"เ้ารู้สึกหรือไม่ว่าท่านแม่ทัพดูเหมือนจะเปลี่ยนไป"
จื่อหาวเอ่ยขึ้นขณะที่เดินออกมาจากกระโจมพร้อมชีชวน
"เปลี่ยนไปเช่นไรหรือ"
ชีชวนที่ปกติมักไม่สนใจเื่ใด เพราะทำแต่งานเขาเป็บุรุษทื่อๆ มิเหมือนจื่อหาวที่นิสัยร่าเริงและชอบสร้างสีสัน อีกทั้งอายุยังน้อยที่สุดในบรรดาผู้ช่วยคนสนิทอีกด้วย
"มีชีวิต"
"มีชีวิต..... ท่านแม่ทัพก็มีชีวิตนี่ พูดอันใดของเ้ากันข้ามิเห็นเข้าใจ"
ชีชวนเอ่ยพลางส่ายหน้าให้กับความคิดของจื่อหาว และเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว
"เอ๊~~~ ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ นั้นเ้าจะไปที่ใด"
"ไปจัดการทหารเมื่อครู่ให้ท่านแม่ทัพ"
"รอข้าด้วย เ้ารอข้าด้วย ข้าไปด้วย"
จื่อหาวเอ่ยหลางวิ่งออกไปตามหลังด้วยท่าทีทุลักทุเล เนื่องด้วยในมือยังหอบกองรายงานมากมาย
......
ทางด้านเยี่ยนฝาง หลังจากหัวเสียเื่เมื่อสักครู่ที่ถูกกล่าวหา ก็พลอยทำให้อารมณ์ไม่ดีนัก แต่นางก็เถียงไม่ได้ นางมีใจให้ท่านแม่ทัพจริงๆ แต่ก็มิได้คิดทำเื่ไม่ดีอย่างที่ทหารเ่าั้พูด ความตั้งใจของนางมีอย่างเดียวคือหวังให้เขาราบรื่น ส่วนการเป็คนรักนั้นดูเหมือนทุกอย่างจะเป็ไปไม่ได้ ชายหนุ่มเป็ถึงท่านแม่ทัพผู้องอาจ ส่วนนางเป็เพียงผู้ขออาศัยจวนเขา หัวนอนปลายเท้าก็ไม่มี ขนาดแซ่ยังไม่มีเหมือนคนปกติทั่วไปด้วยซ้ำ
"เฮ้อ~~~"
เยี่ยนฝางถอนหายใจออกมาอด้วยความเหนื่อยใจ ระหว่างทางที่เดินกลับกระโจม
"เป็อันใดของเ้ากัน หรือว่าวันนี้ยังมิได้เจอหน้าข้า ถึงกับทำให้เ้าคิดถึงข้ามากจนพาให้อารมณ์ไม่ดี เอาหน่าข้ามาแล้วๆ"
มู่ป๋อเหวินเอ่ยขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้หญิงสาว
"แค่เห็นหน้าเ้าข้าก็รู้ว่าตนเองจะป่วยให้ได้เลย"
ใบหน้างามกรอกตามองบนให้กับคำพูดของชายหนุ่ม มู่ป๋อเหวินมักชอบเอ่ยคำพูดหยอกล้อนางเช่นนี้เป็ประจำ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็รู้ดีว่าเพียงแค่อยากให้นางอารมณ์ดี อีกทั้งมู่ป๋อเหวินผู้นี้ก็ดีกับนางมากๆ เป็คุณชายที่ไม่เคยถือตัวหรือสนใจฐานะของนางที่ต่างจากเขาเลย
"นี่....เยี่ยนฝาง ข้ารู้ดีว่าข้าคือบุรุษที่อบอุ่น สตรีใดอยู่ใกล้ข้าก็จะรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอได้ ฉะนั้นเ้าจะรู้สึกไม่สบายก็มิได้แปลก"
"เกินเยียวยา"
เยี่ยนฝางเอ่ยเพียงสั้นๆก่อนที่จะเดินอ้อมชายหนุ่มกลับกระโจมตนเอง
"เกินเยียวยาอันใด ข้ามิเข้าใจที่เ้าพูด"
ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปขวางหน้าหญิงสาว ความไม่เข้าใจแสดงออกมาทางสีหน้าของชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด
"ท่าทางและวาจาของเ้า เกินเยี่ยวยาแล้ว ถึงได้หมอเทวดามารักษา ก็ไม่สามารถทำให้เ้าเลิกหลงตัวเองได้"
เอ่ยจบมือเรียวก็ดันร่างใหญ่ที่ขวางหน้าหญิงสาวออกเบาๆ มู่ป๋อเหวินหลบให้นางอย่างว่าง่าย
"ขะ....ข้า"
"หยุด!"
