ตอนที่ 12
ณ ด้านหน้าริมถนนของโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่ง
กลิ่นหอมกรุ่นของกุ้งัย่างและหอยเชลล์ขนาดใหญ่ ที่ถูกถ่านไม้ค่อยๆ เลียไล้ด้วยเปลวไฟ ลอยฟุ้งเคล้าไปกับควันบางๆ ยามหัวค่ำ ปาร์ตี้ทั้งสี่นั่งล้อมวงรอบโต๊ะไม้เก่าๆ ริมถนนที่คึกคักไปด้วยผู้คน
เซเวียร์…าาแวมไพร์ผู้ฟื้นคืน ยืดตัวนั่งอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้ไม้ที่ดูจะเล็กเกินไปสำหรับเรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าของเขา
ชายหนุ่มยื่นมือคว้าปลาหมึกย่างทั้งตัวมาฉีกด้วยความหิวโหย ราวกับอสูรกายที่เพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการ ดวงตาสีแดงฉานของเขาสะท้อนประกายไฟจากเตาย่างอย่างดิบเถื่อน
การ์เน็ตในชุดบิกินีช่างกลที่เต็มไปด้วยเข็มขัดและสายรัดก็ไม่ได้ต่างกัน เธอใช้มีดพับอเนกประสงค์ขนาดใหญ่เลาะเนื้อปูจักรพรรดิชิ้นโตลงใส่จานของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง พร้อมบ่นพึมพำกับปืนพกคู่ที่วางอยู่ข้างตัว
“ซอสพริกนี่มันจืดชืดสิ้นดี!! ถ้าระบบควบคุมรสชาติของมันห่วยแตกขนาดนี้ ข้าว่าเอาไปติดกับปืนใหญ่พลาสมาแล้วยิงใส่กำแพงโซลาราเลยดีกว่า”
สาวผมสีน้ำเงินว่าพลางยัดเนื้อปูเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจโลก
อริสา…จีโอแมนเซอร์สาวนั่งเงียบเหงาอยู่มุมโต๊ะ เธอกินอาหารน้อยมากและคอยชำเลืองมองเซเวียร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเป็ระยะ แก้มที่เคยแดงก่ำเมื่อเช้าจากความอับอาย บัดนี้กลับซีดลงเล็กน้อยจากความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ยังคงค้างคาในใจ
“เมื่อเช้าเ้า…ทำเกินไปนะ” อริสาพึมพำเบาๆ ขณะตักข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า
เซเวียร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมหัวเราะในลำคอ
“ทำเกินไปรึ? ข้าก็แค่สั่งสอนไม่ให้สัตว์เลี้ยงของข้าหิวโหยกับของเล่นชั้นต่ำเท่านั้น”
เขาพูดพลางส่งเนื้อปลาหมึกย่างเนื้อหนาหนึบที่เด้งสู้ความคมของเขี้ยวงามเข้าปากอย่างไม่แยแส
ด้านจิณในชุดเกราะเบาสีทองที่ตอนนี้ไร้ซึ่งความภาคภูมิใจแห่งพาลาดิน มีปลาช่อนทะเลอบสมุนไพรราดซอสเนยกระเทียมถูกจัดวางอย่างวิจิตรบรรจงในจานหินอ่อน…ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและกระเทียมชวนให้ลิ้มลอง
ทว่าหญิงสาวไม่ได้แตะต้องมันเลย เธอวางมีดและส้อมลงอย่างหนักแน่น ท่าทางของเธอแข็งทื่อและเบื่อหน่ายต่อการสนทนาของเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่ควบคุมไม่ได้
“พอเถอะ” จิณเอ่ยเสียงเรียบ
ใบหน้าสวยคมคายของเธอเรียบเฉยจนน่ากลัว ราวกับปราการเหล็กที่แตกร้าว ทว่ายังคงฝืนตั้งตระหง่านเพื่อปกปิดความบอบช้ำภายใน
“ภารกิจของเราตอนนี้ชัดเจนแล้ว”
จิณเท้าคางมองตรงไปยังเปลวไฟที่เผาเนื้อย่างอย่างว่างเปล่า
“คดีลักพาตัวหญิงสาวที่สภาสั่งให้ข้าไปสืบสวนนั้น…ไม่ใช่คดีอาชญากรรมธรรมดา”
แต่เซเวียร์ก็ยังคงสนใจเพียงอาหารตรงหน้า ไม่ต่างจากการ์เน็ตที่ก็กำลังพยายามดัดแปลงส้อมให้กลายเป็อุปกรณ์ตัดเนื้อที่รวดเร็วกว่าเดิม
“มันไม่ใช่ฝีมือโจรทั่วไป แต่คือไลแคน”
จิณสรุป
“พวกมันมีแต่ตัวผู้ และต้องลักพาตัวผู้หญิงไปทำเมีย เพื่อให้ตั้งครรภ์เป็เด็กผู้ชายเท่านั้น วงจรการขยายพันธุ์ของมันคือการย่ำยีศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างสมบูรณ์”
ทันใดนั้น…เสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นหินก็ดังขึ้น
ทหารยามสองนายของโซลารา…หยุดตรงหน้าโต๊ะอาหารทะเลที่เต็มไปด้วยเปลือกปูและเศษซากการกินอย่างดุเดือด แล้วยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้จิณอย่างรีบเร่ง
“ท่านพาลาดินจิณขอรับ…นี่คือ…ใบแจ้งหนี้จากกรมบัญชีกลาง” ทหารนายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
จิณรับซองเอกสารมาเปิดอ่านอย่างเฉื่อยชา แล้วกวาดตามองตัวเลขในนั้น ดวงตาสีฟ้าครามที่เคยว่างเปล่า เริ่มมีริ้วรอยความหงุดหงิดแล่นผ่าน เธอกุมขมับเบาๆ
<ค่าแกนพลังงานฮาร์ทออฟไททัน ห้าแสนเหรียญทอง>
จิณหันขวับไปมองการ์เน็ตที่กำลังเคี้ยวเนื้อปูอย่างเอร็ดอร่อย
“การ์เน็ต!! นี่มันอะไรกัน!?”
“อ๋อ!! มันแจ่มมากเลยนะ เอาไปอัปเกรดอุปกรณ์ไว้เพื่อ…ความอลังการงานสร้างของปาร์ตี้ไงล่ะจิณ!!”
การ์เน็ตตอบเสียงใสอย่างไม่ยี่หระ
“นี่เป็ของถูกจะตายไป”
ยังไม่ทันที่จิณจะได้โต้ตอบ ทหารยามอีกสองนายก็เดินเข้ามาเสริมในทันที พวกเขาดูซีดเผือดกว่าทหารคู่แรกเสียอีก
“ทะ…ท่านพาลาดินจิณ…นี่คือใบแจ้งหนี้ขอรับ” พวกเขาเปิดให้ดูยอดรวม
<ค่าเสียหายจากการใช้ะเิและจรวดไล่ล่าโจร ห้าแสนเหรียญทอง>
“หนึ่งล้านเหรียญทอง!!”
จิณถึงกับตะบะแตก!! แต่การปะทุของเธอไม่ได้ออกมาเป็เสียงกรีดร้อง แต่เป็การะเิอารมณ์ที่หนักแน่นราวกับูเาไฟที่กำลังปะทุ
“การ์เน็ต!! เ้าใช้จ่ายตามอำเภอใจเช่นนี้โดยไม่คำนึงถึงงบประมาณของปาร์ตี้เลยหรือ!?”
การ์เน็ตยักไหล่พลางยิ้มยั่ว
“เ้าไม่ต้องมาสอนเื่การใช้จ่ายหรอก ข้าแค่มั่นใจว่าสิ่งที่ข้าซื้อไปมันคุ้มค่า พวกเขาก็บอกเองว่าเครดิตของหัวหน้าปาร์ตี้ยังใช้ได้!!”
