ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 536 : กรีฑาทัพข้ามเอกภพ

จารึกที่ 536 : กรีฑาทัพข้ามเอกภพ : มหานาวาฝ่าผนังความว่างเปล่า


ความพินาศของกองทัพจากต่างมิติ ทิ้งไว้เพียงเศษซากโลหะแห่งดวงดาวที่ลอยเคว้งคว้างเป็นทางยาว แสงสว่างจากดวงอาทิตย์แห่งหมื่นอักขระ สาดส่องลงมาชำระล้างกลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารจนเจือจางลง ทว่าบนลานศิลาของยอดเขาหมึกบรรพกาล บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น


อาเจียยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ามิตรสหาย ในมือของชายหนุ่มมีเพียงเศษกระดาษสีทองคำที่จารึกพิกัดของ 'หอคอยดาราพันธนาการ' นัยน์ตาสูญตาทอดมองออกไปสุดขอบจักรวาล ที่ซึ่งรอยแยกสีเงินยวงเพิ่งจะปิดตัวลงไป


"ศิษย์พี่ใหญ่แห่งบรรพชน... ผู้ก่อตั้งอาณาจักรดาราเรืองรอง..." มู่เฉินลูบเคราขาวด้วยมือที่สั่นเทา ชายชราเงยหน้ามองฟ้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแห่งประวัติศาสตร์ "ผู้ที่ควรจะเป็นเสาหลักของวิถีอักขระ กลับกลายเป็นทรราชที่นำพลังไปกดขี่จักรวาลอื่น... ช่างเป็นตลกร้ายของโชคชะตาเสียจริง"


"เขาไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกท่านอีกต่อไปแล้ว" อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น "ผู้ที่ละทิ้งลานกว้างแห่งอิสรภาพ และเลือกที่จะสร้างกรงขังให้แก่ดวงดาว... ผู้นั้นคือศัตรูของอุดมการณ์แห่งหมื่นอักขระอย่างสมบูรณ์แบบ"


เฟิงอวี้หรานก้าวออกมายืนเคียงข้างสหายรัก เปลวเพลิงสีทองปะทุขึ้นในดวงตา "แล้วเราจะมัวรออันใดอยู่เล่า! มันส่งคำท้ามาถึงหน้าประตูบ้าน หากเราเอาแต่ตั้งรับซุกหัวอยู่ในสวรรค์ใหม่ วันหน้ามันก็ต้องหาทางเจาะเข้ามาอีก! เราต้องบุกไปถล่มรังของมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!"


"อี้หรานพูดถูก" ฉินมู่หลางกระชับกระบี่ทัณฑ์สูญตา "การป้องกันที่ดีที่สุด คือการตัดไฟแต่ต้นลม! อาเจีย... ออกคำสั่งมาเถิด กระบี่ของข้ากระหายที่จะสะบั้นโซ่ตรวนของพวกมันแล้ว"


อาเจียกวาดสายตามองใบหน้าของมิตรสหายทุกคน... หลินซิงเสวี่ย เย่วปิงอวิ๋น เจ้าถุงเงิน เทียนอี้ มู่เฉิน ม่ออิง... ทุกคนล้วนแผ่ซ่านเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่ไม่มีวันถอยร่น


"การเดินทางครั้งนี้ มิใช่การขยายอาณาเขต และมิใช่การแก้แค้น" อาเจียยกมือขวาขึ้น นิ้วชี้ที่อาบด้วยปราณสูญตาสว่างไสว "ทว่ามันคือการ 'ทวงคืน' วิถีอักขระที่ถูกบิดเบือน และ 'ปลดแอก' ดวงดาวนับล้านที่ถูกล่ามโซ่... นี่คือหน้าที่ของราชันหมื่นอักขระ"


"ถุงเงิน! เตรียมมหานาวาดาราจักร! ปิงอวิ๋น ซิงเสวี่ย! กางค่ายกลดาราและค่ายกลพฤกษาขั้นสูงสุดคุ้มครองเรือรบ! อาจารย์มู่เฉิน อาจารย์ม่ออิง... ข้าฝากให้พวกท่านและศิษย์สำนัก คอยดูแลสวรรค์ใหม่ที่นี่ หากมีมารในใจตนใดกล้าปะทุขึ้นมา จงใช้บทสวดชำระล้างมันเสีย!"


"น้อมรับบัญชาราชัน!" ทุกคนประสานเสียงกึกก้อง


มหานาวาดาราจักรเกราะมังกรพฤกษา ซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยอักขระรังสรรค์ของอาเจีย ลอยตัวขึ้นเหนือก้อนเมฆ มันมีขนาดใหญ่โตมโหฬารประดุจขุนเขาเคลื่อนที่ แผ่กลิ่นอายความเก่าแก่และทรงอำนาจ


อาเจีย เฟิงอวี้หราน ฉินมู่หลาง หลินซิงเสวี่ย เย่วปิงอวิ๋น เทียนอี้ และเจ้าถุงเงิน ทะยานร่างขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าเรือธง ธงรบ 'พู่กันไขว้กระบี่' โบกสะบัดอย่างสง่างาม ท้าทายความว่างเปล่าของอวกาศ


"เปิดทาง!"


