‘สปาเก็ตตี้หมูบดผัดพริกแห้ง น้ำมันมะกอก ½ ช้อนช้า หมูบดสด & ของไม่แช่ค้างคืน (แพ้อาหารค้างคืน) '
รายละเอียดออเดอร์ละเอียดยิบในกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กเรียกให้หลอดเืและประสาทรอบหัวของ ‘ภูริช’ นูนจวนจะปริแตกออกมา โยนลงถังขยะด้วยความโมโหจนพนักงานประจำสามสี่คนในครัวขนลุกชันกับสายตาพิฆาตของเ้านายตัวเอง
“ร้านป้า....มึงหรือครับทำให้ขนาดนี้”
ใจจริงอยากจะะโออกมาดังๆ แต่ทำทรงเก็บไว้ เขี่ยอาหารที่ทำค้างอยู่ในกระทะไนลอนลงจานด้วยทัพพีพร้อมวางลงซิงค์พร้อมล้าง ส่งต่อให้ทีมครัวจัดตกแต่งตามขั้นตอนแล้ววกกลับมาเดินหน้าต่อเื่ออเดอร์แปลกๆ
มันต้องเจอ
“เดี๋ยวพี่จะไปด่า”
“พี่ภีมคะ/ครับ!”
วาจาจริงจังพลอยให้พนักงานหน้าเจื่อนทั่วครัว จริงๆ แล้วในสถานการณ์เช่นนี้เ้าของร้านคือคนที่จะประนีประนอมกับลูกค้ามากที่สุด เพื่อชื่อเสียงและหน้าตาของธุรกิจตัวเอง
แต่ร้านนี้กลับต่างออกไป
เพราะภูริชผู้เป็เ้าของพร้อมจะฟาดฟันแขกทุกชนิดและทุกเมื่อ
ร่างสูงใต้เสื้อยืดปกติคลุมด้วยผ้ากันเปื้อนดำรอบเอวจดจ้องไปยังบริเวณโต๊ะที่กระดาษออเดอร์กำกับไว้ มุ่งเดินตรงไปทันที….จะสั่งขนาดนี้ไปทำกินเองเถอะไอ้สั*!
“โทษนะครับ-”
แต่เสียงที่เปร่งในโทนที่เย็นที่สุดเท่าที่จะฝืนได้หายวับไปทันที
ใบหน้าคมสันที่เบี่ยงมองตรงมาทางเขาดึงภาพเหตุการณ์หลายสัปดาห์ก่อนสะท้อนเข้าหัวเป็ฉากๆ
รวมถึงเซ็กส์ที่ต่างสุขสมกันไปทั้งคู่
“เหอะ”
“……..”
“น้ำมันมรกตน่ะกินเป็ไหมคุณ?”
ท่าทีก้าวร้าวทั้งหมดที่เตรียมมาลดลงกลับสู่โหมดปกติ ั์เนตรเข้มนิลสบประสานบุรุษร่างใหญ่ที่ลอบเคยมีความสัมพันธ์ชั่วครู่ชั่วคราว
ทว่าวันนี้คือการปรากฎตัวกลับมาแบบงงๆ
ที่สำคัญหมอนี่หาเขาเจอได้ยังไง
“งั้นเอาพอร์คชอปปกติก็ได้ครับ ไม่รีเควสเพิ่ม”
คำสั่งทั่วไปมันควรจะง่ายแบบนี้ั้แ่แรก นอกเหนือจากว่าผู้ชายคนนี้ตั้งใจมากวนประสาทเขาโดยเฉพาะ
ร่วมสิบนาทีเมนูที่ว่าน่าตาน่าทานก็มาเสิร์ฟตรงคนที่ว่างมาหาเื่ชาวบ้านพร้อมเครื่องเคียง ภูริชตัดสินใจทำอีกจานของตนเพื่อมานั่งทานด้วยกัน เหลือบมองบุรุษตรงหน้าก็พบกับความเรียบนิ่งดั่งเดิม ไม่ต่างกับครั้งแรกที่ได้สนทนากัน
“คุณรู้ได้ไงว่าผมทำงานที่นี่?”
“......ผมเห็นผ่านลิงก์อิน ก็เลยลองมาดู”
พูดเรียบเรื่อย อีกมือตัดเนื้อหมูย่างสุกเกรียมพอดีออกเป็ชิ้นพอดีคำ
บทสนทนาที่เคยมีกันมันซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ จึงไม่รู้ว่าจุดประสงค์หลักๆของผู้ชายคนนี้คืออะไร
ภูริชรู้ตัวดีว่าไม่ได้พึงชอบของซับซ้อน เขาไม่ชอบคิดแทนคนอื่นหรือให้คนอื่นมาคิดแทนเช่นกัน ดังนั้นถ้ามันเป็เื่...
“หรือก็อยากได้เหมือนคืนนั้นด้วย?”
ได้ผล เ้าของมือหยุดนิ่งไปชั่วครู่ช้อนตาสบประสานตรงมา ดวงตาเข้มลึกดั่งแม่น้ำสายใหญ่่ค่ำคืน น่าเกรงขามเพราะไม่มีใครสามารถรู้หรือเห็นก้นบึ้งมัน
ผู้ชายตรงหน้าก็เช่นกัน
“ผมแค่อยากลองมาดูร้านของคุณ”
คล้ายกับตอกย้ำว่ามา 'แค่ร้าน'
กระนั้นภูริชไม่หยุดนิ่ง หยอกเย้าต่อโดยขยับปลายเท้าไปเกลี่ยแตะข้างรองเท้าอีกฝ่ายเล็กน้อย
เท้าคางพูดแ่เบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ถามว่าเขาชอบเซ็กส์กับหมอนี่ไหม บอกเลยว่ามาก….ถ้ามีอีกก็คงดี
รวมถึงคืนนี้
“งั้นถ้าผมอยากก็ไม่ได้เลยดิ?”
“…….”
ชายตรงหน้ามองเขาพักหนึ่งแล้วยกน้ำขึ้นจิบ ภูริชมองสายตาจรดริมฝีปากไม่ว่างเว้น นึกอยากรู้ว่าจะได้รับคำตอบใด
“ผมว่างทั้งวัน คุณว่างตอนไหน”
แผนชวนสำเร็จอย่างง่ายดาย รีบวกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดและยื่นให้ ยิ้มหวานปกติจนสาวๆ รอบร้านเริ่มหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“เดี๋ยวผมส่งให้ในไลน์”
ร่างสูงใหญ่ร่วมหนึ่งร้อยแปดสิบหกเิเยืนมองโรงแรมห้าดาวบริเวณล๊อบบี้กว้างขวางโทนเรียบหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางสุขุมวิท โลเคชั่นไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่แต่ลึกเข้ามาในซอยแห่งหนึ่ง
ที่เดียวกับที่คนชวนเขา....บอกให้มารอ
ั์เนตรคมเข้มกริบดั่งยามราตรีรัตติกาลมองพนักงานชุดสูทเรียบร้อยเดินเอาน้ำมาเสิร์ฟและไถ่ถามเื่การเช็คอิน จึงบอกว่ารอใครอีกคนและนั่งดูโทรศัพท์ตามปกติ
“...........”
ส่วนในมือถือช่องแชทตอนนี้ก็ชื่อว่า RICH ทว่าเขารู้จักข้อมูลชื่อเสียงเรียงนามของผู้ชายคนนี้เมื่อไม่นาน
ระหว่างที่นั่งหาอ่านข้อมูลทางเว็บไซต์ที่เป็ที่รู้จักของเหล่าธุรกิจมากมายทั่วโลก ก็บังเอิญไปเจอ...
‘ภูริช ศรีศิวรรณ์’
“คุณ”
รอบตัวถูกหยุดชะงักเพราะเผลอไผลโฟกัสกับหน้าจอเกินไปจึงไม่ทันสังเกตอีกคนที่เดินมาใกล้
ใบหน้าคมสันอันเป็เอกลักษณยิ้มให้บางเบาพร้อมโชว์คีย์การ์ดหรูหราขึ้นมา
“ไปกัน”
ภูริชเหลือบมองพนักงานหลายคนที่มองเขากับชายหนุ่มข้างตัวไม่ว่างเว้น รู้ดีว่าภาพที่เห็นย่อมถูกตีความไปต่างๆ นานา
เขามีรสนิยมชอบผู้ชาย และเป็มานานแล้วจวบจนอายุยี่สิบแปดตอนนี้ ไม่เคยเห็นความชอบพวกนี้เป็ด้านลบหรือแปลกประหลาด มันจึงไม่เคยมีผลต่อความรู้สึก
ส่วนผู้คนกับคำปากไร้สาระก็แค่ของชั่วคราว ยังไงวันนึงก็จางหายไป และแก้ไขไม่เคยได้
ภูริชจึงยึดถือคติใช้ชีวิตให้เต็มที่เสมอมา
“ค่าห้องเดี๋ยวผม-”
ร่างแกร่งถอดรองเท้าเรียบร้อยหลังไฟและแอร์เปิด่เสียบคีย์การ์ดชะงักยามใบหน้าโดนดึงรั้งตรึงไว้พร้อมริมฝีปากถูกบดเบียดจูบทันท่วงที
ดูดดื่มและเกี่ยวตวัดผ่านลิ้นทั่วโพรงปาก กลืนกินดั่งห่างหายมาเนิ่นนาน ซึ่งมันก็ไม่เกินจริงนัก
เพราะครั้งแรกระหว่างกันคงเป็่เดือนที่แล้ว
“คุณ-”
ภูริชเริ่มรำคาญเสียงที่ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ดันคนตัวโตพอกันไปกลางเตียงคิงไซส์และถอดเสื้อตัวบนออกอย่างใจร้อน
แต่สายตาคล้ายลังเลตรงหน้าพลอยให้นึกขัน
คนที่มีเซ็กส์ขั้นเทพฉไนถึงรีแอคราวกับเื่ประหลาดเสีย หรือเพราะต่างคนต่างสติไม่ครบถ้วนจากแอลกอฮอล์ในครั้งนั้น ทว่าตอนนี้ทั้งเขาและอีกฝ่ายไม่ได้เมา ซ้ำยัง ‘ตกลง’ เพื่อมาที่นี่
ภูริชเปลือยท่อนบนเรียบร้อย อวดโฉมสัดส่วนกล้ามเนื้อแกร่งจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอชันเข่าลงเตียงสบประสานดวงตาคู่คมนิ่ง
“หรือคุณไม่อยากแล้ว?”
“.....ไม่ใช่”
คำปฏิเสธบ่งบอกถึงความ้าเฉกเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ไม่ต่างกับคำสั่งเรียกให้ร่างหนาที่นอนหงายอยู่ถอนหายใจ
“งั้นก็ถอดออก”
“..........”
ยิ้มมุมปากเมื่ออีกคนยอมลุกนั่งปลดเสื้อออก ระหว่างนั้นจึงถอดกางเกงผ้าวอร์มตัวเองให้พ้นทาง เหลือไว้กางเกงซับขาสั้นสีดำตัวเดียว
กล้ามเนื้อขาวเรียบเนียนดูแข็งแรงทั่วถึงเป็ที่ประจักษ์ทั่วตา ภูริชกวาดสายตามองแผ่นอกตึงกว้างจรดลอนกล้ามเนื้อท้องสวยงามและไล่มาส่วนล่างสุดพร้อมชื่นชมในใจลึกๆ
ทั้งหน้าตาหรือรูปร่าง หมอนี่เข้าข่ายตรงเสป็คเขาทุกประการ
ที่แข็งขึงสู้สายตาปราศจากไรขนใดๆ ….คงมีอารมณ์ไม่ต่างกันสิหน่า
“.........”
