มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 39 : หอนพเก้า สาขาเมืองหลวง

    ตอนที่ 39




    รถหรูของตระกูลชิง จอดที่หน้าหอนพเก้า ภายในเป็นร้านอาหารที่ดูหรูหรา ชิงเทียนกำลังจะเดินเข้าไป ก็มีเสียงคนเรียกจากทางด้านหลัง “ชิงเทียน ลุงไม่คิดเลยว่าจะเจอเธอที่นี่ 




    ชิงเทียนหันกลับไปดู ก็พบหลงหยิน ที่มากับชายวัยเดียวกับเขาสองคน“สวัสดีครับลุงหลง" 




    หลงหยินและเพื่อน ชวนชิงเทียนไปร่วมโต๊ะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ที่หอนพเก้าคนที่จะใช้ห้องส่วนตัวได้ ต้องมีบัตรสมาชิก และไม่ใช่ว่าแค่มีเงินก็ซื้อได้ แต่ต้องเป็นผู้บ่มเพาะ ที่ทางหอนพเก้าให้การยอมรับ




    เพื่อนของหลงหยินต่างแนะนำตัว ชายคนแรกชื่อว่า หานจื่อรุ่ย เขาเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ส่วนชายอีกคนมีชื่อว่า โจวซูเฟย ปัจจุบันเป็นศาสตร์ตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเป่ยจิง




    ชิงเทียน สังเกตุเห็นอาการที่ไม่ปกติของชิงฟง รอยคล้ำใต้ตา ร่างกายที่ดูโทรมผิดปกติ “คุณลุง ผมขอตรวจชีพจรได้ไหม?" ชิงเทียนเอ่ยถาม โชวซูเฟยประหลาดใจกับคำขอของชิงเทียน เขาหันหน้าไปขอคำอธิบายจากหลงหยิน




    “เพื่อนโจว ฉันลืมบอกไปว่าชิงเทียนเป็นแพทย์เทวะ บางทีเขาอาจจะสามารถ รักษาอาการป่วยของนายให้หายก็ได้" โจวซูเฟยอึ้งไปเล็กน้อย เขาได้ยินข่าวที่ว่าแพทย์เทวะเป็นแค่เด็กหนุ่ม แต่ไม่คิดว่าจะหนุ่มขนาดนี้ “การได้พบเด็กหนุ่ม ที่มีความสามารถแบบเธอ ช่างโชคดีจริงๆ" เขายื่นแขนไปให้ชิงเทียนตรวจดู






    ชิงเทียนใช้นิ้วกดที่ข้อมืออยู่สักพัก ‘แปลก... ร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ แต่รับรู้ได้ถึงพลังบางอย่าง ที่คล้ายกับคำสาป' “ลุงโจว คุณมีวัตถุที่พกติดตัวไปไหนตลอดหรือเปล่า" โจวซูเฟย ผงะไปเล็กน้อย เขาล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อนอก แล้ววางวัตถุปริศนาไว้บนโต๊ะ มันมีลักษณะเป็นลูกประคำขนาดใหญ่ ที่ทำจากไม้ และมีลวดลายอักขระ สลักไว้เต็มไปหมด




    ลูกประคำที่วางอยู่ แผ่รังสีธาตุมืดกระจายออกมาทั่วพื่นที่ มีเพียงชิงเทียนเท่านั้นที่มองเห็น “ลุงได้มันมาตอนไปเที่ยวที่ประเทศไทย คนขายบอกว่ามันจะนำโชคดีมาให้ หลังจากนั้นการงาน ครอบครัว และการเงินของลุง ล้วนเป็นไปอย่างราบรื่น"




    ชิงเทียนหยิบมาตรวจสอบดู “จริงอยู่ที่ว่ามันนำโชคดีมาให้ แต่นั่นต้องแลกกับพลังชีวิตของคุณลุงเอง" ในแดนเซียนของพวกนี้ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก เครื่องรางที่สูบพลังชีวิตของผู้ใช้ ไม่ค่อยจะนิยมกันสักเท่าไหร่




    “อ...อะไรนะ แลกกับพลังชีวิต" ทั้งสามคนต่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน นี่คือคำพูดที่ออกมาจากคนที่เรียกตัวเองว่าหมอ อย่างนั้นเหรอ




    “นอกจากความรู้ทางการแพทย์ ผมยังมีความรู้ด้านฮวงจุ้ย และเครื่องราง เล็กน้อย" เขาพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย หลงยินรู้ได้จากประสบการณ์ ว่า คำว่าเล็กน้อยของชิงเทียนนั้น ไม่น้อยสำหรับคนทั่วไปอย่างแน่นอน




    โจวซูเฟยเริ่มรู้สึกกลัว หากเขาไม่ได้มาพบกับชิงเทียน ในอนาคตเขาอาจต้องเสียชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุก็เป็นได้ “แล้วมีวิธีรักษาหรือเปล่า?"









    “เรื่องนี้ลุงโจวไม่ต้องเป็นห่วง ขอเพียงแค่อยู่ให้ห่างจากมัน อาการก็จะกลับมาเป็นปกติ" ยังโชคดี ที่โจวซูเฟยพึ่งจะถูกดูดพลังชีวิตไปเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่มีผลกระทบมากนัก อีกไม่นานพลังชีวิตคงจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ 




    โจวซูเฟยที่ได้ยินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ชิงเทียนได้ขอเก็บลูกประคำไว้เพื่อศึกษา หากเก็บไว้ในแหวนมิติ เขาก็จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร




    “ช่างเป็นคนที่สุดยอดจริงๆ ลุงคนนี้ ไม่สิฉันคงไม่กล้าเรียกตัวเองเป็นลุงเธอหรอก เอาเป็นว่าต่อไปนี้เราเป็นพี่น้อง แบบนี้ดีไหม" หานจื่อรุ่ยพูดเอาแต่ใจ อยู่ฝ่ายเดียว




    ชิงเทียนยิ้มเจือนๆ เขาไม่คิดว่าอยู่ดีๆจะมีคนมาบังคับเขา ให้เป็นน้องชาย “พี่หานช่างเป็นคนอัธยาศัยดี ถือว่าแก้วนี้เป็นจอกพี่น้องแล้วกัน" ชิงเทียนดื่มหมดแก้ว เขากลัวหานจื่อรุ่ยเสียน้ำใจ จึงต้องยอมตามน้ำไป




    หานจื่อรุ่ยหันไปหาหลงหยิน “ฉันได้ยินเรื่องที่นายทำโครงการยักษใหญ่ ที่เมืองจี่หนาน ฉันขอดูแบบแปลนได้ไหม" 




    หลงหยินทำท่าทางลำบากใจ “เอ่อเรื่องนี้ต้องขออนุญาตหัวหน้าโครงการ" 




    “แล้วเขาเป็นใครกัน" หานจื่อรุ่ยเอียงคอสงสัย เขาได้ยินว่านายน้อยตระกูลฮวง ก็ร่วมลงทุนกับโครงการนี้ อาจจะเป็นเขาก็เป็นได้




    หลงหยินมองมาทางชิงเทียน “นั่นไงหัวหน้าโครงการ" 




    “อะไรนะ!" หานจื่อรุ่ยแทบจะใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม หากชิงเทียนเป็นหัวหน้าโครงการ ที่ตระกูลฮวงร่วมลงทุน แสดงว่าตระกูลฮวงต้องให้เกียรติเขาไม่น้อย




    “นี่ครับ" ชิงเทียนยื่นรูปแบบแปลนในโทรศัพท์มาให้ดู 




    หานจื่อรุ่ยก้มมองดู เขาไม่เคยเห็นสถานที่งดงามเช่นนี้ มาก่อนในชีวต “งดงามมาก งดงามเกินไปแล้ว" เขาชื่นชมกับแบบแปลนอยู่นาน เหมือนเขาอยากไปอยู่ที่นั่น หลังจากมันสร้างเสร็จแล้ว




    หญิงสาวสวมแว่นดูมีภูมิฐาน เดินลงมาจากชั้นบน เธอสวมชุดกี่เพ้าสีแดง และไว้ผมยาวสลวย หญิงสาวเดินไปที่เค้าเตอร์ เพื่อตรวจบัญชีประจำวัน “เสี่ยวถัง วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ" เธอพูดคุยกับพนักงานแคชเชียร์ 




    หญิงสาวคนนี้ คือผู้จัดการสาขาเมืองหลวง จิ่วฟาง เธอได้ยินข่าวที่ว่า จิ๋วเหม่ยอาจารย์ของเธอยกตำแหน่งให้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ตอนแรกเธอรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก แต่หลังจากมีข่าวลือว่า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นยา รวมถึงการหลอมอาวุธอีกทั้งยังสร้างกระบี่วิเศษ ให้กับจิ่วหยวนปิงอีก ทำให้เธอรู้สึกอิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที “เห้ออออ.... อยากเจอเขาจังเลย...?" 




    จิ่วฟางเหลือบมองไปเห็นชายหนุ่ม ที่นั่งทานอาหารกับชายวัยกลางคนที่มุมห้อง เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาพิกล จิวฟางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วดูรูป ที่จิ่วหยวนปิง ศิษพี่ของเธอส่งมาให้ เธอมองสลับระหว่างภาพบนหน้าจอ กับชายหนุ่ม จิ่วฟางมือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น “อ...อะไรกัน! พูดถึงก็มาอยู่ตรงหน้าเลยเหรอ หรือว่านี่จะเป็น บุพเพสันนิวาส?" เธอมักจะมองรูปเขาด้วยความหลงไหล เพราะเขาตรงกับสเป็คเธอ





    พนักงานแคชเชียร์ ที่เห็นอาการของเจ้านาย ก็อดกุมขมับไม่ได้ “โรคคลั่งดารานักร้องของบอส กำเริบอีกแล้ว" เธอมักจะเห็นจิ่วฟางซื้อตั๋วคอนเสิร์ต และดูซีรีย์ ที่มีดารานักร้องหน้าตาดี อยู่เสมอ





    เธอเดินเข้าไปทักทายเขา “สวัสดีค่ะบอสใหญ่" หลังจากที่เธอพูด จบสายตาทั้งร้านก็หันไปมองที่ชิงเทียน “เด็กหนุ่มคนนั้นหน่ะเหรอ บอสใหญ่ของหอนพเก้า"




    “นั่นหมอเทวะคนใหม่ไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันพึ่งสังเกตเห็นเขา"




    ลูกค้าและพนักงานในร้าน ต่างพูดคุยเกี่ยวกับชิงเทียน จนเขาต้องใช่มือกุมขมับ แล้วเงยหน้ามองเธอ “เธอตั้งใจใช่ไหม?" 





    “ค่ะ?" จิ่วฟางยังคงทำหน้าใสสื่อ เธอยังไม่รู้ว่ากำลังทำให้เขาลำบากใจ




    “ขอโทษด้วยนะครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน" เขาหันไปประสานมือให้กับ หยินหลง หานจื่อรุ่ย และโจวซูเฟย หลงหยินเป็นคนที่ช็อคหนักที่สุด กับเรื่องที่ชิงเทียนเป็นบอสใหญ่ของที่นี่ เมื่อไม่นานมานี้ เขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมาด้วยซ้ำ




    จิ่วฟางมอบบัตรสมาชิกให้กับพวกเขาทุกคน “หากมาทานครั้งหน้า ทางหอนพเก้า จะต้อนรับอย่างดีเลยค่ะ" ชิงเทียนขอให้เธอหาที่สงบเพื่อสนทนากัน จิ่วฟางพาเขาขึ้นมายังห้องพิเศษ แล้วรินน้ำชาให้เขา 




    “แถวนี้มีสถานที่ ที่น่าสนใจบ้างไหม?" ตอนนี้เขายังอยากเที่ยวในเมืองหลวง ต่อสักพัก




    “เรียนบอสใหญ่ หากจะท่องเที่ยว ฉันขอแนะนำ หอสักการะฟ้าเทียนถาน หรือไม่ก็สวนสัตว์เป่ยจิง"




    “ฉันจะไปที่นั่นทำไม เอาสถานบันเทิงที่มีความตื่นเต้น หน่ะมีไหม?" เขาไม่ได้อยากมาท่องเที่ยว ชมนกชมไม้สักหน่อย




    จิ่วฟางนั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก “มีผับและบาร์หลายแห่งที่น่าสนใจค่ะ แต่ที่ฉันอยากแนะนำคือ โรงแรมวิหคทอง ด้านในมีทั้งเลานจ์ และคาสิโนค่ะ"




    ชิงเทียนหูผึ่งทันที หลังจากได้ยินคำว่าคาสิโน “ฉันเลือกไปที่นั่นแหละ ช่วยนำทางหน่อยสิ"




    ที่ด้านนอกหลงหยินและเพื่อนกำลังแยกย้ายกันกลับ ก็มีสายโทรเข้ามา “ว่าไง เสี่ยวหยวน..." หลงหยวนโทรมาเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ หลังจากที่หลงหยวนรับฟังจนจบ เขาก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ “อะไรนะ!!"




    เพื่อนทั้งสองคน ต่างก็ทำหน้างุนงง “เกิดอะไรขึ้นเหรอเพื่อนหลง" โจวซูเฟยถามขึ้น 




    หลงหยินมองหน้าพวกเขา “ท่านชายตระูลชิง พบหลานชายที่พลัดพรากไปนานแล้ว และคนๆนั้นก็คือแพทย์เทวะ ชิงเทียน"




    โจวซูเฟยและหานจื่อรุ่ย ตอนนี้เหมือนกับวิญญานหลุดออกจากร่าง พวกเขาไม่เคยพบคนจากตระกูลชิงด้วยซ้ำ พวกเขาล้วนเป็นผู้มีอำนาจ แต่เด็กหนุ่มที่พวกเขาพึ่งพูดคุยไป กลับเป็นคนของตระกูลชิง




    *******************************






    ชิงเทียนขับรถสปอร์ต ของจิ่วฟาง มาจอดที่ด้านหน้าโรงแรม เขายื่นกุญแจให้พนักงานรับรถ “เธอแน่ใจนะ ว่าจะเข้าไปกับฉัน?" 




    “แน่นอนค่ะ" เธอเดินมาเกาะแขนชิงเทียน




    ชิงเทียนมองป้ายที่มีนกสีทองประดับไว้อย่างสวยงาม “ที่เป็นธุรกิจของหนึ่งในตระกูลใหญ่หรือเปล่า" 




    จิ่วฟางขยับแว่นเล็กน้อย “ที่นี่ป็นของตระกูลซ่ง ที่ร่วมลงทุนกับนายน้อยตระกูลเหยาค่ะ"




    ชิงเทียนแสยะยิ้ม ตอนแรกเขาคิดจะมาเล่นฆ่าเวลาแบบไม่โกงสักหน่อย แต่พอได้ยินว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลเหยา ที่วางแผนฆ่าปู่ของเขา ชิงเทียนก็เริ่มคันไม้คันมือขึ้นมาทันที 




    มีใครบางคนเดินชนชิงเทียน “เฮ้ย! ยืนบื้ออะไรว่ะ" กลุ่มวัยรุ่นสามคน ที่ดูเหมือนจะเป็นลูกคนรวย พูดต่อว่าชิงเทียน “อย่าไปสนใจเลยนายน้อยหาน ก็แค่พวกบ้านนอกเข้ากรุง" ชายอีกคนเดินเข้ามาหยามเหยียด




    ชิงเทียนขมวดคิ้ว “นายสกุลหาน เป็นอะไรกับหานจื่อรุ่ยหรือเปล่า"




    นายน้อยหานโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “แกกล้าดียังไง ถึงมาเรียกชื่อพ่อฉันห้วนๆ" พ่อเขาเป็นคนที่คนในวงการธุรกิจ ล้วนนับหน้าถือตา แต่ไอ้บ้านนอกนี่กลับ...




    “พ่อนิสัยดีแต่ลูกนิสัยแย่จังนะ พ่อนายยกให้ฉันเป็นน้องชาย นายก็ต้องเรียกฉันว่าคุณอาสินะ" ชิงเทียนรู้สึกสงสารหานจื่อรุ่ย ที่มีลูกชายชอบวางกล้ามไปทั่วแบบนี้




    “แกว่าไงนะ!!" นายน้อยหานโกรธยิ่งกว่าเดิม พ่อเขาจะมาคบค้าสมาคม กับไอ่บ้านนอกนี่ทำไม นายน้อยหานเลิกคิดเล็กคิดน้อย แล้ววิ่งเข้ามา หวังชกหน้าชิงเทียน 




    ชิงเทียนใช้ฝ่ามือ ตบเข้าที่ใบหน้านายน้อยหานซะฟันร่วง นายน้อยหานล้มลง นอนหงายอยู่บนพื้น เขารู้สึกถึงความเค็มของเลือดที่อยู่ในปาก เพื่อนของเขาทั้งสองคน กลัวจนไม่กล้าขยับตัว ชิงเทียนกดเบอร์โทรหาหานจื่อรุ่ย ที่ได้มาหลังจากแยกกัน เข้าเดินเข้าไปหานายน้อยหาน แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ “พ่อนายอยากคุยด้วย





    นายน้อยหาน เอื้อมมือไปหยิบอย่างยากลำบาก เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู “ฮาโหล..."




    “หานจื่อหรง ไอ่ลูกไม่ได้ความ! วันๆหาแต่เรื่องให้ฉันปวดหัว แกช่วยทำตัวให้มีประโยชน์จะได้ไหม " หานจื่อรุ่ยที่อยู่ปลายสายตะโกนด่าลูกชายไม่ยั้ง


    “ต...แต่ว่าผม!!"




    “หุบปาก! คนที่แกไปหาเรื่อง ฉันถือว่าเขาเป็นน้องชาย แล้วถ้าแกไม่อยากให้ฉันมีปัญหากับตระกูลชิง ก็ไปขอโทษแล้วโขกหัวให้ชิงเทียนซะ" หานจื่อรุ่ยตัดสายไป




    ‘ชิงเทียน... ตระกูลชิง' หานจื่อหรงหน้าซีดทันที หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นคนของตระกูลชิง เขารีบดันตัวขึ้นมา แล้วโขกหัวไปกับพื้น คุณอาชิงเทียน ขออภัยกับความโง่เขาของผมด้วย" 




    เพื่อนทั้งสองคนของนายน้อยหาน พากันอ้าปากคาง ชิงเทียนก็เช่นกัน เขาแค่อยากดัดนิสัยนายน้อยหาน แล้วก็ให้เขาพูดขอโทษเท่านั้น แต่นี่ดูเหมือนจะเกินคาดไปหน่อย เขาชักสงสัยขึ้นมาแล้วว่า หานจื่อรุ่ย พูดอะไรกับลูกชายกันแน่




    ----------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน