ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 47

    ณ ศาสนจักร

    ชายหนุ่มและชายชรากลุ่มหนึ่งนำโดยนักบวชสูงสุดคุกเข่าลงกับพื้นแล้วหลั่งน้ำตาให้กับแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพตรงหน้า 

    "โอ ท่านเทพเจ้า พวกเราได้ทำตามที่ท่านสั่ง เราได้กำจัดอาโนอิทอสไปแล้ว คราวนี้ได้โปรดรับเราขึ้นไปอยู่กับพวกท่านบนสรวงสวรรค์ได้หรือไม่?" 

    ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยระเบิดและผู้ที่ร่วมมือกับกองปฏิวัติก็คือศาสนจักร พวกเขาทำตามที่เทพรังสรรค์ทั้งสามสั่งนั่นคือการสังหารอาโนอิทอส ทั้งหมดก็เพื่อให้ได้รับการให้อภัย

    ก่อนหน้านี้เทพรังสรรค์ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาแล้วบอกเหตุผลทั้งหมดที่ทำไมพระเจ้าถึงอยากกำจัดพวกเขาทิ้ง เป็นเพราะมนุษย์นั้นบาปหนาและชื่นชอบการทำลายล้าง นั่นจึงทำให้พระเจ้ามองว่ามนุษย์เป็นภัยกับธรรมชาติ 

    หลังจากที่นักบวชสูงสุดและกลุ่มผู้นำในศาสนจักรได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็รู้สึกผิดและรู้สึกหวาดกลัวต่อความพิโรธของพระเจ้า หวาดกลัวว่าชีวิตหลังความตายจะถูกพระองค์ส่งไปนรก นั่นทำให้พวกเขาหาทางไถ่บาปและเทพรังสรรค์ก็ได้มอบทางนั้นให้พวกเขานั่นคือการสังหารอาโนอิทอส 

    ตอนนี้อาโนอิทอสตายแล้ว พวกเขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวนรกอีก 

    นักบวชสูงสุดและคนอื่นยิ้มออกมาด้วยความสุข "ท่านเทพเจ้า ตามสัญญาที่ท่านให้ไว้ ท่านจะไม่ส่งเราไปนรกแล้วใช่หรือไม่?" นักบวชสูงสุดถามแบบนั้น 

    ส่วนเทพรังสรรค์แห่งปฐพีตอบอย่างเย็นชา "ตามข้อตกลง เราจะส่งพวกเจ้าไปสวรรค์เมื่องานที่ให้ไปสำเร็จ แต่สิ่งที่พวกเจ้าทำลงไปมันมีแต่ความล้มเหลว คิดว่าเราจะพาพวกเจ้าขึ้นสวรรค์อย่างงั้นหรือ?" 

    เมื่อได้ยินแบบนี้ นักบวชสูงสุดก็ตะลึง

     "ตะ แต่ว่า ระเบิดนั่นถูกปล่อยลงไปที่ชามิวลอสและทำลายเมืองนั้นจนราบแล้วนะขอรับ! อาโนอิทอส..จะรอดได้อย่างไร!?" 

    เทพรังสรรค์ปฐพีกล่าวเย็นชา "พวกเจ้าคิดว่าพวกเราเทพเจ้าจะโกหกเหมือนมนุษย์เช่นพวกเจ้าอย่างงั้นหรือ?" 

    นักบวชสูงสุดหน้าซีด 

    "มะ ไม่ขอรับ" 

    เทพรังสรรค์แห่งปฐพีมองนักบวชสูงสุดและพวกผู้นำในห้องนี้อย่างเย็นชา จากนั้นก็กล่าวด้วยเสียงที่สุมด้วยความโกรธ "เชื่อใจให้พวกเจ้าไปทำงานนี้แต่แรกนับเป็นความผิดพลาดของพวกเรา มนุษย์ใช้การอะไรไม่ได้แต่แรกแล้วเมื่อพวกเจ้าทำงานนี้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเราอีก ตายไปเถอะ"

    นักบวชสูงสุดและเหล่าผู้นำหน้าซีด 

    "ชะ ช้าก่อนขอรับท่านเทพ ให้โอกาสพวกเราแก้ตัว---!"

