ขีดสีชมพูสองขีดบนแท่งพลาสติกสีขาว... สัญลักษณ์ง่ายๆ ที่มีความหมายรุนแรงพอที่จะสั่นะเืและพังทลายโลกทั้งใบของเอมิลงในพริบตา เธอนั่งกองอยู่บนพื้นกระเบื้องห้องน้ำที่เย็นเฉียบ น้ำตายังคงไหลรินไม่หยุด แต่เสียงสะอื้นได้เงียบหายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกชาหนึบที่แล่นไปทั่วร่าง ความจริงอันโหดร้ายกำลังค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในทุกอณูของจิตสำนึก... เธอท้อง... ท้องกับกฤต...
สมองของเธอพยายามจะทำงาน แต่กลับหมุนวนสับสนอยู่กับภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่พรั่งพรูเข้ามาไม่หยุด ทั้งภาพความไว้วางใจในแววตาของศิวัฒน์ ภาพความเร่าร้อนในอ้อมกอดของกฤต ภาพร้านกาแฟที่เธอรัก และภาพอนาคตที่เคยวาดฝันไว้ ซึ่งบัดนี้ดูมืดมนและไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง
ศิวัฒน์... แค่นึกถึงชื่อสามี หัวใจเธอก็เหมือนถูกบีบรัดจนเ็ป เขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าเขารู้? ความรัก ความไว้วางใจที่เขามีให้เธอมาตลอดจะแปรเปลี่ยนเป็อะไร? ความผิดหวัง? ความเกลียดชัง? หรือความแตกสลายที่ไม่อาจประสานคืนได้อีก? เธอไม่อยากจะคิดภาพนั้นเลย มันน่ากลัวเกินไป...
กฤต... ชายผู้เป็ต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมดนี้ เขาจะว่าอย่างไร? เขาจะแสดงความรับผิดชอบไหม? หรือเขาจะปัดสวะให้พ้นตัว? ความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนแต่แฝงเร้นนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน? การมี 'ลูก' ด้วยกัน มันจะผูกมัดพวกเขาไว้ หรือจะผลักไสให้ห่างกันไป? แล้วเธอ... ้าให้เขาเข้ามารับผิดชอบจริงๆ หรือ? คำถามเหล่านี้ไร้ซึ่งคำตอบ
ลูก... ความคิดนั้นทำให้เอมิยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว ข้างในนี้... มีชีวิตน้อยๆ กำลังเติบโตขึ้นมา ชีวิตที่เป็ผลผลิตจากความผิดพลาด จากการทรยศหักหลัง เธอไม่รู้สึกถึงความผูกพันใดๆ มีเพียงความรู้สึกแปลกแยกและความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จับต้องไม่ได้นี้
เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็เสียงสะอื้นที่แหบแห้งและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เธอต้องทำอะไรสักอย่าง! เธอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทุกข์แบบนี้ไม่ได้! ความคิดเื่การปกปิดหลักฐานแล่นเข้ามาในหัวเป็อันดับแรก
เอมิลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ขาแข้งยังคงสั่นเทา เธอหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา มองมันด้วยแววตาว่างเปล่าครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้กระดาษทิชชูห่อมันไว้หลายๆ ชั้น แล้วนำไปทิ้งลงในถังขยะเล็กๆ ในห้องน้ำ เอาขยะอื่นๆ กลบทับอีกทีเพื่อซ่อนเร้นมันให้มิดชิดที่สุด จากนั้นเธอก็เปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าล้างตา สาดน้ำเย็นๆ ใส่หน้าซ้ำๆ พยายามลบเลือนร่องรอยของการร้องไห้
เธอมองตัวเองในกระจกเงา ดวงตาบวมช้ำและแดงก่ำ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเื เธอใช้ผ้าขนหนูซับหน้าเบาๆ พยายามบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้กลับมาเป็ปกติ หายใจเข้าลึกๆ สูดกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่พอจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง เธอต้องเข้มแข็ง เธอต้องกลับไปใช้ชีวิตปกติ เธอต้องเปิดร้านกาแฟ...
การก้าวออกจากห้องน้ำในวันนั้น เหมือนการก้าวออกจากโลกส่วนตัวที่พังทลาย กลับสู่โลกแห่งความเป็จริงที่เธอต้องสวมหน้ากากต่อไป เธอเดินลงบันไดมาอย่างเชื่องช้า กลิ่นกาแฟที่เคยหอมกรุ่นลอยมาจากชั้นล่าง วันนี้กลับทำให้เธอรู้สึกคลื่นเหียนขึ้นมาอีกระลอก เธอต้องฝืนกลืนก้อนแข็งๆ ที่จุกอยู่ในลำคอลงไป
เธอเดินเข้าไปในครัว ชงกาแฟดื่มเองแก้วหนึ่ง รสขมปร่าของมันอาจจะช่วยให้เธอตื่นตัวและมีสติมากขึ้นได้ เธอนั่งลงที่โต๊ะอาหารตามลำพัง จิบกาแฟไปเงียบๆ ความเงียบสงัดของบ้านหลังใหญ่ยิ่งขับเน้นความโดดเดี่ยวในใจเธอให้ชัดเจน เธอไม่สามารถบอกเื่นี้กับใครได้เลย ไม่ใช่ศิวัฒน์ ไม่ใช่พลอยหรือมิ้นท์ ไม่ใช่เพื่อน หรือครอบครัวคนไหนทั้งนั้น... นี่คือความลับที่เธอต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง
แต่แล้ว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาท่ามกลางความสับสนว้าวุ่น... มีคนคนหนึ่งที่เธอ ต้อง บอก... คนที่เป็อีกครึ่งหนึ่งของความรับผิดชอบนี้... สารวัตรกฤต
ความคิดนั้นทำให้เธอหนาวสะท้านไปทั้งตัว การเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ การบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ มันจะเป็อย่างไร? เขาจะเชื่อไหม? เขาจะทำอย่างไร? ความกลัวถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แต่เธอก็รู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เธอไม่สามารถอุ้มท้องลูกของเขาต่อไปโดยที่เขาไม่รับรู้ได้ และเธอเองก็้ารู้... ้ารู้ว่าเขาจะแสดงท่าทีเช่นไร ้ารู้ว่าเธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพียงลำพังกับปัญหานี้จริงๆ ใช่ไหม?
การตัดสินใจครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นแล้วในใจ ท่ามกลางความมืดมนและสิ้นหวัง เธอต้องบอกกฤต... แต่จะบอกเมื่อไหร่... ที่ไหน... และอย่างไร? นั่นคือคำถามข้อต่อไปที่เธอต้องหาคำตอบ... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปกว่านี้