บทที่
| 2 |
เก่งกล้า กฤตปกรณ์
คฤหาสน์หงส์ดำ
“นี่ครับนายท่าน ไอ้เก่งกล้าที่ผมเคยเล่าให้ท่านฟัง ตอนนี้มันอายุยี่สิบสองแล้วครับ มันเพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว แม่มันตายเพราะโรคมะเร็ง เฮ้อ.. ชีวิตมันน่าสงสารมากเลยครับท่าน”
“อืม กูเห็นแล้วล่ะ”
เสียงทุ้มอันสุขุมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ภายในห้องโถงอันกว้างขวางที่เต็มไปด้วยเหล่าลูกน้องหน้าโหดมากมาย ชายฉกรรจ์แต่ละคนสักยันต์ทั่วทั้งตัว บางคนก็สักหน้าลามไปถึงคอ แขนขาของเขามีแต่รอยแผลเป็เต็มไปหมด
ตอนนี้เก่งกล้าในชุดลำลองนั่งอยู่ระหว่างกลาง ตรงหน้าท่านทวีสินที่เป็เ้าพ่อใหญ่คุมถิ่น หน้าตาของเขาค่อนข้างดุดันและน่ากลัวไม่น้อย เก่งกล้าจึงมักจะเบี่ยงสายตาหลบหนีอยู่บ่อยๆ
“มึงอยากเข้าแก๊งกูเรอะ!?”
“ค..ครับ”
“ว่าไงนะ!!”
“ครับ!! เอ่อ.. อยากเข้า..ครับ..”
ท่าทีเก้ๆกังๆนั้นทำให้เ้าพ่อใหญ่ถึงกับหรี่ตาจ้องมองเขา ดูท่าแล้วไอ้เด็กคนนี้ไม่น่าจะรอด ถึงแม้หุ่นมันจะล่ำกำยำสักแค่ไหน แต่ถ้าใจเสาะ ยังไงมันก็ไม่มีทางอยู่รอดในนี้ได้หรอก
“ถ้ามึงอยากเข้าแก๊งกูก็ต้องไปฝึกฝน! ตอนนี้กูยังไม่รับมึงเข้าร่วมแก๊งหรอกนะ กูอยากจะเห็นศักยภาพของมึงมากกว่านี้ เมื่อกี้นี้กูเห็นมึงเตะต่อยกับพวกลูกน้องกูละ ไม่ได้เื่!!”
“อึ่ก..”
เก่งกล้าที่ถูกตวาดเสียงดังสนั่นสะดุ้งโหยง เขาพยักหน้าพลางก้มใบหน้าอันซีดเซียวของตัวเองลงต่ำด้วยความหวาดกลัว
“มึงพาน้องมึงกลับไปซะไอ้ใหญ่! กูไม่รับคนกระจอก!!”
“อะเอ่อ.. น..นายท่านครับ”
“ไม่ได้ยินที่กูพูดหรือไง!!!”
เ้าพ่อทวีสินตะคอกอีกครั้งด้วยความโมโห นั่นจึงทำให้เหล่าลูกน้องหลายคนต่างจับจ้องมองไปที่หนุ่มหน้าละอ่อนกันหมด ซึ่งความรู้สึกในตอนนี้ของเก่งกล้ามันไม่มีอะไรจะเสีย
“ท..ท่าน..”
เพราะเขาไม่มีครอบครัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ไม่มีคนที่รัก ไม่มีคนที่ต้องคอยเป็ห่วงเป็ใย เหลือเพียงแค่ชีวิตเดียวของเขาเท่านั้น เขาอยากจะทำให้มันดีขึ้นจนพุ่งทะยานเฉียดฟ้า
ชีวิตของเขาจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลให้ได้..
“ให้ผมทำอะไรก็ได้ครับนายท่าน!! ผมขอร้อง! ขอให้ผมได้มีโอกาสฝึกฝนอยู่ที่นี่เถอะครับ!”
“…..”
“ตอนนี้ผมอาจจะยังเตะต่อยไม่ดี ไม่มีพื้นฐานในการต่อสู้ แต่ถ้านายท่านทวีสินให้โอกาสผม ผมสัญญาเลยว่าผมจะเป็ลูกน้องที่ดีที่สุดของนายท่านได้แน่นอนครับ!”
“ไอ้เด็กเหี้ยนี่..”
หนึ่งในลูกน้องที่ยืนเรียงรายเริ่มไม่ชอบใจกับพฤติกรรมบ้าบิ่น เขาเตรียมจะพุ่งตัวเข้ามาลากเก่งกล้าให้ออกไปจากห้องโถง แต่ก็มีลูกน้องที่เหลือห้ามปรามเอาไว้
“ปล่อยมันเหอะมึง”
“ทำไมวะ มึงก็ดูมัน”
“เออ ปล่อยให้มันตายคาตีนนายท่านไปนั่นแหละ”
สถานการณ์ในตอนนี้มันกลับน่ากดดันยิ่งกว่าครั้งไหน ความเงียบสงัดได้เข้ามาเยือนทุกสิ่งอย่าง เก่งกล้าหอบหายใจถี่รัวพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยหัวใจที่กล้าหาญ เขาจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่้าเก้าอี้ใหญ่คล้ายกับบัลลังก์
“ได้”
กึก
“มึงอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ในฐานะคนงาน! มึงคอยทำความสะอาด ทำอาหาร ขับรถรับส่งก็พอ งานอื่นนอกจากนี้ไม่ใช่หน้าที่มึง”
“น..นายท่าน..”
แต่คำตอบนั้นกลับทำให้เก่งกล้าหน้าชา เขารีบหันไปมองทางพี่ใหญ่ที่ยืนส่ายหน้า เพราะว่าไม่มีใครในที่นี้ช่วยเขาได้ทั้งนั้น หากนายท่านทวีสินตัดสินใจอะไรแล้ว พวกเขาจะต้องยอมรับคำสั่งกันทั้งหมด
“ได้ครับท่าน! ผมจะให้ไอ้เก่งกล้ามันอยู่ที่นี่ในฐานะคนงานครับ!! ขอบคุณสำหรับความกรุณาครับท่าน.. ไปไอ้กล้า!!”
พูดจบพี่ใหญ่ไม่รอช้าที่จะดึงตัวของน้องชายมาด้วย ซึ่งหนุ่มหล่อที่ทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่แสดงอาการไม่พอใจ เขาหันมองไปทางท่านทวีสินอย่างไม่วางตา
เพราะเขาไม่ได้อยากทำอาชีพนี้ มันคงจะได้เงินน้อยกว่าข้างนอก ไม่สิ.. ทำงานข้างนอกคงจะได้เงินเยอะกว่า
นี่มันเวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ย เวรฉิบ..
ภายในห้องครัว..
“มึงอดทนหน่อยแล้วกันไอ้กล้า เฮ้อ.. กูก็ไม่รู้จะช่วยมึงยังไงเลยว่ะ มึงโอเคไหม”
“โอเคก็เหี้ยละพี่!! ไม่โอเคดิ! เงินเดือนก็ได้น้อยเนี่ย”
เก่งกล้าสบถออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความท้อถอย เขาส่ายหน้าไปมากับบรรดาจานชามในมือ สีหน้าหมดอาลัยตายอยากมองไปทางใหญ่กับนัททิวและก็กันต์ ซึ่งสองคนนี้ตามมาสมัครงานที่นี่ด้วย
ยังไงก็เอาวะ อย่างน้อยเขาก็มีเพื่อนทำครัวเป็ไอ้นัททิวกับไอ้กันต์ คงไม่เหงาเท่าไหร่
“นายท่านทวีสินเขารับคนยากมากมึง ต้องมีฝีไม้ลายมือที่ดีฉิบหายเลยอะ ถึงจะถูกใจเขา แบบว่าแนวเฉินหลงอะไรทำนองนั้น”
“ห๊ะ!!”
“มาห๊ะอะไรล่ะไอ้กันต์ ก็เออดิวะ! กูพูดจริง” ใหญ่หันไปทางน้องชายอีกคนที่ยืนหน้าเหวอ
“คือผมจะต้องะโตีลังกาข้ามกำแพงเป็หนังจีนเหรอ หรือจะต้องโชว์ความสามารถพิเศษแบบเดินบนน้ำได้ไรงี้ ท่านทวีสินเขาถึงจะยอมรับผมอะ”
เก่งกล้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ปลงกับชีวิต ซึ่งคำถามนั้นก็ทำให้นัททิวกับกันต์หัวเราะออกมาดังลั่น คงยกเว้นแต่พี่ใหญ่ที่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยออกมา
“เออ! ถ้ามึงทำแบบนั้นได้จริงๆเนี่ยนะ นายท่านเขาถึงจะรับมึงเข้าแก๊ง”
“จริงดิพี่ใหญ่!!”
