บทที่18
ไร้ซึ่งรัก
ความรู้สึกภายในกระโจมสุดแสนจะยากบรรยายทั้งสองที่ยืนห่างกันประมาณสิบก้าวต่างฝ่ายต่างใช้ดวงตาของตนจ้องมองกันและกันอย่างไม่กระพริบตาความรู้สึกในยามนี้บ่งบอกถึงความตึงเครียด
กระนั้นผู้ที่ทำให้บรรยากาศภายในกระโจมแห่งนี้ตึงเครียดก็มีเพียงแค่ป๋ายจี้หยวนเท่านั้นไป๋เฟิ่งที่กำลังยืนอยู่นางแสดงใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกอันใด
เพียงแต่ใช้ใบหน้าและดวงตาที่เยือกเย็นจ้องมองไปที่สหายที่เติบโตมาด้วยกันด้วยความสงสัยเท่านั้น
“ เ้าหมายถึงอันใด? ” น้ำเสียงที่ไพเราะย้ำถามอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่สงบนิ่ง
จี้หยวนก้าวเท้ามาด้านหน้าสองก้าวก่อนจะกล่าวออกไป“ ข้าได้ยินข่าวมาว่าองค์ฮ่องเต้อยากจะให้เ้าอภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง ”
จี้หยวนกล่าวถึงข่าวลือที่มันกำลังเป็ที่พูดถึงภายในวังยามนี้เลื่องลือเช่นนี้หลุดออกมาจากนางกำนัลที่คอยรับใช้ใกล้ชิดองค์เ้าชีวิต
พวกนางได้ยินพวกเขาหารือกันว่าอยากจะให้องค์ชายรองได้อภิเษกสมรสกับแม่ทัพใหญ่ไป๋
เพราะว่าตอนนี้นางก็เติบโตจนเลยไว้ออกเรือนมาประมาณนึงแล้วแต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะได้ออกเรือนกับผู้ใด
เ้าชีวิตอยากจะซื้อใจตระกูลไป๋เพราะการนี้เลยอยากให้องค์ชายรองได้อภิเษกสมรสกับนางมันเป็เหมือนกับการเชื่อมความสัมพันธ์อีกหนึ่งอย่าง
เพราะว่าถ้ามีเชื้อพระวงศ์ได้เกี่ยวดองกับตระกูลไป๋ทางด้านของตระกูลไป๋จะกลายมาเป็กำลังสำคัญในการทำให้แผ่นดินและราชสำนักเป็ปึกแผ่นมากขึ้นไม่จำเป็จะต้องเกรงกลัวว่าตระกูลไป๋ผู้ที่ทรงอำนาจจะทำให้ราชสำนักหรือว่าบัลลังก์มันสั่นคลอน
เพราะการนี้ในวงในของราชสำนักเลยกำลังปรึกษาหารือเกี่ยวกับเื่นี้กัน
โดยตอนนี้องค์ชายของราชวงศ์ฉีมีอยู่ทั้งหมดสามคนโดยมีองค์ชายใหญ่ที่รั้งตำแหน่งองค์รัชทายาท แต่ก็มีองค์ชายรองส่วนคนสุดท้ายก็คือองค์ชายสาม
องค์ชายทั้งสามมีฝีมือและมีความสามารถที่แตกต่างกันไปคนละทิศคนละทางสำหรับองค์ชายรองคนผู้นี้ผู้คนกล่าวว่าเป็บุรุษที่มีรูปร่างสง่างามไม่เพียงเท่านั้นยังมีความสามารถในด้านวรรณกรรมและเป็คนที่ฉลาดเฉลียวกล่าวได้ว่าสามารถศึกษาในความรู้ของบัณฑิตบรรลุได้ใน่วัยประมาณเพียงแค่สิบสี่ปีเท่านั้น
เพราะแบบนั้นองค์ชายรองถือว่าเป็คนที่ความสามารถแถม่อายุยังอยู่ใน่วัยไล่เลี่ยกับไป๋เฟิ่ง
ไม่แปลกเลยที่ผู้คนมากมายภายในราชสำนักจะมองเกี่ยวกับเื่นี้เอาไว้
