
3วันผ่านไป
หน้ามหาวิทยาลัย
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดด้านข้างนักศึกษาหญิงที่ยืนชะเง้อมองทางรถยนต์แล่นออกมาจากมหาวิทยาลัยตลอดเวลาก่อนจะหันมามองคนในรถที่ชะลอและลดกระจกลงแล้วพยักหน้าให้ตนเข้าไปในรถ
“รอน้ำอบอยู่ค่ะนัดกันตรงนี้”
“น้ำอบบ้าอะไรล่ะน้าเพียรมารับแล้ว”
“อ้าวก็น้ำอบบอกว่าจะพาไปเดินห้างดูชุดค่ะ”
“มาเร็วๆร้อน”เขาทำสีหน้าหงุดหงิดด้วยความเกรงใจพราวนภาเลยรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหน้าแล้วหันมายกมือไหว้ขอบคุณเขา
“ขอบคุณค่ะ ไปบ้านน้ำอบหรือเปล่าคุณกันต์”
“ไปสิและฉันก็รู้ว่าเธอต้องไปเพราะน้องน้ำอบโทรมาสั่งให้รับเธอไปด้วย”
“ก็นัดว่าจะรอตรงนี้”
“น้าเพียรรีบไปรับชุดคุณท่านเลยออกไปอีกด้านของมหาลัยมันเป็ทางลัดเลี่ยงรถติดได้”
“เอ่อ…เื่เงินเอาไว้ฉันเรียนจบจะคืนคุณกันต์ค่ะ”
“ตามใจคืนตอนไหนก็ตอนนั้นไม่คืนฉันจับหักคอแน่นอน”
“ค่ะ” พราวนภามองหน้าเขาแล้วก็ยิ้ม
สองครอบครัวที่กำลังจะรวมเป็ทองแผ่นเดียวกันและงานหมั้นก็ใกล้เข้ามาเมื่อผู้ใหญ่สองฝ่ายเร่งให้เร็วขึ้นอีกแค่ครึ่งเดือนก็ถึงวันหมั้นหมายนางนุศรา้าให้หนุ่มสาวสนิทสนมกันเร็วขึ้นเลยชวนสองครอบครัวไปเที่ยวทะเล
“ครับคุณแม่ได้ครับ” กันต์กวียิ้มหันไปมองหน้ามารดาที่เพิ่งบอกเื่วันไปเที่ยวทะเล
ลมทะเลยามเย็นพัดผ่านผิวกายพาให้สั่นสะท้านเล็กน้อยดวงตาคู่งามมองไปด้านหน้าพร้อมกอดอกไว้แน่นชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวแขนตุ๊กตาชายกระโปรงยาวคลุมข้อเท้ามือเรียวจับแล้วดึงให้พ้นน้ำก่อนมือแข็งแกร่งจะคว้าข้อมือไว้แล้วช่วยถือชายกระโปรง
“พี่กันต์ไม่ต้องค่ะหนูจับเองค่ะ”
“ใส่ยาวเกินไปนะเดินยังไงล่ะทีนี้”
“เผื่อมีใครใจดีอุ้มค่ะเลยใส่ยาวๆมาวัดใจคน”
“เอางั้นเหรอถ้าเดินไม่ได้พี่ค่อยอุ้มละกันคุณอาคงไม่ดุนะ”
“แค่อุ้มไม่ดุหรอกค่ะ” นรารักษ์ทำท่าทีเขินอายจนแก้มแดงพร้อมกับเดินเคียงข้างว่าที่คู่หมั้นไปตามชายหาดพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
บ้านพักตากอากาศ
“ให้นังตุ่นมาด้วยก็ดีนะดูสิหนูพราวทำงานครัวคนเดียว”
“ฉันอยากให้เรามาแบบส่วนตัวคนใช้มาก็ไม่ส่วนตัวสิคุณ”นางนุศราหันไปบอกสามี
“คุณนุศก็รู้ดีอย่าพูดแบบนี้เลยนะนังตุ่นมาได้ยินเสียใจตายเลย”
“ค่ะไม่พูดแล้ว ฉันไม่ทันคิดฉันไม่ใช่คนชอบดูถูกใครหรอกนะ”
“หนูเตรียมของสำหรับทำอาหารไว้แล้วค่ะ”พราวนภาเดินมาจากห้องครัวพร้อมชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีเทาเข้มสวมทับด้วยเอี๊ยมกันเปื้อน
“ฉันทำเองเธอแค่ช่วยหยิบของให้นะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอีกสักชั่วโมงจะเริ่มทำอาหารไปเดินเล่นกับน้ำอบสิเห็นเดินไปทางโน้นแล้ว”
“หนูรอช่วยคุณท่านดีกว่าค่ะ”
“ไปเถอะหนูเดี๋ยวจะเบื่อ” นายนิติพนธ์ยิ้ม
“งั้นก็ได้ค่ะหนูจะรีบกลับนะคะ”
“กะเวลาเอาก็ได้หนูหนึ่งชั่วโมงค่อยมานะ”
“ค่ะ” พราวนภายกมือไหว้ขอบคุณในขณะที่นายเกษมและภรรยาก็เดินออกมาจากห้องนอนชั้นบนพร้อมมองตามหลังพราวนภาแล้วหันมามองหน้าเพื่อนรักกับภรรยา
“มีอะไรคะคุณ” นายเกษมถามด้วยความสงสัย
“เด็กคนนี้ดูท่าทางไม่เลวนะ” นางกัลยาพูดพร้อมกับยิ้ม
“คืออะไรคะ” นางนุศราสงสัย
“สวยไงน่ารักเรียบร้อยทำงานบ้านได้ด้วยที่จริงไม่ควรพามาด้วยเกิดลูกเราสนใจจะยุ่ง”
“ไม่หรอกค่ะคนใช้ค่ะคุณกัลยา” นางนุศราส่ายหน้า
“คนใช้แต่เป็เพื่อนน้ำอบเรียนที่เดียวกันไม่ธรรมดานะคุณนุศรา”
“เอ่อน่าลูกเราก็เลือกคงไม่คว้าผู้หญิงธรรมดามาเป็แฟนหรอกหนูน้ำอบเหมาะสมทุกอย่าง” นายเกษมพูดให้กำลังใจภรรยาแล้วก็นั่งลงตรงข้ามเพื่อนรัก
“ผมก็หวังอย่างนั้นผู้ชายบางทีก็ไม่ได้สนใจเื่ฐานะของผู้หญิงสักเท่าไรนะหากว่าผู้ชายมีฐานะอยู่แล้วแต่ตากันต์คงไม่ทำให้น้ำอบเสียใจแน่นอน”นายนิติพนธ์พูดพลางในใจก็รู้สึกหวั่นๆอยู่ไม่น้อย
“ค่ะ” นางกัลยาตอบแล้วนั่งข้างๆสามี
“เราพักหลังเดียวกันก็ดีนะคะ ได้พูดคุยกันมากขึ้น”นางนุศราเอ่ยขึ้น
“ค่ะเด็กสองคนเหมาะกันมากหากวันหน้าไม่ได้ลงเอยกันคงเสียดายเลยนะคะ”
“ไม่มีทางค่ะ”
“คุณนุศอย่ามั่นใจมากสิ เด็กสมัยนี้ดูยาก”นายนิติพนธ์ปรามภรรยา
“ผมยังไงก็ได้แต่ก็คาดหวังว่าน้ำอบกับตากันต์จะได้แต่งงานกัน”นายเกษมพูดขึ้นบ้าง
ในขณะเดียวกันที่คนร่างอรชรกำลังเดินทอดน่องตามชายหาดเพียงลำพังผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามแรงลมความสดชื่นที่ได้ััทำให้หัวใจพองโตเล็กน้อยเพราะนี่เป็ครั้งที่สองที่ได้มาเที่ยวทะเลครั้งแรกก็คือตอนรับน้องปีหนึ่งดวงตาคู่งามมองชายหญิงที่เดินตรงมาก่อนจะหันหน้ากลับด้วยความรู้สึกบางอย่างกับภาพที่เขาสองคนเดินจับมือกัน
“พราวใช่ไหมจำเสื้อกะกางเกงได้”เสียงนรารักษ์เอ่ยทัก
“อ้าวน้ำอบ”พราวนภาหันมายิ้มแล้วก็มองกันต์กวีเล็กน้อย
“ที่จริงให้น้าตุ่นมาก็ดีพราวจะได้ไม่เหนื่อย”
“ไม่เป็ไรแค่นี้เราก็ได้มาทะเลแล้วแถมยังได้ทำงานใช้หนี้ไปด้วยไม่มีอะไรเสียหาย”
“หนี้อะไรกันอีกน้องน้ำอบ”
“ก็หนี้เล็กๆน้อยๆค่ะพี่กันต์ยัยพราวดันจดไว้ซะหมดเลยต้องคอยมาทำงานที่บ้านเรื่อยๆค่ะ”
“ดีแล้วนี่รู้จักบุญคุณคน”เขายิ้มเล็กน้อย
“เราเดินจนเมื่อยแล้วกำลังจะกลับเราอยากอาบน้ำเธอไปเดินคนเดียวนะ” นรารักษ์บอกเพื่อนสาวเพราะรู้สึกเหนียวตัวไปหมด
“พี่ไปเป็เพื่อนพราวเอง” กันต์กวีหันหน้าไปบอกนรารักษ์
“พี่กันต์อยากไปกับพราวเหรอคะ”นรารักษ์มองหน้าเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายเพราะเริ่มแปลกใจกับอาการของว่าที่คู่หมั้นั้แ่รู้จักกับพราวนภา
“ก็เขาไม่มีเพื่อนพี่ยังไม่อยากอาบน้ำไงเดี๋ยวพี่เดินไปส่งน้ำอบที่บ้านก่อนค่อยมา”
“ไม่ต้องค่ะแค่นี้เองไปเถอะเดี๋ยวต้องทำอาหารเย็นใช่ไหมพราว คุณแม่บอกกี่โมงนะ”
“คุณท่านบอกให้เรามาเดินเล่นหนึ่งชั่วโมงค่อยไปทำท่านกลัวเราเบื่อที่อยู่แต่ในครัว”
“ก็ดูเวลาแล้วก็รีบกลับนะพี่กันต์ก็ด้วยอย่าพากันไปไกลล่ะเหมือนวันนั้นหายไปทั้งคืนเลย”
“วันนั้นไปเื่สำคัญน้องน้ำอบก็รู้แล้วนี่วันนี้แค่ไปเดินเล่นไม่มีอะไรหรอกน่า”เขายิ้มแล้วเดินนำหน้าพราวนภาทำให้คนร่างอรชรวิ่งตามเขาไปติดๆ
“คุณจะเดินเป็เพื่อนหรือพาไล่ควาย”
“เธอนี่เวลาปากเสียก็เอาเื่น่า…”
“ขอโทษค่ะ”
นรารักษ์มองเพื่อนรักกับว่าที่คู่หมั้นเดินไปเถียงกันไปทำให้รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกอาการใจสั่นๆมือเย็นไปหมดที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้งั้แ่รู้จักพราวนภามาแต่ตอนนี้อาการเ่าั้กำลังเล่นงานนรารักษ์
“เราเป็อะไรแค่เขาคุยกันเถียงกันยังใจสั่นจะร้องไห้เฉยเลยเฮ้อ…”นรารักษ์เดินกลับที่พักแล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดลงมาคุยกับผู้ใหญ่ด้านล่าง
“เด็กสองคนไปเดินเล่นด้วยกันเหรอ”นางกัลยาถามขึ้นด้วยความสงสัย
“พี่กันต์อาสาพาไปค่ะพราวไม่มีเพื่อน”
“ไม่มีอะไรหรอกคุณ”นายเกษมหันไปบอกภรรยา
ร่างอรชรนั่งลงที่พื้นทรายแล้วมองหน้าคนที่เดินมาตามหลังก่อนจะนั่งลงข้างๆตนอย่างหมดแรง
“ตัวแค่นี้ไม่คิดจะวิ่งเร็ว”
“คุณกันต์อยากแข่งวิ่งเองนี่คะ”
“อย่าเถียงฉัน แค่บอกว่าลองวิ่งแข่งกันไหม”
“นั่นล่ะค่ะ”พราวนภานึกขำอาการของเขาที่เหมือนจะแข็งแรงกว่าตนแต่แค่วิ่งไม่เท่าไรก็หอบเสียงดัง
“ปกติชีวิตเธอวันๆทำอะไรบ้างนอกจากเรียน”เขามองหน้าพราวนภาแล้วรีบหันกลับ
“ก็เรียนกลับหอพักถ้าว่างหรือวันหยุดก็ไปทำงานบ้านของน้ำอบบางทีโชคดีคุณท่านใช้ล้างรถหรือทำอย่างอื่นเพิ่มเติมท่านก็ให้ค่าแรงค่ะแต่ก็ไม่ได้บ่อยนัก”พราวนภาตอบแล้วก็ยิ้มให้กับชีวิตของตัวเองที่ต้องปากกัดตีนถีบั้แ่เด็กๆ
“น้องน้ำอบใช้งานเยอะไหม”เขาผ่อนน้ำเสียงลง
“ก็ไม่นะคะปกติแค่ให้ไปเล่นเป็เพื่อนแต่ฉันอยากทำงานบ้านให้เล็กๆน้อยๆน้ำอบชอบแอบจ่ายค่าหอค่าน้ำค่าไฟให้”
“คงรักเธอมากสินะ”