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางยกนิ้วชี้ห้ามชายหนุ่มไม่ให้เดินตามตนเองมา
"นี่คือกระโจมของสตรี ห้ามบุรุษเข้า"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินไปทางกระโจมตนเอง มือเรียวสองข้างปิดที่หูของตน ไม่อยากรับรู้เื่ที่ชายหนุ่มพูดอีก มู่ป๋อเหวินยิ้มกว้างให้กับการกระทำของหญิงสาว เขาพอใจทุกครั้งเมื่อได้หยอกล้อนางเช่นนี้ หวังว่าวันหนึ่งนางจะรับรู้ถึงความในใจของเขาเข้าสักวัน
.......
สามวันถัดมา
เยี่ยนฝางยืนกุมมืออยู่กลางกระโจม หลังจากขาของนางหายดี สามารถเดินเหินได้ปกติแล้ว ก็มาพบท่านแม่ทัพตามคำสั่ง แต่ปรากฏว่าวันนี้ท่านแม่ทัพออกไปดูการซ่อมแซมเขื่อน จึงทำได้แค่รอเขาอยู่ที่นี่ เนื่องจากวันนี้ฝนก็ตกเช่นเคย ไปที่นั้นก็กลัวว่าจะรบกวนการทำงานของเขา นางยืนรอเช่นนี้มากว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว จนนางรู้สึกอยากถอดใจและอยากกลับไปรอเขาที่กระโจมตน แต่จังหวะที่มือเรียวเอื้อมไปเปิดกระโจมออกไปนั้น ก็ปรากฏร่างใหญ่ที่คุ้นเคยถือร่มในมือเดินมาที่กระโจมพอดี
ท่วงท่าการเดินสง่างาม ในมือถือร่มไม้ลวดลายปราณีต สวมชุดสีน้ำเงินเข้มช่วยขับให้ผิวของชายหนุ่มขาวกว่าปกติ ภายใต้ร่มผ้าเต็มไปด้วยหมัดกล้าม ยามลมอ่อนๆและสายฝนโป่ยปรายพัดมาทำให้เขาดูเป็บุรุษที่อบอุ่น หากสตรีใดมาพบเห็นเขาตอนนี้ คงต้องหลงเสน่ห์เหมือนนางเป็แน่ บุรุษยิ่งอายุมากกลับยิ่งมีเสน่ห์ ดวงตาคมมองมาทางเยี่ยนฝางที่ยืนจ้องเขาตาไม่กระพริบที่กระโจม ยิ่งทำให้เขาเร่งฝีเท้าไปหานางไวขึ้นและหยุดหน้านาง
ป๊อก!
