เงาพรายอาชญากรรม

    [เล่ม 1: เงาของฆาตกร] ตอนที่ 32: แผนการใต้เงามืด

    รุ่งเช้าวันรุ่งขึ้นเหนือสลัมคลองเตย สายฝนซาเม็ดลงเหลือเพียงละอองบางเบาสลับกับไอหมอกควันสีเทาลอยเหนือหลังคาสังกะสีเก่า แสงอรุณสลัวสาดส่องลอดรอยแตกของฝากระดานเข้ามาภายในห้องเช่าแคบ คิรันลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าลลินตื่นนอนก่อนเขาแล้ว ทนายสาวในชุดเสื้อผ้าตัวเดิมนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์พลางใช้กระดาษจดบันทึกตัวเลขและรายชื่อยุ่งเหยิงอยู่บนโต๊ะไม้เก่า ใบหน้าหวานของเธอแม้จะฉายแววอิดโรยและยังมีคราบน้ำตาแห้งกรัง แต่ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


    "คุณตื่นแล้วเหรอรัน" ลลินหันมามองเขา ยิ้มบางๆ ที่ดูขมขื่นแต่ทว่าอบอุ่นในส่วนลึก คิรันขยับตัวลุกขึ้นยืน เดินก้าวเข้ามาสวมกอดร่างบางของเธอจากทางด้านหลังอย่างโหยหา กดปลายจมูกสูดกลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากหัวไหล่มนเบาๆ


    "ตื่นเช้าจังเลยครับลลิน ไม่พักผ่อนต่ออีกหน่อยเหรอ" คิรันกระซิบถามเสียงทุ้มต่ำอบอุ่น


    ลลินสั่นศีรษะเบาๆ หมุนตัวในอ้อมแขนหนา หันมาสบตาจ้องมองชายหนุ่มด้วยแววตาเคร่งขรึมและน้ำเสียงจริงจัง: "ฉันนอนไม่หลับหรอกค่ะรัน... ทันทีที่รับทราบและถอดรหัสความจริงทั้งหมดเมื่อคืนนี้ ฉันคิดว่าเราจะมัวกบดานหนีภัยซ่อนตัวเป็นผู้ลี้ภัยอยู่เฉยๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ เราปล่อยให้อัยการสมเกียรติและขบวนการชั่วช้าของสมาคมนกฮูกมืดครองอำนาจบาทใหญ่ควบคุมบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายของประเทศต่อไปไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด... ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเดินเข้าคุกยอมรับโทษประหารชีวิตอย่างสิ้นหวังโดยไม่มีใครช่วยต่อสู้หรือไม่มีทนายความคอยแก้ต่างให้อีกแล้ว! ตลอดชีวิตที่ผ่านมาฉันยึดมั่นในตำรากฎหมายอย่างแห้งแล้ง แต่คดีนี้ทำให้ฉันตระหนักว่ากฎหมายที่ไร้ความยุติธรรมก็คือเครื่องมือของอาชญากร ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะทำหน้าที่สู้คดีฆาตกรรมเสี่ยชัชชัยนี้ให้คุณ ฐานะทนายจำเลยของจำเลยที่ชื่อคิรัน อัครเดโชชัย ค่ะ"



    คำพูดของลลินทำให้คิรันสะท้อนใจสะกดกั้นความตื้นตัน ชายหนุ่มลูบผมสั้นเกรียนของเธอเบาๆ: "แต่คดีนี้หลักฐานลอบวางยาชัชชัยมันชัดเจนมากเลยนะลลิน... ศาลอาญาแทบจะไม่มีวันยกฟ้องผมเด็ดขาด"


    "แต่มันเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจจากการปกป้องสิทธิและล้างแค้นฆาตกรที่ฆ่าพ่อของคุณ คดีนี้มีความไม่ชอบธรรมของระบบเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเราสามารถแฉขบวนการสกปรกของอัยการสมเกียรติและสมาคมนกฮูกออกสู่สายตาสาธารณชนได้ กระแสสังคมจะเปลี่ยนทิศทันที และนั่นคือโอกาสเดียวที่เราจะลดหย่อนโทษและปกป้องชีวิตของคุณไว้ได้" ลลินดึงมือคิรันมาวางลงบนโต๊ะไม้ ชี้พอยท์ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์: "มาช่วยฉันวิเคราะห์ไฟล์พวกนี้ก่อนเถอะค่ะ"


