สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 139 ข้าจะให้รางวัลแก่เขา

            ในหนึ่งวันนี้ ขุนนางแคว้นเยี่ยนตายไปกี่คนประชาชนไม่มีทางรู้ได้

     

            วันถัดมาก็มีแต่ขบวนศพเต็มไปหมด

     

           เมื่ออันเจิงตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้อยู่ในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แต่ทว่าอยู่ในคุกของหน่วยทหาร รอบด้านเป็นกำแพงหินในห้องมีเตียงใหญ่และเก้าอี้สองตัว เขาลองลืมตาขึ้น แต่ราวกับเปลือกตาถูกกดทับด้วยเทือกเขาใหญ่มหึมา

     

            “ตื่นแล้ว!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างกายอันเจิงนั่นก็คือกู่เชียนเยว่ จากนั้นอันเจิงก็รู้สึกว่ามือทั้งสองข้างถูกคนกุมอยู่ข้างหนึ่งคือกู่เชียนเยว่ อีกข้างก็คือชวีหลิวซี

     

            แอ๊ด...เสียงประตูดังขึ้นแม่ทัพอินทรีเหล็กหวังไคไท่เปิดประตูแล้วเดินเข้ามา “ตื่นแล้วรึ?”

     

            ชวีหลิวซีพยักหน้าเล็กน้อย “เพิ่งลืมตาขึ้นเกรงว่ายังพูดไม่ได้ เขาได้รับบาดเจ็บหนัก ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะหนึ่ง”

     

            หวังไคไท่ที่ยืนข้างอันเจิงพูดขึ้น“เจ้าไม่ต้องพูด แค่ฟังข้าพูดก็พอ ตอนนี้เจ้าอยู่ในคุกของหน่วยทหาร ที่ต้องทำแบบนี้ประการแรก เพราะมีคนสงสัยว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับชาวโยว แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ไร้สาระไม่มีคนเชื่อหรอก ประการที่สอง หน่วยทหารจะได้ใช้ข้ออ้างนี้คุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าตอนนี้รอบ ๆ หน่วยทหารมีแต่คนของเรา ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ประการที่สาม ราชาทรงปลอดภัยดีและพระองค์ก็ทรงเชื่อเจ้าประการที่สี่ ไม่มีข่าวอะไรจากทางด้านไทเฮาเลย แต่ถึงกระนั้น ข้าได้ยินมาว่าไทเฮาไม่ทรงเชื่อว่าเจ้าจะสมรู้ร่วมคิดกับชาวโยวเช่นกัน”

     

            หวังไคไท่พูดจบในครั้งเดียว“ตอนนี้ข้ายังต้องไปตำหนักวิหารสวรรค์อีก เจ้าวางใจเถอะ ด้านนอกห้องนี้มีเชียนจีและทหารม้าฝีมือดีจากหน่วยทหารเฝ้าอยู่หากไม่มีคำสั่งจากท่านเสนาบดี ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้เจ้าไม่ได้”

     

            หลังจากพูดจบ หวังไคไท่ก้มตัวลงตบบ่าอันเจิงเบาๆ “หากไม่ใช่เพราะเจ้าเตือนเราให้เตรียมตัวล่วงหน้า ยอดฝีมือที่มีพลังในขอบเขตจุลภาคทั้งสามท่านคงมาไม่ทันเหตุการณ์นี้หากเป็นอย่างนั้นละก็ เกรงว่าไทเฮาและราชาต้องเกิดเรื่องที่คาดไม่ถึงขึ้นแน่ ๆฉะนั้นไม่ว่าคนนอกจะว่าอย่างไร เจ้ามีเพียงคุณงามความดีต่อแคว้นเยี่ยนไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น เจ้ารักษาตัวที่นี่ไปก่อน รอหน่วยทหารจัดการเรื่องในเมืองฟางกู้ให้สงบลงแล้วจะไปเล่นงานไอ้ชั่วที่มากล่าวหาเจ้าต่อให้เจ้าจะทนเรื่องนี้ได้ แต่แน่นอนว่าหน่วยทหารยอมไม่ได้เด็ดขาด”

     

            หลังจากพูดจบหวังไคไท่ก็หันไปพูดกับกู่เชียนเยว่และชวีหลิวซี“พวกเจ้าทั้งสองดูแลเขาอย่างวางใจเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์หน่วยทหารคัดทหารฝีมือดีห้าร้อยคนไปคุ้มกันสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แล้วไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แน่นอน”

     

            เขาหันไปมองอันเจิงอีกแวบหนึ่ง จากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินจากไป

     

            กู่เชียนเยว่พูดด้วยความโมโห“หากไม่มีอันเจิงก็ไม่รู้ว่าไทเฮาและราชาจะสิ้นพระชนม์ไปหรือยังตอนนี้คนในราชสำนักกลับบอกว่าอันเจิงร่วมมือกับชาวโยวอีก อกข้าจะแตกตาย!”

     

            ชวีหลิวซีพูด “อย่าโมโหเลยก่อนหน้านี้ที่ท่านเสนาบดีมา ท่านก็บอกแล้วไม่ใช่หรือไม่ว่าใครก็ห้ามใส่ร้ายอันเจิงเด็ดขาด ฉะนั้นเรื่องนี้เขาจะเอาคืนแทนอันเจิงเองอีกอย่าง เรื่องนี้ราชาก็ทรงรู้ดี หากไม่ใช่เพราะอันเจิงไปหาอันเฉิงก่อนแล้วเตือนให้อันเฉิงจัดเตรียมยอดฝีมือรอไว้วันนั้นต้องมีคนตายมากกว่านี้แน่”

     

            อันเจิงไอหลายครั้งจากนั้นก็ถามด้วยเสียงแหบพร่า “คนของเราเป็นอย่างไรบ้าง?”

     

            ชวีหลิวซีรีบตอบกลับ “ไม่เป็นไร ๆคนของเราไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น เจ้าอย่าเพิ่งพูดเลยคอเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ตอนนี้ยังมีเลือดคั่งอยู่บ้างกระดูกก็หักไปหลายสิบท่อน ข้าช่วยเจ้าต่อกระดูกหมดแล้ว เจ้าแค่รักษาตัวให้ดีก็พอ”

     

            อันเจิงพยักหน้าอย่างอ่อนแรง“คนของเราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เรื่องอื่นข้าไม่ใส่ใจ”

     

            กู่เชียนเยว่พูด “เสียแรงที่เจ้ารีบไปตำหนักวิหารสวรรค์เพื่อช่วยพวกเขาพวกสุนัขไร้จิตสำนึก ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปแท้ ๆ”

     

            มุมปากอันเจิงกระตุกขึ้น “สิ่งที่ข้าทำก็ไม่ได้หวังคำขอบคุณสักหน่อยเพียงแค่ไม่อยากให้คนตายมากเท่านั้นเอง”

     

            กู่เชียนเยว่เบ้ปาก “ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่เรื่องนี้ข้าทนไม่ได้หรอก”

     

            ชวีหลิวซีส่ายหน้าเบา ๆกู่เชียนเยว่รีบปิดปากทันที “ไม่พูดแล้ว ๆ เจ้านอนพักไปก่อนเถอะอยากกินอะไรก็บอกนะ ข้าจะไปซื้อให้”

     

            อันเจิงคิดในใจ เด็กบ้านี่ตอนนี้ข้าจะไปกินอะไรได้

     

            ชวีหลิวซีที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เจ้าไม่ต้องคิดอะไรมาก หลับตานอนพักเถอะ สภาพร่างกายเจ้าตอนนี้อย่างน้อยต้องพักไปครึ่งเดือนถึงจะลุกขึ้นได้”

     

            อันเจิงรู้สึกมึนหัว หลังหลับตาลงไม่นานเขาก็หลับไป

     

            ศาลาในตำหนักวิหารสวรรค์

     