เสียงดีดนิ้วเข้าที่กลางหน้าผากเนียน ช่วยทำให้หญิงาสาวรู้สึกตัวตนเอง ความเจ็บแป๊บที่เกิดขึ้นกระทัน มือเรียวรีบยกขึ้นลูบที่หน้าผากตนพร้อมทำหน้ายับยู๋ยี้ ปากหนายกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ก่อนที่จะกลับมาทำหน้าเช่นเดิมไม่ให้หญิงสาวได้เห็น
"ฝนตกเช่นนี้ เ้ามายื่นเหม่อโดนละอองฝนทำไมกัน"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยจบก็หุบร่มและส่งให้ที่มือหญิงสาว ก่อนจะเดินเข้าไปในกระโจม เยี่ยนฝางหลังสติกลับมาแล้วก็รีบนำร่มไปวางไว้และวิ่งตามเข้ามาหาชายหนุ่ม
"เหตุใดต้องวิ่ง เดินระวังๆหน่อย"
ชายหนุ่มเอ่ยดุหญิงสาว ที่แสดงกิริยาไม่สมกับเป็สตรีเอาเสียเลย หากล้มขึ้นมาจนาเ็อีกจะทำเช่นไร ก่อนจะสะบัดเสื้อคลุมที่ถูกละอองฝนเล็กน้อยและพาดตากเอาไว้
"คารวะท่านแม่ทัพเ้าค่ะ"
"อื้ม เ้ามาหามีอันใด"
"ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบพร้อมยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม จ้าวเทียนหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย เนื่องจากหลายวันนี้งานเขายุ่งมาก จนลืมคิดไปเลยว่าจะให้หญิงสาวช่วยงานอันใด
"เช่นนั้น ไปนำโต๊ะมา"
"เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรับคำก่อนที่จะเดินไปยกโต๊ะไม้ที่ว่างอยู่ ไม่ได้ใช้งานมาวางใกล้ๆชายหนุ่ม เหมือนตอนที่ตนแก้สมุดบัญชี
"ครานี้เ้าต้องมาช่วยข้าทำงาน มิต้องใกล้ขนาดนี้"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยเสียงเรียบ เยี่ยนฝางรับคำเบาๆพร้อมทำแก้มปล่องเหมือนคนเสียดาย คิดว่าจะได้อยู่ใกล้เข้าเสียอีก ก่อนจะเดินยกโต๊ะไม้ไปวางไม่ไกลนัก หามุมดีๆเพื่อให้สามารถทำงานไปด้วยแอบมองเขาไปด้วยได้
'ทำงานนะเยี่ยนฝาง เ้าอย่าหาผลประโยชน์กับเื่นี้เชี่ยว' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ จ้าวเทียนหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้น และก้มหยิบตำรากองโต แต่ร่างบางกลับลุกขึ้นเดินตรงมาทางชายหนุ่ม
"ข้าเองเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยพลางคว้ารายงานในมือชายหนุ่มมาถือเอาไว้ จ้าวเทียนหยางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้หญิงสาวบางๆ
ตุบ!
'พระเ้า นั้นท่านแม่ทัพกำลังยิ้มให้ข้าหรือ ข้าตาฟาดไปหรือไม่' เยี่ยนฝางเอ่ยกับตนเองในใจ ขณะที่รายงานก็ตกไปที่พื้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่เมื่อได้รับสีหน้าที่เป็คำถามจากชายหนุ่ม ก็รีบก้มเก็บรายงาน ก่อนจะรีบเดินตรงไปที่โต๊ะตำราของตน
"นี่คือรายงานที่ชีอันและหยุนไฉส่งมา เ้าอ่านและสรุปเป็หัวข้อต่างๆมาให้ข้า"
"เ้าค่ะ"
"ทำได้หรือไม่"
"ข้าทำได้เ้าค่ะ"
"เช่นนั้นหากไม่เข้าใจที่ใด ก็มาถามข้าก่อน ส่วนรายงานใดที่ดูเหมือนเื่ด่วนก็ให้บอกข้าทันที"
"เื่เร่งด่วนมีอันใดบ้างเ้าคะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยถามด้วยความสงสัย เนื่องจากระหว่างที่ชายหนุ่มพูด ดูเหมือนในรายงานจะมีเื่ที่ดูเร่งด่วนมากเสียด้วย ทั้งเื่เสบียง ยารักษา เครื่องนุ่มห่ม การซ่อมแซม ก็ล้วนด่วนเสียทุกอย่าง