    "สายไปแล้ว พวกเจ้าหมดโอกาสนั้นไปแล้ว ตาย!" เทพรังสรรค์แห่งปฐพีคำราม จากนั้นดวงตาก็เปล่งแสงสีทองแล้วพื้นด้านล่างพวกนักบวชสูงสุดก็แยกออกจากกัน 

    "ไม่!!!" ใบหน้าของนักบวชสูงสุดและคนอื่นๆซีดจากนั้นพวกเขาก็กรีดร้องก่อนจะตกลงไปในหุบเหวนั้น 

    หลังจากสังหารนักบวชสูงสุดและคนอื่นๆ เทพรังสรรค์แห่งปฐพีมีใบหน้าที่ยังไม่คายโกรธเกรี้ยว มองไปที่พี่น้องทั้งสองของตนเองแล้วมองไปทิศทางที่เมืองหลวงตั้งอยู่ 

    "พวกมนุษย์ใช้การไม่ได้ ดูเหมือนว่าเราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลงมือเองจริงๆ ไปกันเถอะพี่น้องข้า" 

    เทพรังสรรค์แห่งปฐพีว่าแบบนั้นแล้วเทพทั้งสามก็ลอยขึ้นฟ้าก่อนจะตรงไปยังปราสาทวาซิลาส


    ******


    ที่ปราสาทวาซิลาส 

    ในห้องบรรทมของกษัตริย์ 

    อาโนอิทอสค่อยๆลืมตาฟื้นขึ้นมาหลังจากหลับใหลไป 8 วันเต็ม เขามองรอบๆห้องแล้วก็เห็นคามิวดุสนั่งหลับอยู่ด้านข้าง 

    สักพักหนึ่ง เมื่อคามิวดุสรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนก็ตื่นขึ้นจากการกึ่งงีบ เมื่อมองอาโนอิทอสแล้วเห็นอีกฝ่ายฟื้นแล้วเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข "ในที่สุดก็ฟื้นแล้วสินะเจ้าเพื่อนบ้า" 

    "ข้าพเจ้า..อยู่ที่ไหน?" เอกซ์โซชอสไม่มีปากทำให้พูดไม่ได้ แต่เสียงนั้นส่งไปในหัวของคามิวดุสผ่านกระแสจิต 

    คามิวดุสรู้สึกแปลกใหม่กับการคุยผ่านเสียงโทรจิตนี้ถึงแม้นี่จะเป็นรอบที่สองแล้ว แต่เขาก็บอก "ที่ห้องนี้คือห้องของคลีซอส กษัตริย์องค์ก่อนของวาซิลาส ตอนนี้พวกเราอยู่ที่เมืองหลวง" 

    "เมืองหลวง?" อาโนอิทอสพยายามจะรื้อฟื้นความทรงจำแต่จู่ๆก็ปวดที่ศีรษะ เป็นผลข้างเคียงจากการฝืนใช้พลังเอกซ์โซชอสมากเกินไป 

    คามิวดุสเข้าไปประคองตัวอาโนอิทอสอย่างเป็นห่วง

    "ใช่แล้ว เมืองหลวง พวกเราย้ายมาที่นี่หลังจากที่ชามิวลอสมีสารกัมมันตรังสีตกค้างจากนิวเคลียร์มากเกินไป ถึงแม้นิวเคลียร์ลูกนั้นจะเป็นระเบิดแบบนิวตรอนแต่ว่ามันก็มีสารตกค้างบางส่วนที่เป็นอันตรายหลงเหลือ ทำให้เราย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงก่อน" 

