เฟยหลงพลันคิดถึงเรื่องราวของตนเองขึ้นมาในทันทีหากตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมกับสถาบันฟ้าคราม ก็คงไม่มีเฟยหลงในวันนี้เช่นเดียวกัน
“เจ้าหนุ่มเจ้าหละเดินทางไปสำนักมังกรเพลิงเพื่อไปสมัครเข้าร่วมการทดสอบด้วยเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่หรอกท่านลุงพอดีพี่ชายข้าวานให้มาทำธุระให้ดีเหมือนกันข้าเองก็อยากจะรู้ว่าสำนักมังกรเพลิงเป็นเช่นไรบ้าง”
“ดีดี ดี ลูกชายข้าจะได้มีเพื่อนเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ข้าเองยังอดเป็นห่วงไม่ได้ พวกเราแทบจะไม่เคยเดินทางออกมาจากหมู่บ้านเลยหากไม่ใช่เพราะลูกชายข้าอ้อนวอนขอให้ข้าพามา ข้าคงไม่เดินทางไกลขนาดนี้หรอก”
“ซีหยุนเปียวทำไมเจ้าถึงอยากจะเข้าร่วมกับสำนักมังกรเพลิง”
“พี่ชายท่านไม่รู้อะไรเลยหรือหากสามารถเข้าร่วมสำนักมังกรเพลิงได้ อนาคตของข้าจะต้องรุ่งโรจน์ พ่อ แม่และพี่น้องรวมถึงผู้คนในหมู่บ้านจะไม่ลำบากอีกต่อไป”
“แล้วเจ้าไม่กลัวว่าจะลำบากเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่กลัวหรอกขอเพียงได้เข้าร่วมสำนักมังกรเพลิงได้แม้ให้ข้าลำบากแค่ไหนข้าก็จะอดทน”
“แล้วเจ้าเคยฝึกยุทธ์มาบ้างหรือไม่”
ซีหยุนเปียวทำหน้าเศร้าในทันทีเขาไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อนที่เขาตั้งในมาในครั้งนี้เพราะเขาต้องการเข้าร่วมสำนักมังกรเพลิงจริงๆ ด้วยความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยว
“ไม่เป็นไรหรอกท่านลุง ท่านช่วยจอดรถม้าใกล้ ๆกับลำธารตรงนั้นหน่อย”
“เจ้าหนุ่มไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการไปให้ถึงให้เร็วที่สุดหรอกหรือ?
“ไม่เป็นไรท่านลุงไปช้าหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร ก่อนอื่นข้าขอตรวจสอบลูกชายของท่านก่อนว่าเขาเหมาะสมจะฝึกยุทธ์หรือไม่?”
“เจ้าฝึกยุทธ์ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
เฟยหลงไม่ได้ตอบอะไรเมื่อรถม้าจอดใกล้ๆ กับลำธารเขาตรวจสอบชีพจรของซีหยุนเปียวในทันที เขาพบว่ามีสีสกปรกมากมายภายในตัวของซีหยุนเปียวหากจะให้เขาฝึกยุทธ์ได้คงต้องกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกให้หมดเสียก่อน
เฟยหลงหยิบโอสถเสริมปราณออกมาเม็ดหนึ่งพลันยื่นให้ซีหยุนเปียว
“เจ้าทานโอสถเม็ดนี้ก่อนหากเจ้าสามารถทนได้ เจ้าก็สามารถเข้าร่วมสำนักมังกรเพลิงได้อย่างแน่นอน”
ซีหยุนเปียวไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาหยิบมันเข้าปากในทันที เมื่อโอสถไหลลงคอของเขาไป ความเจ็บปวดมากมายถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วเขานอนกลิ้งไปกับพื้นซีหยุนบิดาของเขาต้องการจะเข้าไปช่วยเหลือแต่เฟยหลงห้ามเขาเอาไว้ก่อน
เพียงครึ่งชั่วโมงพลังฟ้าดินที่อยู่รอบๆ พลันหมุนวนเข้าไปสู่ร่างของซีหยุนเปียวอย่างบ้าคลั่งความเจ็บปวดยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงสิ่งสกปรกนับไม่ถ้วนถูกขับออกมาจากร่างกายจนกลิ่นเหม็นฟุ้งไปทั่วซีหยุนเปียวค่อย ๆ ลุกขึ้นมา ความเจ็บปวดของเขาหายเป็นไปจนหมดสิ้นแล้ว
“เจ้าไปชำระล้างร่างกายของเจ้าเสียก่อน”เฟยหลงกล่าวพร้อมกับนำเสื้อผ้าของเขาออกมาจากแหวนมิติมอบให้กับซีหยุนเปียว
เฟยหลงมองดูระดับพลังยุทธ์ของซีหยุนเปียวที่ตอนนี้สามารถทะลวงไปถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าเลยทีเดียวเพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าร่วมกับสำนักมังกรเพลิงได้แล้วที่เหลือก็แล้วแต่วาสนาของซีหยุนเปียวเอง เฟยหลงแอบคิดในใจ
หลังจากที่ซีหยุนเปียวชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนชุดที่เฟยหลงให้มาแม้ชุดจะดูใหญ่ไปนิดหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้น่าเกลียดมากเท่าไหร่ดีกว่าชุดที่มีแต่รอยปะชุนเดิมของซีหยุนเปียวเสียอีก
“พวกเราไปกันเถอะ”ทั้งสองพ่อลูกต่างไม่เข้าใจการกระทำของเฟยหลงมากนักแต่พวกเขาก็ขอบคุณเฟยหลงอยู่หลายครั้งแม้พวกเขาจะไม่รู้เรื่องที่เฟยหลงกระทำลงไปแต่พวกเขาคิดว่าเฟยหลงคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้ซีหยุนเปียวสามารถเข้าร่วมกับสำนักมังกรเพลิงได้อย่างแน่นอน
หลังจากที่ผ่านประตูเมืองเข้ามาได้รถม้ามุ่งหน้าไปทางสำนักมังกรเพลิงตอนนี้ภายในเมืองเมฆาตะวันตกครึกครื้นเป็นอย่างมากมีผู้คนหลากหลายเข้ามาจับจ่ายซื้อของโรงเตี้ยมแต่ละแห่งเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากมายเข้าไปดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน มันแตกต่างจากเมืองหลวงของอาณาจักรเมฆาตะวันตกเดิมอย่างสิ้นเชิง
“พวกเราเดินทางมานานแล้วข้าเริ่มหิวแล้วพวกเราหาอะไรกินกันก่อนพวกท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะเป็นเจ้ามือจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้พวกท่านเองเพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกท่านให้ข้าเดินทางมาด้วย”
สองพ่อลูกมองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับเพราะพวกเขาเองก็กินแต่อาหารแห้งมาตลอดสองเดือนที่เดินทางมานี้อีกทั้งตอนนี้เงินติดตัวของพวกเขาก็หมดแล้วเช่นเดียวกันเมื่อรถม้าของพวกเขาจอดหน้าโรงเตี้ยมเสี่ยวเอ้อรีบมาดูแลเป็นอย่างดี
“เสี่ยวเอ้อเอาอาหารและสุราที่ดีที่สุดมา แล้วช่วยเตรียมอาหารแห้งสำหรับสองเดือนพร้อมกับเปลี่ยนรถม้าให้ด้วย”
“ขอรับนายท่าน”
เพียงไม่นานทั้งสุราและอาหารต่างถูกยกมาสองพ่อลูกไม่กล้าแตะอาหารแม้แต่น้อยกระทั่งเฟยหลงเอ่ยขึ้นมา
“พวกท่านไม่หิวกันหรือไงหากไม่กินเดี๋ยวอาหารเย็นเสียหมดจะไม่อร่อยนะ”จากนั้นเฟยหลงจึงได้คีบอาหารกินก่อนสองพ่อลูกจึงเริ่มลงมือกิน เฟยหลงเทสุราใส่จอกพร้อมกับยื่นให้ซีหยุนซีหยุนรับไว้ด้วยความเต็มใจเขากระดกมันรวดเดียวจนหมดหลังจากที่ทั้งสามทานกันจนอิ่มหนำสำราญแล้วจึงเริ่มออกเดินทางไปยังสำนักมังกรเพลิงต่อ
พวกเขามาถึงสำนักมังกรเพลิงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมายังสำนักมังกรเพลิงเพื่อทดสอบเป็นศิษย์สำนักมังกรเพลิงในครั้งนี้การรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเฟยหลงชื่นชมการทำงานที่เป็นระบบของสำนักมังกรเพลิงสาขาเมืองเมฆาตะวันตกนี้เป็นอย่างมาก
“หลีกไปหลีกไป บุตรชายท่านเจ้าเมืองกงหู่มา พวกเจ้าหลีกไปให้หมด”ผู้คนที่กำลังต่อแถวกันอยู่ถูกผลักให้ออกไปในทันที โดยชายฉกรรจ์จำนวนสี่คนพวกเขามีระดับพลังยุทธ์อยู่ในขั้นเซียน ส่วนชายหนุ่มที่เดินตามหลังพวกเขามาอายุราวๆ สิบห้าปีระดับพลังยุทธ์อยู่ที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปด เขาเดินมาด้วยท่าทางที่หยิ่งทระนงแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะขวางทางเขาเอาไว้
ทันทีที่เขาเดินมาถึงโต๊ะที่รับสมัครศิษย์ที่ทำหน้าที่รับสมัครกลับเอ่ยขึ้นมาในทันที
“ในเมื่อท่านต้องการเข้าร่วมสำนักมังกรเพลิงของพวกเราท่านก็ต้องทำตามกฎของพวกเรา เชิญท่านไปต่อท้ายแถวหรือไม่ก็กลับไปได้เลยหากไม่ต้องการเข้าร่วม”
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งพวกเขาเดินไปล้อมโต๊ะที่ศิษย์สำนักมังกรเพลิงอยู่
“เจ้ารู้ไหมว่านายน้อยของพวกเราเป็นใครเขาเป็นถึงบุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าเมืองกงหู่ เขาดั้นด้นเดินทางมาเกือบหนึ่งอาทิตย์นับว่าให้เกียรติสำนักมังกรเพลิงของพวกเจ้ามากแล้วหากเจ้าทำให้นายน้อยของข้าไม่พอใจ เจ้ารู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ทั้งสี่คนระเบิดพลังปราณระดับเซียนออกมากดดันศิษย์ที่ทำหน้าที่รับสมัครอยู่ตรงนั้นเหล่าผู้มาสมัครเห็นดังนั้นพวกเขาจึงได้หลบฉากออกไปในทันทีเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ใกล้ๆ พลันทะยานมาทันที
“หยุดมือก่อนพวกเจ้าจะเป็นใครก็ตามหากไม่ทำตามกฎของสำนักพวกเราก็ไม่สามารถให้พวกเจ้าผ่านที่นี่ไปได้”
“พวกเจ้าไม่รู้หรือยังไงว่านายน้อยของพวกเราเป็นหลานของผู้อาวุโสอู่เจียวหลงของสำนักมังกรเพลิงแห่งนี้ หากพวกเจ้าไม่เชื่อก็ไปตามผู้อาวุโสอู่เจียวหลงออกมาข้าอยากจะรู้นักว่าใครหน้าไหนมันจะกล้าทำให้นายน้อยของข้าไม่พอใจได้บ้าง”
“รู้สึกคนของเจ้าจะเป็นคนใหญ่คนโตไม่น้อยเลยนะแต่น่าเสียดายที่สำนักมังกรเพลิงแห่งนี้ไม่ต้อนรับคนแบบพวกเจ้า” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังทุกคนต่างหันไปมองยังคนที่กำลังเอ่ย
“เจ้าหนุ่มเจ้าบังอาจนักหากจะมาสมัครดี ๆ ก็อย่าได้หาเรื่องเจ็บตัวพวกเรายังไม่อยากจะทำร้ายคนที่มีพลังยุทธ์น้อยกว่าเจ้าอย่าได้หาเรื่องเดือนร้อนจะดีกว่า ข้าเตือนด้วยความหวังดี”
“ข้าเองก็เตือนพวกเจ้าด้วยความหวังดีหรือว่าพวกเจ้าอยากจะให้เมืองกงหู่ของพวกเจ้าหายไปจากแผนที่อาณาจักรเจิ้นสุ่ยแห่งนี้”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนไม่พอใจเป็นอย่างมากหนึ่งในนั้นพุ่งทะยานเข้าหาเฟยหลงในทันทีพร้อมกับชกออกไปด้วยความรุนแรงความรุนแรงของหมัดนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากชายฉกรรจ์คนนั้นซัดหมัดออกไปอย่างเต็มแรงด้วยระดับพลังขั้นเซียนแต่เฟยหลงทำได้เพียงแค่ยกหมดชกตอบโต้ออกไป เมื่อหมัดของทั้งสองคนปะทะกัน
ปัง!!!!
แกร๊ก!!!!
เสียงของกระดูกข้อมือแตกในทันทีสองพ่อลูกไม่กล้าแม้แต่จะมองดูพวกเขาคิดว่าคงเป็นกระดูกข้อมือของเฟยหลงแตกละเอียดไปแล้วอย่างแน่นอนรวมถึงผู้คนทั้งหมดจำนวนกว่าสองร้อยคนที่มาสมัครในวันนี้ต่างคิดว่าเฟยหลงคงจะไม่รอดอย่างแน่นอน
แต่เมื่อการปะทะสิ้นสุดลงกลับเป็นชายฉกรรจ์คนนั้นที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแทน
“นี่ร่างกายของข้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียงหรือนี่วิถีอมตะนี่มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ เลยถึงแม้ระดับพลังของข้าจะยังไม่สามารถเลื่อนระดับได้แต่ความแข็งแกร่งของตัวข้ากลับสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเซียนคนหนึ่งบาดเจ็บได้”
“เจ้ากล้าทำร้ายคนของข้าเช่นนั้นรึ”
“ข้าทำร้ายคนของเจ้าแล้วอย่างไรหรือเจ้าอยากจะเจ็บตัวด้วยอีกคน”
บุตรชายของเจ้าเมืองพลันเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังชายฉกรรจ์อีกสามคนในทันทีเพราะแม้แต่ผู้ยุทธ์ระดับเซียนชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายังทำให้คนของเขาบาดเจ็บได้อย่างง่ายดาย
“มีเรื่องอะไรกันอย่างนั้นหรือ?”เสียงชายชราคนหนึ่งดังขึ้นมาในทันที
ทั้งหมดจ้องไปทิศทางของชายชราผู้นั้นในทันที
“ท่านปู่พวกเขาไม่ยอมให้ข้าสมัครเข้าสำนักมังกรเพลิงแถมยังทำร้ายคนของข้าบาดเจ็บจนกระดูกข้อแขนแตกหักอีกด้วย”
“อู่โจวเจ้ามาถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่มีใครมาแจ้งข้า มันเป็นใครหน้าไหนที่กล้ามาหาเรื่องหลานของข้า”อู่เจียวหลงตะคอกออกมาด้วยความโกรธ
“เจ้าหนุ่มคนนั้นท่านปู่ท่านช่วยสังสอนมันให้ข้าด้วย”อู่โจวพูดพร้อมกับชี้ไปทางเฟยหลง ซึ่งตอนนี้ซีหยุนและซีหยุนเปียวได้ออกมายืนบังเขาเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มาทำร้ายเฟยหลงได้แม้ว่าตัวเขาจะไม่มีพลังยุทธ์เลยก็ตาม