อาเจียตวัดนิ้วชี้ขวากลางอากาศธาตุ! อักขระ 'เบิก' (启) และ 'ทะลวง' (穿) พุ่งทะยานออกไปผสานกับพิกัดบนเศษกระดาษสีทองคำ!


ครืนนนนน!


อวกาศเบื้องหน้ามหานาวา พลันถูก 'ฉีก' ออกเป็นรอยแยกขนาดยักษ์! ทว่าครั้งนี้ มันมิใช่รอยแยกสีเงินยวงของศัตรู แต่มันคือ 'ประตูมิติสูญตา' สีเทาประกายรุ้ง ที่อาเจียเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในการข้ามผ่านด้วยตนเอง!


"เดินหน้าเต็มกำลัง!" เจ้าถุงเงินในฐานะนายท้ายเรือ ตวาดสั่งการ มหานาวาดาราจักรพุ่งทะยานเข้าสู่รอยแยกมิติ ทิ้งสวรรค์ใหม่และอาณาจักรหมื่นอักขระไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนที่พวกตนไม่รู้จัก!


...


ภายใน 'ผนังแห่งความว่างเปล่า' (The Void Wall) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างพหุจักรวาล


ที่นี่มิใช่อวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่ามันคือ 'กระแสน้ำเชี่ยว' ของกฎเกณฑ์ที่แตกสลาย! เวลาในที่แห่งนี้บิดเบี้ยว บางครั้งเร็วขึ้นจนอายุขัยแทบมอดไหม้ บางครั้งช้าลงจนแทบขาดใจตาย มิติพับซ้อนกันจนไม่อาจแยกแยะซ้ายขวา แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาปะทะค่ายกลดาราของมหานาวาจนเกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด


"นี่มัน... เลวร้ายยิ่งกว่าพายุสุญญากาศในห้วงลึกไร้กฎเกณฑ์เสียอีก!" เย่วปิงอวิ๋นกัดฟันแน่น พยายามเค้นปราณวิญญาณค้ำยันค่ายกล "หากค่ายกลแตก เราทุกคนจะถูกผนังความว่างเปล่านี้ฉีกกระชากจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ!"


"อย่าหวั่นไหว!" อาเจียก้าวออกมายืนที่หัวเรือ ชายหนุ่มหลับตาลง แผ่เจตจำนงวิถีสูญตาออกไปปกคลุมเรือทั้งลำ "ความว่างเปล่าที่แท้จริง ย่อมสงบเงียบ... กระแสน้ำที่ปั่นป่วนเหล่านี้ เกิดจากการปะทะกันของ 'สัจธรรมสองขั้ว' ... ขั้วของสวรรค์ใหม่ และขั้วของอาณาจักรดาราเรืองรอง"


อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสูญตาสาดประกายความเด็ดขาด เขาไม่พยายามต้านทานกระแสน้ำที่ปั่นป่วน ทว่าเขาใช้วิถีสูญตา 'กลืนกลืน' และ 'ลื่นไหล' ไปกับมัน! มหานาวาดาราจักรเปรียบเสมือนใบไม้ที่ลอยไปตามเกลียวคลื่น หลบหลีกกระแสการฉีกขาดของมิติได้อย่างงดงามน่าอัศจรรย์


การเดินทางผ่านผนังแห่งความว่างเปล่า ยาวนานประดุจหนึ่งอสงไขย และรวดเร็วประดุจกระพริบตา


ในที่สุด... เบื้องหน้าของมหานาวาดาราจักร ก็ปรากฏ 'แสงสว่างสีเงินยวง' ที่เจิดจ้าเสียจนน่าขนลุก! มันมิใช่ความว่างเปล่าอีกต่อไป ทว่ามันคือขอบเขตของ 'อาณาจักรดาราเรืองรอง' !


"เราทะลวงผ่านผนังมิติมาได้แล้ว! เตรียมพร้อมปะทะ!" ฉินมู่หลางชักกระบี่ออกจากฝัก


ฟุ่บ!


มหานาวาดาราจักร พุ่งทะยานหลุดพ้นจากรอยแยกมิติ เข้าสู่พหุจักรวาลของศัตรู!


ทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของอาเจียและมิตรสหาย กลับทำให้พวกเขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ!


ที่นี่ไม่มี 'ท้องฟ้า' ที่กว้างใหญ่! ไม่มี 'อวกาศ' ที่มืดมิด!


