หรานสะบัดพู่กันปลดปล่อยเพลิงอัคคีบรรพกาลก่อเกิดเป็นมังกรเพลิงพุ่งเข้าเผาผลาญ หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นร่ายค่ายกลผสานเหมันต์และพฤกษาเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของศัตรู


"มดปลวกจองหอง!" เจตจำนงผู้คุมกฎคำราม สะบัดง้าวสวรรค์สีทองคำเข้าฟาดฟัน พลังระดับราชันย์เซียนฉีกกระชากการโจมตีของสหายทั้งสี่จนแหลกสลายในพริบตา ทุกคนกระเด็นถอยร่นกลับมาบนเรือพร้อมกับกระอักเลือด ทว่าแววตาของพวกเขากลับเปี่ยมไปด้วยความสะใจ... เพราะเวลา 3 ลมหายใจที่อาเจียต้องการ ได้มาถึงแล้ว!


อาเจียไม่ได้ใช้พู่กันตวัดวาดกลางอากาศธาตุ ทว่าเขาหลับตาลง หลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับ **"สมอแห่งเต๋า" (道锚)** ในแก่นวิญญาณ ร่างกายของเขานิ่งสงบประดุจความว่างเปล่า ทหลุดพ้นจากแรงกดดันของราชันย์เซียนโดยสิ้นเชิง


"องค์หญิงน้อย... ปลดปล่อยสมการปฐมกาล!" อาเจียส่งกระแสจิต


"รับทราบ!" เสียงใสขององค์หญิงน้อยดังขึ้นพร้อมกับปลายพู่กันนิรันดร์ที่สาดประกายแสงสีเทาเงินอันลึกล้ำที่สุดออกมากว้างไกลนับสิบลี้


อาเจียลืมตาขึ้น ดวงตาสาดประกายอหังการท้าทายฟ้าดิน เขาทิ่มปลายพู่กันนิรันดร์ลงบนพื้นศิลาใต้เท้า ดึงเอาปราณปฐมกาลและโลหิตจากร่างเนื้อของมู่เฉินที่ส่งผ่านมาช่วยหนุนหลัง จารึกมหาอักขระสูญตาบทใหม่ลงบนรากฐานแผ่นดินโดยตรง!


"มหาเวทสูญตา 大空法 (ต้า-คง-ฝ่า)... สมอแห่งเต๋าสะบั้นโซ่ตรวนสวรรค์!"


ครืนนนนนนน!


อักขระหลิง 零 (หลิง) ขนาดมหึมาส่องแสงสีเทาเงินแผ่ขยายออกไปตามสายแร่ปราณปฐมกาลใต้ดิน มันมิได้พุ่งไปปะทะกับง้าวสวรรค์ ทว่ามันพุ่งเข้าไป 'รื้อถอนและแก้ไข' โครงสร้างค่ายกลบังคับที่ใช้ล่ามโซ่บรรพชน!


เมื่ออักขระสูญตาแทรกซึมเข้าสู่รอยต่อของสมการสวรรค์ กฎเกณฑ์แห่งการกดขี่สัมบูรณ์ก็พลันสูญเสียสถานะ ความว่างเปล่าของอาเจียเข้าไปทำหน้าที่เป็นลิ่มตอกแยกสัจธรรมของวิหารเทพอนันตกาลออกเป็นชิ้นๆ!


แกร็ก... แกร็ก... ตูมมมม!


โซ่ตรวนอักขระสวรรค์สีทองคำม่วงเส้นมหึมาที่ล่ามพันวิญญาณบรรพชนนับร้อยคนพลันปริแตกและระเบิดออกกลายเป็นเศษผง! ดวงวิญญาณของผู้อาวุโสเมื่อ 1000 ปีก่อนได้รับการปลดปล่อยจากความทุกข์ทรมาน ร่างกายแห้งเหี่ยวสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ทว่าดวงวิญญาณของพวกเขา กลับแปรสภาพเป็น **"ดวงวิญญาณอักษรบรรพกาล"** สีทองคำบริสุทธิ์นับร้อยดวง ลอยล่องขึ้นสู่อากาศธาตุ


"ขอบใจเจ้า... ผู้สืบทอดแห่งหมื่นอักขระ..." เสียงกระซิบอันอบอุ่นและหลุดพ้นของบรรพชนดังประสานก้อง


