เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉางเฟิงตอนแรกหลายคนก็ตกตะลึงต่อมาก็พากันหัวเราะออกมา ระดับจักรพรรดิขั้นที่ 9 ท้าทายขั้นเซียนทั้งหมดถ้าไม่ใช่เพราะสติไม่ดีก็เป็นพวกอวดดีเกินไป ในประวัติศาสตร์ของสี่นิกายและตระกูลเซียนไม่เคยมีจักรพรรดิคนใหนสามารถสังหารเซียนได้มาก่อนอย่างน้อยการต่อสู้ข้ามระดับใหญ่ก็เป็นไปไม่ได้อย่างมากจักรพรรดิขั้นที่ 9 เอาชนะเซียนขั้นที่ 1 ก็ยังพอมีอยู่บ้าง
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่าราชันของพวกเจ้าจะโง่ขนาดนี้ ดี เจ้าพูดเองนะว่าจะปล่อยพวกเราไปถ้าพวกเราเอาชนะเจ้าได้”ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้ากล่าว
“ข้าพูดคำใหนคำนั้นขอแค่คนของเจ้าที่อยู่ขั้นเซียนคนใหนเอาชนะข้าได้ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปทันทีพวกเจ้าจะทำตามคำสั่งของข้าหรือไม่” ฉางเฟิงกล่าว
“พวกเราจะทำตามประสงค์ของท่านราชัน”พวกหญ้าวิหคกล่าวอย่างพร้อมเพียง
"ได้ยินหรือไม่" ฉางเฟิงยกยิ้ม
“พวกเจ้าไปจัดการซะในฐานะอัจฉริยะของนิกายพวกเจ้าไปสั่งสอนให้สมุนไพรพวกนั้นรู้หน่อยว่าขั้นเซียนแตกต่างจากขั้นจักรพรรดิมากแค่ใหน”ผู้อาวุโสนิกายปฐพีเร้นลับกล่าวขึ้น
“ข้าจะไปเด็ดหัวมันมาเดี๋ยวนี้”อัจฉริยะจากนิกายปฐพีเร้นลับคนหนึ่งชักกระบี่ออกมาและพุ่งขึ้นไปเผชิญหน้ากับฉางเฟิง
“เซียนขั้นที่4 นี่พวกเจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่สินะถึงได้ส่งสวะแบบนี้มาต่อสู้กับข้า” ฉางเฟิงเผยน้ำเสียงเย็นชา
“หากว่าข้าเป็นสวะคนที่ยังไม่บรรลุเซียนก็เป็นยิ่งกว่าสวะแล้ว” อัจฉริยะคนนั้นกล่าว
“บังอาจ!!!!!!!!!”หญ้าวิหคคำรามแรงกดดันขั้นเทพแผ่กระจายออกมา
“ไม่ต้องข้าจะจัดการเอง ในเมื่อมันกล้าดูถูกราชันอย่างข้าว่าเป็นขยะ ถ้างั้นก็แสดงให้พวกมันเห็นสักเล็กน้อยก็แล้วกันว่าข้านั้นเป็นขยะหรือไม่”ฉางเฟิงเคลื่อนใหวด้วยความเร็ว
ปราณโกลาหลพวยพุ่งความหนาแน่นของพลังปราณนั้นเหนือกว่าขั้นจักรพรรดิไปใกลแล้วมันเหนือกว่าเซียนขั้นที่4 เสียอีก
“อะไรกัน”อัจฉริยะของนิกายปฐพีเร้นลับตกใจมากและปลดปล่อยการโจมตีออกไป
แต่ความเร็วของฉางเฟิงกลับเร็วยิ่งกว่าพริบตาของเหลวศักดิ์สิทธิ์ก็กลายเป็นมีดเล่มหนึ่งและแทงทะลุหน้าผากของศัตรูทำให้ชีวิตของอีกฝ่ายดับลงในพริบตา
“ข้าบอกแล้วว่าอ่อนแอเกินไป”ฉางเฟิงกล่าว
“อะไรกันทำไมถึงเร็วแบบนี้ ข้ามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวนั่นเลยนะ” เซียนขั้นที่5 กล่าวด้วยใบหน้าตกใจ
ตอนนี้ใบหน้าของผู้อาวุโสนิกายปฐพีเร้นลับบิดเบี้ยวไปแล้วอัจฉริยะที่บ่มเพาะถึงเซียนขั้นที่ 4 ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆแต่ตอนนี้กลับตายไปแล้วอย่างง่ายดายนั่นเท่ากับว่านิกายปฐพีเร้นลับได้รับการสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน
“เป็นไปได้ยังไงกัน”ผู้อาวุโสนิกายบงกชยังไม่อาจจะยอมรับได้
“ต่อไป”ฉางเฟิงกล่าว
“ข้าไปเอง”ผู้อาวุโสตระกูลเซียนคนหนึ่งพุ่งออกมา
ผู้อาวุโสคนนี้เป็นเซียนขั้นที่6 คนหนึ่ง มีความแข็งแกร่งและมั่นใจมาก ฉางเฟิงไม่ได้สนใจมากนักและเริ่มต่อสู้ทันทีการต่อสู้ปะทุขึ้น ฉางเฟิงไม่ต้องเอาจริงก็สามารถกดดันศัตรูได้ไม่ยาก สุดท้ายเวลาผ่านไปไม่ถึง2 นาที เซียนขั้นที่ 6 ก็ตายไปเช่นกัน
“ชายคนนี้มันมีบางอย่างแปลกๆแม้ระดับพลังจะอยู่ขั้นจักรพรรดิแต่ความหนาแน่นของพลังปราณเทียบได้กับขั้นเซียนแถมทักษะต่อสู้ก็เป็นขั้นเซียนทั้งหมดไม่เพียงแค่นั้นความเชี่ยวชาญก็สูงมากอีกด้วย”ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้าหน้าเริ่มกังวลขึ้นมา
“ข้าว่าพวกเจ้าส่งเซียนขั้นที่9 ออกมาเลยดีกว่าไม่อย่างงั้นข้าคงเบื่อตายก่อน”ฉางเฟิงกล่าว
“ไม่เห็นจะสนุกเลยคนพวกนั้นเสี่ยวเสี่ยวสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย” เสี่ยวเสี่ยวที่คอยเชียร์ฉางเฟิงกล่าวขึ้น
“เอ๋ทำได้จริงเหรอ” เถาวัลย์พยัคฆ์แสดงสีหน้าสงสัย
“เจ้าไม่เชื่อเสี่ยวเสี่ยวงั้นเหรอเดี๋ยวเสี่ยวเสี่ยวจะพิสูจน์ให้ดู” กล่าวเสร็จร่างของเสี่ยวเสี่ยวก็หายไปและปรากฎอยู่ตรงหน้าหนึ่งในอัจฉริยะของนิกายบงกชซึ่งเป็นเซียนขั้นที่3 จากนั้นเสี่ยวเสี่ยวก็ใช้กระบองหินฟาดออกไป
ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นเร็วมากจนแม้แต่จักรพรรดิเซียนยังตามสถานการณ์ไม่ทัน
“อะ........”อัจฉริยะคนนั้นยังไม่ได้ทันกล่าวอะไรอะไรออกมาเลยถูกทุบหัวจนแหลกละเอียดไปแล้ว
“อะไรหนะ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายบงกชตกตะลึง
แต่พริบตาร่างของเสี่ยวเสี่ยวก็กลับไปอยู่ที่เดิมแล้วเถาวัลย์พยัดฆ์ที่เห็นตั้งแต่ต้นอ้าปากค้างทันที
“เด็กน้อยคนนี้เรียกนายเหนือหัวว่าท่านแม่และเรียกท่านราชันว่าท่านพ่อแต่จากสายเลือดเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สายเลือดของทั้งสองคนแต่ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”หญ้าวิหคเองยังตกใจมาก
“เชื่อเสี่ยวเสี่ยวหรือยัง”เสี่ยวเสี่ยวกล่าว
“แน่นอนองค์หญิงน้อยแข็งแกร่งที่สุด” เถาวัลย์พยัคฆ์เหงื่อตกทันที
“พวกเจ้าเห็นไหมแม้แต่เด็กคนนี้ยังสามารถสังหารอัจฉริยะของพวกเจ้าได้อย่างง่ายดายเพราะงั้นควรจะส่งคนที่แข็งแกร่งที่สุดในขั้นเซียนออกมาได้แล้ว”ฉางเฟิงไม่อยากจะเสียเวลาและพลังไปกับพวกอ่อนแอ
“ได้ข้าจะไปเอง” ชายวัยกลางคนก้าวออกมา
ชายวัยกลางคนมาจากนิกายอัคคีฟ้าเขานั้นคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในขั้นเซียนและอีกไม่นานคงทะลวงระดับจักรพรรดิเซียนแล้วกลิ่นอายที่ปล่อยออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนนั้นแข็งแกร่งมาก
“ต้องแบบนี้สิถึงจะทำให้ข้าตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย”ฉางเฟิงถึงกับยิ้มออกมา
“รับมือ”ชายวัยกลางคนระเบิดพลังและชดหมัดใส่ฉางเฟิง
พลังหมัดนั้นรุนแรงมากทำให้ฉางเฟิงรับรู้ได้ถึงแรงกดดันอย่างมากแต่ฉางเฟิงไม่ได้หลบและเข้าปะทะกับหมัดนั้นตรงๆ
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้วแบบนี้แหละ แรงกดดันแบบนี้แหละที่ข้าต้องการ” ร่างของฉางเฟิงกระเด็นออกไปพร้อมกับมีโลหิตไหลที่มุมปากแต่ฉางเฟิงกลับยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เป็นอะไรราชันสมุนไพรเสียสติแล้วงั้นเหรอ” ชายวัยกลางคนเห็นฉางเฟิงยิ้มทั้งๆที่พึ่งจะเสียเปรียบการต่อสู้จึงเย้ยหยันออกมา
“ก็คงจะเป็นอย่างงั้นตลอดมาในระดับเดียวกันไม่เคยมีใครทำให้ข้าพอใจได้มาก่อน ไม่เคยมีใครทำให้ข้าบาดเจ็บได้เลยมีเพียงการต่อสู้ข้ามระดับเท่านั้นที่พอจะทำให้ข้าตื่นเต้นได้ และเจ้าก็ทำให้ข้าตื่นเต้นได้สักทีเอาละยังไม่หมดใช้ไหมละมาต่อกันเลย” ฉางเฟิงระเบิดพลังปราณอย่างไม่ปกปิดทำให้ปรากฏแรงกดดันที่รุนแรง
พายุพลังปราณทำให้บริเวณรอบๆสั่นใหวสำหรับเซียนที่อ่อนแอพากันถอยออกไปด้วยความกลัว
“บ้าไปแล้วระดับจักรพรรดิจะไปมีพลังขนาดนี้ได้อย่างไร เจ้านั่นต้องปกปิดพลังของตัวเองเอาไว้แน่”ผู้นำตระกูลเซียนคนหนึ่งกล่าว
“แล้วเขาจะทำไปเพื่ออะไรละ”แต่อีกคนกลับตอบกลับทันที
ใช่แล้วปกปิดพลังแล้วจะได้อะไรแน่นอนว่าไม่ได้อะไรเลย เห็นได้ชัดว่าศัตรูตรงหน้าทรงพลังอย่างแท้จริงเป็นอัจฉริยะที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ฉางเฟิงและเซียนขั้นที่9 ต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งแม้ฉางเฟิงจะได้รับบาดเจ็บทุกครั้งที่ปะทะกันแต่บาดแผลกลับถูกรักษาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อจนทำให้หลายๆคนเริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาเพราะถ้าพวกเขาแพ้พวกเขาจะต้องตาย