ปราณภายในอากาศไหลเข้าสู่บ้านไม้หลังเล็ก ดึงดูดความสนใจของพ่อบ้านหวางและลุงหานให้หันมอง
ความเข้มข้นของปราณที่อยู่รอบๆไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเกิดความสนใจเพราะบ่อยครั้งที่คุณหนูบ่มเพาะปราณด้วยการดูดซับปราณจากรอบๆเข้าสู่ตันเถียน
สิ่งที่กำลังทำให้พ่อบ้านหวางและลุงหานสนใจคือความเข้มข้นของปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณหนู ความกดดันจากปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณหนูเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนหน้า มันกำลังไล่ตามพวกเขามาติดๆ นับว่าเป็นการบ่มเพาะที่รวดเร็วไม่น้อย
ทันใดนั้นปราณมหาศาลที่ชักนำมาจากทุกทิศทางก็ได้สลายหายไป ทั้งสองจึงแยกย้ายกันพักผ่อน คืนนี้การบ่มเพาะของคุณหนูเสวี่ยหรงจบลงแล้ว อีกสักพักเธอคงเข้านอน
[ ชื่อ: เสวี่ยหรง ตระกูล: ม่อ ]
[ ระดับผู้ฝึกยุทธ์ : ก่อกำเนิดลมปราณขั้นสูง ]
เสวี่ยหรงสัมผัสได้ถึงปราณมหาศาลภายในร่างกาย แม้จะเป็นระดับกำเนิดปราณระยะห่างระหว่างขั้นกลางและขั้นสูงก็มีมากเช่นเดียวกัน
ปราณที่เธอดูดซับมาจากหญิงคณิกาหลายวันที่ผ่านมานี้ทำให้เธอบ่มเพาะได้รวดเร็วมาก จนตอนนี้ระดับเลื่อนมาถึงก่อกำเนิดลมปราณขั้นสูงแล้ว หากเป็นไปตามที่เธอคิด โอกาสจะไล่ตามลุงทั้งสองคนมีความเป็นไปได้สูงจะทำสำเร็จก่อนวันส่งน้ำหอม 500 ขวด เมื่อตรวจสอบร่างกายแล้วเธอจึงล้มตัวนอนเพราะพรุ่งนี้เช้าจะต้องเดินทางไกล
ซินอี๋ทิ้งตัวลงนอนหลังจากไม่พบความผิดปกติใด การบ่มเพาะปราณของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงทำให้เธอรู้สึกชินชาไปเสียแล้ว แม้จะรู้สึกตกใจกับการบ่มเพาะพลังที่รวดเร็ว เธอกลับโยนความรู้สึกหลายอย่างออกไปเพราะหลายอย่างหาคำตอบไม่ได้
การชำระล้างปราณปีศาจ ไม่จำเป็นต้องใช้ปราณ เธอไม่รู้ว่าคุณหนูทำได้เช่นไร การดูดซับปราณปีศาจและปราณอื่นๆออกจากร่างหญิงคณิกายิ่งทำให้เธอสงสัย สิ่งที่คุณหนูใช้คล้ายกับวรยุทธ์ของมาร เพียงแต่ว่ามันพิเศษกว่านั้นเนื่องจากปราณทั้งหมดที่ดูดซับเข้าสู่ร่างล้วนกลายเป็นปราณบริสุทธิ์
เธอที่หาคำตอบจากเรื่องน่าเหลือเชื่อหลายอย่างไม่ได้จึงปล่อยให้มันดำเนินไปโดยไม่คิดแตะต้อง
“ เอ๊ะ ธูปหมดแล้วรึ เหตุใดถึงเร็วเพียงนี้กัน หรือว่าข้าจะหลับอีกแล้ว ”
ยี่ยี่เท้าคางด้วยความสงสัย ทุกคืนก่อนนอนเธอจะต้องดูดซับลมปราณเข้าสู่ร่างกายให้ได้สัก 1 ก้านธูปตามที่คุณหนูสั่ง เธอกลับรู้สึกว่าธูปที่จุดขึ้นดับเร็วเกินไปจนคิดว่าเธอหลับระหว่างดูดซับลมปราณ แต่เมื่อลองตรวจสอบตันเถียนพบว่าปราณเพิ่มขึ้น เธอจึงล้มตัวลงนอน ปราณในตันเถียนยืนยันว่าเธอไม่ได้หลับ
“ สบู่ ? เจ้านำมันมาให้ข้าทำไมหรือ ”
ชายชราไว้หนวดเคราแพะถามด้วยความสงสัย เช้านี้คนของมันนำสบู่มาให้จึงอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับสบู่
“ นายท่าน คนของข้าพบว่าสบู่ก้อนนี้กำลังได้รับความนิยม ”
“ มันมีสิ่งใดพิเศษ ”
“ ข้าได้ตรวจสอบดูแล้ว สบู่ก้อนนี้มีกลิ่นหอม มันติดร่างกายยาวนานกว่าปกติ สิ่งที่ทำให้เป็นที่นิยมไม่ใช่เพียงกลิ่นหอมของมัน คุณภาพในการกำจัดสิ่งสกปรกตามร่างกายดีกว่าสบู่ที่วางขายในท้องตลาด ข้าได้ลองใช้แล้ว มันดียิ่งกว่าสบู่ของทางเราที่ขายให้แค่คนจากตระกูลใหญ่ ”
“ ผู้ใดเป็นเจ้าของ ”
หัวหน้าหอการค้าตระกูลโจวหยิบสบู่ตรงหน้าขึ้นมาสูดดม กลิ่นหอมอ่อนๆจากสบู่วิ่งมาแตะปลายจมูกให้ความรู้สึกสดชื่น นับว่าเป็นกลิ่นที่หอมกว่าสบู่ที่หอการค้าตระกูลโจววางขาย
“ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนผลิตมันขึ้นมา คนของข้าตรวจสอบพบเพียงแค่ว่าคนที่วางขายเป็นพ่อค้าธรรมดาเท่านั้น ”
“ ถามพวกเขาหรือยังว่ารับมันมาจากที่ใด ”
“ พวกเขาบอกว่าเมื่อถึงเวลาจะมีคนมาส่ง เขาคนนั้นไม่เปิดเผยชื่อแซ่ บอกเพียงแค่ว่าให้วางขายไปเรื่อยๆ พ่อค้าหลายคนจึงขายสบู่นี้ให้กับเขา ”
“ ไปสืบมาให้ได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของสบู่ ”
สบู่ที่ทางตระกูลโจววางขายมีราคาสูงถึง 1 เหลียงเพียงเพราะว่ามันทำความสะอาดได้ดียิ่งกว่าสบู่ทั่วไปตามท้องตลาด ต่อให้จะมีคู่แข่งจำนวนมากหอการค้าตระกูลโจวไม่ให้ความสนใจเพราะสบู่เหล่านั้นยังมีคุณภาพน้อยกว่าสบู่จากหอการค้าตระกูลโจว ด้วยคุณภาพในการทำความสะอาดเรือนร่างที่ดีกว่ามันจึงสามารถตั้งราคาเอาไว้สูงได้ ผู้ที่ใช้จึงมีแค่คนจากตระกูลน้อยใหญ่ที่ต้องทำให้ตนเองดูดี
การมาของสบู่ตรงหน้าทำให้มันต้องสืบหาผู้นำมาปล่อยขายให้ดีเพราะคุณภาพของมันเหนือยิ่งกว่าสบู่ตระกูลโจวแต่กลับขายในราคาที่ถูกกว่า อีกไม่นานผู้คนจะแห่กันไปซื้อสบู่ชนิดนี้อย่างแน่นอน มันจึงต้องตามหาผู้ผลิตและหาทางครอบครองวิธีผลิตสบู่นี้ให้ได้ หากครอบครองไม่ได้มันมีเพียงแต่ต้องทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้มาขวางทางตระกูลโจว
“ คุณหนูพร้อมหรือยังเจ้าคะ ”
ซินอี๋สอบถามคุณหนูที่เปลี่ยนไปสวมชุดผู้ฝึกยุทธ์สีดำ โดยมียี่ยี่คอยแต่งตัวช่วยอยู่ไม่ห่าง
“ พี่สาวซินอี๋ ข้าพร้อมเดินทางแล้ว ”
“ คุณหนูเจ้าคะ ท่านจะออกเดินทางกี่วันแล้วจะไปที่ใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ให้ข้าไปด้วยไม่ได้หรือเจ้าคะ ”
ยี่ยี่ทำหน้าเศร้าเธออยากจะเดินทางไปกับคุณหนู เพียงแต่ว่าเธอต้องอยู่เฝ้าตระกูลม่อ มีหลายอย่างที่ต้องดูแลไม่ให้มันถูกความชื้นเล่นงาน
“ เจ้าควรจะอยู่เฝ้าบ้าน ข้าจะรีบไปรีบกลับ คงใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน หากมาถึงเมืองข้าจะแวะซื้อของมาฝาก ”
“ ถ้าเช่นนั้นรีบกลับมานะเจ้าคะคุณหนู ”
ใบหน้าเศร้าหมองเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่ามีของฝาก เสวี่ยหรงจึงยิ้มให้กับยี่ยี่จากนั้นเธอจึงกระโจนขึ้นหลังคาวิ่งนำหน้าพี่สาวซินอี๋ไปยังประตูทางทิศเหนือของเมือง