เซเวียร์หัวเราะเสียงดังลั่น เขาหยุดกินอาหารแล้วตบโต๊ะด้วยความพึงพอใจ
“ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ยอดเยี่ยม!! หนึ่งล้านเหรียญทองเพื่อความสนุกและความวายป่วงขนาดนี้!! ถูกจะตายไป สมกับเป็สหายร่วมทางของข้า!!”
อริสาที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากพลางหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ความอึดอัดใจเมื่อครู่หายไปทันทีเมื่อเจอความบ้าคลั่งของการ์เน็ต
จิณหันไปมองทุกคนที่แสดงท่าทางแตกต่างกันด้วยความสิ้นหวัง
“ช่างเถอะ!!”
จิณประกาศเสียงกร้าว
“ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การสืบคดีอีกต่อไป แต่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์!!”
“ถูกต้องที่สุด!! ล้างบางไอ้หมาบ้าพวกนั้นให้เหี้ยน แล้วริบทรัพย์สินมันมาใช้หนี้พวกเราซะ!!”
การ์เน็ตชูนิ้วโป้งให้จิณด้วยความสะใจ
“เอ…ว่าแต่…เส้นทางสู่ป่าทมิฬที่อยู่ไกลลิบขึ้นไปทางเหนือนั่น พวกเราต้องรอนแรมกันหลายวันเลยนะ แล้วจะเดินทางกันยังไงเหรอ?”
อริสาเอ่ยถามพลางเอียงคอด้วยความสงสัยตามประสา
“เื่เดินทางน่ะไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เช้าข้าจะเนรมิตพาหนะให้เอง รับรองว่าทั้งเด็ดทั้งฟินยิ่งกว่าจรวดของข้าแน่นอน!!”
สาวช่างกลรับอาสาด้วยแววตาเป็ประกาย
“ได้เช่นนั้นก็ดี” พาลาดินสาวเอ่ยเสียงเรียบ รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยยัยช่างกลจอมเพี้ยนคนนี้ก็ยังพอมีประโยชน์ในยามคับขัน
“แล้วเื่ที่เซเวียร์เป็แวมไพร์ล่ะ…ทางราชสำนักจะว่ายังไงบ้าง?” อริสาตัดสินใจเปลี่ยนประเด็นเข้าสู่เื่ที่ชวนให้หนักใจที่สุด
“ข้ายังไม่ได้รายงานไป…”
จิณกล่าวด้วยแววตาฉายความกังวลชัดเจน
“เื่นี้ขอให้เก็บเป็ความลับของพวกเราทั้งสี่คนก่อนเถิด หากความจริงแพร่งพรายออกไปตอนนี้ ข้าเกรงว่าคงจะรับมือกับความวุ่นวายที่ตามมาไม่ไหว”
“บอกหมอนี่ไว้เลยนะว่าอย่าไปปากโป้งคุยโวเด็ดขาด!!” การ์เน็ตเสริมทัพ พลางเคี้ยวเนื้อปูจักรพรรดิจั๊บๆ จนน้ำจิ้มซีฟูดแทบกระเด็น
“เซเวียร์…เ้าทำได้ไหม?” จิณหันไปถามเสียงเรียบเนียนเพื่อเค้นเอาคำมั่นสัญญา
“อือๆ” เซเวียร์ตอบรับส่งเดช แววตาสีโลหิตจดจ่ออยู่กับเนื้อปลาหมึกย่างหนาหนึบ ที่กำลังดีดสู้ความคมของเขี้ยวงามของเขาอย่างไม่ลดละ
“เ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่า!!” จิณถามย้ำ น้ำเสียงเริ่มมีรอยตำหนิในความไม่ใส่ใจ
าาแวมไพร์เพียงแต่พยักหน้าแบบขอไปที ท่าทางราวกับโลกทั้งใบมีแค่เขากับเ้าปลาหมึกตัวนี้เท่านั้น
“ข้าถามว่าเ้าต้องทำอะไร?” พาลาดินสาวตบโต๊ะเบาๆ เป็การคาดคั้น
“ข้าเหรอ…ก็ต้องฉีกเ้าปลาหมึกนี่ให้ขาดไง!! กล้ามาเหนียวใส่ข้า รับรองเ้าได้กลายเป็ก้อนยางลบในกระเพาะข้าแน่!! อย่าคิดว่าความเป็ยางพาราของเ้า จะรอดพ้นเขี้ยวแวมไพร์สี่ร้อยปีไปได้นะเฟ้ย!!”
เซเวียร์โวยวายใส่จานอาหารอย่างบ้าคลั่ง
จิณที่ได้ยินคำตอบถึงกับต้องยกมือกุมขมับให้กับความเบาปัญญาและไม่ใส่ใจโลกของเซเวียร์
ขณะที่อริสาหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจในความเพี้ยนของราชันแวมไพร์
ส่วนการ์เน็ตนั้นเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นแล้ว เพราะตอนนี้เธอวุ่นวายกับการงัดเปลือกหอยแมลงภู่ทะเลครีกอสั์อย่างเอาเป็เอาตาย
มื้ออาหารสิ้นสุดลงท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ที่คุกรุ่น…แต่กลับมีความคาดหวังแปลกๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจของพวกเขาทั้งสี่คน
เมื่อแยกย้ายจิณและอริสาเดินกลับขึ้นห้องพักของตัวเองอย่างเงียบๆ มีเพียงการ์เน็ตที่เดินฮัมเพลงอย่างร่าเริงกลับเข้าเมืองไปอีกครั้งเพื่อจัดการเื่ยานพาหนะ
ส่วนเซเวียร์ยืนเท้าเอวมองสาวๆ โต๊ะข้างๆ ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
“ได้เวลาอาหารค่ำจริงๆ แล้วสินะ” าาแวมไพร์แสยะยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปหิ้วสองสาวสวยโต๊ะข้างๆ ขึ้นไปบนห้องพักของเขาอย่างไม่อับอาย
ไม่นานนัก…เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงครางอันดังก็เริ่มดังลอดมาจากผนังห้องที่ติดกับห้องพักของอริสา
อริสาสะดุ้งเฮือก ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายปนความรู้สึกที่ซับซ้อน จีโอแมนเซอร์สาวทรุดตัวนั่งขดอยู่บนเตียง เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างทรมาน
เสียงครางอันหยาบโลนดังกระหึ่มอยู่อีกด้านหนึ่งของผนัง ตอกย้ำถึงความสุขที่เธอพลาดไปเมื่อเช้า และความจริงที่ว่า าาแวมไพร์ไม่เคยเป็ของใครเพียงคนเดียว
เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องจนพื้นถนนสั่นะเื การ์เน็ตยืนกอดอกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ ผลงานชิ้นเอกของเธอ
ยานพาหนะลำนั้นดูราวกับรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงอย่างสุดโต่ง เป็รถประเภทรถกึ่งบรรทุกเปิดประทุนที่มีโครงสร้างเหล็กกล้าขนาดใหญ่ คล้ายกับยานยนต์ที่ใช้ในา แต่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งตามสไตล์ของช่างกลสาว
ตัวรถถูกพ่นสีทั้งคันด้วยสีฟ้าสดสลับกับสีชมพูร้อนในรูปแบบกราฟฟิตี ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาด และที่โดดเด่นที่สุดคือบริเวณกระโปรงและด้านข้างของหน้ารถ มันถูกเพนต์เป็ฟันฉลามขนาดใหญ่ที่อ้าปากกว้าง ราวกับพร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า
การ์เน็ตตั้งชื่อมันอย่างเป็ทางการว่า ‘ฉลามบุก’
“ไงล่ะ!! สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ?”
การ์เน็ตประกาศด้วยเสียงอันดังขณะลูบตัวถังรถอย่างรักใคร่
“ด้วยยานยนต์นี้…พวกเราจะถึงป่าทมิฬได้ภายในวันเดียว!! มันคือการผสมผสานของความเร็ว ความบ้า และเทคโนโลยีระดับอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้!!”