ทว่ามันถูกแทนที่ด้วย 'ตาข่ายโซ่ดารา' ขนาดยักษ์! โซ่สีเงินยวงนับล้านล้านเส้น ถักทอประสานกันเป็นโครงข่ายครอบคลุมทุกตารางนิ้วของจักรวาลนี้! ดวงดาวเคราะห์ทุกดวง ดวงอาทิตย์ทุกดวง ล้วนถูก 'ล่าม' ไว้กับตาข่ายขนาดยักษ์นี้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนหรือโคจรได้อย่างอิสระ!


นี่มิใช่จักรวาล... ทว่ามันคือ 'กรงขังดวงดาว' ขนาดมหึมา!


และทันทีที่มหานาวาดาราจักรของอาเจียปรากฏตัว! ตาข่ายโซ่ดาราที่อยู่ใกล้ที่สุด ก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมในทันที!


แคร้งงงง!


เสียงโซ่กระทบกันดังก้องประดุจระฆังมรณะ! พลังแสงดาวที่อัดแน่นด้วย 'เจตจำนงแห่งการกดขี่' พุ่งตรงเข้ากดทับมหานาวาดาราจักรอย่างรุนแรง!


"อั้ก!"


เฟิงอวี้หราน ฉินมู่หลาง หลินซิงเสวี่ย เย่วปิงอวิ๋น และเทียนอี้ กระอักเลือดออกมาพร้อมกัน! เข่าของพวกเขาทรุดลงกระแทกดาดฟ้าเรืออย่างแรง!


"พลังของข้า... มัน... มันถูกกดทับ!" เฟิงอวี้หรานพยายามเค้นเพลิงอัคคีบรรพกาล ทว่าเปลวไฟสีทองกลับริบหรี่ลงเหลือเพียงครึ่งเดียว!


"กฎเกณฑ์ของที่นี่... ปฏิเสธวิถีเต๋าของพวกเรา!" ฉินมู่หลางกัดฟันยันกายขึ้นด้วยความยากลำบาก "สัจธรรมของจักรวาลนี้... บังคับให้ผู้ก้าวล่วงทุกคน ต้องสูญเสียพลังไปครึ่งหนึ่ง!"


มีเพียงอาเจียเท่านั้น ที่ยังคงยืนหยัดหลังตรงตระหง่าน! วิถีสูญตาขั้นไร้รูปของเขา 'ว่างเปล่า' เกินกว่าที่ตาข่ายโซ่ดาราจะหาจุดสัมผัสเพื่อกดขี่ได้!


"ยินดีต้อนรับสู่กรงขังของข้า... ราชันผู้โง่เขลา!"


เสียงที่เยือกเย็นและแฝงด้วยความเหนือกว่า ดังก้องมาจากเบื้องบน!


เหนือตาข่ายโซ่ดารานั้น... ปรากฏร่างของกองทัพนักรบเกราะเงินนับสิบล้านนาย! และใจกลางของกองทัพนั้น คือมหานาวารบที่สร้างจากผลึกดวงดาว บนบัลลังก์ที่ทอประกายแสงสว่างที่สุด... ร่างจริงของ 'มหาปราชญ์ล่ามฟ้า' (ศิษย์พี่ใหญ่ของบรรพชน) นั่งตระหง่านอยู่!


มหาปราชญ์ผู้นี้มีใบหน้าที่เหมือนกับนิมิตทุกประการ นัยน์ตาสีเงินของเขามองลงมาที่อาเจียประดุจเทพเจ้ามองดูมดปลวก ในมือของเขาถือพู่กันแสงดาวที่ทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงตะวัน!


"ในดินแดนของข้า กฎของข้าคือสัจธรรมสัมบูรณ์! เมื่อพวกเจ้าก้าวเข้ามา... พวกเจ้าก็คือข้าทาสที่รอการพิพากษา!" มหาปราชญ์ล่ามฟ้าประกาศกร้าว "ทหาร! บดขยี้พวกมัน อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!"


กองทัพนักรบนับสิบล้านนาย พร้อมด้วยอาวุธแสงดาวที่ถูกหนุนหลังด้วยตาข่ายสัจธรรม พุ่งทะยานลงมาประดุจห่าฝนแห่งความตาย!


อาเจียยืนตระหง่านอยู่หัวเรือ ท่ามกลางมิตรสหายที่พลังถดถอย นัยน์ตาสูญตาสาดประกายความเย็นชาขั้นสุด!


"กฎของเจ้างั้นหรือ..." อาเจียยกนิ้วชี้ขวาขึ้น นิ้วที่สลักด้วยอักขระดั้งเดิมเปล่งแสงสีทองคำ! "กฎใดๆ ที่กดขี่ความมีชีวิต... ล้วนเป็นกฎที่สมควรถูกฉีกทิ้ง!"


ราชันหมื่นอักขระ จะใช้วิถีสูญตา พลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบที่สุด ในจักรวาลที่ปฏิเสธพลังของพวกเขาได้อย่างไร! การปะทะกันของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิถีอักขระ ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน