บทที่ 23กาลเวลาพิสูจน์คน 5 (งานเทศกาลประจำปี 1)
มุมมองมาร
นายท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่งนักมีวิธีการมิเหมือนมารสามัญไร้สำนึก เบื้องหน้าท่านเข้าหาผู้คนตกทุกข์ได้ยากทำตัวเป็ผู้มีพระคุณ ให้ผู้คนเคารพรักภายหลังกระทำสิ่งใดย่อมง่ายดายไม่มีผู้ใดคิดสงสัยเห็นทีวิธีของท่านช่างน่าเคารพนับถือยิ่ง
.
.
การกระทำต่อหน้าผู้คนหมู่มากของนายท่านยังน่านับถือยิ่งกว่าหลอกลวงให้พวกมันเ่าั้เข้าหาเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟภายหลังนายท่านต้องจับพวกมันมากินพร้อมความสิ้นหวังเปี่ยมล้นเป็แน่แท้...รสชาตินั้นมารเช่นข้าคิดน้ำลายก็ไหลเป็ทางแล้ว
.
.
แม่นางข้างกายนายท่านยังเป็ตัวตนระดับเดียวกับข้าทุกสิ่งที่นายท่านแสดงออก แท้จริงย่อมเป็การฝึกฝนแม่นางผู้นั้นให้เดินไปในวิธีมารอันร้ายกาจ
นายท่านของข้าช่างเหนือล้ำยิ่งนักไม่แน่ในอนาคตอันใกล้นายท่านอาจไปล้างสังหารเื้ัตระกูลเจียง ใช้พวกมันเพิ่มพลังพูนพลังบ่มเพาะ
ภายหลังบรรลุเป็เซียนมารนายท่านคงสยบสรรพสิ่งทั่วหล้า ฆ่าล้างทุกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตกลายเป็ตัวตนแข็งแกร่งเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้า
……………..
……..
…
มารยังมองเจียอี้ด้วยสายตาเทิดทูนและเทิดทูนทุก่เวลาไม่เว้นแต่่เวลาบ่มเพาะราวกับมันเป็บ้า อีกทั้งทุกอย่างมันมองเข้าข้างตนเองทั้งสิ้นซึ่งในความเป็จริงเจียอี้มิได้มีความคิดเ่าั้แม้แต่เสี้ยว
เพราะเจียอี้คิดเพียงตอบแทนเื่เล็กน้อยที่คนเ่าั้เคยช่วยเขาเช่นการแนะนำบางอย่างในอดีต จนผู้คนทั้งหลายคิดเป็ตุเป็ตะกันไปเองว่าเจียอี้เป็ผู้มีเมตตากรุณาเทพบุตรฟ้า์ส่งมาโปรด
ไม่ว่าเจียอี้จะทำอะไรล้วนกลายเป็เื่ดีงามไปเสียหมดถึงขั้นคนในเมืองสุ่ยนับเป็บุคคลน่ายกย่องคนหนึ่งแต่ว่าเจียอี้ไม่รับรู้เื่เหล่านี้เพราะคนส่วนใหญ่มักเล่าขานกันปากต่อปากในที่ลับตาหรือไม่ก็ร้านสุราที่เจียอี้ไม่ได้ เนื่องจากหลังทำงานเขาก็ตรงกลับบ้านทุกครั้งตลอดเว้นแต่เขาจะหยุดช่วยเหลือผู้คนที่เคยช่วยเหลือเขาในบางครั้ง
อีกอย่างหนึ่ง..ในสายตาหญิงสาวธรรมดาส่วนใหญ่ในเมืองสุ่ยกับผู้ฝึกตนสตรีบางคน เจียอี้นั้นหล่อเหลาเอาการถึงขั้นพวกนางอยากเสนอตัวเข้าหาด้วยใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างกำยำสมส่วน ประกอบกับเส้นผมสีดำยาวกับดวงตาสีเขียวมรกตน่าดึงดูดราวกับคุณชายผู้ทรงภูมินั้นต้องตาพวกนางไม่น้อย
น่าเสียดายเจียอี้อยู่กับลี่ลี่เหมือนตัวติดกันตลอดเวลาจึงไม่มีโอกาสให้พวกนางเข้าหาต่อให้มีใครเข้าหาล้วนถูกสายตาจิกกัดของลี่ลี่เพ่งเล็งจนต้องยอมถอยกลับไป
.
.
.
นับั้แ่งานฉลองวันเกิดของลี่ลี่ก็ผ่านมาหลายวัน
เจียอี้กับลี่ลี่กลับมาใช้ชีวิตดังเช่นวันวานเพียงแต่ทุกวันหลังจากนั้นต่างไปจากเดิม นอกจาก่เวลาทำงานที่ร้านอาหารเลิศล้ำที่ยังคงเดิมทั้งสองต่างใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินเล่นนอกเมือง ไปเที่ยวชมตามร้านขึ้นชื่อภายในเมือง..ฯลฯ
ยามบ่าย
นอกเมืองสุ่ย
ใต้ต้นไม้ใหญ่สะดุดตาต้นหนึ่งเจียอี้กับลี่ลี่กำลังนั่งทานอาหารกลางวันท่ามกลางธรรมชาติ
“ปีกไก่ทอดของโปรดพี่เอาไปสิ”เจียอี้ใช้ตะเกียบคีบปีกไก่ทอดใส่จานลี่ลี่ ใครได้เห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองย่อมรับรู้ได้ว่าแตกต่างไปจากเดิม
“นั่นของโปรดเ้าเหมือนกันมิใช่รึ?” ลี่ลี่ใช้ตะเกียบคีบปีกไก่คืนให้เจียอี้ เจียอี้กลับหยุดนางไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องหรอกพี่ลี่ข้าทานมาเยอะแล้ว พี่ทานให้พอใจเถอะ”
“เ้ากล่าวเหมือนชายชราที่พาหลานชายมาทานอาหารในร้านเชียว”ลี่ลี่มองเจียอี้ด้วยสายตาแปลกๆ เจียอี้จึงรู้ได้ว่าลี่ลี่มิเข้าใจความหมาย
“ไม่หรอกๆไม่เหมือนสักนิด”
ลี่ลี่รู้สึกตะขิดตะขวงกับคำกล่าวของเจียอี้ไม่น้อยไม่ว่าอย่างไรนางมิอาจค้นหาได้ว่า นางรู้สึกตะขิดตะขวงเื่ใด
“อย่าคิดมากพี่ลี่มาคิดเื่งานเทศกาลประจำปีดีกว่า ว่าพวกเราจะไปเวลาใด” เจียอี้ถาม ดึงดูดความสนใจลี่ลี่หวังไม่ให้นางครุ่นคิดหาความหมาย ซึ่งลี่ลี่คล้อยตามเจียอี้อย่างง่ายดาย
“เ้าหมายถึงงานเทศกาลพรุ่งนี้รึ!?”
“ใช่แล้ว เป็งานเทศกาลประจำปีพรุ่งนี้จัดเพียงวันเดียว” เจียอี้ตอบพลางรอให้ลี่ลี่กำหนดเวลา แต่นางกลับถามสิ่งอื่น
“พรุ่งนี้ไม่ใช่ว่า..ต้องไปช่วยเถ้าแก่ขายอาหารในงานเทศกาลหรอกรึ?”