เซเวียร์เดินมาถึงพร้อมกับเสียงหาวเบาๆ ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองรถด้วยความสนใจ ก่อนจะหัวเราะอย่างถูกใจ
“ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ถูกใจข้าจริง!! ยานพาหนะที่ไร้มารยาทเช่นนี้!! สมกับเป็ผลงานของเ้าจริงๆ”
าาแวมไพร์เอ่ยพลางยกเท้าเปลือยเปล่าขึ้นเหยียบขอบล้อรถอย่างถือตัว
อริสายืนอึ้งอยู่ข้างๆ เธอสวมบิกินีชมพูกับกระโปรงบางสั้นๆ และกำไลห่วงสามวงสามสีที่ข้อมือแต่ละข้าง ใบหน้าสวยหวานของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
“โอ้โห…มันดู…อันตรายมากเลยนะการ์เน็ต” อริสาพึมพำ
จิณยืนสงบนิ่งอยู่ในบิกินีขาวกับเกราะทองบางๆ เธอสบตากับการ์เน็ตอย่างเข้มงวด
“เ้าไปเพิ่มหนี้เพื่อรถคันนี้อีกหรือเปล่า?” จิณถามด้วยน้ำเสียงเ็าและระแวดระวัง
การ์เน็ตหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
“ฮิๆๆ จิณ!! อัจฉริยะอย่างข้าจะไปทำเื่โง่ๆ แบบนั้นทำไมกัน? ชิ้นส่วนที่เห็นนี่ส่วนใหญ่ก็แค่เศษเหล็กและของเหลือใช้”
เธอหยุดพูดและผายมือไปที่ด้านหลังของรถ
“แต่พลังขับเคลื่อน…สิ่งนี้ต่างหากคือหัวใจ!!”
แล้วทุกสายตาก็หันไปจับจ้องตามทิศทางที่ปลายนิ้วของจอมโกลาหลชี้ไปอย่างมิได้นัดหมาย ราวกับเป็ผู้รับเคราะห์ที่รอฟังคำตัดสินสุดท้ายของศาลเ้าแห่งหนี้
“แกนพลังงานฮาร์ทออฟไททันไงล่ะ!! ที่เ้าเพิ่งเป็หนี้ไปห้าแสนเหรียญทองเมื่อวานนี้ไง”
จิณกุมขมับทันทีเมื่อนึกถึงจำนวนเงินที่เพิ่งถูกผลาญไปเพื่อเป็เชื้อเพลิงให้กับความบ้าคลั่งของเพื่อนร่วมทีม
ไม่รอช้า…เซเวียร์ะโขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยด้วยความกระตือรือร้น
“มา…ข้าจะลองขับเล่นก่อนเข้าป่า!!”
“เอ๋…เ้าขับรถคันโตนี่เป็ด้วยเหรอ?” อริสาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หวานใสราวกับระฆังแก้ว
เธอเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับใช้ปลายนิ้วแตะริมฝีปากเบาๆ ด้วยท่าทางกังวลที่ดูน่าทะนุถนอม ทว่าดวงตากลับเป็ประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ราวกับเด็กสาวที่กำลังรอคอยเครื่องเล่นสุดระทึกในสวนสนุกอย่างใจจดใจจ่อ
แต่ช้าเกินไป!! เซเวียร์เหยียบคันเร่งเต็มแรง ฉลามบุกพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
าาแวมไพร์ขับรถได้เลวร้ายที่สุดในโลก เขาวนรถกลางถนนอย่างสนุกสนาน เฉียดชนผู้คนกลางเมืองนับสิบราย ทว่าด้วยปฏิกิริยาของแวมไพร์ ทำให้เขาหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงได้อย่างเหลือเชื่อ
รถแล่นมาถึงประตูเมืองทางเหนือซึ่งเป็จุดที่จะพาพวกเขาเข้าสู่เส้นทางสู่ป่าทมิฬ
ทันใดนั้นเอง…
สาวงามคนหนึ่งพุ่งเข้ามายืนขวางถนนไว้ในเสี้ยววินาที เธอสวมชุดบิกินีเว้าสูงสีแดง ประดับด้วยผ้าไหมสีขาวบางเบาที่ปกปิดร่างกายเพียงเล็กน้อย
และที่โดดเด่นคือชายผ้าสีแดงยาวที่ห้อยทิ้งตัวลงมาจากด้านหลังเอว มันสะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงลมราวกับหางของเปลวเพลิงที่กำลังเริงระบำ
เส้นผมยาวสีน้ำตาลเข้มมัดเป็หางม้าสูงปลิวไสวตามลม รูปลักษณ์ของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์และความเชี่ยวชาญราวกับเป็นินจาชั้นสูง
เซเวียร์เมื่อเห็นสาวงามเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขาเบรกฉลามบุกอย่างแรงจนตัวรถไถลไปกับพื้นถนนจนเกือบจะพลิกคว่ำ
ครืนนน!!
