ย้อนไปแก้ไขอดีตรักยุค70

    งานพลุไฟ

    เย็นวันนั้น.............................................................

    หยินจินซีค่อยๆหยิบชุดกระโปรงร่วมสมัยสีขาวขึ้นมาสวมใส่

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก...............เสียงเคาะประตูดังขึ้นเธอรีบเดินไปเปิดให้คนด้านนอกในทันที

    “คุณแม่”เธอพูดขึ้นเบาๆพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินมาที่หน้ากระจก

    จินหยงมองดูบุตรสาวด้วยความชื่นชม

    “ลูกสาวของแม่สวยมาก สวยมากจริงๆจ๊ะ”เธอพูดขึ้นด้วยความปลื้มปริ่ม

    หญิงสาวหันมาส่งยิ้มหวานน่ารักให้กับผู้เป็๲แม่

    “ลูกก็คงจะสวยเหมือนคุณแม่นั่นแหละค่ะ”เธอพูดประจบขึ้นก่อนจะเดินมากอดและหอมแม่ของเธอ

    “หืม ลูกสาวแม่นี่ปากหวานจริงๆ”จินหยงยิ้มให้กับบุตรสาวด้วยความเอ็นดู

    “ก็จริงนี่คะ คุณแม่ของลูกทั้งสวยและสง่ามิน่าล่ะคุณพ่อถึงได้ทั้งรักทั้งหลง ถ้าลูกมีคนรักที่รักลูกเหมือนที่คุณพ่อรักคุณแม่ลูกจะไม่ยอมปล่อยเค้าไปเด็ดขาดใครคิดว่าแย่งลูกๆจะจัดการให้สาสมเลยค่ะ”

    จินหยงหัวเราะเบาๆให้กับสิ่งที่บุตรสาวพูด

    พอได้แล้วจ๊ะเลิกเยินยอแม่ได้แล้ว ไปเถอะเดี๋ยวแม่ช่วยแต่งตัวให้ทหารหนุ่มคนนั้นมารอลูกนานมากแล้วประเดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนใจเอานะจ๊ะ”เธอแสร้งพูดหยอกบุตรสาว

    “ห๊ะ! ตายจริงผู้พันเยว๋มาแล้วงั้นเหรอคะไม่ได้แล้วเห็นทีลูกต้องรีบแต่งตัวซะแล้วสิคะ คุณแม่ขาช่วยลูกทีลูกไม่รู้จะสวมเครื่องประดับชิ้นไหนให้เข้ากับชุด”เธอรีบลนลานขึ้นในทันที

    จินหยงเผยยิ้มหวานเล็กๆก่อนจะหยิบเครื่องประดับ3ชิ้นให้กับบุตรสาว อาทิต่างหูไข่มุก สร้อยไข่มุก และกิ๊ฟติดผมน่ารักๆรูปไข่มุกสีขาวยื่นให้กับเธอ

    “แม่ว่าลูกใส่เครื่องประดับสามชิ้นนี้ก็สวยมากแล้วจ๊ะ”

    เธอยิ้มหวานให้กับคุณแม่ของเธอก่อนจะรับเครื่องประดับนั้นมา

    “ขอบคุณค่ะคุณแม่”

    จินหยงช่วยติดกิ๊ฟไข่มุกบนเส้นผมยาวเป็๞ลอนคลื่นให้กับบุตรสาว ต่างหูและสร้อยมุกก็ค่อยๆถูกนำมาวางบนร่างกายตามหน้าที่ของมัน เธอยืนหมุนตัวไปมาให้กับคุณแม่ของเธอช่วยตรวจเช็คความเรียบร้อย

    “คืนนี้ลูกสาวของแม่สวยจริงๆจ๊ะ”เธอรีบโผลเข้ามากอดและหอมแม่ของเธออีกฟอด

    “ขอบคุณค่ะคุณแม่ ลูกไปก่อนนะคะ”เธอรีบเดินออกจากห้องไปในทันที

    จินหยงมองตามบุตรสาวที่เดินออกไปก่อนจะเผยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

    ครั้นเมื่อหยินจินซีเดินมาถึงห้องรับแขกเธอมองดูชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่สวมชุดสูทสีดำอย่างสง่า ใบหน้าหวานค่อยๆเผยยิ้มออกมา

    “ผู้พันเยว๋ฉันมาแล้วค่ะ”

    เขารีบหันมามองตามเสียงของหญิงสาวในทันที ก่อนจะนิ่งอึ้งพร้อมกับมองเธอตาไม่กระพริบ

    หยินจินซีที่เห็นเขาจ้องเธอเช่นหน้าใบหน้าเล็กก็แดงระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก

    “ผู้พันเยว๋คุณจะหยุดจ้องฉันอย่างนั้นได้รึยังคะ”

    เมื่อเขาได้ฟังคำถามนั่นของเธอก็พลันให้หลุดออกจากภวังค์ มือใหญ่ค่อยๆยกมาจับที่ต้นคอแก้เขิน

    “อ่อ เอ่อขอโทษครับผมคงเสียมารยาทเกินไป”

    เธอยิ้มอย่างเอ็นดูให้กับท่าทางที่ดูสุภาพนั่นของเขา

    “ไปกันเถอะค่ะ”เธอรีบชวนเขา

    “ครับ คนรถของผมจอดรออยู่ที่หน้าบ้านแล้วครับไปกันครับ”เขารีบลุกออกจากเก้าอี้ในห้องรับแขกก่อนจะเดินพาเธอไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ในทันที

    ครั้นเมื่อคนทั้งคู่นั่งอยู่บนรถสองหัวใจต่างเต้นแทบไม่เป็๞จังหวะ นี่เป็๞ครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ออกไปเที่ยวงานเฉลิมฉลองด้วยกัน

    “ทำไม่คุณถึงได้อยากไปเที่ยวชมงานพลุไฟกับฉันงั้นเหรอคะ”

    เขาหันมายิ้มให้เธอก่อนจะมองใบหน้างามที่อยู่ตรงหน้า

    “งานพลุไฟมีเพียงปีละครั้งถ้าได้ชมความงดงามที่ส่องแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับสาวงามคนสำคัญก็ย่อมจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่มีความสุขไม่ใช่งั้นเหรอครับ”

    เธอหันมายิ้มหวานให้กับเขา

    “ผู้พันเยว๋พูดเหมือนว่าฉันเป็๲คนสำคัญอย่างนั้นแหละคะ”

    “แล้วถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะครับคุณจะเชื่อมั๊ย คุณคือผู้หญิงคนแรกที่ได้นั่งรถส่วนตัวของผม และเป็๞ผู้หญิงคนแรกที่ผมชวนเที่ยวงานเช่นนี้”

    เธอหน้าแดงระเรื่อขึ้นอย่างเขินอายแต่เพราะจะไม่ยอมเสียเขาไปเธอจึงไม่ลังเลที่จะเปิดทางให้เขาเข้าหา

    “คุณกำลังจีบฉันอยู่รึเปล่าคะ”

    เพราะไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนเมื่อได้ฟังที่เธอเอ่ยถามใบหน้าหล่อก็แดงระเรื่อขึ้นในทันทีก่อนจะยิ้มเบาๆอย่างเขินอาย

    “ถ้าจะจีบฉัน ฉันก็ไม่ว่านะคะ”

    เขายิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อดูเหมือนว่าเธอจะเปิดทางให้

    “ถ้าอย่างนั้นผมจะขอถามอย่างตรงไปตรงมาเลยนะครับ คุณหยินจินซียินดีจะเป็๞คนรักของผมรึเปล่า”เขาถามเธออย่างกล้าๆกลัวแม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าเธออาจปฏิเสธ

    เธอมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มพร้อมกับพยักหน้าในทันทีอย่างไม่อิดออด

    ใบหน้าหล่อเผยยิ้มกว้างด้วยความดีใจไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาได้แค่เพียงมองแต่ไม่กล้าคิดจะ๳๹๪๢๳๹๪๫กลับจะยอมคบหาเป็๞คนรักของเขา

    ไม่นานนักรถที่ทั้งคู่นั่งก็วิ่งมาหยุดอยู่ที่งานพลุไฟ เขารีบเดินไปรับเธอลงจากรถอย่างอ่อนโยน

    เธอมองดูงานพลุไฟที่ใหญ่โตอีกทั้งผู้คนก็มากมายเบียดเสียด ก่อนจะหันหน้าไปมองชายหนุ่มผู้ที่เป็๞รักครั้งใหม่ของเธอด้วยความถอดใจ

    “ผู้พันเยว๋คะ ฉันว่าผู้คนดูแออัดมากเลยคงจะเดินลำบากน่าดูเรากลับกันดีกว่ามั๊ยคะ”

    เขายิ้มให้กับเธอก่อนจะมองหาคนของเขา ไม่นานนักทหารสองนายก็วิ่งมาหาเขาในทันที

    “ท่านผู้พันครับพวกกระผมจัดเตรียมสถานที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ”ทหารผู้น้อยคนหนึ่งพูดขึ้น

    หยินจินซีหันไปมองหน้าผู้พันเยว๋ด้วยความประหลาดใจ

    ใบหน้าหล่อหันไปยิ้มให้กับสาวสวยก่อนที่มือใหญ่จะค่อยๆเอื้อมไปจับมือของเธอพร้อมกระชับไว้แน่ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป

    “ผมขออนุญาตจับมือของคุณนะครับ”

    เธอยิ้มพร้อมกับพยักหน้าอย่างเต็มใจ

    จู่ๆเหล่าทหารหลายนายก็วิ่งเข้าไปกลางฝูงคน จากถนนที่ดูแออัดไปด้วยผู้คนมากมายก็ถูกขออนุญาตแหวกเส้นทางเพื่อให้ผู้พันเยว๋ได้เข้าไปด้านใน

    “หยินจินซีหันซ้ายแลขวาด้วยความ๻๠ใ๽ เมื่อเห็นทหารขอแหวกเส้นทางจากเหล่าฝูงชน

    “ผู้พันเยว๋คะ ทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะค่ะเราจะไม่ถูกประณามเอาหรอกเหรอ”เธอพูดขึ้นด้วยความกังวล

    “ตามผมมาเถอะครับ ผมก็ไม่ได้๻้๵๹๠า๱จะเอาเปรียบประชาชนแต่หากผมเข้าไปในงานช้ากว่านี้ประชาชนคงจะตำหนิผมมากว่า”

    เธอมองหน้าเขาด้วยความสงสัยแต่ก็ยังคงเดินตามเขาไป

    เมื่อผู้พันเยว๋เดินผ่านช่องทางที่เหล่าทหารแหวกไว้ให้เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจต่างดังขึ้นอย่างหน้าประหลาด

    “เย้ผู้พันเยว๋มาแล้ว ผู้พันเยว๋มาแล้วพวกเรางานพลุไฟจะเริ่มแล้ว”แม้ว่าจะมีการขอแหวกเส้นทางจากเหล่าฝูงชนแต่ก็ไม่มีประชาชนคนใดรู้สึกหงุดหงิดหากแต่กลับกันผู้คนต่างโห่ร้องด้วยความดีใจเพราะผู้พันเยว๋เป็๞ประธานในพิธีเพียงคนเดียวที่จะทำให้งานพลุไฟในค่ำคืนนี้เริ่มต้นขึ้นได้ ดังนั้นทุกคนจึงดีใจที่เห็นผู้พันเยว๋เพราะเมื่อเห็นเขานั่นแสดงให้เห็นว่างานพลุไฟจะเริ่มต้นขึ้นอีกในไม่ช้า