“ไม่ต้องๆข้าบอกเถ้าแก่แล้ว ว่าจะไปเที่ยวชมงานเทศกาลประจำปีกับพี่ลี่สองคน เถ้าแก่เองก็ไม่ได้ขาดลูกมือพี่ลี่อย่าลืมว่าเถ้าแก่ยังมีภรรยาคอยช่วย อีกทั้งร้านในงานเทศกาลยังเป็ร้านเล็กๆ”เจียอี้บอกกับลี่ลี่จริงครึ่งหนึ่งไม่จริงครึ่งหนึ่ง
ตามจริงแล้วเจียอี้บอกเถ้าแก่ไว้ล่วงหน้าสองเดือนว่าเมื่องานเทศกาลประจำปีมาถึงเขาจะขอลาออก ถึงวันนั้นเขาไม่ขอกล่าวลาแต่เลือกหายตัวไป
เมื่อวันก่อนเองเจียอี้ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้เถ้าแก่พร้อมบอกว่า ‘จะพาลี่ลี่ไปงานเทศกาลประจำปี’และยังบอกอีกว่า ‘หลังวันงานเทศกาลประจำปีลี่ลี่อาจไม่กลับมาทำงานที่ร้านอีกต่อไป’
หลังบอกเถ้าแก่ เถ้าแก่ไม่ได้ว่าอะไรเจียอี้เถ้าแก่เพียงตบไหล่เจียอี้ด้วยความยินดีและบอกว่า ‘ยินดีกับพวกเ้าสองคนด้วย’
แม้เถ้าแก่จะเข้าใจผิดไปไกลโขแต่เจียอี้ไม่ได้แก้ต่าง เพียงบอกลาเถ้าแก่ และกลับบ้านพร้อมลี่ลี่ตามปกติ
“ไปกับข้าสองคน ไม่ใช่ว่าเ้ากำลังทำให้ข้าหลงรักหรอกใช่ไหม”
ได้ยินคำกล่าวของลี่ลี่เจียอี้ถึงกับหัวเสียงดังลั่น
“ฮ่าๆๆ พี่ลี่พูดล้อเล่นแล้วความคิดเช่นนั้นต่อพี่ข้าไม่มีแม้แต่เสี้ยว มีเพียงความคิดอยากตอบแทนพี่ลี่ที่ช่วยเปลี่ยนข้าให้กลายเป็คนใหม่”
“เ้าแน่ใจ!” ลี่ลี่ถามเจียอี้คล้ายผิดหวัง เจียอี้พยักหน้าเป็การตอบ
เห็นเจียอี้พยักหน้าตอบยืนยันในใจลี่ลี่คล้ายมีบางสิ่งแตกสลาย กระนั้นนางยังเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดรวดเร็ว
“..เช่นนั้นก็ดีพรุ่งนี้พวกเราจะไปงานเทศกาลประจำปียามบ่าย”
“ข้าจะตั้งตารอพรุ่งนี้เชียวล่ะ”เจียอี้เผยหน้ามีความสุขให้ลี่ลี่เห็น เพราะเขารับรู้ได้ว่าลี่ลี่ผิดหวังกับการพยักหน้าของเขาถึงไม่รู้ว่าเื่อะไร เขายังพอคาดเดาได้
หลังจากนั้นเจียอี้พยายามใช้เวลากับลี่ลี่ให้นางมีความสุขมากที่สุด น่าเสียนักที่นางมิอาจมีความสุขดังเดิมได้ต่อให้แสดงใบหน้ามีความสุขออกมา เจียอี้ยังดูออกว่านางแสร้งทำ
‘เฮ้อ! นี่เป็ความผิดข้า ข้าเข้าใกล้นางมากเกินไป ทำให้นางมีความรู้สึกลึกซึ้ง หากไม่ใช่เื่ที่ชุนเคยเตือนข้าคงทำให้นางมีความสุขมากกว่านี้ได้’ เจียอี้กล่าวใจในเดิมทีเจียอี้คิดว่าลี่ลี่จะไม่มีความรู้สึกรักใคร่ก่อเกิดน่าเสียดายที่เข้าไม่รู้ตัวว่า..นางมีความรู้สึกเช่นนั้นก่อเกิดั้แ่เมื่อใด หากรู้เขาคงทำให้ความรู้สึกนั้นหายไปโดยเร็ว
.
.