    ตลอดสองชั่วโมง ทั้งคู่จดจ่อสะกดกลั้นลมหายใจวิเคราะห์อยู่กับการเปิดไฟล์ข้อมูลลับที่ดึงมาจากเอสดีการ์ดของพิมลภา ลลินขยายดูไฟล์แรกที่ชื่อ `Vesper_Transactions.xlsx` พบตารางบัญชีการโอนเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทแยกย่อยเป็นงวดๆ เข้าสู่บัญชีธนาคารนอมินีสัญชาติสวิสและสิงคโปร์ปลายทางคือเกาะสวรรค์เลี่ยงภาษีเคย์แมน โดยมีรหัสระบุเป็นตัวอักษรย่อและข้อความภาษากำกับชัดเจนว่า "Vesper Consultation Fees" ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบบันทึกวันเวลาการทำธุรกรรมโอนเงินในตาราง จะเห็นชัดเจนว่าตรงกับวันที่อัยการสมเกียรติลงนามสั่งยื่นเรื่องไม่สั่งฟ้องในคดีความทุจริตโกงที่ดินและคดีลอบปล่อยสารเคมีพิษรั่วไหลของเครือเวสเปอร์กรุ๊ปทุกคดีอย่างพอดิบพอดีอย่างน่าขนลุก ลลินใช้ปากกาจดบันทึกตัวเลขยอดเงินโอนสะสมที่สูงถึงเกือบหกร้อยล้านบาทในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา


    ส่วนอีกไฟล์คือ `Owl_Member_List.pdf` มันคือรายชื่อโครงสร้างสมาชิกและลำดับยศของ "สมาคมนกฮูกมืด" ลลินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพะอืดพะอมเมื่อพบเห็นรายชื่ออักษรย่อ ชื่อจริง นามสกุล และข้อมูลติดต่อลับของบุคคลระดับสูงในทุกวงการ ทั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาอาวุโส อัยการชั้นผู้ใหญ่หลายคน นายตำรวจระดับผู้บังคับการกองปราบและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงนักการเมืองระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทุกคนมีสัญลักษณ์ตรานกฮูกสีดำทองกำกับระบุระดับชนชั้นอำนาจ (เช่น Rank A, Rank B, Master) และมีบันทึกรายงานการส่งมอบสินบนเป็นทองคำแท่งรวมถึงโฉนดสิทธิครอบครองที่ดินริมทะเลและสัมปทานเหมืองเพื่อการฟอกเงินผ่านนอมินีบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบระเบียบเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน



    "หลักฐานนี้ถ้าเปิดเผยออกไป... วงการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศพังยับเยินแน่ๆ" ลลินพ่นลมหายใจออกยาวเบาๆ มือที่จับปากกาจดบันทึกสั่นน้อยๆ ด้วยความตระหนักรู้ถึงอันตรายมหาศาล "นี่คือเหตุผลที่พิมลภาถูกฆ่าปิดปากอย่างโหดเหี้ยม อัยการสมเกียรติยอมสูญเสียทุกอย่างไม่ได้"


    "ใช่ครับ... และพวกมันจะตามล่ากวาดล้างทุกคนที่เข้าใกล้ไฟล์นี้จนสิ้นซาก" คิรันเอ่ยแววตาสั่นระริกเย็นยะเยือก


    ขณะที่ลลินกำลังเตรียมใช้อีเมลเข้ารหัสลับเพื่อสำรองไฟล์อัปโหลดส่งขึ้นระบบคลาวด์ ปลายทางส่วนบุคคลของก้องเพื่อความปลอดภัยชิ้นสุดท้าย ทันใดนั้น เสียงวิทยุประกาศแจ้งผ่านลำโพงขยายเสียงของรถสายตรวจก็ดังแทรกสะท้อนฝ่าม่านฝนเข้ามาสู่ซอยแคบในสลัมคลองเตยอย่างตื่นตระหนก:


    "ประกาศจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลและหน่วยปฏิบัติการพิเศษอาวุธครบมือ! พื้นที่ตรอกสลัมคลองเตยซอย 4 ถูกปิดล้อมไว้ทั้งหมดแล้ว ขอให้ประชาชนทุกคนหลบอยู่ในเคหะสถาน และขอให้ผู้ต้องขังหลบหนี คิรัน อัครเดโชชัย เปิดประตูห้องเช่าและก้าวออกมามอบตัวด่วน! หากขัดขืนหรือพยายามต่อสู้ เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งจับตายวิสามัญทันที!"


    ลลินสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นก้าวถอย ทรวงอกกระเพื่อมแรงด้วยความตระหนกตกใจสุดขีด คิรันก้าวเท้าพุ่งไปแง้มผ้าม่านหน้าต่างพลาสติกสีเข้มแอบดูเบื้องล่างทันควัน ภาพด้านนอกคือขบวนรถตู้ตราโล่สีเข้มของหน่วยหนุมานกองปราบปรามและคอมมานโดตำรวจนครบาลสวมหมวกเกราะถือปืนไรเฟิลจู่โจมกว่าสามสิบคน ก้าวเดินเรียงแถวหน้ากระดานลัดเลาะบุกฝ่าสะพานไม้เข้ามาสู่พิกัดห้องเช่าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว


    "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิดลลิน!" คิรันหันกลับมาสั่งการเสียงเฉียบด่วนด้วยแววตาคมกริบระคนจริงจัง ชายหนุ่มเอื้อมมือถอดสายเอสดีการ์ดและแฟลชไดรฟ์โลหะจิ๋วออกมาจากพอร์ตแล็ปท็อปอย่างรวดเร็ว ยัดใส่ในซองกำมะหยี่แดงแล้วยัดใส่มือของลลินบีบแน่น: "ลลิน... อัยการสมเกียรติต้องใช้อำนาจมืดส่งหน่วยเฉพาะกิจบุกมาวิสามัญปิดปากผมแน่ๆ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือของคุณแล้ว คุณต้องหนีไปให้ได้!"


    "ไม่รัน! เราต้องหนีไปด้วยกัน!" ลลินร้องปัดเสียงเครือ พยายามกระชากดึงมือของเขาไว้สุดชีวิต


    "ไม่มีเวลาแล้วลลิน! ตรอกด้านหน้าโดนหน่วยหนุมานล้อมไว้หมดแล้ว ทางเดียวที่เหลือคือช่องหน้าต่างระบายลมด้านหลังนี้ มันเชื่อมต่อกับหลังคาสังกะสีข้างเคียงและท่อน้ำระบายทิ้งลัดออกข้างหลังอู่เรือ รีบไปเร็วครับ!" คิรันไม่ฟังคำคัดค้าน ชายหนุ่มพยุงประคองกายนลินปีนขึ้นไปขอบหน้าต่างแคบด้านหลัง ทุบแผ่นไม้อัดที่ตอกปิดช่องลมระบายจนพังทลายลงสู่หลังคาสังกะสีเก่าข้างเคียงดังโครม


    ลลินหลั่งน้ำตาจำต้องปีน แทรกตัวออกไปทางหน้าต่างหลังคาสังกะสีที่เย็นยะเยือก คิรันปีนตามออกมาติดๆ อย่างว่องไวประดุจสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทั้งคู่ก้าวเท้ากึ่งวิ่งกึ่งคลานเลาะเลียบไปตามแนวขอบสังกะสีลาดเอียงลื่นเปียกน้ำฝน เสียงฝ่าเท้าเหยียบสังกะสีดังครืดคราดยามฝนพรำ ลลินเกือบเสียหลักลื่นไถลขอบหลังคาตกลงสู่ท่อระบายน้ำทิ้งด้านล่างหลายหน แต่แขนแกร่งและฝ่ามือใหญ่เหนียวแน่นของคิรันยังคงโอบเอวของเธอฉุดดึงพยุงขึ้นมาได้ทันเวลาเสมอ


