ตอนที่ 1
ชีวิตงมงาย
ฉัน จ้าวหม่านหม่าน สาวสวยแห่งยุค พ่อแม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ทั้งคู่ โดยทิ้งมรดกมากมายให้ฉันและน้องชาย จ้าวชิงหลิน ชีวิตอยู่สุขสบาย ไร้กังวล มีน้องชายบริหารงานต่างๆ ให้ ฉันเป็คนเอาแต่ใจ ไม่เคยเห็นหัวใคร แต่รักน้องชายที่สุด ฉันเป็คนรักแรง เกลียดแรง สมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ก็แบ่งกับน้องชายคนละครึ่ง ไม่เคยมีปัญหา สามารถเก็บผลประโยชน์ไปได้ชั่วลูกชั่วหลาน
แต่เมื่อฉันได้เจอ หลินเซียวไน่ หนุ่มไฮโซเพลย์บอย เ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ฉันหลงรักเค้าไม่ลืมหูลืมตา ใครเตือนอะไรก็ไม่ฟัง ไม่สนใจ อยากรักเค้าอยากอยู่กับเค้าไปตลอดชีวิต เมื่อฉันได้อ่านบทสัมภาษณ์ ว่าเค้าชอบผู้หญิงเรียบร้อย เป็แม่บ้าน แม่เรือน ทำอาหารเก่ง ฉันจึงต้องปรับปรุงตัวเอง โดยจ้างครูมาสอน และฝึกฝนจนชำนาญ จึงขอเค้าเป็แฟนและได้แต่งงาน
แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่นึกฝัน เค้ายังมีใจให้รักแรกของเค้าอยู่ อู๋เหมยชิง ซึ่งตอนนี้รักแรกของเค้าได้หย่ากะสามีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และหวนกลับมาหา หลินเซียวไน่
แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือเค้าได้แอบมีอะไรกันลับหลังฉัน วันที่ฉันได้รู้ คือวันที่มีผู้หวังดีโทรมาแจ้งว่า สามีของฉันกำลังเข้าโรงแรมกะ อู๋เหมยชิง ด้วยความโมโหจนหน้ามืด จึงรีบตามไปเพื่อจะได้จับให้ได้คาหลังคาเขา แต่อนิจจาเค้ายอมรับและให้ฉันยอมรับ เพราะรักแรกกำลังตั้งท้องลูกของเค้าอยู่ ด้วยความขาดสติฉันจะเข้าไปตบตีชู้รักของเค้า จึงโดนเค้าผลักกระแทกโต๊ะอย่างจัง และล้มลง มีเืไหลนองชุ่มหว่างขา และหมดสติไป
ฉันฟื้นลืมตาขึ้นก็รู้ว่าได้มาอยู่ที่ โรงพยาบาลแล้ว ใบหน้าแรกที่เห็นคือ จ้าวชิงหลิน น้องชายอันเป็ที่รัก ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา และมีรอยฟกซ้ำ เพราะเขาไปทะเลาะกับ พี่เขยและต่อยสั่งสอน
น้องชายคนนี้เป็นักกีฬานักมวยเก่าของมหาวิทยาลัย หลินเซียวไน่ คงเจ็บไม่น้อย เมื่อฉันเห็นน้องชายจึงปล่อยโฮเสียงดัง เราเสียใจร้องให้อยู่พักหนึ่ง น้องชายก็บอกว่าฉันแท้ง ฉันเสียใจมากไม่เคยรู้ว่าตัวเองท้อง
ในเวลานี้สามีชั่วไม่ได้โผล่หน้ามาให้เห็น มีแต่นังคนชั่วเมียน้อย อู๋เหมยชิง ได้มาเยาะเย้ย ว่าผู้หวังดีที่โทรคือหล่อนเอง เพราะ้า เปิดเผยฐานะให้ฉันรับรู้ ก่อนที่ลูกหล่อนจะคลอดออกมา
และที่ หลินเซียวไน่ แต่งงานกับฉัน ไม่ใช่เพราะรัก แต่เป็เพราะฉันรวย และ้าเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของฉัน้ายึดทุกอย่างของฉันเป็ของเขา ครั้งนี้ฉันรับฟังอย่างเงียบๆ ไม่โต้แย้งไม่พูด ดวงใจดวงนี้ของฉันแหลกสลายไปหมดแล้ว แค้นมาก รักมาก จนหมดรัก