ไป๋เฟิ่งได้ยินเช่นนั้นนางกลับไม่ได้แสดงท่าทางอันใดออกมาเลยแม้แต่น้อยแต่ตอนนี้นางยังคงแสดงใบหน้าเรียบเฉยใบหน้านั้นยังเต็มไปด้วยความเ็าจ้องมองไปที่สหายของตนเอง
จี้หยวนมองเห็นนางแสดงท่าทางสงบนิ่งเช่นนั้นเขาจึงถามออกมาด้วยความร้อนรนแทน“ เ้าไม่รู้สึกอันใดบ้างเลยอย่างนั้นรึ? ”
ไป๋เฟิ่งแสดงใบหน้าเรียบนิ่งตอบกลับ“ ไม่รู้สึกอันใด ”
ประสบการณ์มากมายที่นางผ่านพ้นมาบ่มเพาะนางให้กลายเป็คนที่เ็าและสงบนิ่งในหลายๆสถานการณ์ ความสงบนิ่งของนางขนาดบัณฑิตภายในเมืองหลวงยังชื่นชม
ผู้คนเคยได้ยินเหล่าทหารภายในสนามรบเล่ากันว่ามีครั้งหนึ่งกระบี่มากมายนับสิบเล่มพุ่งตรงเข้ามาหานางจากทุกทิศทางแต่ว่าสตรีผู้นี้กลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
จี้หยวนได้เห็นท่าทางเช่นนั้นเป็เดือดเป็ร้อนกระทืบเท้าแล้วพูดขึ้น“ แล้วเ้าจะเอาอย่างไรเ้าจะยอมอภิเษกกับองค์ชายรองงั้นรึ? ”
อันที่จริงแล้วความรู้สึกของคนผู้นี้ความรู้สึกของจี้หยวนที่มีให้กับไป๋เฟิ่งมันแตกต่างจากที่ผู้คนภายนอกเห็นเขาหลงรักนางหลงรักมาั้แ่ในตอนแรกจนถึงในตอนนี้เขาหลงรักนางมาเกือบสิบปีได้แล้ว
ครั้งหนึ่งภายในสนามรบเกือบจะโดนศัตรูสังหารตายแต่ว่าไป๋เฟิ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วใช้กระบี่ของตนเองสังหารสตูและช่วยเหลือเขาไว้ั้แ่ในครั้งนั้นเขาก็มองนางเป็เทพธิดาในฝันตลอดเวลา
ผู้คนจะมองท่าทางภายนอกของนางดูเป็คนเยือกเย็นเพียงใดแต่สำหรับสายตาของจี้หยวนนางก็ยังคงงดงามในแบบของนาง
แม้ว่าตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมาจี้หยวนพยายามแสดงท่าทางชื่นชอบนางเพียงใดแต่นางก็ไม่เคยตอบรับความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย
จี้หยวนด้วยฐานะที่เขานั้นกำลังยืนอยู่ว่าเป็เหมือนกับลูกพี่ลูกน้องของนางเป็บุตรชายบุญธรรมของขุนนางไป๋มันเลยทำให้เขาไม่สามารถแสดงต่อหน้าคนอื่นได้ว่าเขาชื่นชอบนาง
แต่ว่าในยามที่อยู่กันสองคนเขาก็มักแสดงออกมาตลอดเวลาแต่นางก็ไม่เคยตอบกลับเขา
ครั้งนี้มีข่าวภายในเมืองหลวงว่าองค์ฮ่องเต้อยากจะให้องค์ชายรองอภิเษกกับนางภายในใจของมันจึงบังเกิดความหึงหวงและบังเกิดความร้อนรน
ในตอนนี้มามองเห็นว่าท่าทางของไป๋เฟิ่งไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยก็ยิ่งทำให้มันนั่นร้อนรนใจถึงกับแสดงท่าทางที่ออกนอกหน้าอย่างเช่นการกระทืบเท้า
ไป๋เฟิ่งแสดงใบหน้าเรียบเฉยดวงตาหงส์มองตรงไปยังสหายวัยเด็กแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า“ ไม่!! ”
เมื่อได้ยินนางตอบกลับมาว่าจะไม่อภิเษกสมรสกับองค์ชายรองมุมปากทั้งสองข้างของมันก็ฉีกยิ้มออกมา
จี้หยวนแสดงความดีใจออกมาอย่างออกนอกหน้ามุมปากทั้งสองข้างที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเท้าทั้งสองข้างที่ก้าวเข้าไปอีกประมาณสามก้าวระยะห่างเหลืออีกเพียงแค่ห้าก้าวเท่านั้นระหว่างเขาทั้งสอง
“ แล้วเ้ามีหนทางปฏิเสธแล้วอย่างนั้นหรือเกี่ยวกับเื่นี้? ” มันเอ่ยถามออกมา
แน่นอนว่าถ้าองค์ฮ่องเต้ทำการเอ่ยปากเกี่ยวกับเื่พิธีอภิเษกสมรสถ้าอยากจะปฏิเสธเกี่ยวกับเื่นี้ก็ต้องมีหนทางแล้วก็มีเหตุผลที่มากพอสมควรที่จะทำการปฏิเสธเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้น
ไป๋เฟิ่งส่ายใบหน้ากลับไป
เมื่อเห็นท่าทางตอบกลับเช่นนั้นมุมปากทั้งสองข้างของจี้หยวนยกยิ้มขึ้นแล้วกล่าว“ ข้าพอจะมีวิธีอยู่ ”
“ วิธีอันใด? ”
จี้หยวนถือโอกาสก้าวเข้ามาอีกสามก้าวทำให้ระยะห่างของทั้งสองเหลือเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นบุรุษผู้นั้นทำการพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ เ้าแต่งงานกับข้าเถอะไป๋เฟิ่ง ”
ในยามเช่นนี้ถ้าเป็สตรีทั่วไปคงพากันแสดงท่าทางตื่นตระหนกใแต่ว่าสตรีผู้นี้ไม่แม้แต่กระพริบตายังคงแสดงใบหน้าเรียบเฉยเ็า
จี้หยวนเห็นนางแสดงท่าทางเช่นนั้นจึงกล่าวต่ออีกว่า“ ถ้าเ้าไม่อยากแต่งงานกับองค์ชายรอง ถ้าเช่นนั้นเ้าก็แต่งงานกับข้าเถอะเ้าเองก็น่าจะรู้ดีว่าความรู้สึกที่ข้ามีให้กับเ้ามันเป็ความรู้สึกเช่นไร ”
ไป๋เฟิ่งแสดงท่าทางเ็าตอบรับกลับไป“ ไม่ใช่เพียงแค่องค์ชายรองแม้แต่เ้าข้าเองก็ไม่แต่งด้วยทั้งชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งงานกับบุรุษผู้ใด ”
การพูดปฏิเสธออกมาอย่างเ็าและระยะใหญ่หันใบหน้าหนีไปจากนั้นก็เดินตรงไปยังประตูด้านหลังที่เป็กระโจมพักผ่อน
เหลือไว้แต่เพียงแค่ป๋ายจี้หยวนในยามนี้ภายในจิตใจราวกับว่าตกลงสู่ก้นเหวลึก
ที่ผ่านแม้ว่ามันจะไม่เคยบอกว่ารู้สึกของตนเองออกไปแต่การแสดงออกของมันที่มีต่อนางมันก็ชัดเจนมาก มันเห็นว่านางไม่ปฏิเสธการกระทำนั้นของมันมันก็คิดว่าภายในใจของนางยังคงจะมีใจชื่นชอบมันอยู่หลายส่วน
แต่ว่าในครั้งนี้เมื่อมันพูดออกไปตรงๆคำตอบที่ได้มาเป็คำตอบกลับที่แสนเ็ป
จี้หยวนเห็นร่างของนางที่เดินออกไปเขาจึงะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่น “ ข้ารู้ที่เ้าไม่แต่งงานกับข้าเพราะว่าเ้าเกรงกลัวพ่อบุญธรรมใช่หรือไม่เพราะว่าพวกเราขึ้นชื่อว่าเป็พี่น้องบุญธรรมกัน!!! ”