ซินอี๋ไม่รู้เลยว่าคุณหนูจะพาตนเองไปที่ใด เธอรู้เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายรู้ทาง แต่ไม่รู้ว่าพื้นที่แห่งนั้นถูกเรียกว่าเช่นไร เธอจึงค่อยๆวิ่งตามคุณหนูไม่ห่างพลางแสดงสีหน้าตกใจ เมื่อพบว่าท่าเท้าของคุณหนูรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมจนมาถึงประตูเมือง
“ นำบัตรผ่านออกมาให้ข้าดูหน่อย ”
เสวี่ยหรงหยิบแผ่นไม้ออกมาจากอกเสื้อ ซินอี๋ทำเช่นเดียวกัน แผ่นไม้ทั้ง 2 กลับไม่ได้ระบุว่าเธอมาจากตระกูลม่อ มันเป็นของพ่อค้าที่เดินทางเข้าไปในเมืองชุยฉานไม่กี่วันก่อน ทหารที่ได้ตรวจสอบบัตรทั้งสองจึงปล่อยผ่านออกไปโดยไม่ตรวจสอบให้มากความ
“ ท่านเชื่อข้าหรือยังคุณหนู ข้าบอกแล้วว่าสิ่งที่ข้านำมาล้วนแล้วใช้ได้จริง ”
เสวี่ยหรงพยักหน้า เดิมทีเธอคิดจะออกจากเมืองด้วยการใช้ป้ายประจำตัวของตระกูลม่อ แต่นึกขึ้นได้ว่าอาจจะตกที่นั่งอันตรายจึงให้พี่สาวซินอี๋เตรียมป้ายผ่านทางเอาไว้ ซึ่งเธอใจเต้นรัวเล็กน้อยกลัวว่าป้ายจะเป็นของปลอมจากนั้นก็ถูกทหารยามจับตัวไป ป้ายกลับเป็นของจริงเธอจึงโล่งอก แม้จะไม่รู้ว่าพี่สาวซินอี๋นำป้ายนี้มาได้เช่นไรก็ตาม
“ คุณหนู เราจะไปที่ใดต่อ ”
“ วิ่งไปตามถนนเรื่อยๆ เมื่อถึงข้าจะบอกท่านอีกที ”
“ เจ้าค่ะ ”
ซินอี๋วิ่งตามคุณหนูที่เพิ่มความเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก บนถนนทอดยาวออกจากเมืองเต็มไปด้วยรอยรถม้าวิ่ง กรวดและหินบนเส้นทางทำให้การเดินทางดูลำบาก เพียงแต่ว่าคุณหนูของเธอกลับวิ่งเร็วเป็นอย่างมาก ความเร็วที่เธอเห็นภายในเมืองยังไม่ใช่ความเร็วที่แท้จริง
“ คุณหนู หากท่านใช้ความเร็วสูงสุดเช่นนี้ในการเดินทาง อาจจะตกที่นั่งอันตรายได้นะเจ้าคะ สัตว์ปีศาจคือสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ข้าว่าเราน่าจะลดความเร็วลง ”
“ ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วง เพียงแต่ว่าข้ายังไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุด นอกจากนั้นแล้ววรยุทธ์ตระกูลม่อใช้ปราณน้อยนิด ข้าสามารถวิ่งเร็วกว่านี้ได้โดยยังมีปราณเหลือให้ใช้อีกมาก ”
“ ข้าลืมไปว่าท่านใช้วรยุทธ์ตระกูลม่อ ข้าคงวิตกมากเกินไป ”
ซินอี๋มองตามแผ่นหลังของคุณหนู เธอไม่แปลกใจเลยที่วรยุทธ์ตระกูลม่อใช้ปราณน้อยนิด ทุกท่วงท่าที่ใช้ในการก้าวเดิน ปีนป่าย หรือแม้กระทั่งวิ่ง ล้วนแล้วใช้กล้ามเนื้อน้อยนิดเพราะไม่ได้ขยับทุกส่วนของร่างกาย
การจำกัดกล้ามเนื้อให้เคลื่อนไหวทำให้ร่างกายหลายส่วนไม่ทำงาน มีเพียงส่วนขาและสะเอวเท่านั้นที่ใช้ในการวิ่ง ต่างจากเธอที่ต้องใช้งานหลายส่วนมากกว่านั้น แม้ประสบการณ์ในการใช้วรยุทธ์ของเธอจะมากกว่าจนรู้ว่าจะต้องทำเช่นไรให้การเดินทางประหยัดปราณ ตระกูลม่อกลับมีวิธีการเดินทางที่ประหยัดปราณมากยิ่งกว่า.