"เป็นไปไม่ได้! ผนึกเทวะแตกสลายงั้นหรือ!" เจตจำนงผู้คุมกฎสวรรค์แผดเสียงร้องด้วยความตกตะลึงสุดขีด ร่างยักษ์ของมันเริ่มสลายตัวและพร่าเลือนเมื่อค่ายกลหล่อเลี้ยงหลักถูกรื้อถอนจากรากฐาน


อาเจียเงยหน้าขึ้นจ้องมองเจตจำนงสวรรค์ด้วยแววตาเย็นชา "ข้าบอกพวกท่านแล้ว... ว่าหนี้เลือดและคำลวงนับพันปี จะต้องถูกชำระด้วยความจริงที่พวกท่านหวาดกลัวที่สุด!"


เด็กหนุ่มตวัดพู่กันนิรันดร์ บัญชาการดวงวิญญาณอักษรบรรพกาลทั้งร้อยดวงให้พุ่งทะยานเข้าหาศัตรู กระแสน้ำหมึกปฐมกาลอันบริสุทธิ์ท่วมท้นบดขยี้เจตจำนงผู้คุมกฎสวรรค์จนแหลกสลายกลายเป็นละอองปราณสลายไปในอากาศธาตุอย่างไร้ร่องรอย!


ครืนนน!


เมื่อโซ่ตรวนชุดแรกแตกสลาย พลังปราณปฐมกาลมหาศาลที่เคยถูกขูดรีด พลันพวยพุ่งสวนกลับขึ้นไปตามเส้นเลือดใหญ่ของแผ่นดิน มุ่งตรงขึ้นสู่สำนักหมื่นอักขระบนผืนดินเบื้องบนในทันที!


บนผืนดินภายนอก ท้องฟ้าเหนือสำนักหมื่นอักขระพลันเกิดปรากฏการณ์สวรรค์ส่องแสงสีรุ้งเจิดจ้า ละอองปราณธรรมชาติพุ่งทะยานขึ้นสูงนับหมื่น丈 (จั้ง) ความหนาแน่นของปราณเต๋าในสำนักเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่าในพริบตา ศิษย์ทุกคนที่กำลังนั่งบำเพ็ญอยู่ต่างรู้สึกได้ถึงคอขวดพลังที่ปริแตก ร่างกายเบาสบาย รากฐานการฝึกฝนยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดดโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านี่คือผลงานของบุคคลที่อยู่ใต้ดิน!


ภายในหุบเหวใต้ดิน อาเจียทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ หอบหายใจรุนแรง หยาดโลหิตสีสดไหลซึมจากมุมปาก ทว่าดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและสง่างาม


มู่เฉินรีบก้าวเข้ามาประคองร่างศิษย์รัก ฝ่ามือหนาถ่ายทอดปราณเข้าช่วยจัดระเบียบเส้นชีพจร "เจ้าทำได้ดีมาก อาเจีย... เจ้าทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด บัดนี้ รากฐานแรกของสำนักได้รับการชำระล้างแล้ว"


องค์หญิงน้อยลอยตัวออกมาจากพู่กัน นางไม่ได้บ่นโวยวายอีก ทว่ากลับเอื้อมมือเล็กๆ มาแตะหน้าผากของอาเจียเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม "เจ้ามนุษย์ดื้อรั้น... สมการของเจ้าเมื่อครู่ ช่างงดงามและเที่ยงแท้ยิ่งนัก ข้าภูมิใจในตัวเจ้านะ"


อาเจียแย้มยิ้มบางเบา กระชับพู่กันนิรันดร์ในมือแน่น มองไปยังโซ่ตรวนที่เหลืออีกนับพันเส้นในส่วนลึกของหุบเหว "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นขอรับท่านอาจารย์... ข้าจะปลดปล่อยบรรพชนทั้งหมด รื้อถอนคุกสวรรค์แห่งนี้ให้สิ้นซาก เพื่อให้สำนักหมื่นอักขระของพวกเรา กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!"


การชำระล้างหลังบ้านและรื้อถอนกลไกฟ้าของศัตรูเพิ่งจะเริ่มต้น ทว่าก้าวแรกนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า มรรคาแห่งอักขระของอาเจีย บัดนี้แข็งแกร่งและเที่ยงแท้พอที่จะกระชากหน้ากากของสวรรค์จอมปลอม และเปลี่ยนชะตากรรมของฟ้าดินไปตลอดกาล!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน