เส้นทางเจ้าสำราญ

    ตอนที่ 33 – ลับคมมีดใต้แสงจันทร์

    ตอนที่ 33 – ลับคมมีดใต้แสงจันทร์ (ช่วงอายุ: 12 ปี, ปลายฤดูร้อน ก่อนเข้าสู่ต้นใบไม้ร่วง)


    หลังจากค่ำคืนแห่งความอบอุ่นผ่านพ้น หลี่เหวินตื่นเช้ากว่าปกติ เขาเดินไปยังลำธารท้ายหมู่บ้านพร้อมดาบไม้ในมือ แม้จะดูเหมือนการฝึกเล่นของเด็กทั่วไป แต่ทุกจังหวะกลับนิ่งลึกและแม่นยำอย่างน่าประหลาด


    เสียงน้ำไหลเบา ๆ คลอไปกับเสียงฝีเท้าของอีกคนที่กำลังเข้ามาใกล้


    “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าเห็นเจ้าเดินออกจากหมู่บ้านทุกคืนสามวันติดแล้ว”


    เสียงทุ้มของพี่ชาย หลี่จื้อ ดังขึ้น


    หลี่เหวินไม่ได้หันกลับแต่ยิ้มบาง ๆ “พี่ชาย หากวันหนึ่งข้าต้องเผชิญศัตรูที่ใหญ่กว่านี้ ข้าก็ไม่อาจพาเจ้า แม่ หรือน้องซือไปได้ทุกหนแห่ง”


    หลี่จื้อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างหนักแน่น “ข้าไม่ใช่ผู้กล้าเช่นพ่อ หรือฉลาดเช่นเจ้า... แต่หากเจ้าล้มลง ข้าจะยืนแทนเจ้าในบ้านหลังนี้”


    คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ตีลงกลางใจหลี่เหวิน เขาหันไปสบตากับพี่ชายที่ยืนนิ่งสงบ มืดหยาบกร้านแต่มั่นคง เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนยื่นดาบไม้ให้


    “ลองฝึกท่าใหม่ที่ข้าคิดขึ้นดู พี่อาจชอบ”


    ...


    ค่ำวันเดียวกัน ชาวบ้านรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเคลียร์เส้นทางน้ำที่ตื้นเขินเพราะฝนช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง กิจกรรมแบบนี้กลายเป็นทั้งงาน และความสนุกไปในตัว


    “เจ้าทำหน้าเหมือนผู้เฒ่าในร่างเด็กอีกแล้วนะเหวินเอ๋อร์!” แม่เขาพูดพร้อมตักข้าวปั้นป้อนเข้าปากลูกชายอย่างไม่ทันตั้งตัว


    “แม่! ข้าโตแล้วนะ!”


    “แต่เจ้าก็ยังชอบกลิ่นน้ำมันงาเหมือนตอนสามขวบไม่มีผิด” ไป๋ซือพูดเสริม พลางแย่งขนมไปอีกชิ้น


    ในระหว่างนั้น ชายชราคนหนึ่งชื่อ ‘ลุงเถียน’ ที่เคยเป็นนักเดินทางในอดีต เดินมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับตำนานวิชาของ ‘ปรมาจารย์ดาบเงาจันทร์’ ให้เด็ก ๆ ฟัง หลี่เหวินเองก็ตั้งใจฟังเช่นกัน


    “เขาเคยฟาดสายลมด้วยคมดาบจนหมอกสลายไปทั้งแนวเขา…”


    “นั่นมันจริงหรือเรื่องแต่ง?” เด็กหญิงคนหนึ่งถาม


    ลุงเถียนหัวเราะ “บางเรื่องไม่ได้อยู่ที่มันจริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเจ้ากล้าพอจะฝันถึงมันหรือเปล่า”


    หลี่เหวินยิ้มให้คำพูดนั้นอย่างมีความหมาย เขาหันไปมองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี


    ‘ข้าจะฝึกฝนจนข้าไม่ต้องกลัวฝันของตนเอง’


    ...


    คืนนั้น เขาออกมาที่ลำธารอีกครั้ง จุดเทียนไว้ข้างหิน แล้วลับดาบไม้ด้วยแผ่นหินหยาบที่เก็บไว้จากป่าลึก ข้างกายมีสมุดบันทึกที่เขาวาดกระบวนท่าใหม่ด้วยลายมือของตนเอง


    เสียงใบไม้ไหวเป็นจังหวะ เสียงปราณไหลผ่านฝ่ามือ กระบวนท่าที่ 27 ‘สว่านเมฆาทะลวงเงา’ ถูกเขารวมเข้ากับท่าของพ่อและพื้นฐานจากพัดที่ใช้ประจำ


    ดวงจันทร์ลอยเด่นบนท้องฟ้า แสงสีเงินทอดเงาลงบนตัวเด็กชายวัย 12 ปีที่กำลังลับคมในความเงียบ พร้อมสายตาแน่วแน่ยิ่งกว่าผู้ใหญ่หลายคนในยุทธภพ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเจ้าสำราญ ที่คุณอ่าน