มุมมองลี่ลี่
อ่า..ข้าไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อใดที่ความรู้สึกของข้าต่อเจียอี้เริ่มแปรเปลี่ยน ความรู้ที่แปรเปลี่ยนไปนั้น ข้ามิอาจเข้าใจว่ามันคือสิ่งใดจึงคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง
แต่แล้วผ่านไปนานข้ายังมิอาจหาคำตอบนั้นได้จึงได้แต่มองเจียอี้เป็เพื่อนสนิทคนหนึ่ง กระทั่งวันหนึ่งข้าได้ยินหญิงสาววัยแรกแย้มสองนาง คุยเื่ความรักระหว่างทานอาหารในร้าน ข้าจึงลอบฟังพวกนางทุกถ้อยคำ
เมื่อได้ฟังหญิงสาวทั้งสองจนจบข้าลองใช้ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเจียอี้ เปรียบเทียบกับสิ่งที่พวกนางกล่าว มาสรุปเอาเองว่าข้านั้นหลงรักเจียอี้เข้าให้แล้ว
พอมาวันนี้ ข้าลองหลอกถามเจียอี้กลับได้คำตอบมิคาดฝัน ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรกับข้า ในใจข้าเหมือนมีบางอย่างแตกสลายความรู้สึกเศร้าเริ่มโถมเข้าใส่จิตใจ ต่อให้แสดงรอยยิ้มสดใสเพียงใดเจียอี้คงรับรู้
.
.
ตกเย็น
เจียอี้กับลี่ลี่ต่างเดินกลับเมืองสุ่ยพร้อมกันพอเข้ามาในเมืองได้ระยะหนึ่ง เจียอี้ได้ขอแยกตัวไปร้านตัดชุด ส่วนลี่ลี่ไม่ได้ตามเจียอี้ไปเพราะนางเลือกกลับไปยังบ้านพัก
เมื่อเจียอี้แยกทางกับลี่ลี่ครู่หนึ่งเจียอี้หันกลับไปมองลี่ลี่ แต่นางกลับเดินไปไกลเสียแล้ว
“เป็อย่างนี้ก็ดีเดิมทีระหว่างนางกับข้าไม่ควรมีความรู้สึกต่อกันถึงขั้นนั้น” เจียอี้พึมพำแล้วก้าวเดินไปยังร้านตัดชุด แต่ระหว่างทางมีคนทักทายเขาไม่หยุดหย่อน กว่าจะถึงร้านตัดชุดก็มืดค่ำแล้ว
ณ ร้านตัดชุด
เจียอี้เปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมกล่าวทักทายเ้าของร้าน
“พี่เสี่ยวถง..ข้ามารับชุดสั่งตัด”
หลังเจียอี้กล่าวทักทายไปเสียงใสของหญิงนางหนึ่งพลันตอบกลับมา “รอข้าสักครู่”
ได้ยินดังนั้นเจียอี้เลือกเดินไปหาที่นั่งรอ พลางมองชุดงามตาในร้านที่หุ่นจำลองสวมเอาไว้แสดงให้ลูกค้ารับชม
ผ่านไปครู่หนึ่ง
หญิงวัยกลางคนได้เดินมาจากหลังร้านพร้อมชุดสองตัว
“อ้าว..เจียอี้ มาพอดีเลยชุดเ้าพึ่งตัดเสร็จพอดี”
“รวดเร็วสมเป็พี่เสี่ยวถงข้ามาสั่งตัดชุดกับพี่สิบชุดไม่เคยผิดหวัง” เจียอี้กล่าวชื่นชมพลางลุกขึ้นเดินไปหาเสี่ยวถงเพื่อดูชุดที่เขาสั่งตัดเอาไว้
