จินหลิงหลิงเห็นว่าว่าที่ลูกเขยคนนี้ชักจะทำมากเกินไปแล้ว เธอหันไปถลึงตาใส่เฉิงไป๋ฮวาแล้วร้องด่าออกมาว่าเธออกตัญญูอีกครั้ง จินหลิงหลิงยังสั่งให้เฉิงไป๋ฮวาไล่เฉียนหลงออกไปจากบ้านตามคำสั่งเหมือนที่เคยทำอยู่ทุกวัน เมื่อเห็นว่าเฉิงไป๋ฮวามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งและไม่คิดจะทำตามที่เธอบอกก็ได้แต่ขมวดคิ้วว่าวันนี้นังบ้านี่เป็อะไรไปอีก ทำไมถึงได้ขัดคำสั่งของเธอได้ แถมมันยังไม่ทำหน้าตาหวาดกลัวเธอเหมือนปกติอีกด้วย
เพื่อนบ้านต่างหันมองเฉิงไป๋ฮวาที่มักจะทำตามคำสั่งของแม่เธอตลอดั้แ่เด็กก็ได้แต่พากันถอนหายใจว่าถ้าให้เฉิงไป๋ฮวาพูดออกมาจริง ๆ เธอก็สงสารผู้ชายที่กำลังจะมาเป็สามีเธอกันไม่น้อย พวกเขาเห็นด้วยตาตัวเองว่าเขาปกป้องแม่หนูไป๋ฮวามากขนาดไหน พวกเขาจึงอยากช่วยเหลือเขาอย่างไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องเดือดร้อน
เฉิงไป๋ฮวาหันมองเฉียนหลงแล้วยิ้มบาง ๆ ให้เขา เธอหันกลับไปทางจินหลิงหลิงแล้วมองคนตรงหน้าที่เธอเคยกตัญญูอย่างผิด ๆ ในชาติที่แล้วจนทำให้ครอบครัวของเธอเองพังลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“แม่คะ หนูจะแต่งงานกับอาหลงค่ะ ตอนนี้หนูอายุ 28 แล้ว หากมีลูกตอนอายุมากกว่านี้จะอันตรายทั้งแม่และลูก เื่งานศพของพ่อหนูจะมาช่วยงานพร้อมอาหลงนะคะ”
“แกจะแต่งงานได้ยังไง ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่อนุญาต”
“แม่คะ หนูไม่จำเป็ต้องขออนุญาตแม่นะคะ เพราะอายุหนูมากจนมีสิทธิที่จะตัดสินใจเื่สำคัญในชีวิตเองได้แล้ว ถ้าแม่รักหนูก็ขอให้แม่ปล่อยหนูเถอะนะคะ”
เพื่อนบ้านไม่คิดว่าเฉิงไป๋ฮวาที่เคยหัวอ่อนจะพูดออกมาเช่นนี้ พวกเขาต่างยิ้มอย่างพอใจที่เฉิงไป๋ฮวาไม่ทำให้ว่าที่สามีเธอผิดหวัง เฉียนหลงเองก็แย้มยิ้มน้อย ๆ และให้กำลังใจเฉิงไป๋ฮวาอยู่ข้าง ๆ เขาไม่คิดว่าเธอเองก็อยากแต่งงานกับเขาตามเวลาเดิมเช่นเดียวกัน เพราะเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ล้วนเป็เหตุบังเอิญที่เขาต้องมาโต้เถียงกับครอบครัวเก่าของเธอ
“ถ้าแกคิดจะแต่่งงานออกไปจริง ๆ แกก็ตัดแม่ตัดลูกกับฉันซะ หึ! ฉันจะถือว่าแกตายไปแล้วเหมือนสามีของฉัน ส่วนงานศพแกก็ไม่จำเป็ต้องมาให้ฉันเสียสายตา รู้แบบนี้แล้วแกยังอยากแต่งงานอยู่อีกไหมนังลูกอกตัญญู”
“แม่คะ ถ้าแม่้าอย่างนั้นหนูก็ไม่ขัดข้องค่ะ ส่วนเื่อกตัญญูหนูคงรับคำนี้ไม่ไหว เพราะเงินเดือนหนูทุกเดือนหนูไม่เคยได้ใช้ มีแต่แม่ที่ยึดเงินของหนูไปหมด แม้แต่ข้าวปลาอาหาร หนูยังไม่ได้รับอนุญาตให้กินเหมือนคนอื่น ๆ ทั้งที่เงินส่วนของหนูที่หนูสมควรจะเก็บเอาไว้ใช้เองจากการทำงานของหนู ทุกคนในบ้านต่างเอาไปใช้อย่างไม่สนใจเลยว่าหนูจะรู้สึกอย่างไร คนที่ช่วยเหลือหนูให้อิ่มท้องมาตลอดหลายปีคือเฉียนหลง เขาคือคนที่หนูต้องพึ่งพาต่อไปนับจากนี้ค่ะ หลังจากหนูออกจากบ้าน เงินเดือนของหนูจะถูกโอนเข้าบัญชีของหนู แม่จะไม่สามารถไปรับได้ที่โรงงานอีกต่อไป ถ้าแม่คิดจะสร้างเื่ที่โรงงานแล้วหนูถูกไล่ออก หนูเองก็จะไม่คิดว่าเคยมีครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน ชีวิตของหนู หนูอยากใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ต้องคอยให้คนอื่นชี้นิ้วสั่งให้ทำ เงินที่แม่เคยเอาของหนูไปทั้งหมดั้แ่หนูทำงานหลังจบ ม.ต้น หนูจะถือว่าเป็เงินก้อนสุดท้ายที่หนูกตัญญูครอบครัว”
เฉิงเซียวหลงเห็นว่าเื่ราวชักจะเลยเถิด แถมน้องสามของเขาอยู่ ๆ ก็พูดเื่เงินขึ้นมา เขาที่เคยเอาเงินน้องสาวมาใช้ทุกเดือนจึงรู้สึกร้อนรนอย่างอับอายเพื่อนบ้านไม่น้อย เพื่อนบ้านไม่เคยรู้มาก่อนว่าเฉิงไป๋ฮวาไม่เคยได้รับเงินเดือนของตัวเองเลยมาตลอด 13 ปีที่ผ่านมา นี่เป็เงินเท่าไหร่กัน
เสียงของเพื่อนบ้านดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็มีลูกหลานเช่นกัน แต่ไม่มีใครที่จะใจร้ายกับลูกสาวเท่ากับจินหลิงหลิงเลยสักคน พวกเขายังคิดกันว่าถ้าหน้าตาของเฉิงไป๋ฮวาไม่คล้ายกับทั้งสองคน พวกเขาคงคิดว่าเธอเป็ลูกเลี้ยงกันแล้ว แม่ที่ไหนจะใจร้ายกับลูกสาวตัวเองได้กัน
จินหลิงหลิงฟังเฉิงไป๋ฮวาพูดด้วยสีหน้านิ่งก็ยิ่งโกรธมากขึ้น เธอกำลังจะลุกไปทำร้ายเฉิงไป๋ฮวา แต่เฉิงเซียวหลงดึงเธอเอาไว้ก่อน แค่นี้พวกเขาก็ขายหน้ามากพอแล้ว ถ้าแม่ยังทำเหมือนที่เคยทำต่อหน้าคนอื่นแบบนี้อีก เขายังจะกล้าไปทำงานที่โรงงานได้อีกเหรอ เพราะตึกนี้เป็ที่พักพนักงานของโรงงานเขา
จินหลิงหลิงได้แต่ฮึดฮัดที่ลูกชายเธอดึงเธอเอาไว้ ส่วนหวางฮุ่ยพอฟังเฉิงไป๋ฮวาแล้วก็ได้แต่นึกสงสัยว่าวันนี้นังหัวอ่อนนี่มันเป็อะไรไป ทำไม่มันไม่ยอมเชื่อฟังพวกเธอเหมือนเมื่อก่อนอีก ไม่นานนักเสียงสามีของเธอก็ดังขึ้น
“น้องสาม เธอจะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ เงินของเธอเป็แม่ที่เก็บเอาไว้ให้เธอเท่านั้น พวกเราไม่ได้ใช้อะไรเงินของเธอเลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ใหญ่ยังกล้าพูดอีกเหรอคะ เงินที่หลาน ๆ ใช้ไปโรงเรียนทุกวันนี้ แม่ก็เอาเงินหนูให้ลูกของพี่ทั้งนั้น แล้วพี่ยังบอกว่าพวกพี่ไม่ได้ใช้เงินหนูอีกเหรอคะ ไหนจะเวลาพี่รองมาขอเงินทุกเดือนอีก แม่เอาเงินที่ไหนให้พี่รองถ้าไม่ใช่เงินของหนู ในเมื่อเงินเดือนพ่อกับพี่ใหญ่ได้น้อยกว่าหนูเสียอีก อย่าทำให้หนูเสียความรู้สึกไปมากกว่านี้เลยนะคะ หนูไม่อยากทำให้เื่ยุ่งยากมากเกินไปกว่านี้แล้ว และวันนี้หนูจะตามเฉียนหลงไปทำเื่ที่โรงงานให้เรียบร้อย”
“นี่เธอคิดดีแล้วเหรอเฉิงไป๋ฮวา เธอแน่ใจเหรอว่าผู้ชายคนนี้จะดีกับเธอเท่าคนในครอบครัวของเธอน่ะ”
หวางฮุ่ยที่เห็นว่าเฉิงไป๋ฮวาตัดสินใจออกจากบ้านจริง ๆ ก็ร้อนรน ถ้าไม่มีเฉิงไป๋ฮวา งานทั้งหมดในบ้านหลังนี้คงไม่พ้นเธอที่ต้องทำทั้งหมด เื่อะไรเธอจะยอมให้นังไป๋ฮวาออกไปได้ง่าย ๆ เล่า
“พี่สะใภ้เองก็ช่างกล้าพูดนะคะ ในเมื่องานในบ้านทุกอย่างหนูเป็คนกลับมาทำหลังจากเลิกงานทุกวัน พี่ที่อยู่บ้านเฉย ๆ แม้แต่จะหยิบจับช่วยเหลืออะไรก็ยังไม่เคย เอาแต่อ้างว่าคลอดลูกแล้วร่างกายไม่ดี อีกอย่างที่หนูอยากบอกนะคะ เฉียนหลงดีกับหนูมากกว่าคนในครอบครัวหนูเสียอีก เขาไม่เคยใช้งานอะไรหนูเลย เขามีแต่คอยดูแลให้หนูได้กินอาหารบ้าง ทั้งที่เขาเองก็ต้องส่งเงินไปให้ครอบครัวทุกเดือน แต่เขายังเจียดเงินมาเลี้ยงข้าวหนูได้ แต่คนที่เอาเงินหนูไป กลับไม่ยอมให้หนูได้อิ่มท้องเลยสักมื้อ แบบนี้จะไม่ให้หนูเลือกเขาได้ยังไงคะ หนูไม่ได้โง่ถึงขนาดนั้นอย่างที่ทุกคนคิดนะคะ”