ชีคคามินมองเด็กน้อยตรงหน้า
ภาพสะท้อนของตัวเขาเองในฉบับย่อส่วนในวัยห้าขวบ—นั่งกอดอก หลังตรง คางเชิดขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาคมใสจ้องสบกับเขาอย่างนิ่งสงบ
ไร้แววหวาดกลัว
“ขอพูดไว้ก่อนนะครับ”
เด็กน้อยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงจริงจังเกินวัย ก่อนจะยกข้อมือเล็กขึ้นดูนาฬิกาเรือนจิ๋ว
“ไม่ว่าคุณจะจับผมมาด้วยเหตุผลอะไร
คุณต้องรีบไปส่งผมก่อนบ่ายสามโมงครึ่ง”
เขาเงยหน้าขึ้น สีหน้าฉายแววกังวลบางอย่างที่พยายามกดไว้
“ไม่งั้น…มามี๊ของผมจะออกมาตามหาผมเอง”
เด็กน้อยหยุดนิดหนึ่ง นิ้วมือกำชายเสื้อแน่น
“เธอเป็คนที่…ไม่ค่อยระวังตัวเท่าไหร่
ถ้าปล่อยให้อยู่ข้างนอกคนเดียว ผมไม่ค่อยสบายใจ”
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เหมือนสวมหน้ากากความสุขุมกลับคืน
ไล่สายตามองทุกคนในห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดที่ชีคคามิน
“พวกคุณคงไม่ใจร้ายถึงขั้นรังแกเด็ก
กับผู้หญิงที่โลกสวยเกินไปหรอกนะครับ”
เขาเอ่ยต่ออย่างสุภาพ แต่แววตากลับจริงจัง
“จากท่าทางของคุณ ผมเดาว่าพวกคุณไม่ได้คิดจะเรียกค่าไถ่”
เด็กน้อยถอนหายใจ
“ถึงจะคิดจริงๆ แม่ผมก็ไม่มีเงินให้หรอก
แล้วผมไม่อยากให้เธอเครียดกับเื่ที่ควบคุมไม่ได้”
พูดมาก
ชีคคามินคิด
แต่ในคำพูดเ่าั้
ไม่มีสักคำที่ฟังดูเหมือนเด็กที่เห็นแก่ตัว
“พวกคุณอาจไม่รู้”
เด็กน้อยพูดต่อ เสียงเบาลงเล็กน้อย
“กว่ามามี๊จะเลี้ยงผมให้ดูเรียบร้อยขนาดนี้
เธอพยายามมากแล้วจริงๆ”
เขาพูดเหมือนสรุปข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรียกร้องความสงสาร
“ผมไม่อยากให้เธอเสียใจ
เพราะผมหายไป”
เด็กน้อยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็ทางการ
“ถ้าจะคุยเื่อื่นต่อ ผมไม่มีปัญหา
แต่รบกวนอย่าทำให้เื่นี้ยืดเยื้อเลยครับ
มันไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ”
ชีคคามินมองเด็กตรงหน้าอยู่อึดใจ
ครั้งแรกที่เขาไม่ได้เห็นแค่ความฉลาด
แต่เห็น *ความกลัว* ที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น
นอกจากใบหน้าที่มีเค้าโครงคล้ายเขา
กับท่าทางไม่เกรงกลัวใคร
เฉลียวฉลาด รอบคอบ
เด็กคนนี้เหมือนเขาแทบทุกอย่าง
ยกเว้นพูดมากเกินไป ชีคคามินคิด
ั้แ่มาถึงก็ไม่หยุดพูด
ไม่หยุดกิน
ยังจู้จี้เื่อาหารอีกต่างหาก
“อี๋—แหวะ”
เด็กน้อยทำหน้าขยะแขยง
“ทำไมเอานมวัวมารับรองผมล่ะ”
เขาสะบัดมือไล่
“ไปเอานมถั่วเหลืองมาให้ผม ขอเป็ยี่ห้อ…เท่านั้นนะครับ ยี่ห้ออื่นผมไม่กิน”
องครักษ์โค้งตัวรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนถอยออกไป
ชีคคามินมองเด็กตรงหน้าอยู่อึดใจ ก่อนจะเอ่ยเป็ประโยคแรก
“แม่นายทำงานอะไร”
เด็กน้อยหันขวับ ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่พอใจ
“ไม่ใช่แบบนี้สิครับ”
เขาตำหนิทันที “ประโยคแรกของการสนทนา คุณต้องถามชื่อผมก่อน จะข้ามไปถามถึงแม่ผมเลยมันไม่ถูกมารยาท”
ชีคคามินกรอกตาขึ้นฟ้า
องครักษ์หลายคนต้องกลั้นยิ้ม
นายน้อยของพวกเขา…แสบเอาเื่
“ตอบมา”
ชีคคามินพูดเสียงราบ
“อย่าพูดมาก”
เด็กน้อยมองค้อน สายตาบอกชัดว่า *ผู้ชายคนนี้ไร้มารยาทสิ้นดี*
แต่เขาก็ไม่มีเวลามาสั่งสอนใคร เพราะใกล้เวลาที่มามี๊จะมารับแล้ว
“คุณจับผมมา แต่ไม่สืบประวัติก่อนเหรอครับ”
เด็กน้อยย้อน
“ว่าแม่ผมทำงานอะไร”
เขาไม่ตอบคำถาม
แต่พยายามเบี่ยงประเด็นอย่างชัดเจน
ชีคคามินยกยิ้มมุมปาก
ฉลาด…ไม่ยอมเปิดข้อมูลแม้แต่นิดเดียว
“พวกคุณจับผมมานานแล้วนะ”
เด็กน้อยพูดเร็วขึ้น
“ถ้านานกว่านี้ คุณอาจโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวได้”
ชีคคามินเอนหลังพิงเก้าอี้
“ฉันไม่กลัวกฎหมาย”
คำตอบเรียบๆ นั่น ทำให้เด็กน้อยเริ่มหงุดหงิด
“คุณจะไม่กลัวไม่ได้”
เขาพูดเสียงจริงจัง
“ภายใต้การปกครองของชีคคามิน บิน รอชิด อัล–ซาฮีร์ เื่นี้ผิดกฎหมายร้ายแรง”
“อ้อ งั้นเหรอ”
ชีคคามินตอบอย่างไม่เดือดร้อน
เด็กน้อยขบคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้า
“ผมจะบอกความลับคุณอย่างหนึ่ง”
“อะไรล่ะ”
ชีคคามินเริ่มสนุก
เด็กน้อยสูดลมหายใจ
“จริงๆ แล้ว…ผมเป็ลูกลับๆ ของชีคคามิน”
สีหน้าชีคคามินเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที
แต่เด็กน้อยเห็น
*บิงโก*
เขาคิดอย่างกระหยิ่ม แล้วแต่งเื่ต่อทันที
“ถ้าเขารู้ว่าคุณจับตัวลูกชายคนเดียวของเขามา—”
เด็กน้อยส่ายหน้า
“คุณกำลังหาเื่ใหญ่ใส่ตัวเอง”
“แล้วถ้าเขารู้ ฉันจะเป็ยังไงเหรอ”
ชีคคามินถามด้วยแววตานึกสนุก
“เขาจะส่งกองทัพมาบุกคฤหาสน์คุณแน่!”
เด็กน้อยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“เพราะคุณทำให้ดวงใจของเขาสองดวงต้องเป็ทุกข์”
"ดวงใจสอง..?" ชีคคามินทวนคำถามอย่างสงสัย
เปาเปา ถอนหายใจมองเขาอย่างเอือมระอา
"ก็ผมกับมามี๊ของผมไงคือ ดวงใจของชีคคามิน"
"ผมคือลูกสุดที่รัก
ส่วนมามี๊ของผมคือภรรยาสุดที่รัก"
เขาหยุดนิดหนึ่ง
“คุณลักพาตัวผมมา—ทำให้มามี๊ของผมต้องร้องไห้”
"หมายความว่าคุณกำลังทำให้คนที่ชีคคามินรักเป็ทุกข์"
"เขาย่อมไม่พอใจแน่นอน"
เปาเปาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ชีคคามินรักแม่นายมากเลยเหรอ”
ชีคคามินถาม เสียงเริ่มเย็นลง
“แน่นอนครับ”
เด็กน้อยตอบทันที
“มามี๊คือคนที่เขารักที่สุด”
“ถ้ารักที่สุด”
น้ำเสียงนั้นต่ำลง
“แล้วทำไมไม่แต่งงานกัน”
เด็กน้อยชะงัก
ก่อนจะถอนหายใจ
“มันเป็เื่ซับซ้อนของผู้ใหญ่”
เขาพูดเบา
“เอาเป็ว่าคุณรีบไปส่งผมเถอะครับ
ก่อนที่เื่จะถึงหูชีคคามิน…
และก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ชีคคามินลุกขึ้น
เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะดีดหน้าผากเด็กน้อยเบาๆ
“ฉันไม่กลัวชีคคามินพ่อของนายหรอก”
เด็กน้อยโมโหจนลืมกลัว
เขาปีนขึ้นบนโต๊ะ เพื่อให้สูงพอจะเผชิญหน้า แม้ต้องแหงนคอจนสุด
“คุณจะไม่กลัวไม่ได้!”
เขาะโ
“เขาเป็ผู้แคว้นนี้ โเี้ที่สุด!”
“คุณกำลังลักพาตัวลูกชายสุดที่รักของเขาอยู่นะ!”
ชีคคามินโน้มตัวลง
สบตาเด็กน้อยอย่างนิ่งสงบ
“ฉันไม่กลัวชีคคามิน”
หัวใจเด็กน้อยเต้นแรง
สมองเริ่มตีกันยุ่งเหยิง
“ทำไม…”
เสีย
งเขาแ่ลง
“ทำไมคุณไม่กลัว”
ชีคคามินตอบชัดถ้อยชัดคำ
“เพราะฉันคือชีคคามิน”
เขายิ้มบางๆ
“พ่อสุดที่รักของเ้าไงล่ะ เด็กน้อย”
จากนั้นเขาหันไปสั่งองครักษ์
“พานายน้อยกลับห้อง”
“พะย่ะค่ะ”
“…!!!?”
ฟ้าผ่าลงกลางใจเด็กน้อย
และเมื่อเขาตั้งสติได้
ชีคคามินก็เดินออกไปจากห้องนั้นแล้ว