“นี่ชุดฮั่นฝูสีดำขลิบขอบทองสำหรับบุรุษของเ้า” เสี่ยวถงยื่นส่งชุดให้เจียอี้ เจียอี้รับมา ก่อนััและมองดูชุดอย่างพึงพอใจแล้วเก็บเข้าแหวนมิติไป
“เ้าไม่ลองสวมดูเสียหน่อยเล่า”เสี่ยวถงกล่าวถาม ปกติเจียอี้มักลองสวมชุดเสมอ ยกเว้นชุดสำหรับสตรี
“ไม่ต้องหรอกผลงานที่ผ่านมาของพี่เสี่ยวถง ไม่ว่าจะเป็ชุดใดล้วนตัดได้ถูกใจข้ายิ่งนัก” เจียอี้กล่าวชื่นชมเสี่ยวถงเพราะชุดสิบชุดก่อนหน้าไม่ว่าจะเป็
ชุดจีนโบราณ ฮั่นฝู สำหรับบุรุษ สีขาวปักลายพยัคฆ์ทมิฬ สีม่วงปักลายหงส์เพลิง สีดำปักลายัทอง
ชุดจีนโบราณ ฮั่นฝู สำหรับสตรี สีขาวปักลายบงกช สีแดงปักลายดอกท้อ สีดำปักลายปี่อ้าน
ชุดกี่เพ้า สีแดงปักลายร่มไผ่สีน้ำเงินเข้มโทนดำปักลายผีเสื้อสีเงิน หรือชุดฉางซานสีเทาเรียบง่าย สองชุดล้วนเป็ไปตามความ้าของเขา
“ส่วนนี่ชุดฮั่นฝู สีเขียวอ่อนปักลายอสรพิษสำหรับสตรีอีกชุด” เสี่ยวถงส่งชุดให้เจียอี้พร้อมรอยยิ้ม ก่อนกล่าวขึ้นระหว่างเจียอี้รับชุดไป
“ไม่ต้องกล่าวชมข้าเกินไปทั้งหมดหากเ้าไม่ออกแบบชุดให้ ข้าคงมิอาจตัดออกมาได้งดงาม..ตามความ้าของเ้าหรอก”
เจียอี้ได้ยินพลันพยักหน้าก่อนกล่าวขึ้น “นั่นก็เป็ความจริงส่วนหนึ่ง แต่ฝีมือกับประสบการณ์ของท่านข้าต้องชื่นชมชุดฮั่นฝู สีเขียวอ่อนปักลายอสรพิษตัวนี้ ยอดเยี่ยมยิ่ง ข้าเชื่อว่า..นางต้องชื่นชอบชุดที่พี่เสี่ยวถงตัดเป็แน่”
กล่าวจบเจียอี้นำเงินถุงหนึ่งส่งให้เสี่ยวถงเพียงแต่เสี่ยวถงโบกมือไม่รับเงิน
“ไม่ต้อง ไม่ต้องเ้าเกรงใจเกินไป ไม่ว่าจะออกแบบชุด หรือวัสดุเย็บปัก เป็เ้ามอบให้ข้าขัดเกลาฝีมือซ้ำเงินค่าชุดก่อนหน้าถือว่ามากเกินพอ ครั้งนี้ขอไม่รับเงินจากเ้า”
“ไม่ได้ ไม่ได้เื่ออกแบบกับวัสดุเป็ข้าก็จริง แต่พี่เสี่ยวถงไม่เพียงลงแรงยังเสียเวลาชีวิตไปส่วนหนึ่ง เงินถุงนี้ย่อมต้องมอบให้ หากพี่เสี่ยวถงไม่รับไว้ บาปกรรมคงติดตัวข้าไปจนวันตาย”เจียอี้ส่งถุงให้เสี่ยวถงอีกครั้ง พลางเก็บชุดฮั่นฝู
“เช่นนั้น คงต้องรับเงินของเ้าแล้ว”
เห็นเสี่ยวถงยอมรับถุงเงินเจียอี้จึงกล่าวลา “พี่เสี่ยวถงยอมรับเงิน ข้าคงไม่รบกวนพี่เสี่ยวถงอีก ขอตัวลา”
“รบกวนอะไรกันไว้เ้ามาครั้งหน้า ข้าจะตัดชุดให้เ้าแบบไม่้าสิ่งตอบแทน” เสี่ยวถงกล่าวจบเจียอี้ก็เดินออกจากร้านนางไปแล้ว