    ระเบิดนิวเคลียร์แบบนิวตรอนมีจุดเด่นที่เน้นการทำลายด้วยความร้อนมากกว่าปล่อยสารกัมมันตรังสี ทำให้สารกัมมันตรังสีที่มันตกค้างมีน้อยเมื่อเทียบกับระเบิดนิวเคลียร์ชนิดอื่น นิวเคลียร์ปกติใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปีสารตกค้างถึงจะหายไป แต่แบบนิวตรอนนั้นใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้นและความรุนแรงของสารกัมมันตรังสีในระเบิดชนิดนี้ก็ไม่เท่ากับนิวเคลียร์ชนิดอื่น นั่นเป็นเหตุผลที่ชาวเมืองนั่งสังเกตุการณ์อาโนอิทอสอยู่นอกเมืองแค่ 1 กิโลได้โดยไม่เป็นอะไร 

    อาโนอิทอสฟังคามิวดุสจากนั้นก็รื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้ทั้งหมด เขาจำได้แล้วว่าตัวเองทำอะไรจึงได้สลบ 

    อาโนอิทอสมองมือตัวเองและร่างกายส่วนอื่นๆ เขากลับมาอยู่ในร่างเดิมแล้ว 

    อาโนอิทอสพยายามจะกลับไปใช้ร่างเจ้าชายเหมือนเดิมแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เมื่อเอกซ์โซชอสใช้พลังมากเกินไปความสามารถในการจำแลงกายก็จะหายไปตลอดกาล 

    ดวงตาอาโนอิทอสสั่นเครือเล็กๆ "แล้วคนอื่นๆที่เห็นข้าพเจ้าว่าอย่างไรกันบ้าง? นอกจากพวกท่าน ชาวเมืองคนอื่นรู้สึกอย่างไรหลังจากเห็นร่างนี้ของข้าพเจ้า?" 

    ตอนแรกคามิวดุสมีใบหน้าที่กังวลเมื่อเห็นอาโนอิทอสทำสีหน้าซึม แต่พอได้ยินคำถามนี้เขาก็พลันยิ้มขึ้นมาทันที "ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นห่วงหรอก ชาวเมืองทุกคนไม่ได้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์หรือต่อต้านเจ้า พวกเขากระทั้งเป็นคนช่วยพาเจ้ามาส่งที่เมืองหลวงด้วยซ้ำ" 

    อาโนอิทอสแสดงความโล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบนี้ คามิวดุสราวกับมองเห็นรอยยิ้มผ่านดวงตาของอาโนอิทอสได้ 

    คามิวดุสยิ้มออกมาแล้วอดจะตำหนิเขาไม่ได้ "เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่เจ้ากังวลน้อยที่สุดไม่ใช่หรือยังไง? เจ้าคิดว่าเราจะเกลียดเจ้าเพียงเพราะเจ้าแตกต่างจากเราหรือ? หลังจากสิ่งที่เจ้าได้ทำไว้เพื่อเรามากมาย ทั้งช่วยพวกเราจากโรคระบาด ทั้งช่วยเรากำจัดพวกใต้พิภพ แล้วช่วยให้พวกเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เจ้าคิดว่าเราจะเกลียดเจ้าเพราะเจ้าตัวเป็นมนุษย์ต่างดาวตัวสีขาว? พวกเรารู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำที่ในที่สุดก็ได้รู้สักทีว่าเจ้าเป็นใครกันแน่" 

    "ท่านบอกว่าท่านและท่านอาโนอิทอสเป็นสหายกัน และข้าก็รู้ว่าท่านให้ความสำคัญกับท่านอาโนอิทอสมากแค่ไหนแต่เป็นเพราะข้าที่ใช้ร่างเขาแล้วทำให้ร่างเขาตายไปเพราะระเบิดนั่น ท่านไม่แค้นข้าพเจ้าอย่างนั้นหรือที่ทำให้เขาต้องตาย?" 

