เสียงฟ้าร้องครืดคราดออกไปทั่วท้องฟ้า ในยามค่ำคืนที่ดึกสงัด หลางเทียนที่กลับจวนพักท่านแม่ ยังไม่ทันเสร็จสิ้นพิธีงานศพของมารดา เขาก็คิดจากตระกูลเทียนไป สถานที่แห่งนี้ ไม่มีความจำเป็สำหรับเขาอีกต่อไป
เมื่อหลางเทียนเปลี่ยนชุด หยิบสมบัติติดตัวท่านแม่ ติดมือไปไม่กี่อย่าง เด็กชายก็เดินฝ่าสายฝน ปลดเชือกเ้าลาโง่ แล้วขี่มันในท่าหมดอาลัยตายอยาก จากตระกูลเทียนออกมา
พร้อมน้ำเสียงหลางเทียน ที่กล่าวพูดพึมพำออกมา “เมืองแห่งโชค วาสนา บ้าบอ อะไรกัน ก็แค่เมืองคนแล้งน้ำใจเมืองหนึ่งก็เท่านั้น เ้าลาโง่พาข้าไปให้ไกลที่สุด ข้าไม่อยากอยู่เมืองแห่งนี้แล้ว”
คำพูดของเด็กน้อยขี่เ้าลาโง่ ราวกับส่งให้ฟ้ากราดเกรี้ยว คำรามครืดคราดออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมปากเ้าลา ทำเสียง บรือ!! ก้าวฝีเท้าของมัน ฉับ!! ฉับ!! ออกจากเมืองโซ่ไป
จนหลางเทียนเด็กน้อยอายุ6ปี ที่เหนื่อยล้าทั้ง กายทั้งใจ จะผล็อยหลับบนหลังเ้าลาโง่ ไปั้แ่เมื่อใดไม่รู้… ปล่อยให้มันนำทาง แสวงหาเส้นทางสายใหม่ แล้วแต่ใจของมัน้า
...เมืองโซ่ที่ฝนตกหนัก เกิดความวุ่นวายกลางดึก เมื่อผู้นำ เทียนจวิ๋นซ่างซี ปลดปล่อยปราณพลัง ขั้นผู้วิเศษออกมา ด้วยความโกรธเกรี้ยว “เหตุใดยังหาบุตรชายข้า หลางเทียนไม่เจออีก เด็กอายุ6ปีเองนะ... จะหายไปจากเมืองโซ่ได้อย่างไร เขาไม่ใช่ขั้นผู้วิเศษ อย่างไรก็ต้องมีเบาะแสบ้างซิ จะหายไปโดยไร้ร่องรอยได้อย่างไรเล่า”
ก่อนผู้นำเทียนจวิ๋นซ่างซี จะกล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หากหลางเทียนหายตัวไป เขาคงไม่มีหน้าไปยืน หน้าหลุมศพหลางฝู ฮูหยินของเขาแน่
“ขยายการค้นหา ออกไปให้ทั่วอาณาจักร เต่าัเที่ยง หากไม่เจอเบาะแสบุตรชายข้า พวกเ้าไม่ต้องกลับมา”
ใบหน้าของหลายคน ต่างก็เปลี่ยนไปหลากหลายอารมณ์ ก่อนพวกเขาจะขี่กระบี่บิน ออกไปหาเบาะแส หลางเทียน ไปทั่วทิศจนถึงยามเช้า แต่ก็ไร้วี่แววของคุณชาย3
แม้แต่เทียนจวิ๋นซ่างซี ภายในใจเขายังรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่าเขาจะต้องเสียบุตรชายของเขาไปอีกคน ก่อนเสียงแผดคำรามก้อง “หลางเทียน!!” จะดังออกมาก้องสนั่นยาวนาน ผู้คนที่ได้ยินน้ำเสียงคำรามออกไปยาวไกล ของผู้นำเทียนจวิ๋นซ่างซี ต่างก็รับรู้ถึงความเ็ปภายในใจของเขา ว่ามีมากมายถึงเพียงใด
เยว่น้อย ที่รู้ข่าวคราวยามเช้า ว่าหลางเทียนหายตัวไป นางจุกอก ยกฝ่ามือกุมหัวใจไว้แน่น รู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมา แต่เกรงว่าคนที่ยินดีกับเื่เช่นนี้ คงจะหนีไม่พ้น ฮูหยินใหญ่ กับ คุณชายเทียนตี๋ชงที่ขาหัก นอนาเ็อยู่บนเตียง
“ไอ้เด็กบ้านั้น มันไปจากตระกูลเทียนแล้วท่านแม่”
“อืมๆ ช่างเป็เื่น่ายินดียิ่งนัก” ก่อนสองแม่ลูกจะกลั้วหัวเราะ คลี่ยิ้มออกมา ราวกับเป็ข่าวดีในรอบ3-4ปีนี้
...เมื่อแสงอรุณวันใหม่ ตกกระทบใบหน้า หลางเทียนที่นอนหลับใหลบนตัวเ้าลาโง่ เห็นแสงจ้าเมื่อเปิดเปลือกตาออกมา
ก่อนภาพเบื้องหน้าเด็กอายุ6ขวบ จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาภายในครรลองสายตา เป็สถานที่กันดารดูไร้สีสัน เบื้องหน้ามีเมืองหนึ่ง เกรงว่าผู้คนจะมีไม่มาก น่าจะราวๆ 300ครัวเรือนเท่านั้น จากการกวาดสายตามอง คร่าวๆ ของหลางเทียน
ทว่าเมืองนี้จะเรียกเมืองได้หรือ รอบตัวเมืองมีเพียงรั้วไม้เก่า พร้อมจะพังครืนลงมา ทางเข้าเมืองก็เฉอะแฉะ เต็มไปด้วยน้ำฝนที่เจิ่งนอง
หลางเทียนที่จูงเ้าลาโง่ ไปต่อแถวเตรียมจะเข้าเมือง มีคนก่อนหน้าเขา 3-4คน เตรียมจะเข้าไปภายในเมืองเช่นกัน คนที่พูดคุย เจรจาต่อรองกับยามผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตู เป็ชายชราถือไม้เท้า ครั้นจ่ายบางสิ่งออกไปได้ เขาก็เดินเข้าไปภายในเมืองอย่างไม่พอใจ
คนที่สองเป็ชายวัยกลางคนผมสีแดง มาพร้อมเด็กหญิง อายุ4ขวบ ยามผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตู ยิ้มทักทายเขาเห็นได้ชัดว่า เขาเดินผ่านเข้าไปด้านในอย่างง่ายดาย พร้อมเด็กหญิง อายุ4ขวบจะหันปรายตามามอง หลางเทียนแล้วยิ้มทักทายตัวเขา ก่อนที่นางจะสืบฝีเท้าเล็กๆ ของนาง ตามชายวัยกลางคนผมสีแดงไป
ส่วนคนที่4 ถัดจากหลางเทียนไป เป็บัณฑิตหนุ่ม ครั้นเขาส่งถุงเงินออกไป ยามผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตู ก็ผายมือเชิญ เขาเข้าไปอย่างนอบน้อม
หลางเทียนจูงลาตามบัณฑิตหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว หมายจะตีหน้าซื่อ เป็ผู้ติดตามของบัณฑิตหนุ่ม ก่อนยามผู้เฝ้าประตู จะมาขวางตัวเขาไว้ “เ้าหนูหยุดเลยนะ หาก้าเข้าเมือง ตะวันเรือง ต้องจ่ายของล้ำค่ามาก่อน”
หลางเทียน ยิ้มกล่าวเสียงเรียบ “ท่านน้า ข้าเป็ผู้ติดตาม บัณฑิตหนุ่มท่านนั้น...”
ด้านบัณฑิตหนุ่มที่สืบฝีเท้าเตรียมจะจากไป เขาส่ายหัวออกมาน้อยๆ ทว่าฝีเท้าเขาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
หลางเทียนที่เห็นเช่นนั้น เขาถึงกับขำเกลาหัวแกลกๆ ออกมา “ท่านน้าปล่อยข้าเข้าเมืองไปไม่ได้หรือ”
ยามผู้เฝ้าประตูหน้านิ่ง ไม่รับยิ้มเด็กน้อย ราวกับว่าเขา ผ่านเหตุการณ์นี้มาโชกโชน “ดูท่าเ้าจะเป็นายน้อยตระกูลใหญ่ ที่ไหนสักแห่ง ดูจากการแต่งตัว เ้าคงรู้ซินะ เมืองของเรา มีเหตุการณ์เตาหลอมะเิ อยู่หลายครั้ง ภายในเต็มไปด้วยของล้ำค่า ลอยกระจัดกระจายออกไปมากมาย เ้าเองก็คงหวังมาหาของล้ำค่าพวกนี้ซินะ จ่ายมาเสีย”
หลางเทียนใบหน้าเขา เหมือนจะรับข้อมูลต่างๆ ไม่ทัน พยักหน้ารับคำ ออกไปอย่างจนใจ ก่อนหลางเทียนจะส่ง ถุงเก็บเงินที่เขาพกติดตัว ออกไปหายามผู้ ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมือง แล้วสืบฝีเท้าเข้าไปด้านใน
ก่อนเสียงสั่ง หยุด!! ชายวัยกลางคนเฝ้าประตูเมืองจะกล่าวพูดขึ้น หลางเทียนหันหลังกลับ แบมือ ออกมาทันที เขานึกว่าเขาจะได้เงินส่วนที่เหลือคืนมาบ้าง
ทว่าทันใดเขาก็ต้องหน้าบูดเบี้ยว เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวขาว ห่างคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ “เ้าต้องจ่ายในส่วนเ้าลา ตัวนี้ด้วย เ้าหนู”
หลางเทียนเขาแทบไม่เหลือของล้ำค่าแล้ว มีเพียงจี้หยกฐานะของเขา กับจี้หยกตระกูลหลางของท่านแม่หลางฝู เขาไม่ลังเลที่จะส่งจี้หยกฐานะของเขาออกไป แม้มันจะไม่ใช่ของล้ำค่ามากมายอะไร ชายวัยกลางคนเฝ้าประตูเมือง เองก็รับไว้ ก่อนจะส่ายหัวออกมา
หลางเทียนที่เข้าไป ภายในเมืองที่เฉอะแฉะ พร้อมกับท้องที่ร้องจนไส้เริ่มจะบิด จูงเ้าลาโง่เข้าไปภายในเมือง เขาสบถด่าออกมาเล็กๆ “เ้ายามนั้น หน้าเืจริงๆ” ทว่าเด็กน้อยไม่ทันสังเกตว่า ตนเองบัดนี้ไม่ได้กล่าวพูด เชื่องช้าดูมีปัญหาอีกต่อไป