ไม่รอช้าดันให้คนที่เปล่าเปลือยจากเนื้อผ้าทุกชิ้นกลับไปนอนหงาย สอดสองนิ้วแกร่งเข้าโพรงปากหยักและช่างน่าประทับใจที่มันอ้ารับอย่างรู้งาน
คนคุมเกมส์กลับมาสนใจเนื้อท่อนแกร่งขนาดถูกใจ อีกมือกำรอบลูบไล้ขึ้นลง หัวปลายตึงฉ่ำวาวจากน้ำใส อีกมือที่สอดเข้าในปากคู่นอนเมื่อครู่วกกลับส่วนด้านหลังของตน คลึงวนเนื้อให้พอนิ่มและเริ่มสอดแทรกนิ้วเข้าไปปรับขยาย
เรียวลิ้นตวัดลาดเลียเนื้ออวบตึงในมือก่อนจะเริ่มโอบรัดด้วยปากทีละนิด แต่ขนาดหมอนี่ เขาปวดกรามไปสองวันหลังผ่านเซ็กส์คืนนั้น
กลางกายกำลังสู้คับกางเกงซับใน ดูดดึงเนื้อในปากจนตอบพร้อมช้อนตาสบประสานดวงตาที่ลุกวาวด้วยเพลิงระอุ
แบบนี้ล่ะที่เขาอยากเห็น
ขณะที่กดปากให้ลึกอีกรอบใบหน้ากลับถูกแตะแ่เบาและคน้าจ้องมาคล้ายบอกให้หยุด ภาพหยุดนิ่งแค่ตอนนั้นก่อนที่ตัวของภูริชจะโดนโอบไปขึ้นนั่งคร่อมตักตามด้วยจูบแนบชิด ยามปากทั้งสองผละห่าง เป็ภูริชที่ต้องอ้าปากรับเรียวนิ้วของชายหนุ่ม
วินาทีนั้นจึงรู้ตัวชะตาชีวิตตัวเอง
“คุณ อือ...”
เสียงทุ้มพลันเปลี่ยนครางชิดแนบข้างบ่าแกร่งยามฝ่ามืออุ่นกว้างที่เคยลูบไล้ตนแตะไต่ไปที่เนื้อสะโพกใต้กางเกง
เผลอไผลเกร็งสัดส่วนกับนิ้วเรียวแกร่งที่สอดแทรกด้านหลังซ้ำจุดที่ััตัวเองไปเมื่อครู่ ขยับเข้าออกทีละนิด อีกมือของหมอนี่กอบกุมกลางตัวเขาที่ใต้กางเกง แรงจู่โจมรอบทิศกำลังพังทลายความอดทนที่มีอยู่
แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ปล่อยให้ปากตัวเองว่างเว้น ตวัดกลืนกินเนื้ออกและจุกกลางสลับไปมา
เพราะความรู้งานเขาเลยชื่นชอบเซ็กส์กับหมอนี่
“อ่า!”
อึดอัดไปหมดยามนิ้วสองนิ้วถูกเติมเต็มเข้ามาด้านใน รูดเข้าออกถนัดขึ้น คงพร้อมแล้วเช่นกัน
ภูริชถูกพลิกตัวกดลงบนที่นอนนุ่มในวินาทีถัดมา ส่วนร่างแกร่งเปล่าเปลือยวกกลับไปที่กางเกงที่กองบนพื้น คว้ากล่องถุงยางอนามัยสีเงินยี่ห้อหนึ่งขึ้นมา
เขาไม่ได้พูดใดๆ เกี่ยวกับเื่นี้ แต่ผู้ชายตรงหน้าเตรียมพร้อมมาพอควร
“อืม”
สันคอแกร่งด้านหลังถูกตรึงให้ยึดแหงนขึ้น ริมฝีปากถูกประกบปิดรอบที่เท่าไหร่ไม่อาจนับได้
กางเกงซับในตัวท้ายสุดปลิวหายไปกองกับพื้น ท่อนขาแกร่งแข็งแรงจากกล้ามเนื้อมวลพอดีถูกจับแยกห่าง ตามด้วยตัวตนแข็งขึงดันกินเนื้อที่เข้ามา
ภูริชกัดกรามระบายความเสียวซ่าน หลุบมองศีรษะผมสลวยยาวตัดทรงพอดีซุกไซร้กลางหน้าอกตัวเอง ขณะที่ส่วนล่างจงใจขยับเชื่องช้าและเข้ามาเพียงปลายหัว
แต่เขารอไม่ไหว
ใช้มือกระตุกศีรษะทุยให้เงยขึ้นและพบเจอกับสายตาที่สื่อความไม่ต่างกัน หมอนี่ควรจะ ‘เอา’ เขาจริงๆ มากกว่าถะนุถะนอมดั่งคนพึ่งเริ่มหัดมีเ
“เข้ามาเร็วๆ คุณ”
“เดี๋ยวเจ็บ”
“ผมไม่เจ็บหรอก เร็ว”
สิ้นคำตัวก็กระตุกกับความจุกที่สวนเข้ามารวดเดียวอย่างที่ขอ ร้าวรานจรดกลางท้องพลอยให้เกร็งยันปลายเท้า
ใต้ความเ็ปจุกทั่ว มันมีความเสียวซ่านปนอยู่จางๆ
เหนือร่างมองหน้าที่บิดเบี้ยวนิ่ง ขยับดังข้อพับเข่าขายาวๆ ให้กางออกและหลุบมองจุดประสานนิ่ง จงใจแช่ไว้จนคนโดนเติมเต็มเริ่มกลับมาเป็ปกติ
สะโพกแน่นจึงสวนเข้าออกเนิบนาบเป็จังหวะ
“อือ”
มือหนากางขึ้นเหนือหัวขยี้ผ้าห่มผืนหนาที่กางทับที่นอน ช้อนตาที่ปรือฉ่ำวาวมองเหนือร่าง มันเสียวอย่างที่เคยทำกันและมีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ
รั้งคอแกร่งให้ต่ำลงประชิดขณะเสียงเนื้อกระทบยังดำเนินต่อเนื่อง กดจูบริมฝีปากและตั้งใจขบกัดเนื้อนอกแรงๆ
ผู้ชายตรงหน้าอ่อนโยนกับเขาเกินไป
“แรงได้แค่นี้หรือคุณ?”