    คามิวดุสตอบ "จริงอยู่ว่าข้าให้ความสำคัญกับอาโนอิทอส แต่ที่เป็นแบบนั้นเพราะเขาเป็นสหายข้า เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ข้าปรารถนามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก" 

    คามิวดุสว่าแบบนั้น จากนั้นมองอาโนอิทอสตรงหน้าอย่างจริงจัง สักพักเขายิ้มออกมา "แต่อาโนอิทอสคนเก่าไม่เคยมองว่าข้าเป็นสหายอย่างจริงจังๆ เขาแค่ยอมเป็นเพราะข้าช่วยชีวิตเขาไว้และสัญญากับข้า ข้าไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของการมีเพื่อนจริงๆจากเขามาก่อน แต่ว่าเจ้าแตกต่าง เจ้าเป็นคนเดียวที่บอกว่าเป็นเพื่อนข้าและเจ้าก็กล่าวเช่นนั้นต่อหน้าบิดาเจ้าและพวกขุนนางในท้องพระโรงนั้น อาโนอิทอสคนเดิมไม่มีทางทำแบบนั้นและข้าก็ไม่คิดว่าจะมีใครบนโลกนี้ทำแบบเจ้า นั่นเป็นช่วงเวลาที่ข้ามีความุสขเพราะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของการมีเพื่อนจริงๆ เพราะแบบนั้นล่ะข้าจึงได้ติดตามเจ้า เทียบกับอาโนอิทอสคนเก่า ข้าชอบเจ้ามากกว่า" 

    อาโนอิทอสยิ้มออกมา ในใจรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกกังวลที่มีพลันหายไปจนหมด หลงเหลือไว้เพียงแค่ความโล่งใจและความอบอุ่น 

    ไม่แปลกเลยที่เขาจะมีความรู้สึกต่อคนเหล่านี้ เพราะคนที่นี่ล้วนแต่เต็มไปด้วยคนดีๆที่ทำให้เขามีความสุข เขาไม่แปลกใจเลยที่ตนเองหลงรักชาวเมืองแห่งนี้ 

    เทียบกับที่อยู่กับเอกซ์โซชอสด้วยกัน เขารู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับคนเหล่านี้มากกว่า 

    เขาใช้พลังขนาดนี้ชุบชีวิตคนเหล่านี้ขึ้นมา เพราะเขารู้แล้วว่าตัวเองชุบชีวิตถูกคนแล้ว ถึงแม้จากนี้เขาจะต้องตายเพราะใช้พลังมากเกินไป แต่เขาก็ไม่เสียใจ 

    "ท่านคามิวดุส! แย่แล้วขอรับ! ที่หน้าวัง! มีศัตรูบุกมาขอรับ!" 

    ตอนนั้นเอง ขณะที่กำลังมีความสุขจากความรักของทุกคน ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องนี้แล้วรายงานคามิวดุส 

    "อ่ะ! ฝะ ฝ่าบาท ทรงฟื้นแล้วหรือพะยะค่ะ!" 

    "ศัตรูมากันกี่คน!?" คามิวดุสไม่มีเวลาให้ทหารแสดงความทักทายต่อกษัตริย์เขาก็ลุกขึ้นแล้วถามทันที 

    ทหารคนนั้นมีใบหน้าที่ซีด ตอบไป "พวกมัน...พวกมันมากัน 3 คนขอรับ" 

    "3 คน?" หน้าของคามิวดุสเปลี่ยนสี "3 คนทำไมเจ้ายังต้องมารายงานต่อข้าอีก? ทำไมถึงไม่จัดการให้จบๆ พวกมันเป็นใครกัน?" 

    เมื่อคำถามนี้ของคามิวดุสหลัดออกมา ทหารหนุ่มคนนี้ก็หน้าซีดและตัวสั่น เขาบอก

    "พวกมัน...พวกมัน 3 คน ไม่ใช่คนขอรับ แต่เป็นเทพเจ้า" 

    เมื่อทหารหนุ่มตอบเช่นนั้น คามิวดุสก็ตกตะลึง 

    "อะไรนะ!" 

    ส่วนอาโนอิทอสมีใบหน้าที่ซีดขาว 

    หัวใจของอาโนอิทอสสั่นเครือ


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ ที่คุณอ่าน