“เฮ้อ.. มึงไปตายแล้วเกิดใหม่เหอะถ้างั้นอะ”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“ผมยังไม่อยากตายเว้ย!! เฮ้อ..”
หนุ่มหล่อเอ่ยพลางก็เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำเย็นมากระดกลงคอ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้ายังคงไม่ยอมแพ้ สายตาของเก่งกล้ามีความมุ่งมั่นเหนือสิ่งอื่นใด วันหนึ่งเขาจะต้องขึ้นแท่นเป็มือขวาของเ้าพ่อทวีสินให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม..
“ฮึ่มมมม.. พี่ๆจ๋า.. มีอะไรให้หมวยช่วยไหมจ๊ะ”
แต่ทันใดนั้นเองเสียงหวานของสาวสวยคนหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมา ก่อนมันจะปรากฏให้เห็นถึงสาวหน้าหมวยในชุดรัดรูป หน้าอกหน้าใจใหญ่คับแน่นจนทำให้พวกของนัททิวถึงกับตาเหลือก
ผู้หญิงคนนี้คือหลานของแม่บ้านในคฤหาสน์หงส์ดำ ซึ่งเธออยู่รับใช้เ้าพ่อทวีสินมาั้แ่เด็ก แต่นิสัยส่วนตัวของหมวยคือเธอเป็คนแรดที่หนึ่ง เห็นผู้ชายหล่อเป็ต้องวิ่งเข้าหาเสมอ
“ไม่มีหรอกไอ้หมวย! แกออกไปได้ละ ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”
“โธ่พี่ใหญ่.. พี่จะรีบไล่หมวยทำไมละจ๊ะ หมวยยังไม่ได้ทำความรู้จักกับพวกน้องชายของพี่เลย”
เธอไม่พูดเปล่ากลับเดินตรงเข้ามายืนแนบกายกับเก่งกล้า สายตาออดอ้อนเชิงเย้ายวนจ้องมองไปทางเขาด้วยความสนใจ เป็เพราะเก่งกล้าหน้าตาดีที่สุดในหมู่ผู้ชาย เขาทั้งขาว ทั้งสูง หุ่นล่ำแถมยังบึกบึน
“พี่รู้นะว่าแกจะมาอ่อยใคร ไปๆๆ ออกไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพี่จะฟ้องนายท่านเลยนะเดี๋ยวเถอะ!”
“หูยยยย ใจร้ายจังเลยอะ คิกๆๆ ก็ได้.. เดี๋ยวหมวยค่อยกลับมาใหม่ตอนที่พี่ใหญ่ออกไปข้างนอกก็แล้วกัน หมวยจะกลับมาหาพี่สุดหล่อคนนี้..”
“เอ่อ สวัสดีครับ”
เก่งกล้าที่ฉีกยิ้มตามมารยาทเอ่ยพลางก็เร้นกายหนี เขาไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงคนไหนหากไม่ใช่คนรัก
“พี่ชื่อพี่เก่งกล้าใช่ไหมคะ เห็นนายท่านเรียกอยู่”
“ครับ”
“คิกๆๆ เสียงก็หล่อ.. หน้ายังหล่ออีก งื้อออออ~”
“มางงมางื้ออะไรล่ะ!! เดี๋ยวกูจะเขกหัวมึงให้!”
“ว..ว๊ายยย พี่ใหญ่!!! ทำไมพูดจาไม่เพราะเลย!! ชิ..”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
ก่อนที่แววตาอันเย้ายวนจะจ้องมองไปทางหนุ่มหล่อ เธอก็ส่งยิ้มให้กับเขา ขยิบตาสักทีสองที และเผยรอยยิ้มให้กับเก่งกล้าเพื่อเป็การบอกลา
“แล้วหมวยจะมาหาพี่เก่งกล้าบ่อยๆนะจ๊ะ พี่สุดหล่อของหมวย..”