วาจาท้าทายเล่นเอาอีกคนยิ้มหยัน สำรวจสีหน้าที่กำลังบอกว่าอยากโดนแรงอีกขนาดไหน
“ของมันขาดนานเหรอ”
ภูริชหยักไหล่ยิ้มกว้างขณะหอบหายใจกับจังหวะที่ยังเร็วไม่ได้ใจแต่ก็เริ่มจุกหนักหน่วง
“ประมาณนั้น ผมเลยชวนคุณ”
“..........”
“หรือผมคิดผิด”
ร่างกายที่ประสานเข้าออกนิ่งงันไปชั่วขณะ
วินาทีถัดมาภูริชถูกพลิกให้นอนคว่ำตามด้วยท้องแกร่งถูกรั้งตั้งชันเหนือพื้น ตัวตนแข็งขึงสอดกลับเข้ามาทีเดียวเต็มๆ กรามแกร่งขบกัดเข้าหากันระบายความรุนแรงที่เริ่มเพิ่มระดับ
อีกมือวกกลับไปช่วยกลางตัวที่แข็งเต็มที่ โอบรัดขยับขึ้นลงไปพร้อมๆ กับด้านหลังที่โดนชำแรกรุนแรงดั่งที่ท้าไป
เซ็กส์ตามที่ปากท้ายทายดำเนินร่วมหลายชั่วโมง พอต่างสุขสมทั้งคู่ ภูริชเริ่มกลับมานั่งคิดผลกระทบต่อร่างกายที่ตามมา
ร้าวไปยันหน้าขา!
ถอนหายใจแ่เบาระหว่างสวมเสื้อคลุมอาบน้ำหลังอาบน้ำชำระเนื้อตัว เปิดประตูออกก็พบว่าคนแรงเยอะไม่ตกสวมชุดใส่ปกติเรียบร้อยนั่งรอเก้าอี้อีกมุม
….แต่ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว ตัวเขาคงนอนที่นี่ไปเลย
“มันดึกแล้ว คุณนอนนี่ได้นะ”
เชิญชวนตามปกติเพราะอย่างน้อยก็ถือว่าใช้ห้องให้คุ้ม ใบหน้าคมสันที่เงยมองมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรส่ายหน้าเล็กน้อย
คงแล้วแต่เ้าตัว
“ผมคงจะกลับเลย ค่าห้องเท่าไหร่ ผมขอจ่ายให้”
ภูริชหย่อนสะโพกลงเตียงเท้าแขนไปด้านหลังมองอีกคนระหว่างครุ่นคิด
หากพูดตามตรง หน้าหล่อๆ นี้มองได้อย่างเพลิดเพลินไม่รู้เบื่อ คงจะดี….ถ้าได้มีเซ็กส์กับคนหล่อๆ แบบนี้ทุกวัน
ยกมือส่ายปฏิเสธ ขณะที่คู่นอนชั่วคราวลุกขึ้นคล้ายเตรียมกลับ
“ไม่ต้องครับ ผมเลือกมาที่นี่เอง”
“.........”
“แต่ถ้าคุณอยากช่วย ไว้เรามาเจอกันอีกเป็ไง?”
“……..”
“ผมอยากเจอคุณอีก”
ลอบชวนอย่างแเีและสบประสานตารอคอย
จากลักษณะรูปร่างและหน้าตาผู้ชายตรงหน้า เผลอๆ คงอายุเท่าเขาหรือไม่ก็ไล่เลี่ยห่างกันไม่กี่ปี กิริยาและเจตนาก็ไม่ได้มีอะไรแอบแฝง น่าคบหาสมาคม
ที่สำคัญทั้งเขาและหมอนี่โสดสนิท
“.....ผมคงยังไม่พร้อมมีใคร”
“.........”
บรรยากาศชวนตึงเครียดขึ้นมาทันที ภูริชแอบไปไม่เป็ชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตีความไปอีกทาง
ทว่าเื่ที่พอรับรู้มาจากคืนนั้นจึงพอเข้าใจได้
“งั้นแสดงว่าเราก็ใจตรงกันครับ”
ความมัวหมองเล็กๆ ไม่อาจรอดพ้นสายตาที่เห็นโลกมาตลอดหลายยี่สิบปี แม้จะไม่ได้พูดหรืออธิบายเขากลับรับรู้ถึงสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้ากำลังเผชิญ
แม้ในนิสัยประจำตัวที่พูดห้วนเหมือนไม่สนใจใคร แต่เขาไม่ใช่พวกย้ำเติมหรือสร้างความเ็ปให้คนอื่น
“เอาตรงๆ เซ็กส์กับคุณสนุกดี”
“.........”
“ผมชอบ”
“.........”
“ถ้าคุณเบื่อๆ หรือว่า…”
“.........”
“ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ ก็ทักมาหาผมได้”
ปฏิกิริยาที่สะท้อนกลับมาคล้ายลังเล นั่นยิ่งทำให้ภูริชมั่นใจว่าคำพูดตัวเองได้ผล ส่วนเื่แฟนหรือความสัมพันธ์จริงจังทำนองนั้น เขาเองก็ไม่ต่างจากอีกฝ่าย
…….คือยังไม่อยากที่จะมีใคร
“ผมแค่ชวนนะ เอาล่ะ ขอบคุณครับวันนี้ที่ช่วยให้ผมสบายตัวขึ้นเยอะ”
พูดจบก็บิดี้เีผ่านการบิดแขนไปมา นอกจากจะสบายตัว เขาหลับลึกแน่คืนนี้
".........."
และแล้วปลายเท้าแกร่งของบุรุษหน้าหล่อของภูริชก็ก้าวเข้ามาใกล้ ทิ้งระยะห่างสองเก้าพร้อมมือยื่นออกมารอ
“ผมกานต์”
ยิ้มรับอย่างชอบใจแล้วเอื้อมมือไปจับกุมกระชับกลับ
จงใจใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงถูเนื้ออีกฝ่ายกลับอย่างเป็นัย ปลุกปั่นให้คนหน้านิ่งครุ่นคิดหาความหมายของการกระทำจากตัวเขา
“ผมภีมครับ”
ว่าแล้วอีกคนก็เตรียมปล่อยมือห่างแต่ภูริชกำไว้แน่นแทน จดจ้องดวงตาคู่คมนิ่ง เชิญชวนตามเสต็ป
“ผมจะรอนะ คุณกานต์”
“............”
ไม่นานบุรุษชื่อเสียงเรียงนามที่พึ่งได้รู้จักกันจริงๆ ก็ออกจากห้องไปในที่สุด แต่อีกคนที่ยังถือกรรมสิทธิ์พักผ่อนต่อละชื่อออกจากหัวไม่ได้
อืม ชื่อก็เข้ากับหน้านั้นไม่ผิดเพี้ยน ราวกับถูกคิดขึ้นมาเพื่อหมอนี่โดยเฉพาะ
ภูริชเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนเล็กน้อยซุกตัวลงผ้าห่มนวมขาวนิ่ม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เด้งกลับมาในโทรศัพท์เขา
ร่างแกร่งเปลือยเปล่ากระเด้งตัวยกโทรศัพท์ติดต่อหาพนักงานด้านล่างก็ขยี้หัวแ่เบา....
“จริงๆ เลย”
เงินรวมครึ่งหมื่นที่เด้งเตือนกลับเข้าบัตรเครดิต คือจำนวนที่เขารูดจ่ายค่าห้องโรงแรมห้องนี้ ส่วนคนที่ดำเนินเื่พร้อมยัดเงินสดจ่ายแทน….คือคนที่พึ่งออกจากห้องไปหยกๆ
ร่างหนาใต้ชุดเสื้อยืดขาวสะอาดจดจ้องโค้ดโปรแกรมผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ยี่ห้อดังเครื่องใหญ่กลางห้องทำงานในคอนโดชุดของตน สมาธิที่จดจ่อมาร่วมหลายชั่วโมงเป็ผลให้เหนื่อยล้าทั้งสมองและเนื้อตัว
‘ธีทัต’ ถอดแว่นกรองแสงสำหรับทำงานโดยเฉพาะออกจากตา ละมือคลึงขมับตัวเองแ่เบา จนกระทั่งโทรศัพท์ข้างตัวเด้งแชทของบุคคลนึง
ที่เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตที่ยังไม่สมบูรณ์ดีของตนแบบงงๆ
RICH: ผมกำลังเทสเมนูใหม่ที่ร้าน มาลองชิมสักวันไหม?
นั่นไม่ต่างกับประโยคบังคับ ส่ายหน้าแ่เบาพลางกดเข้าไปในรูปโปรไฟล์ของคนที่ทักมา
เป็ภาพเ้าตัวในชุดลำลองด้านหลัง นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก ณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่ง
ความเครียดตึงใต้หัวตลอดหลายชั่วโมงจากงานที่รับมาลดลงทันที การกลับมาเจอกันอีกครั้งหรือไม่มีทาางเลยก็ตาม ทุกวาจาที่อีกฝ่ายเคยกล่าวกลับเด่นชัดเสมอมา
‘คนมันขี้เบื่อคุณ เผลอๆคงแค่อ้างอย่างอื่นเพราะจริงๆตัวเองอยากมีคนใหม่’
‘.........’
‘ลองเปิดใจบ้างก็ไม่เสียหายนะคุณ อย่าปล่อยให้ตัวเองโดนคนเดียว’
Karn: คุณสะดวกทำให้วันไหน?
“สะ สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”
เสียงหวานสุภาพเรียบร้อยของพนักงานสาวตัวเล็กน่ารักคนหนึ่งดังขึ้นถามเ้าของร่างสูงใหญ่ใต้ชุดลำลองแต่ดูดีเพลินตา
ใบหน้าคมสันปล่อยผมนิลเรียบตรงคลอเคลียเหนือหน้าผากมีเสน่ห์แม้ไม่แสดงสีหน้ามาก นั่นจึงเป็ผลให้พนักงานสาวหลีกหนีตาให้วุ่น
ทว่าธีทัตกลับชินเสียแล้วกับปฏิกิริยาเช่นนี้
“ขอกาแฟดำร้อนไม่หวานครับ แล้วก็ชีสบอลครับ”
ออเดอร์ดูผิวเผินไม่เข้ากัน กระนั้นพนักงานก็รับออเดอร์และจัดการนำของมาเสิร์ฟรวดเร็ว
ธีทัตยกกาแฟดำที่ถูกนำมาเสิร์ฟรวดเร็วระหว่างเหลือบมองบริเวณคาเฟ่กว้างขวางโทนสีนวลละมุนตา การตกแต่งมินิมอลน่ารัก ในร้านจึงมีสาวๆ ส่วนใหญ่ประปรายมานั่งถ่ายรูป เขานั่งอยู่มุมกระจกริมสุดจึงได้เห็นพื้นที่ทั่วถึง
ทว่าเสียดังสนั่นของบางอย่างตกลงกระทบพื้นมาพร้อมกับเสียงหวีดหยุดความคิดไปชั่วครู่
“เสิร์ฟยังไงเนี่ย??? แล้วชุดฉันเปื้อนมันใช่เื่ไหม!!??”
พนักงานเสิร์ฟคนเดียวกับที่มารับออเดอร์และเสิร์ฟอาหารให้เขาขอโทษขอโพยยกใหญ่ แต่ลูกค้าที่น้ำหกใส่กระโปรงสีขาวยาวยังโวยวายไม่หยุด
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น และที่บ่นลั่นร้านคือความโมโหล้วน ยึดสิทธิ์ลูกค้าเต็มที่ แต่แล้วร่างสูงใหญ่คุ้นตาก็โผล่ออกมาจากประตูอีกฝั่งคล้ายห้องครัว ธีทัตลดแก้วน้ำลงมองสีหน้าตื่นๆ ที่ไม่เห็นบ่อยนัก
ภูริชผู้ใหญ่สุดในร้านพยายามออกตัวให้ ขณะที่พนักงานคนอื่นเข้ามาเก็บกวาดส่วนที่เปรอะเปื้อน แต่ลูกค้าคนนั้นโวยวายไม่หยุด เป็ภาพที่เห็นก็หงุดหงิดตา
จนกระทั่งเสียงทุ้มดังลั่น
“นี่คุณ! ลูกน้องผมเขาไม่ได้ตั้งใจ ต้องให้เขาถ่อไปซื้อกระโปรงตัวใหม่มาให้หรือไงถึงจะหายบ่น ค่าอาหารผมไม่เอา น้ำผมให้กินฟรี หรือจะสั่งอะไรก็ได้ เพราะผมอยากชดเชยที่ทำเสื้อคุณเปื้อน คุณก็ไม่เอา”
“นี่!”
“มันสั่งมาจากไหนห้ะ เดี๋ยวผมไปซื้อให้จบๆเลย ช้อปปี้ ลาซาด้า หรือตลาด? ว่ามาเลย”
ทั่วร้านจดจ้องไปที่เ้าของร่างสูงใหญ่หล่อเหลาแต่ฟาดฟันเฉือนคมด้วยคำพูดที่เล่นเอาลูกค้าพูดวีนไม่สนใจคำขอโทษหน้าแดงก่ำ การเถียงจบเช่นนั้นไม่กี่นาทีลูกค้าผู้ขี้วีนก็หนีออกจากร้านดุ่มๆ
“ขะ ขอโทษนะคะคุณภีม”
พนักงานที่ยืนน้ำตาซึมเดินมาเผชิญหน้าเขาพร้อมไหว้ขอโทษอย่างรู้สึกผิด รีบส่ายหน้าและคลึงขมับไปมา
เขาเป็ห่วงพนักงานตัวเองมากกว่าไอ้พวกลูกค้ายึดสิทธิ์ดั่งว่าตัวเองเลิกเลอประเสิรฐศรีพวกนั้น คนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่นก็ควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น
“ไม่ต้องขอโทษ ยัยนั่นก็บ้าเกิน แต่ดีละมันจะได้ไม่ต้องกลับมาอีก”
ไม่ต้องมองรอบร้านก็รู้ว่าทุกคนต่างมองมาแน่นอน แต่นั่นไม่ได้ส่งผลใดๆ ภูริชช่วยพนักงานเสิร์ฟจัดเก็บทำความสะอาดโต๊ะจนกระทั่งเด็กสาวเอ่ยบอกเื่หนึ่ง
“มีคนถามหาคุณภีมด้วยนะคะ ตรงโต๊ะสิบเอ็ดค่ะ”
เหลียวตามองตามทันที
และได้รับการโยกหัวทักทายแ่เบากลับ มาตรงเวลาจริงสิหน่าคนนี้
หลังเก็บของเรียบร้อยก็วกกลับมาหาผู้มาเยี่ยมเยียน ทว่าอาหารบนโต๊ะทำเอานึกสงสัย ชีสบอลกับกาแฟร้อน?
“มาถึงนานหรือยังคุณ”
“สักพักครับ”
กาแฟในแก้วยังร้อนระอุควันขึ้นพอๆ กับของทานเล่น จึงคาดว่าไม่นานมาก และคงทันเห็นที่เขาโวยวายใส่ลูกค้าแน่
“ยังไม่ได้กินอะไรมาใช่ไหม?”
พอได้รับการส่ายหน้ากลับมาจึงเข้าไปเตรียมเมนูที่ตั้งใจเตรียมให้อีกฝ่ายเทสทันที ในระยะเวลาสิบนาทีที่ธีทัตนั่งสรอ สามเมนูก็ถูกจัดมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว เป็เค้กหนึ่ง เมนูคาวสอง
หน้าตาน่าทานดั่งเสิร์ฟในร้านอาหารขึ้นชื่อ
“กาแฟกับชีสบอลเข้ากันหรือคุณ”
ธีทัตช้อนตามองขณะที่จานเล็กและแแก้วกาแฟถูกพนักงานจัดเก็บไป คลี่ยิ้มบางเบาและสบประสานตานิ่ง
“คุณเคยบอกให้ผมเปิดใจลองอะไรใหม่ๆ”
“.........”
“ผมเลยลองดู”
ประโยคสุภาพแต่แฝงไปด้วยความประชดประชันเริ่มสร้างความั่นใจว่าเขาคงต่อกรกับผู้ชายตรงหน้ายากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนั้นเกี่ยวกับคนมากกว่าจะเป็อาหารทั่วไปตรงหน้า
“ถือว่าดีครับ”
แขกรับเชิญทดลองชิมเมนูอาหารทันที ทั้งข้าวคลุกกระเพราท๊อปเนื้อย่าง เปาะเปี๊ยบลาบหมู และเค้กคาราเมลแมคคาเดเมีย ทุกตัวจัดจ้านดึงรสชาติและวัตถุดิบออกมาได้อย่างพอดี ลงตัวจนหาข้อติไม่ได้
เหมือนกับข้าวที่ที่บ้านทำกิน ธีทัตเผลอไผลชิมเกือบหมดยังรั้งตัวเองกลับมาทัน ั้แ่เช้ามากาแฟแก้วเมื่อครู่คืออย่างแรก
“คุณทำเองหมดเลยเหรอ”
ภูริชไม่ได้เข้าครัวเสมอ แต่เขาก็เข้าไปช่วยงานลูกน้องบ้างเวลาที่ออเดอร์เยอะล้นมือ และโดยรวมก็ตัวเขาเองที่ออกแบบสูตรอาหารทั้งหมด
รวมถึงสามเมนูตรงหน้า
“ใช่ครับ ถูกปากไหม”
พยักหน้ารับทันที และจากสายตาของคนตรงหน้ายังคงค้างที่อาหารมากกว่าหน้าเขา
คงขายออกแล้วแน่ๆ
“อร่อยมากครับ กินง่ายด้วย หลายๆ คนน่าจะชอบ”
เชฟที่ลงทุนทำยิ้มแก้มปริ ก่อนจะอนุญาตให้คนตรงหน้าทานจนหมดแล้วเลี่ยงตัวเข้าครัวเล็กน้อย
พอกลับมาอีกรอบอาหารสามจานก็หมดเกลี้ยง ปริมาณที่ทำไม่ได้มากนั้น จึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายทานอิ่มหรือไม่ ขนาดตัวหมอนี่ใกล้เคียงกับเขา ก็คงกินเยอะพอกัน
“เอาอะไรเพิ่มไหมคุณ สั่งได้นะ”
“ไม่เป็ไรครับ”
หลังจานอาหารถูกเคลียร์จบภูริชก็ตัดสินใจพูดบางอย่าง มีกิจกรรมหนึ่งที่เขาชอบทำเป็พิเศษและแพลนจะไปในอาทิตย์หน้า
และการพาใครสักคนไปเป็เพื่อนคงดีไม่น้อย
“อาทิตย์หน้าคุณว่างไหม”
แม้ไม่รู้จุดประสงค์แต่ธีทัตก็ไม่ได้ปิดกลั้น ความสัมพันธ์ที่เป็กันอยู่ผิวเผินทั่วไป
จะเรียกว่า 'แปลก' ก็ว่าได้ ขณะเดียวกันเขาสบายใจที่ได้อยู่กับภูริช อาจจะเพราะอีกฝ่ายไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก ทั้งในทางกลับกัน
“ว่างครับ ทำไมครับ”
“ผมจะชวนไปเที่ยวเชียงราย”
หากรู้จักกันมาสักพักแล้วธีรัตคิดว่าตัวเองคงจะไม่รู้สึกแบบนี้ มองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นก็ไม่พบกับความหมายใดๆ ซ่อนอยู่
ทั้งเจตนาและความรู้สึกแวบแรกที่ได้เจอหน้า หรือนั่งพูดคุยหลายนาที
คงไม่ได้แย่นักถ้าได้มีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดสักทีในรอบหลายเดือน
“มีแค่ผมกับคุณ”
“ไปได้ครับ”
คราแรกธีทัตคิดว่าอีกฝ่ายคงนั่งเครื่องไปทำนองนั้น แต่ไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าอยากจะ…
“คุณแน่ใจแล้วเหรอจะขับไป”
แม้จะแพลนเตรียมพร้อมทั้งตัวและข้าวของจนกระทั่งเจอหน้ากัน ธีทัตก็ยังไตร่ถามคนที่พึ่งรู้จักร่วมสองสามสัปดาห์ที่ถ่อขับรถตัวเองมารับถึงหน้าคอนโด
วันนี้ภูริชสวมฮูดดี้ตัวหนาสำหรับขับรถระยะทางไกล สิบกว่าชั่วโมงคงถึง
“อย่าบอกนะตอนนี้ก็ยังคิดว่าผมพูดเล่น”
น้ำเสียงคล้ายปนขำขันเปิดประตูหลังให้เพื่อนร่วมทริปวางสัมภาระ
“สลับให้ผมขับได้นะถ้าเมื่อย”
เสนอตัวอย่างเป็ห่วงทันทีที่เข้ามาอยู่ในรถ ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรขับเองคนเดียวถือว่าสามารถทำได้จริง แต่คนที่ต้องนั่งโฟกัสบนถนนและบังคับมือเท้าตลอดเวลาก็ต้องมีเมื่อยขบบ้าง
“สบาย”
ไม่วายเลื่อนเปิดหน้าจอดิจิตัลเป็เพลงสากลเรียบหูฟังง่าย จนธีทัตโชว์บางอย่างให้เขาดู
“ผมมีใบขับขี่”
สีหน้าจริงจังประกอบบัตรในมือเรียกรอยยิ้มและเสียงขำระลอกใหญ่ สงสัยคงกลัวเขาพาขับลงเหวกระมัง
“ฮ่าๆ โอเค เมื่อยแล้วเดี๋ยวผมบอก”
ความเกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกันที่เขาเห็นจากอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งค่าห้องครึ่งหมื่นในโรงแรมที่จ่ายแทนให้จึงเลยตัดสินใจชวนมาเที่ยวด้วยกัน
ภูริชชอบอยู่กับคนที่สามารถเข้าอกเข้าใจได้ เขาค่อนข้างเลือกคบคนพอควรพอเป็เื่คนรู้จักหรือเพื่อนสักคน
หากมีนิสัยนึงที่ดูทรงจะทำให้ตัวเขาหนักใจ ก็พร้อมจะเลี่ยงสนิทเสมอเพราะท้ายที่สุดหากฝืนและต้องทำความรู้จักกัน ต่างคนต่างจะลำบากใจทั้งคู่
แต่ไม่มีใครสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นหรอกใช่หรือไม่ ฉะนั้นก็เลือกคนที่เข้ามาในชีวิตอย่างระมัดระวังก็พอ ส่วนกับผู้ชายบนเบาะข้างตรงนี้นั้น…เขาคิดว่าคงดีถ้าได้เป็เพื่อนกัน
“คุณชอบขับรถไปเที่ยวเหรอ?”
นั่นคือคำถามแรกจริงๆ ที่โดนถูกถาม มือหนาหมุนพวงมาลัยขึ้นมอเตอร์เวย์อย่างคล่องแคล่วและตอบตามความจริงในใจ
“ไม่เชิง ผมชอบดูวิวเวลาขับรถมากกว่า เวลาขับขึ้นเขาอะไรพวกนั้น”
“.......”
“มันสวยดี”
เหลือบมองเล็กน้อยก็เห็นว่าคู่สนทนากำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาเล่าขาน คงไม่ใช่เื่แย่ที่จะพูดคุย เพราะไหนๆก็อยู่เที่ยวด้วยกันหนึ่งอาทิตย์เต็ม
“แล้วคุณล่ะ ปกติชอบขับรถไปเที่ยวที่ไหน”
“ถ้าเที่ยวส่วนใหญ่ผมขับไปทะเลครับ ที่ชลฯบ้างที่ใต้บ้าง”
งั้นความสามารถขับรถนี่ก็ไม่ได้ธรรมดามากนัก ผู้ชายด้วยกันเองและดูทรงก็อายุไล่เลี่ยกันต้องมีสกิลด้านนี้อยู่แล้ว
ลึกๆ ภูริชอยากสอบถามถึงอายุของคนตรงหน้า แต่บทสนาที่เหมือนกับเพื่อนกันในตอนนี้ถือว่าลงตัวมากพอแล้ว ถ้าเปลี่ยนมาเรียกกันว่าพี่หากใครอายุมากกว่า คงไม่ได้ให้ฟีลอย่างที่เป็กันอยู่…ดังนั้นไม่ถามดีกว่า
ผ่านมาแล้วร่วมสองชั่วโมง ภูริชแวะรถเข้าปั๊มน้ำมันเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำพักเมื่อยครู่นึง รวมถึงอีกคนที่นั่งเมื่อยมาด้วยกัน
“คุณต้องเติมเท่าไหร่ถึงจะพอ”
คำถามนั้นดังขึ้นขณะรอคิว
“น่าจะสักสองพัน”
คว้างกระเป๋าตังค์หยิบเงินมา แต่พอล้อจอดหน้าเครื่องเติม กระจกฝั่งข้างคนขับรถพูดเขาก็ถูกอีกคนพูดดังขัด
“เบนซิลสองพันครับ”
ตามด้วยเงินตัวเองให้พนักงานเรียบร้อย
ภูริชเบิกตาแตะแขนแกร่งด้วยสีหน้าตื่นๆ นั่นไม่ใช่เงินน้อยๆ
“คุณ เอ่านี่”
ยื่นหวังเงินคืนแต่อีกฝ่ายดันมือเขากลับ
“ผมช่วยออก”
ครั้นจะค้านต่อ ลึกๆ เขารู้ดีว่าไม่มีทางสามารถยัดเงินคืนได้แน่ๆ เขาไม่รู้ว่าธีทัตมีเงินมากน้อยแค่ไหน แต่ทริปนี้เขาเป็ชวน หลายๆอย่างก็ควรจะเป็เขา
ที่สำคัญเขาหาเื่ขับรถมาเองด้วยซ้ำ
“ขอบคุณครับ แต่ไม่ต้องแล้วนะรอบหลัง”
ปฏิกิริยานิ่งเงียบไม่โต้ไม่ตอบพลอยให้เห็นภาพในอนาคตว่าผู้ชายดื้อด้านคนนี้จะไม่ฟังเขา
ทีหลังต้องระมัดระวังแล้วกระมัง ไม่เช่นนั้นเขาพาคนมาผลาญตังค์เยอะพอควร
สองหนุ่มพูดคุยกันเป็ระยะจนมาถึงครึ่งทาง อีกประมาณห้าสิบกิโลเมตรจะเป็ทางขึ้นเขา ภูริชเข้าห้องน้ำไปเตรียมตัวเพราะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งกว่าจะผ่านพ้นไปได้
แต่พอกลับมาอีกคนนั่งประจำเบาะเขาแทน
“คุณ...ไม่ต้อง เดี๋ยวมันจะขึ้นเขาแล้ว”
“เดี๋ยวผมขับให้”
ซ้ำยังรัดเข็มขัดเรียบร้อยพร้อมออกตัวเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเขาห่วงรถหรืออะไร แต่ตัวเขาเองเคยผ่านเส้นทางนี้มาก่อนและจะปลอดภัยกว่าถ้าเขาขับ อะไรก็เกิดขึ้นได้
ยังไม่ทันค้านคนที่อุทิศตัวก็ย้ำพูดหวังปลอบอีกคน
“ผมเคยขับรถไปขอนแก่น”
“ผมรู้คุณขับ-”
“คุณชอบดูเขาไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงที่เตรียมออกมาจากลำคอหยุดชะงักลงไปทันที สบประสานตาทว่าใจเต้นระรัวเป็กลองรบกับความใส่ใจเล็กๆ น้อย
เลือกมาเที่ยวด้วยถูกคนแล้วสิหน่า
รถคันหรูสีขาวสี่ประตูขนาดทั่วไปวิ่งขึ้นสู่ถนนขดเลี้ยวโค้งกลางป่าดงพรงไพร่บ่ายสามโมงเย็น เวลาที่เลือกออกมาจากกรุงเทพฯเเต่เช้าตรู่ถือเหมาะสม เพราะอย่างน้อยยังมีแสงที่สามารถผ่านทางอันตรายบนเขาสูงชันนี้ได้
ภูริชเวียนถ่ายรูปรอบตัวไปพลางๆอย่างเพลิดเพลิน มองอีกคนที่การขับรถนิ่มนวลไม่กระตุกก็เริ่มสบายใจขึ้นมา
“.....!!”
แสร้งแตะมือตรงหน้าตัก บีบแ่เบา่โค้งวน
“ดูชำนาญทางนะคุณ”