    ท่ามกลางเสียงหวีดไซเรนตำรวจระงมและเสียงปืนกลสั้นที่ยิงทำลายบานประตูดังปังใหญ่จากห้องเช่าด้านหลัง ทั้งสองปีนข้ามบานกั้นไม้ระแนงไปโผล่หลังคาโรงรถเก่าติดริมคลอง แสงไฟสปอร์ตไลท์จากสปอร์ตไลต์มือถือและไฟฉายความเข้มสูงของตำรวจพาดผ่านสลับกวาดสแกนขึ้นมาเหนือหลังคาเพื่อค้นหาร่องรอย คิรันกดร่างของลลินให้นอนราบใต้เงาถังเก็บน้ำพลาสติกสีน้ำเงินขนาดยักษ์ คิรันกระซิบข้างหูเธอที่ตัวสั่นระริก: "หัวใจของผมจะอยู่กับคุณเสมอลลิน... ตอนนี้พวกเราต้องกระโดดข้ามลงไปอู่ต่อเรือหลังนี้ เลี้ยวซ้ายจะเจอเรือพายเก่าของก้องเตรียมไว้ให้เพื่อหนีออกแม่น้ำเจ้าพระยา"


    ลลินพยักหน้ารับคำปนคราบน้ำตาเปียกชื้น ทั้งสองก้าวและหย่อนกายลงจากความสูงสองเมตรลงสู่กองกระสอบทรายเก่าที่หลังอู่ต่อเรือ วิ่งหลบหลีกฝ่าความมืดสลัวและท่อนไม้ไม้แปรรูปเก่าไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงตะโกนวิทยุสั่งการตำรวจสายสืบกวดขันไล่หลังขยับใกล้เข้ามาทุกขณะ ลลินรู้สึกหัวใจเต้นกระหน่ำจนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่ง สองเท้าลุยผ่านโคลนเลนเหนียวเหนอะและแอ่งน้ำขังขุ่นมัวจนรองเท้าผ้าใบเปียกชุ่ม คิรันจับมือของเธอแน่นคอยนำทางพาลัดเลาะอู่ต่อเรือที่ซ่อมแซมเรือหางยาวจนมาถึงขอบโป๊ะไม้ท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา


    ทว่าความโชคร้ายกลับมาเยือนเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นแสงไฟฉายจากนายตำรวจสายตรวจสองคนกำลังเดินส่องสำรวจอยู่ใกล้ท่าเรือที่เรือพายของก้องจอดผูกเชือกไว้ ตำรวจคนหนึ่งร้องทักตะโกนแจ้ง: "เฮ้ย! มีใครอยู่ตรงนั้นน่ะ ออกมาให้ตรวจเอกสารเดี๋ยวนี้!" คิรันตัดสินใจผลักลลินให้หลบซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูเหล็กผุพังของอู่เรือ ส่วนตัวเขาก้าวแทรกตัวออกไปข้างหน้า จงใจหยิบก้อนหินปาลงเรือหางยาวฝั่งตรงข้ามเพื่อล่อความสนใจตำรวจให้วิ่งเตลิดไปตรวจสอบอีกทางหนึ่ง ทันทีที่ทางสะดวก คิรันรีบพาลลินกระโดดลงไปนั่งในเรือพายเก่าดึงเชือกกลอนแกะออกก่อนจะคว้าไม้พายช่วยกันกดส่งพายเรือกระแทกพุ่งตัวออกสู่แม่น้ำใหญ่ ท่ามกลางกระแสคลื่นเชี่ยวกรากสีขุ่นมัวของแม่น้ำเจ้าพระยาฝ่าพายุสายฝนที่ยังพรำๆ บดบังร่องรอยการหลบหนีไปอย่างหวุดหวิดระทึกขวัญ



    คล้ายกับเรื่องเงาพรายอาชญากรรม ที่คุณอ่าน