มันยังคงคิดว่าที่นางปฏิเสธมันเป็เพราะว่าเกี่ยวกับฐานะของทั้งสองที่มีศักดิ์และฐานะเป็พี่น้องบุญธรรมต่อกันและกัน
แต่ในขณะที่มันพูดออกมาเช่นนั้นไป๋เฟิ่งที่กำลังเดินอยู่อยุธยาทั้งสองข้างของตนหนังเบนใบหน้าที่งดงามของตนเองกลับมาเล็กน้อย “ ไม่ใช่!! ข้าไม่ได้ชอบเ้าแล้วก็ไม่มีทางชอบบุรุษผู้ใดด้วย ”
เมื่อนางพูดจบก็เดินต่อไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วคำตอบนั้นมันชัดเจนอยู่แล้วเหตุผลที่นางปฏิเสธออกไป
ที่ผ่านมาไป๋เฟิ่งไม่ใช่ว่าไม่รู้ความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้กับนางในการที่นางพยายามทำท่าทางเรียบเฉยและก็ไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายมันเป็เพราะว่าอย่างไรทั้งสองก็จำเป็จะต้องอยู่ร่วมกัน
แต่หารู้ไหมว่าการที่นางไม่ได้แสดงท่าทางผิดอาจรู้ว่าทำเกี่ยวกับการกระทำของอีกฝ่ายมันจะกลายเป็สิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายคิดว่านางมีใจให้กับมัน
ป๋ายจี้หยวนที่ยืนอยู่อย่างเดียวดายภายในใจของมันยังคิดว่าที่นางตอบกลับมาเป็เพียงแค่ข้ออ้างทั้งนั้น
คนผู้นี้แทบจะคลั่งแต่มันก็พยายามสงบใจของตนเองเอาไว้พลางกับพึมพำออกมา” ไม่ใช่ต้องไม่เป็แบบนี้ ต้องไม่เป็แบบนี้ ”
ท่ามกลางความรู้สึกเ่าั้ผ่านไปอีกห้าวันการลบก็ได้เริ่มขึ้นทัพขนาดใหญ่ยกเข้าตีเมืองอย่างรวดเร็วมันเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นของาเท่านั้นานี้ยังกินเวลาไปอีกหลายเดือนกว่าที่จะยุติลง
ณเมืองตี้หนาน
หลังจากที่หนิงหนิงถูกรับเข้าเรียนภายในสถานศึกษาตี้หนานผ่านพ้นมาอีกหลายวันถึงเวลาที่หนิงหนิงต้องเข้าไปศึกษาภายในสถานศึกษาแล้ว
วันนี้เป็อีกหนึ่งวันที่ดีลู่หยางขึ้นมาั้แ่ในยามเช้าตรู่ออกไปล่าสัตว์ภายในป่าได้ไก่ป่ามาหนึ่งตัวใน่เวลายามเช้าทำซุปไก่ตัวโตให้กับบุตรสาวของตนเองกินหลังจากนั้นก็เดินไปส่งนางที่บริเวณสถานศึกษาภายในตัวเมือง
เมื่อเดินไปส่งนางที่สถานศึกษาเรียบร้อยแล้วตนเองก็เดินกลับมาบริเวณเรือนของตนเอง
ในใจก็รู้สึกไม่วางใจกลับมาถึงเรืองของตนเองสุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถข่มความร้อนรนภายในใจได้หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็วมุ่งตรงกับไปที่สถานศึกษาแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อที่จะไปดูบุตรสาวของตนเองในขณะที่กำลังเรียนอยู่
ลู่หยางสะพายกล่องไม้กระบี่ของตนเองไปด้วยภายในใจก็คิดว่าถ้ามีคนรังแกบุตรสาวของเขากระบี่ทั้งเจ็ดเล่มภายในนี้คงจะได้อาบเือย่างแน่นอน
จบบท