ฉินซวนเฮ่อไม่ได้หนีจริง
เขาหลอกให้ผู้แข็งแกร่งสองคนตามออกไป แล้วหันกลับมาหาคนสำคัญที่สุด
ฉินเฟิง!
“ถ้าข้าต้องตาย เจ้าก็ไปกับข้า!”
ฝ่ามือของขั้นรวมปราณขั้นหนึ่งพุ่งตรงหน้าอกฉินเฟิง
ระยะห่างไม่ถึงห้าก้าว
เร็วเกินไป
ฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงอันรุนแรงจนเสื้อบริเวณหน้าอกสะบัดก่อนฝ่ามือมาถึงตัว
หากถูกโจมตีเต็มแรง ต่อให้กายาของเขาแข็งกว่าผู้ฝึกขั้นรับปราณทั่วไปหลายเท่า ก็ยังมีโอกาสบาดเจ็บถึงชีวิต
แต่ฉินเฟิงไม่ได้แข็งค้าง
ประสบการณ์จากชาติที่แล้วทำให้จิตใจยังสงบ
เขาไม่ถอยเป็นเส้นตรง
พลังอัสนีในโลหิตไหลเข้าสู่ขาทั้งสองพร้อมกัน
ร่างเบี่ยงออกจากแนวฝ่ามือในชั่วพริบตา
ตูม!
ฝ่ามือผ่านหัวไหล่
แรงที่ตามมาทำให้เขากระเด็นหลายก้าว
เลือดไหลจากมุมปาก
แต่ยังไม่ถูกโจมตีเต็มแรง
ฉินซวนเฮ่อมีสีหน้าตกใจ
“หลบได้?”
เขาไม่ให้โอกาสฉินเฟิงตั้งตัว
หมุนร่างซัดอีกฝ่ามือ
ครั้งนี้ฉินเฟิงไม่พยายามหนีอย่างเดียว
“เสี่ยวเหลย!”
มังกรน้อยพุ่งจากไหล่
ปีกกาง
สายฟ้าสีม่วงทองระเบิดออกตรงใบหน้าฉินซวนเฮ่อ
เปรี๊ยะ!
ฉินซวนเฮ่อต้องยกแขนป้อง
ความเร็วของฝ่ามือลดลงชั่วขณะ
ฉินเฟิงชักกระบี่
พลังจากเส้นชีพจรทั้งเก้าสายไหลเข้าสู่แขนขวา
“กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”
เคร้ง!
ปลายกระบี่ปะทะข้อมือซึ่งมีปราณห่อหุ้ม
แรงมหาศาลส่งฉินเฟิงถอยไปอีกครั้ง
ข้อมือชาไปทั้งแขน
กระบี่เกือบหลุด
แต่ฉินซวนเฮ่อก็ถูกอัสนีที่แทรกผ่านกระบี่ทำให้แขนชะงักชั่วขณะ
เพียงเท่านั้นก็พอแล้ว
แม่ทัพหลัวกลับมาถึง
“เจ้ากล้า!”
ดาบหนักฟันลงจากด้านหลัง
ฉินซวนเฮ่อจำต้องหันรับ
ตูม!
สองคนปะทะกัน
ฉินซวนเฮ่อถูกกระแทกจนถอยหลายก้าว
ผู้อาวุโสใหญ่ตามมาปิดทางหนีอีกด้าน
สถานการณ์พลิกกลับทันที
ฉินซวนเฮ่ออยู่กลางลาน
ด้านหน้าคือแม่ทัพหลัว
ด้านหลังคือผู้อาวุโสใหญ่
ข้างหนึ่งมีพยัคฆ์สามเขา
ส่วนฉินเฟิงยืนอีกด้าน แม้ระดับพลังต่ำที่สุด แต่กระบี่และอัสนีเมื่อครู่ทำให้ฉินซวนเฮ่อไม่กล้ามองข้ามอีก
ฉินซวนเฮ่อหายใจแรง
“พวกเจ้าคิดว่าจับข้าได้แล้วหรือ?”
มือเขาล้วงเข้าอก
ฉินเฟิงเห็นการเคลื่อนไหวก็รู้สึกถึงอันตรายทันที
“อย่าให้เขากินอะไร!”
ช้าไปครึ่งจังหวะ
ฉินซวนเฮ่อโยนโอสถสีแดงเข้าปาก
ตูม!
พลังในร่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เส้นเลือดบริเวณลำคอปูดขึ้น
ดวงตาแดง
พลังจากขั้นรวมปราณขั้นหนึ่งพุ่งขึ้นถึงระดับใกล้ ขั้นรวมปราณขั้นสาม
ฉินเฟิงสูดกลิ่นที่หลงเหลือในอากาศ
“โอสถเดือดโลหิตชนิดเดียวกัน!”
แต่ฉินซวนเฮ่อกินของที่มีความเข้มข้นสูงกว่าโอสถของฉินเหว่ยหลายเท่า
ผลข้างเคียงย่อมหนักกว่าหลายเท่าเช่นกัน
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าว
“เขาเผาผลาญโลหิตตนเอง พลังอยู่ได้ไม่นาน!”
ฉินซวนเฮ่อหัวเราะ
“นานพอฆ่าพวกเจ้า!”
เขาพุ่งใส่ผู้อาวุโสใหญ่ก่อน
หมัดซัดออก
ชายชรายกฝ่ามือรับ
ตูม!
ผู้อาวุโสใหญ่ถอยเจ็ดก้าว เลือดไหลจากมุมปาก
แม่ทัพหลัวฟันดาบ
ฉินซวนเฮ่อหลบแล้วสวนด้วยศอก
สองคนต่อสู้กันอย่างรุนแรง
ฉินเฟิงไม่ได้พุ่งเข้าไปอย่างไร้การคำนวณ
ตอนนี้ความแตกต่างมากเกินไป
หากโดนเพียงครั้งเดียวอาจบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถต่อสู้ต่อ
เขาจึงมอง
มองทุกการเคลื่อนไหว
โอสถเดือดโลหิตเพิ่มพลังอย่างรุนแรง แต่มีข้อเสียชัดเจน
การไหลเวียนพลังเร็วเกินไป
เส้นชีพจรบริเวณหัวใจและแขนขวามีอาการสั่นผิดจังหวะ
ยิ่งใช้วิชาหนัก ความผิดปกติยิ่งเพิ่ม
ฉินเฟิงตะโกน
“แม่ทัพหลัว อย่าปะทะพลังต่อเนื่อง ลากเวลาให้เกินสามสิบลมหายใจ!”
แม่ทัพหลัวเข้าใจทันที
เปลี่ยนจากโจมตีตรงเป็นใช้ดาบรับและถอยสลับ
ผู้อาวุโสใหญ่เองเริ่มวนโจมตีด้านข้าง
ฉินซวนเฮ่อคำราม
“เด็กน้อย เจ้าคิดว่ารู้ทุกอย่างหรือ!”
เขาพยายามพุ่งหาฉินเฟิงอีก
พยัคฆ์สามเขากระโจนเข้าขวาง
กรงเล็บปะทะหมัด
ตูม!
พยัคฆ์ถอยกระแทกพื้น แต่ยังลุกได้
ฉินเฟิงเห็นบาดแผลตรงไหล่สัตว์คู่สัญญาเปิดอีกครั้ง แววตาเย็นลงทันที
“กลับมา”
เขาเก็บพยัคฆ์เข้าสู่พื้นที่วิญญาณ
เสี่ยวเหลยลอยอยู่เหนือศีรษะ
สายฟ้ารวมในปาก
ฉินเฟิงกล่าว
“อย่าใช้พลังทั้งหมด รอจังหวะ”
“เข้าใจ”
ผ่านไปยี่สิบลมหายใจ
ฉินซวนเฮ่อยังรุนแรง
ยี่สิบห้า
เลือดเริ่มไหลจากจมูก
สามสิบ
มือขวาสั่น
ฉินเฟิงมองเห็นชัด
โอสถเริ่มย้อนทำร้ายร่าง
“ตอนนี้!”
แม่ทัพหลัวเปลี่ยนจากรับเป็นโจมตีทันที
“ดาบพยัคฆ์เหล็กพิฆาต!”
ดาบหนักฟันไหล่ซ้าย
ฉินซวนเฮ่อยกแขนรับ
ปัง!
ร่างเอน
ผู้อาวุโสใหญ่ซัดฝ่ามือเข้าชายโครง
ตูม!
ฉินซวนเฮ่อกระอักเลือด
แต่ยังไม่ล้ม
เขาหมุนตัวเตรียมหนี
ฉินเฟิงรออยู่แล้ว
เสี่ยวเหลยพุ่งขึ้น
“อัสนีชำระมาร!”
สายฟ้าสีม่วงทองไม่ได้มีพลังมากพอฆ่าขั้นรวมปราณ แต่สามารถรบกวนการหมุนพลังซึ่งผิดจังหวะจากโอสถได้อย่างยอดเยี่ยม
เปรี๊ยะ!
ฉินซวนเฮ่อชะงัก
พลังบริเวณขาขวาหยุดหนึ่งลมหายใจ
เพียงหนึ่งลมหายใจ
ฉินเฟิงพุ่งเข้าถึงระยะ
พลังปราณจากเส้นชีพจรทั้งเก้ารวมกัน
กระบี่ดาวตกหนึ่งจุดถูกสร้างเป็นสองชั้น
ชั้นแรกทำลายพลังป้องกัน
ชั้นที่สองตามเจาะเข้าไป
เขาตวาด
“กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”
ฉึก!
ปลายกระบี่แทงเข้าขาซ้ายเหนือเข่า
ไม่ใช่หัวใจ
ไม่ใช่คอ
เพราะพลังป้องกันตรงจุดสำคัญยังหนาเกินไป
แต่ขาคือจุดที่ทำให้หนีไม่ได้
ฉินซวนเฮ่อร้องด้วยความเจ็บ
หันฝ่ามือซัดฉินเฟิง
ฉินเฟิงถอนกระบี่แล้วถอย
ยังถูกแรงที่ตามมาปะทะหน้าอก
ปัง!
ร่างกระเด็น
เลือดพุ่งออกจากปาก
ฉินเทียนหยางลุกจากเก้าอี้ทันที
“เฟิงเอ๋อร์!”
ฉินเฟิงใช้กระบี่แตะพื้นช่วยทรงตัว
เขาไม่ล้ม
เงยหน้าขึ้น
“ท่านพ่อ ข้ายังไหวขอรับ!”
แม่ทัพหลัวไม่ปล่อยโอกาส
พุ่งเข้า
ด้ามดาบกระแทกกลางอกฉินซวนเฮ่อ
ปึก!
ฉินซวนเฮ่อกระเด็น
ผู้อาวุโสใหญ่ตามไปใช้ฝ่ามือกระแทกหัวไหล่
กร๊อบ!
กระดูกแตก
แขนขวาตกลงทันที
โอสถเดือดโลหิตเริ่มหมดฤทธิ์พอดี
พลังขั้นรวมปราณขั้นสามลดลงอย่างรวดเร็ว
ขั้นสอง
ขั้นหนึ่ง
จากนั้นร่างอ่อนแรง
ฉินซวนเฮ่าทรุดลงกับพื้น
แม่ทัพหลัวใช้ดาบจ่อคอ
“จบแล้ว”
ฉินซวนเฮ่อหอบ
เลือดเต็มเสื้อ
ดวงตายังมองฉินเฟิงด้วยความแค้น
“เจ้าคิดว่าฆ่าข้าแล้วจะจบหรือ?”
ฉินเฟิงเช็ดเลือดมุมปากแล้วเดินเข้าไปช้า ๆ
“หมายความว่าอย่างไร”
ฉินซวนเฮ่อหัวเราะ
“หอเงาโลหิตรับเงินแล้ว ไม่ยกเลิกงานง่าย ๆ”
“ต่อให้ข้าตาย นักฆ่าก็ยังมา”
ฉินเฟิงตอบ
“เช่นนั้นข้าก็ฆ่าคนที่มา”
“เจ้าฆ่าได้กี่คน?”
“เท่าที่จำเป็น”
ฉินซวนเฮ่อจ้องเขา
ราวกับพยายามมองหาความกลัว
แต่ไม่พบ
ฉินเฟิงกล่าวต่อ
“และเรื่องหอเงาโลหิต ข้าจะตามถึงต้นทาง”
“ผู้ใดรับเงินเพื่อฆ่าท่านพ่อกับข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้เรื่องจบเพียงนักฆ่าสองสามคน”
ฉินซวนเฮ่อเงียบ
ฉินเฟิงหันไปหาบิดา
“ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านต้องการตัดสินเองหรือไม่ขอรับ”
ทั้งลานมองฉินเทียนหยาง
ชายวัยกลางคนนิ่งอยู่นานมาก
สุดท้ายจึงเดินออกมา
ทุกก้าวดูหนักกว่าเดิม
เมื่อมาถึงตรงหน้าน้องชาย เขาถามเพียงประโยคเดียว
“หากเมื่อคืนยาที่เจ้าสั่งให้คนเปลี่ยนทำให้ข้าตาย เจ้าเคยคิดถึงความเป็นพี่น้องของเราหรือไม่”
ฉินซวนเฮ่อไม่ตอบ
ฉินเทียนหยางยิ้มอย่างขมขื่น
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เขาหันไปหาผู้อาวุโสใหญ่
“ดำเนินตามกฎตระกูล”
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า
“ฉินซวนเฮ่อ วางยาหัวหน้าตระกูล จ้างนักฆ่าสังหารสายตรง ยักยอกเงิน คิดฆ่าพยาน และทำร้ายสมาชิกตระกูลเพื่อหลบหนี”
“โทษประหาร”
ฉินเหว่ยหน้าซีด
“ท่านพ่อ!”
เขาพุ่งออกมา แต่ถูกผู้อาวุโสคนหนึ่งขวางไว้
ฉินซวนเฮ่อมองบุตรชาย
แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นมาตลอดพลันสั่นเล็กน้อย
“เหว่ยเอ๋อร์”
ฉินเหว่ยน้ำตาไหล
“ท่านพ่อ ท่านยอมรับผิดเถิด อาจยังมีทาง…”
“ไม่มีแล้ว”
ฉินซวนเฮ่อกลับสงบลงอย่างประหลาด
เขาหันมองฉินเฟิง
“ข้าแพ้เจ้า”
ฉินเฟิงตอบ
“ท่านไม่ได้แพ้ข้า”
ฉินซวนเฮ่อขมวดคิ้ว
“แล้วข้าแพ้อะไร”
“แพ้ความโลภของตนเอง”
ฉินเฟิงกล่าว
“หากท่านต้องการตำแหน่งจริง สามารถรอการประชุมผู้อาวุโส สามารถสร้างผลงาน สามารถให้คนในตระกูลเลือก”
“แต่ท่านเลือกวางยา เลือกนักฆ่า และเลือกฆ่าทุกคนที่ขวางทาง”
“สิ่งที่ทำให้ท่านมาถึงวันนี้จึงไม่ใช่ข้า”
“เป็นการตัดสินใจของท่านเอง”
ฉินซวนเฮ่อเงียบไป
จากนั้นหัวเราะเบา ๆ
“เจ้าพูดเหมือนคนที่มีชีวิตมาหลายสิบปี”
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบ
เขาย่อมไม่บอกว่าอีกฝ่ายเดาถูกไปมากกว่าครึ่ง
ผู้อาวุโสใหญ่ยกมือ
คนสองคนเข้ามาจับฉินซวนเฮ่อ
แต่ฉินซวนเฮ่อกลับกล่าว
“ไม่ต้อง”
เขาพยายามยืนขึ้นด้วยตนเอง
ขาซ้ายบาดเจ็บจนเดินลำบาก แต่ยังฝืนยืน
“ข้ายังเป็นคนตระกูลฉิน”
“จะตายก็ไม่ต้องให้คนลาก”
ฉินเทียนหยางหลับตา
ไม่มีผู้ใดพูด
ลานประหารอยู่ด้านหลังหอประชุม
ไม่จำเป็นต้องพาไปถึงลานนั้น
กฎตระกูลอนุญาตให้ประหารผู้ทรยศต่อหน้าสมาชิกสายหลักเพื่อเป็นคำเตือน
ผู้อาวุโสใหญ่ถามฉินเทียนหยางเป็นครั้งสุดท้าย
“หัวหน้าตระกูล แน่ใจหรือไม่”
ฉินเทียนหยางพยักหน้า
“ดำเนินการ”
ฉินซวนเฮ่อเงยหน้ามองท้องฟ้า
ไม่มีคำขอชีวิต
ไม่มีการสาปแช่งเพิ่ม
ผู้อาวุโสใหญ่ยกกระบี่ขึ้น
ฉินเหว่ยร้อง
“ท่านพ่อ!”
กระบี่ตกลง
ฉึก!
เลือดกระเซ็นบนพื้นหิน
ร่างฉินซวนเฮ่อล้มลง
สิ้นชีวิต
ทั่วลานเงียบสนิท
ฉินเฟิงมองเพียงครู่เดียว ก่อนละสายตา
ศัตรูที่คิดเอาชีวิตบิดาและตัวเขาถูกถอนออกแล้วหนึ่งคน
ไม่มีการปล่อยให้หนี
ไม่มีการปล่อยไว้รอสร้างภัยอีก
แต่เรื่องยังไม่จบทั้งหมด
หอเงาโลหิตยังอยู่
คนที่ฆ่าฉินโม่เฉิงอาจเป็นคนขององค์กรนั้น
และฉินเฟิงยังสงสัยว่าเหตุใดพิษดั้งเดิมในร่างบิดาจึงมีมาตั้งแต่หลายปีก่อน
ฉินซวนเฮ่ออาจเพียงใช้พิษเก่ามาเป็นเครื่องมือ
แต่คนวางพิษครั้งแรกอาจเป็นคนอื่น
ปมนี้ยังต้องค้นต่อ
ผู้อาวุโสใหญ่หันมามองฉินเหว่ย
“ส่วนเจ้า”
ชายหนุ่มทรุดเข่าลง
เขายังมองศพบิดา
ดวงตาแดง
“เจ้ารู้เรื่องโอสถเพิ่มพลัง รู้ว่าบิดาต้องการให้เจ้าเล่นงานฉินเฟิงบนเวที และยอมรับของนั้น”
“แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางยาหัวหน้าตระกูล แต่ยังมีความผิด”
ฉินเหว่ยไม่โต้แย้ง
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าว
“ยึดทรัพยากรฝึกฝนหกเดือน ถอนชื่อออกจากการคัดเลือกสำนักเมฆาฟ้ารอบนี้ และให้ไปดูแลเหมืองหินวิญญาณทางเหนือหนึ่งปี”
ฉินเหว่ยเงยหน้า
การถอนชื่อจากการคัดเลือกเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด
แต่เมื่อเทียบกับโทษประหารของบิดา เขากลับไม่มีแรงเถียงอีก
“ข้ายอมรับ”
เขาตอบเสียงแหบ
ก่อนถูกพาออกไป ฉินเหว่ยหันมองฉินเฟิง
แววตาซับซ้อน
มีความโกรธ
มีความอับอาย
มีความเศร้า
แต่ยังไม่มีเจตนาฆ่าชัดเจน
ฉินเฟิงจึงไม่ทำอะไร
หากวันหนึ่งฉินเหว่ยคิดแก้แค้นด้วยวิธีเปิดเผยและท้าประลอง เขายินดีรับ
แต่หากเลือกทางเดียวกับบิดา คิดลอบฆ่าหรือทำร้ายคนรอบตัว ผลลัพธ์ก็จะไม่ต่างกัน
หลังเรื่องทั้งหมดถูกตัดสิน แม่ทัพหลัวเก็บสำเนาหลักฐานส่วนหนึ่งกลับไปยังจวนเจ้าเมือง
ก่อนจาก เขากล่าวกับฉินเฟิง
“เรื่องหอเงาโลหิต ข้าจะรายงานเจ้าเมือง”
“องค์กรนี้ไม่ได้อยู่ใต้กฎหมายของราชอาณาจักร หากพวกมันรับงานสังหารผู้ถือป้ายองค์หญิง เรื่องจะไม่เล็ก”
ฉินเฟิงประสานมือ
“รบกวนท่านแม่ทัพแล้ว”
แม่ทัพหลัวมองเขา
“อีกสามวันเจ้ามีการประลองคัดเลือกใช่หรือไม่”
“ขอรับ”
“หลังเหตุการณ์วันนี้ คงไม่มีคนในตระกูลรบกวนเจ้ามากนักแล้ว”
ชายวัยกลางคนยิ้มเล็กน้อย
“ใช้เวลาเตรียมตัวให้ดี ข้าอยากเห็นว่าคนที่กล้าประกาศเอาอันดับหนึ่งการประลองสิบสองเมือง จะผ่านการคัดเลือกสำนักเมฆาฟ้าอย่างไร”
ฉินเฟิงตอบ
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านเสียเวลามาดูขอรับ”
แม่ทัพหลัวหัวเราะแล้วจากไป