อาทิตย์ต่อมา
วันนี้ที่เรือนไทยหลังโตในสวนผู้คนคึกคักกันจนเต็มทั้งชาวบ้านที่พิกุลไปบอกให้มาร่วมงานรวมทั้งแขกผู้ใหญ่ของทางภูผารวมไปถึงนักข่าวหลายสำนักที่มาทำข่าวงานแต่งอันเรียบง่ายของนักธุรกิจหนุ่มที่แต่งงานกะทันหัน
"เธอสวยมากเลยรู้หรือป่าวแพร" เพียงฟ้าดูแลความเรียบร้อยแต่งตัวให้เ้าสาวอย่างผ้าแพรอยู่กับช่างแต่งหน้าแต่งตัวอีกสองสามคนวันนี้ผ้าแพรสวยเป็พิเศษจากหน้าที่หวานอยู่แล้วได้รับการแต่งแต้มแต่พองามด้วยช่างฝีมือเธอก็ยิ่งดูสวยน่ารักเข้าไปอีกจนเพียงฟ้าอดชมไม่ได้ยิ่งชุดไทยสไบเฉียงสีทองที่ปักลายโดยช่างฝีมือประจำตัวของสายทองยิ่งขับผิวขาวของหญิงสาวให้ผุดผ่องงานนี้เธอคิดว่าภูผาพี่ชายของเธอคงมีตะลึงกันบ้างเพราะแม้ผ้าแพรจะไม่ได้สวยอย่างนางแบบดาราที่ภูผาเคยควงแต่เธอก็มีเสน่ห์ในแบบของเธอ
"ขอบคุณนะคะคุณฟ้า" ผ้าแพรมองดุตัวเองในกระจกก็ยิ้มอ่อนก้มหน้างุดเธอยอมรับในช่างฝีมือที่แต่งตัวให้เธอจริงๆอยากจะเก็บภาพตัวเองตอนนี้ไว้สักหลายร้อยภาพ
"รับรองพี่ภูเห็นต้องตะลึง" เพียงฟ้ายกสองมือเรียวจับใบหน้าเ้าสาวทั้งมองด้วยรอยยิ้ม
"หน้าแพรเค้ายังไม่อยากจะมองเลยค่ะ" ผ้าแพรรู้ตัวดีว่าเธอทำอย่างไรภูผาก็คงไม่อยากจะมองเธอเพราะเอเป็ต้นเหตุทำให้เขาต้องมีบ่วงผูกมัดตัวเอาไว้
"เอาน่า" เพียงฟ้าบุ้ยปากส่ายหัวเล็กน้อยเธอไม่อยากให้ผ้าแพรด่วนคิดไปเองเพราะเธอรู้ว่าแม้ภูผาจะไม่พอใจวันหน้าอาจเปลี่ยนใจก็เป็ได้แม้พี่ชายเธอจะดูเ้าชู้แต่ก็มีความรับผิดชอบเธอเชื่อว่าความใกล้ชิดในการดุแลกันและกันของทั้งสองจะทำให้ความรู้สึกของทั้งสองค่อยๆดีขึ้นต่อกันในทุกๆวัน
ครู่ต่อมา
"คุณย่าคะคุณน้า" เพียงฟ้าจัดการดุแลเื่เสื้อผ้าหน้าผมให้ผ้าแพรเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาหาขบวนแห่ของเ้าบ่าวที่ยังไม่ได้ตั้งเพื่อส่งข่าวให้รู้ว่าเ้าสาวนั้นเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วให้ทุกคนนั้นจัดตั้งขบวนขันหมากได้
"อ้าวหนูแพรมาพอดีเ้าสาวแต่งตัวเสร็จหรือยังล่ะย่าจะได้ตั้งขบวนเลย" สายทองดูจะวุ่นกว่าคนอื่นเพราะเธอเป็คนจัดแจงทุกอย่างรวมถึงสินสอดทองหรือเพชรนิลเงินสดทั้งหลายก็ของเธอทั้งนั้น
"เรียบร้อยแล้วค่ะ" เพียงฟ้าพยักหน้าเบาๆทั้งรีบไปช่วยถือพานสินสอดก่อนจะตั้งขบวน
"ทำหน้าให้มันดีหน่อยตาภู" โสพิศรู้ว่าลูกชายของเธอไม่ชอบงานแบบนี้นักแต่ยังไงวันนี้ก็เป็วันแต่งงานของเ้าตัวเ้าบ่าวจะมาหน้านิ่งบูดบึ้งเหมือนไม่อยากมาไม่ได้
"นั่นสิแต่งงานทั้งทียิ้มหน่อยสิคะพี่ภู" เพียงฟ้าเอ่ยเสริมอีกแรง
"ดูจะร่าเริงเป็พิเศษเลยนะเรา" ภูผาตวัดสายตามองเพียงฟ้าที่ดูจะร่าเริงเป็พิเศษราวกับเป็งานตัวเอง
ทางด้านผ้าแพรที่มองขบวนขันหมากผ่านหน้าต่างของห้องนอนพร้อมกับน้าสาวของเธอในใจก็แอบกังวลไม่น้อยเพราะวันนี้เธอจะต้องแต่งงานอยู่กินกับภูผาแล้วไม่รู้ว่าเธอกับเขาจะเข้ากันได้ดีหรือป่าวเขาจะรังเกียจเธอจนไม่อยากจะเข้าใกล้เลยหรือไม่ตอนนี้เธอเป็กังวลไปหมด
"หนูมาดูสิลูกขบวนแห่กำลังจะมาถึงแล้ววันนี้หลานน้าจะได้ออกเหย้าออกเรือนซะทีนะเวลาช่างผ่านไปไวเสียจริงเหมือนหนูยังเล็กๆอยู่ไม่กี่ปีเลย" พิมพรรณทำใจล่วงหน้ามาก่อนแล้วว่าหลานจะต้องออกจากอ้อมอกแต่เมื่อพอถึงวันจริงเธอก็อดใจหายไมได้พิมพรรณพูดไปน้ำตาของเธอก็คลอไปพยายามไม่อยากให้ร้องออกมาเพราะวันนี้เป็วันมงคลของหลานสาวที่เธอรักมากที่สุด
"ยังไงหนูก็เป็เด็กตัวเล็กของน้าพิมเสมอนะคะ" ผ้าแพรโอบกอดน้าของเธอใช่น้าเธอคนเดียวเสียที่ไหนที่ใจหายเธอเองก็ไม่ต่างกัน
"เ้าบ่าวจะมาแล้วเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ" พิกุลเดินมาบอกให้หลานของเธอเตรียมตัวให้พร้อมเพราะเมื่อเ้าบ่าวมาถึงก็จะต้องออกไปทำพิธีตักบาตรแล้วผูกข้อไม้ข้อมือ
"ค่ะยาย" ผ้าแพรผละออกจากอ้อมกอดพิมพรรณและเอ่ยเสียงตอบยายของเธอยอมรับเลยว่าตอนนี้ใจของเธอเต้นแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว
.............................................