            ราชามู่ฉางเยียนทรงบีบถ้วยชาในมือจนแตก “ยังมีใครกล้าพูดว่าอันเจิงเป็นไส้ศึกต่อหน้าข้าอีกหรือไม่ข้าอยากถามว่าพวกเจ้าเห็นอันเจิงสมรู้ร่วมคิดกับชาวโยวเมื่อไหร่กัน! ทันทีที่อันเจิงรู้สึกได้ว่าชาวโยวต้องคิดไม่ซื่อกับข้าเขาก็รีบเข้ามาเตือนทันที หากเขาไม่ทำแบบนี้ยอดฝีมือทั้งสามท่านจะมาถึงวังหลวงในเวลาที่เหมาะเจาะเช่นนี้ได้หรือหากเขาทั้งสามไม่อยู่ ผนึกไม่เปิดออก...ผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้! อันเฉิงเจ้าบอกพวกเขาไปซะว่าเมื่อวานอันเจิงทำอะไรบ้าง!”

     

            อันเฉิงที่แขนได้รับบาดเจ็บพูดด้วยเสียงที่เบาแต่มีความชัดเจน“เมื่อวานอันเจิงขี่ม้าเข้ามาในตำหนักวิหารสวรรค์ ทหารเฝ้าประตูเจอเข้า หลังจากนั้นเขาก็ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทแต่ฝ่าบาททรงอยู่ที่ตำหนักจิงเซี่ยวและไม่มีใครยอมให้อันเจิงเข้าไปในตำหนักอันเจิงรอด้านนอกครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ไปสืบมาว่าข้าอยู่ที่ไหนแล้วรีบไปหาข้าที่ห้องจัดเตรียมอาหารเขาบอกเรื่องที่ตัวเองกังวลทั้งหมดให้ข้าฟัง ข้าจึงรีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ประทับอยู่กับไทเฮาคนที่อยู่ในตำหนักตอนนั้นสามารถเป็นพยานได้ทั้งหมด”

     

            รองเจ้ากรมพิธีการติงวู่กดเสียงต่ำแล้วพูด“ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่เขาอาจเป็นคนสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมาก็ได้”

     

            หึ! ราชามู่ฉางเยียนทรงเปล่งพระสุรเสียงเย็นเยือกออกมา“ติงวู่ ที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ เจ้าไม่ได้ยินรึ?”

     

            ขณะนี้ติงวู่เพิ่งจะได้สติขึ้นมา เขารีบตอบกลับ“กระหม่อมไม่กล้า กระหม่อมผิดไปแล้ว”

     

            “ไสหัวออกไปคุกเข่าด้านนอกข้าให้เจ้าลุกขึ้นเมื่อไหร่เจ้าถึงลุกได้”

     

            ติงวู่ด่าทอในใจแต่ก็ทำได้เพียงออกไปคุกเข่าด้านนอก ขณะนี้ ด้านนอกศาลายังมีสภาพยับเยิน เป็นหลุมเป็นบ่อหลายพื้นที่ยังไม่ได้เก็บกวาดให้สะอาด ติงวู่คุกเข่าอยู่ที่นั่น กลิ่นคาวเลือดโชยเข้าไปในจมูกเขาเป็นระยะเมื่อคุกเข่าไปครู่หนึ่งเขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา เป็นเพราะความใจร้อนของเขาแท้ ๆผลงานของอันเจิงทุกคนต่างก็เห็นกับตาแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไส้ศึกแต่ทว่าเขาอยากใช้โอกาสนี้กำจัดอันเจิงเสีย ฉะนั้นจึงแสดงอารมณ์โจ่งแจ้งไปหน่อย

     

            เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที ทำไมถึงไม่รอบคอบอย่างนี้?หากต้องเสียอนาคตไปเพราะเรื่องนี้ มันไม่คุ้มค่าเลยจริง ๆแต่ทว่าตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จึงทำได้เพียงรับโทษอย่างเงียบ ๆ

     

            ภายในศาลา ราชามู่ฉางเยียนทรงกริ้วจนพระหัตถ์สั่นเทา“ดูไอ้คนพวกนี้! คงรู้สึกว่าอันเจิงมีคุณงามความดีมากเกินไป ฉะนั้นจึงอิจฉาตาร้อนข้าไม่มีทางเชื่อว่าอันเจิงจะเป็นไส้ศึก ข้าจะมอบรางวัลให้กับเขา! แล้วข้าจะดูสิว่ายังมีใครกล้าพูดให้ร้ายเขาต่อหน้าข้าอีก!”

     

            อันเฉิงพูดขึ้น “ฝ่าบาทโปรดอย่าทรงกริ้วไปเลยใต้เท้าติงไม่ใช่คนอิจฉาตาร้อนแบบนั้น อาจเป็นเพราะคิดเผื่อแคว้นเยี่ยน”

     

            “คิดเผื่อแคว้นเยี่ยนกะผีน่ะสิ!”

     

            ราชามู่ฉางเยียนทรงตบโต๊ะเสียงดัง “อันเฉิงเจ้าไปบอกหน่วยทหารว่าข้าจะแต่งตั้งอันเจิงให้มียศเป็นโหว[7]”

     

            อันเฉิงยังไม่ทันเคลื่อนไหวใด ๆ เหล่าขุนนางต่างก็วุ่นวายขึ้นมาแล้ว

     

            “ฝ่าบาท แบบนั้นไม่ควรพ่ะย่ะค่ะต่อให้อันเจิงจะมีคุณงามความดี แต่จะแต่งตั้งให้เป็นโหวไม่ได้เด็ดขาด แม่ทัพที่สร้างชื่อเสียงมากมายบนสนามรบก็ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งแบบนี้อันเจิงอายุแค่สิบห้าปี ทั้งยังเรียนอยู่ในสำนักวรยุทธ์ชางจะแต่งตั้งให้เขามียศเป็นโหวไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

     

            “ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ว่าทรงโปรดผู้มากพรสวรรค์แต่ตอนนี้อันเจิงยังเด็กเกินไป หากแต่งตั้งให้เป็นโหว เกรงว่าต่อไปเขาอาจจะไม่ซื่อสัตย์ได้”

     

            “ฝ่าบาท การแต่งตั้งโหวเป็นเรื่องใหญ่ขอพระองค์ทรงไตร่ตรองด้วย”

     

            ราชามู่ฉางเยียนตรัสด้วยความกริ้ว“พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งโหวงั้นสิ?!”

     

            เหล่าขุนนางในศาลาคุกเข่าลงทันที“ฝ่าบาทโปรดอย่าทรงกริ้ว กระหม่อมเพียงแค่คิดเผื่อพระองค์เท่านั้น”

     

            เสนาบดีของหน่วยทหารเฉินไจ่เหยียนพูดขึ้น“ฝ่าบาท...เรื่องที่จะแต่งตั้งให้อันเจิงเป็นโหว กระหม่อมคิดว่าไม่เหมาะสมประการแรก อันเจิงอายุยังน้อย ตอนนี้เพิ่งจะครบสิบห้าปี หากแต่งตั้งเป็นโหวอาจทำให้แม่ทัพแถบชายแดนไม่พอใจได้ประการที่สอง อันเจิงมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย หากแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงเกินไปกระหม่อมเกรงว่าเขาจะวู่วาม ต่อไปอาจยากที่จะควบคุม”

     

            ราชามู่ฉางเยียนทรงรู้ดีว่าพวกขุนนางต้องไม่ยอมให้แต่งตั้งอันเจิงเป็นโหวแน่เพียงทรงถือโอกาสนี้กดทับพวกขุนนางที่ทุเรศเหล่านี้เท่านั้น “ช่างเถอะ หากแต่งตั้งให้เป็นโหวไม่ได้งั้นก็แต่งตั้งให้เป็นปั๋ว จะต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

     

            เหล่าขุนนางไม่อาจคัดค้านราชาต่อไปได้อีกจึงต้องทำใจยอมรับ หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “จะแต่งตั้งให้อันเจิงมียศปั๋วก็ได้พ่ะย่ะค่ะแต่กระหม่อมคิดว่าแต่งตั้งให้เป็นปั๋วระดับสามก็พอแล้ว ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์และไม่สามารถสืบทอดได้”

     

            ราชามู่ฉางเยียนพยักพระพักตร์ “อย่างนั้นก็ตามนี้แล้วกันอันเฉิง...เจ้าไปถ่ายทอดราชโองการของข้าแต่งตั้งให้อันเจิงมียศปั๋วระดับสามมีฉายาว่าฉางซิน พระราชทานทองคำหนึ่งพันตำลึงมีหน้าที่เป็นหัวหน้าองครักษ์ในตำหนักวิหารสวรรค์ สามารถเข้าออกตำหนักวิหารสวรรค์ได้อย่างอิสระและยังสามารถเข้าพบข้าได้ตลอดเวลา”

     

           ตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์เป็นเพียงนามตำแหน่งและก็เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น

     

            อันเฉิงรับพระบัญชา “กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้”

     

            ราชามู่ฉางเยียนสบพระเนตรกับเฉินไจ่เหยียนแวบหนึ่งเฉินไจ่เหยียนพยักหน้าเล็กน้อย นี่เป็นเพียงการแสดงของทั้งสองเท่านั้น อย่างน้อยก็ถือเป็นการกดทับเหล่าขุนนางที่ให้ร้ายอันเจิง

     

            “ต่อมาก็คือเรื่องของแคว้นโยว”

     

            ราชามู่ฉางเยียนประทับนั่งลง“ท่านอ๋องของแคว้นโยวทำให้ข้าโมโหอย่างมาก ขุนนางใหญ่เล็กจำนวนนับร้อยกลายเป็นซากศพเกลื่อนกลาดตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นเยี่ยนมาไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน พวกเขามาเพื่อฆ่าข้าและไทเฮา!นั่นเป็นแคว้นศัตรู แคว้นศัตรูที่ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะไม่มีวันให้อภัย!”

     

            เฉินไจ่เหยียนกราบทูล “กระหม่อมสั่งการให้ทหารสามแสนคนที่แถบชายแดนรวมตัวกันไว้แล้วพวกเขาพร้อมรบได้ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น ค่าใช้จ่ายในหน่วยทหารกำลังขัดสนมาก ก่อนหน้านี้อันเจิงหารายได้จากแคว้นโยวในโรงจวี้ฉ่างไม่น้อยตอนนี้กระหม่อมสั่งการให้นำเงินส่วนนั้นส่งไปที่ชายแดนแล้ว”

     

            เสนาบดีของกรมครัวเรือนชะงักไปและคิดอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ทว่าราชามู่ฉางเยียนทรงขวางไว้ “ตอนนี้ทหารยังไม่ทันได้ออกรบ เสบียงอาหารของทั้งคนและม้าก็เริ่มขาดแคลนแล้วสงครามกับแคว้นโยวครั้งนี้จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด เงินและเสบียงยังขาดแคลน ให้หวังปินนำงบออกมาให้เจ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าใครก็ห้ามยืดเยื้อเวลาเด็ดขาด เงินทุกตำลึงในกรมครัวเรือนต้องใช้กับกองทัพของข้าเท่านั้นการใช้เงินเรื่องอื่นต้องหยุดไว้ก่อนทั้งหมด”

     

            หวังปินตอบกลับอย่างลำบากใจ “ทางด้านตำหนักจิงเซี่ยวยังซ่อมแซมไม่เสร็จ...”

     

            ราชามู่ฉางเยียนทรงกริ้วอย่างหนัก“เรื่องนี้ข้าจะเป็นคนไปทูลกับเสด็จแม่เองเจ้ารับผิดชอบแค่นำเงินให้หน่วยทหารก็พอ”

     

            หวังปินตอบกลับ “กระหม่อมรับพระบัญชา”

     

            ราชามู่ฉางเยียนตรัสขึ้น“ถ่ายทอดราชโองการลงไป ให้แม่ทัพฟางจือจี่ที่อยู่แถบชายแดนเป็นแม่ทัพใหญ่ทางทิศตะวันตกนำสามกองทัพและมีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ขุนนางที่ตำแหน่งต่ำกว่าระดับสี่ไม่ว่าบุ๋นหรือบู๊ หากมีใครขัดคำสั่งหรือไม่รักษากฎทหาร อนุญาตให้เขาจัดการได้เลย”

     

            เฉินไจ่เหยียนรับพระบัญชา“กระหม่อมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”

     

            ราชามู่ฉางเยียนทรงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตรัสขึ้น“การสู้รบทางตะวันตกในครั้งนี้ยังต้องขอความร่วมมือจากแคว้นที่เป็นมิตรกับเราส่งคนไปแคว้นปัวไห่ ทูลราชาแคว้นปัวไห่ว่าหากครั้งนี้ชนะแคว้นโยวได้ แคว้นเยี่ยนและแคว้นปัวไห่จะแบ่งดินแดนแคว้นโยวกันคนละครึ่งอีกทั้งยังจะสนับสนุนเสบียงแก่แคว้นปัวไห่อีกด้วย อีกประเดี๋ยวข้าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาขอให้ไทเฮาส่งคนไปแคว้นจ้าว หากแคว้นจ้าวส่งทหารมาช่วยละก็วันที่จะล้มล้างแคว้นโยวก็ใกล้เข้ามาแล้ว”

     

            เฉินไจ่เหยียนกราบทูล “แคว้นยงและแคว้นป้าทั้งสองแคว้นนี้เชื่อมความสัมพันธ์กับแคว้นโยวอย่างใกล้ชิดเกรงว่าอาจส่งทหารไปช่วยแคว้นโยว กระหม่อมคิดว่าเราควรส่งคนไปสองแคว้นนี้แล้วทำลายความสัมพันธ์นั้นเสียจากนั้นก็ซื้อตัวขุนนางใหญ่ทั้งสองแคว้น จะให้ดีต้องหยุดการช่วยเหลือจากทั้งสองแคว้นนี้ให้ได้โรงจวี้ฉ่างทำการค้ากับทั้งสองแคว้นนี้มานาน กระหม่อมเสนอให้คนในโรงจวี้ฉ่างไปลองดู”

     

            “อนุญาต!”

     

            ราชามู่ฉางเยียนตรัสขึ้น“เรื่องนี้ก็ตามนี้เลยแล้วกันหน่วยทหารและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องเตรียมความพร้อมให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดเด็ดขาด”

     

            “โจวเซิน” ราชามู่ฉางเยียนทรงตะโกนขึ้น

     

            เสนาบดีกรมราชทัณฑ์โจวเซินรีบตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ”

     

            “นำตัวคนในกรมพิธีการที่เกี่ยวข้องกับชาวโยวมาสอบสวนทีละคนข้าไม่เชื่อว่าคนพวกนี้จะไม่ได้รับผลประโยชน์จากชาวโยว”

     

           ติงวู่ที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกสะดุ้งขึ้นทันที หัวใจแทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

     

            เสนาบดีกรมราชทัณฑ์รู้ดีว่าราชาทรงอยากใช้โอกาสนี้กำจัดคนในกรมพิธีการแต่ตอนนี้เขาไม่กล้าต่อต้าน จึงทำได้เพียงพยักหน้า

     

            “ข้าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาที่ตำหนักจิงเซี่ยวพวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ เฉินไจ่เหยียนหากมีเรื่องร้อนใจอะไรเข้าวังมาหาข้าได้ตลอดเวลา ไม่ว่าใครก็ห้ามขวางทั้งนั้น”

     

            เมื่อพูดจบราชามู่ฉางเยียนก็เสด็จจากไปด้านนอก ติงวู่ใจสั่นเทา เมื่อเห็นราชาเสด็จออกมาจึงรีบพูดขึ้น “กระหม่อมผิดไปแล้วกระหม่อมสำนึกผิดแล้ว”

     

            หึ...ราชามู่ฉางเยียนเปล่งพระสุรเสียงเย็นยะเยือกออกมาทรงเมินพระพักตร์หนีรองเจ้ากรมพิธีการแล้วเสด็จไปอย่างไม่สนพระทัย

     

            สำหรับราชามู่ฉางเยียนแล้วนี่ไม่ใช่เพียงการเริ่มสงครามกับแคว้นอื่นเท่านั้นแต่ยังเป็นการเริ่มสงครามภายในอีกด้วย

     

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

            [7] กง โหวปั๋ว จื่อและหนานเป็นตำแหน่งหนึ่งในราชสำนัก มียศเป็นชนชั้นสูง

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758