ฉันจะไม่ให้เขาสองคนสมหวัง คนชั่วสองคนคงไม่รู้ว่าก่อนแต่งงาน ฉันได้โอนทรัพย์สินที่เป็มรดกจากพ่อแม่ให้น้องชายดูแลทั้งหมด มีเพียงแต่เงินฝากธนาคารที่ได้รับผลประโยชน์ทุกๆ เดือน ที่น้องชายโอนให้ แต่เงินใน บัญชีก็มีไม่น้อย ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านหยวน
ฉันขอคุณหมอนอนโรงพยาบาลสักสองอาทิตย์ เมื่อสภาพร่างกายและจิตใจ มั่นคง ฉันถึงจะพร้อมไปเผชิญหน้าคนชั่วสองคนนั้น
ในคืนหนึ่งที่นอนในโรงพยาบาล ฉันมักจะฝันแปลกๆ ได้เห็นเด็กผู้ชายน่ารักสองคนมาเกาะที่เตียง ร้องเรียกแม่ครับตลอดเวลา และขอให้ฉันกลับไปหาพวกเค้า ตามร่างกายจะเห็นร่องรอยถูกทำร้าย ใครชั่งใจร้าย ฉันสงสารจนน้ำตาไหลร้องให้จนใตื่น นึกถึงลูกที่แท้งไปถ้าเค้าได้เกิดมา คงน่ารักเหมือนเด็กสองคนในฝัน หลังจากแท้งลูก ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ จิตใจเศร้าหมอง
เมื่อน้องชายมาเยี่ยม เขาขอให้ไปอยู่กับเค้าหลังออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปพักฟื้นจิตใจ และได้บอกข่าวของ สามีชั่วหลินเซียวไน่ ว่าบริษัทกำลังมีปัญหาที่ไปลงทุนก่อสร้างตึกมหาวิทยาลัย ไม่ตรงสเปกแบบแปลงและใช้วัสดุไม่ตรงตามสัญญา อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็มูลค่าที่สูง เสี่ยงต่อการล้มละลายได้ ตอนนี้กำลังวุ่นวายในการหาทุนมาอุดช่องโหว่ ฉันไม่ได้กังวลหรือสงสารเพราะหมดสิ้นศรัทธาในตัวสามีชั่วแล้ว จึงขอให้น้องชายช่วยถอนทุน ที่เคยร่วมลงทุนกับ หลินเซียวไน่ ทั้งหมด ฉันสะใจในเมื่อถึงจุดสิ้นรัก ก็มีเพียงแค้นที่โดนหลอกและเพื่อลูกที่ยังไม่ทันเกิด ก็ต้องจากกันชั่วชีวิต
นี้เป็อีกคืนหนึ่งที่ฝันเห็นเด็กสองคน และฉันรับปากจะไปอยู่ด้วย เมื่อรับปากเด็กสองคนดีใจมากก้มลงจูบที่หลังมือของฉัน แต่รู้สึกแปลกๆ เมื่อปากเด็กสองคนถูกหลังมือ ฉันรู้สึกร้อนเหมือนโดนไฟลวก และใตื่น
ฉันเลยเอามือไปลูบหลังมือ โอ้ พระเ้า ฉันััได้ถึงมิติ ห้องขนาดใหญ่ เป็ความจริงหรือนี่ เหมือนที่เคยอ่านในนิยาย ฉันต้องจากโลกใบนี้ไปหรือ ฉันยังไม่ได้เห็นเคราะห์กรรมของคนสองคนนั้น แต่ฉันรอไม่ได้แล้วต้องเตรียมการ เพราะเด็กสองคนที่เห็นในฝัน สภาพความเป็อยู่ไม่ค่อยดี และถ้าฉันไปโลกใบใหม่ จะอยู่ได้เปล่า
วันรุ่งขึ้น ฉันขอออกจากโรงพยาบาล ไปพักอยู่บ้านน้องชายชั่วคราว และหาซื้อของต่างๆ ที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนยกห้างสรรพสินค้า และโกดัง เข้าไปอยู่ในมิติ ร้านขายยาก็มี รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก เลือกแบบวินเทจ และโบราณหน่อย และเมื่อทุกอย่างครบตาม้า ยังมีเงินหลือก็บริจาคเงินให้แก่ วัด โรงพยาบาล และบริจาคร่างกายให้เป็ครูใหญ่ของนักเรียนแพทย์ เพื่อได้ส่งผลบุญไปยังโลกหน้าได้
เมื่อจัดการเรียบร้อย ก็กลับบ้านน้องชาย ร่างกายเหมือนสับสวิตซ์ลง หมดแรงโดยทันที
ฉันจึงพักผ่อนบนเตียงเหมือนรอเวลา น้องชายเข้ามาคุยและบอกว่าบริษัทของ หลินเซียวไน่ กำลังถูกฟ้องร้องและจะล้มละลาย ฉันได้แต่ยิ้ม หมดเวรหมดกรรม คืนนั้นฉันก็ลาจากไปหาเด็กทั้งสอง
/////ชีวิตรันทดกำลังจะเริ่ม/////