"เื่ที่ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่อาจก่อให้เกิดปัญหา"
"เช่นฐานกั้นน้ำที่หมู่บ้านหนานกู่กำลังจะแตก ให้ส่งทหารเข้าไปซ่อมแซมด่วนมิเช่นนั้นจะท่วมบ้านเรือนชาวบ้านเล่มนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
"อื้ม"
จ้าวเทียนหยางพยักหน้าให้หญิงสาว ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องกังวลแล้ว หญิงสาวมิเพียงฉลาดและเรียนรู้ได้เร็ว อีกทั้งไหวพริบและการคาดการณ์ยังแม่นยำอีกด้วย
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านแม่ทัพ ข้าจะตั้งใจแบ่งเบางานท่านและให้มันผิดพลาดน้อยที่สุด"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็เดินไปนำรายงานกองโตมาวางไว้ที่โต๊ะตนเอง ก่อนที่จะนั่งลงและตั้งใจทำงานไปอย่างเงียบๆ จ้าเทียนหยางมองท่าทางกระตือรือร้นก็อดเอ็นดูนางมิได้ เขาส่ายหน้าให้นางเล็กน้อย และกลับไปทำงานของตนเช่นเดิม
เวลาล่วงเลยไปกว่า 2 ชั่วยาม เยี่ยนฝางที่นั่งจดจ่ออยู่กับรายงานมากมายก็เริ่มเมื่อยล้าและตาลายไม่น้อย ใบหน้างามหันไปทางคนตัวโตที่ยังคงนั่งตัวตรงและไม่เอ่ยอันใดออกมาเลย พลางคิดในใจว่าคนผู้นี้ร่างกายทำจากอันใดกัน ใช่มนุษย์ทั่วไปเหมือนนางรึเปล่า นางไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพบ่นเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ทั้งวันทั้งคืนเอาแต่ทำงาน คนผู้นี้นอนตอนใดกันนะ ข้านั่งทำงานเพียงไม่นานยังรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้ แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดอันใดเพลินๆ จู่ๆท้องของนางก็ร้องดังขึ้นมา มือเรียวกุมที่ท้องเรียบทันทีด้วยความอาย จ้าวเทียนหยางที่นั่งเขียนรายงานอยู่ก็แอบยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"หากเ้าหิวก็ไปทานข้าวก่อน ข้ามิใช่พวกใช้แรงงานเถื่อน"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไปกว่าสองชั่วยาม
"คงเป็เพราะเมื่อเช้าข้ามิได้ทานข้าว เลยหิวนิดหน่อยเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยอธิบายพลางเกาท้ายทอยแก้เขินให้ตนเอง
"เหตุใดถึงมิกิน"
"ข้าเกรงว่าจะมาพบท่านสาย เลย......"
"ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป หากเ้ามิทานข้าวเช้า วันนั้นก็มิต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก เข้าใจหรือไม่"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยดุหญิงสาว แต่ยามเอ่ยปกติสีหน้าเขาก็จริงจังอยู่แล้ว พอเขาดุเช่นนี้จึงทำให้น่ากลัวเข้าไปใหญ่ ใบหน้าของหญิงสาวสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ชายหนุ่มรู็สึกว่าตนเองเผลอดุนางเหมือนอย่างที่ชอบทำกับผู้ช่วยคนสนิทและทหาร
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นเ้าก็ไปกินข้าวก่อนเถิด ข้าอนุญาต"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพ แต่เดี๋ยวข้าค่อยไปท่านพร้อมกับทุกคนเ้าค่ะ"
"เพราะเหตุใด"
"นี่พึ่งต้นยามอู่ โรงครัวยังมิทันทำอาหารเสร็จเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็เดินไปยังที่นั่งตนเอง
"เดี๋ยว!"
"เ้าคะ"
"เอาขนามนี้ไปกินรองท้องก่อน"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางส่งสายตาไปยังขนมที่ผู้ช่วยเขายกมาให้ เยี่ยนฝางยิ้มร่าก่อนจะเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม และหยิบขนมขึ้นก่อนกัดกินไปหนึ่งชิ้น
"อื้มอร่อย ขอบคุณท่านแม่ทัพ"
"ท่านลองชิมดูเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยพลางหยิบชิ้นใหม่ยื่นไปที่หน้าชายหนุ่ม นางมักเห็นเขาไม่เคยแตะต้องขนมหวานเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็เห็นมันวางไว้ที่นี่อยู่บ่อยๆ บางครั้งก็เห็นสาวใช้เก็บมันออกไปทั้งที่มิได้แตะต้องเลยสักนิด จ้าวเทียนหยางมองขนมที่นางยื่นมาที่หน้า แต่ก็มิได้คิดที่จะกินมัน เพราะเขาไม่ชอบขนมหวาน อีกอย่างเขาบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องเอาขนมหวานมาให้เขา แต่ก็ยังเห็นอยู่บ่อยๆ ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง
"ข้าไม่ชอบกินขนมหว...."
ชายหนุ่มยังเอ่ยไม่ทันจบ มือเรียวก็ถือวิสาสะหยัดขนมใส่ปากชายหนุ่ม เหตุที่เป็เช่นนี้เพราะนางหยุดมือไว้ไม่ทัน หากเขาบอกว่าไม่ชอบกินก็คงไม่ทำเช่นนี้ มือเรียวแข็งข้างอยู่กลางอากาศและขนมที่หยัดเข้าปากไปครึ่งชิ้นแล้ว ปากหนากัดเข้าที่ขนมหนึ่งคำอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาหวานมองปากเขาที่เคี้ยวขนมของนาง หลังจากที่บอกว่าไม่ชอบกินขนมหวาน
"หวาน"
เสียงเข้มเอ่ยเพียงเรียบๆ
"ชะ.....เช่นนั้น ข้าเอากลับไปกินที่โต๊ะ"
หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทีติดขัด และเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานไม้ตนเองด้วยท่าทีรนรานเล็กน้อย นางไม่กล้ามองชายหนุ่ม เอาแต่ตั้งใจกินจนแทบสำลัก มือเรียวยกชาขึ้นดื่มพร้อมทุบที่อกตนเอง จ้าวเทียนหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทีของนาง แต่จู่ๆคำพูดที่ว่า 'ข้านับถือเขาเป็บิดา' ก็ดังขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม
......
ปลายยามโฉ่ว
ซ่า~~~ ครึ่ม! คลื่น~
ยามค่ำคืนที่มืดมิดพายุฝนยังคงตกไม่หยุด ผู้ใดจะคิดว่าอากาศเช่นนี้ยังมีคนผู้หนึ่ง กำลังเดินกางร่มเข้าไปในป่าไผ่รกบริเวณที่ไม่ไกลจากจุดตั้งกระโจมพักแรมเท่าใด ร่างกายของคนผู้นี้สวมชุดสีดำตลอดทั้งตัว อีกทั้งยังปกปิดใบหน้าเหมือนกลัวผู้ใดจะเห็น ในมือถือร่มบังฝนทำท่าทีลับๆล่อๆ ถึงแม้จะปิดบังตัวตนแต่ก็ยังมองออกว่าคนผู้นี้คือสตรี
หวี๊ด~~~
นางผิวปากเหมือนเป็การส่งสัญญาณให้คนผู้หนึ่งออกมา ไม่นานก็ปรากฏกายชายชุดดำ คารวะนางที่พื้นและยื่นของให้ มือเรียวรับกระดาษนั้นมาและปิดดอ่านข้อความด้านใน
'เืบริสุทธิ์ สำแดงฤิทธิ์ต่อแท่งผนึกโลหิต' ข้อความเพียงประโยขน์เดียวในจดหมาย ก่อนจะถูกทำลายด้วยคมกระบี้จนกลายเป็เศษผงฟุ่งกระจายเต็มพื้นเปียก เพียงไม่นานเม็ดฝนก็ละลายไปจนไม่เหลือร่องรอย ชายเสื้อดำที่มาส่งสารก็หายตัวไปในที่มืดทันที สวนสตรีลึกลับผู้นั้นก็เดินเข้าไปทางที่ตั้งของกระโจมของเหล่าสตรี
……
ยัยน้องแกมีแววนก เพราะคำพูดนั้นแน่ๆ55555 อีพี่น้อยใจแล้วนั้นนนนนน ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————