“ว้าว!! ทักษะหยุดรถของเ้านี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ” อริสาอุทานเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น
ขณะที่จิณสายตาคมกริบจ้องไปยังหญิงสาวที่เพิ่งปรากฏตัวด้วยความสนใจ
ขณะที่รถยังไถลไม่หยุด…สาวงามปริศนาก็ะโตัวลอยขึ้นกลางอากาศด้วยท่วงท่าที่สง่างามเหนืุ์ เธอร่อนลงสู่เบาะรถโดยสารได้อย่างแม่นยำ
“ฝีมือเบรกดีนี่”
หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน ก่อนจะสะบัดเส้นผมยาวที่มัดไว้แน่น
“ข้าคือโฮมูระ…นินจาแห่งสำนักเพลิงโลกันตร์…และข้ามาจากกรมบัญชีกลาง”
หญิงสาวแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงแต่แฝงความเด็ดขาดของนักรบ เธอเอียงคอเล็กน้อยแล้วยิ้มหวานให้กับจิณ
“กรมบัญชีกลาง!! กล้ามาขัดขวางภารกิจของหัตถ์าาหรือไง?”
จิณสวนด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็มิตร ทว่าลึกๆ แล้วเธอก็พอเดาได้ว่าหนี้หนึ่งล้านเหรียญทองคือสาเหตุ
“สภาเห็นว่าหนี้หนึ่งล้านเหรียญทองนั้นไม่ใช่น้อย”
โฮมูระว่าพลางเหลือบมองเกราะทองของจิณ
“และเกรงว่าเ้าอาจจะชิงหนีหนี้ไปเสียก่อน ดังนั้น…ข้าจึงได้รับมอบหมายให้มาติดตามการผจญภัยของเ้าอย่างใกล้ชิด จนกว่าหนี้จะถูกชำระจนหมดสิ้น”
เซเวียร์มองสำรวจเรือนร่างที่เต็มไปด้วยสัดส่วนอันยั่วยวนของนินจาสาวในบิกินีสีแดงอย่างเปิดเผย ดวงตาสีแดงฉานของเขาลุกวาวด้วยความพึงพอใจ
“หึ!! เป็ผู้ติดตามที่ถูกใจข้าเสียจริง”
เซเวียร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“รูปร่างของเ้าช่างโดดเด่น…เป็บุญตาของข้าที่จะได้เห็นเ้านินจาสาวเต้นรำไปกับการผจญภัย”
โฮมูระยิ้มตอบอย่างมั่นใจและไม่เกรงกลัวสายตาของเขา เธอส่งสายตาเย้ายวนกลับไปให้าาแวมไพร์
“ขอบใจนะ ข้าก็หวังว่าระหว่างเดินทาง…เ้าจะไม่ทำให้ศาสตราวุธนอกฝักของเ้าต้องบิ่นทื่อไปกับความเร่าร้อนของข้าเสียก่อนล่ะ”
จิณที่นั่งหน้าเครียดเพราะภาระหนี้สิน…ถอนหายใจอย่างอดกลั้น การมาของโฮมูระไม่ได้ลดหนี้ให้เธอ แต่กลับเพิ่มความปั่นป่วนทางฮาเร็มเข้ามาอีก
การผจญภัยสู่ป่าทมิฬจึงมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน…แบบไม่มีใครร้องขอ