ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 18 : ตำรวจเลว

    ตำรวจเลว
    “ยาอะไร?” หลินไคมองขวดหยกในมือของลูกชายอย่างสงสัย เขาจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาก็มีประกายตกใจขึ้นมา เขาพบว่าขวดหยกนี้สวยมาก ดูแล้ว น่าจะราคาแพง
    “ยารักษาโรคหัวใจของพ่อ พ่อเชื่อผมสักครั้ง ลองกินดูสักหน่อย” หลินเฉินกลัวว่าพ่อของเขาจะไม่ยอมกิน เขาจึงได้แต่พูดขอร้อง
    หลินไคลังเลอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อมองดูใบหน้าของลูกชายแล้ว เขาได้แต่รับขวดหยกมา เปิดฝาออก
    เพียงเปิดฝา กลิ่นหอมของตัวยาก็ลอยฟุ้งออกมา เป็นกลิ่นสมุนไพรหลายชนิด ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเวลาได้กลิ่น
    หลินไคสูดลมหายใจเข้าลึก อดพูดออกมาด้วยความประหลาดใจไม่ได้ “หอมจริงๆ”
    จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ยกขวดหยกขึ้นดื่มโอสถบูรณะจนหมดในรวดเดียว
    หลินไครับรู้สึกว่ารสชาติของยาดีเป็นอย่างมาก กลิ่นหอมของสมุนไพรกระจายอยู่ทั่วภายในปากของเขา
    “เสี่ยวเฉิน นี่มันยาอะไร ทำไมมันหอมและรสชาติดีแบบนี้?” หลังดื่มโอสถปรับปรุงร่างกายแล้ว หลินไคถามออกมาด้วยความรู้สึกสดชื่นบนใบหน้า
    หลินเฉินยิ้มรับขวดยาฟื้นฟูคืนมา “ยาดี ผมบอกพ่อได้แค่นี้ วันนี้พ่อพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ลองไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พ่อก็จะรู้เอง ว่าผมไม่ได้โกหก”
    หลินไคมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะพยักหน้ารับ ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกง่วงขึ้นมา “อยู่ๆ ก็รู้สึกง่วงขึ้นมา พ่อขอไปนอนพักก่อนนะ”
    เขาบอกหลินเฉิน พลางเดินไปที่ห้องนอน
    หลินเฉินเก็บขวดโอสถไว้ภายในแหวนมิติ เขาไม่ลืมที่จะเอาเครื่องรางป้องกันสามชิ้นไปวางไว้ภายในห้องนอนให้พ่อของเขา และเขียนกระดาษบอกไว้ด้วยว่าให้มอบให้แม่ของเขาและหลิงหลิงด้วย
    เรื่องทางครอบครัวของเขาตอนนี้เข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะไปจัดการปาหลาง
    “ไม่รู้ว่าหมอนี่ยังอยู่ภายในเขตฝูอยู่ไหม?” หลินเฉินพึมพำ เขาไม่อยู่ตั้งหกปี เขาจึงไม่แน่ใจว่าปาหลางยังอยู่ภายในเขตตงฝูอยู่หรือว่าไม่อยู่แล้ว
    บ้านของปาหลางอยู่ท้ายๆ เขตตงฝูเช่นเดียวกัน ใช้เวลาเดินสักหน่อยก็ถึงแล้ว
    เมื่อคิดที่จะไปจัดการปาหลาง หลินเฉินไม่ได้รอช้า เขาเดินออกจากบ้านในทันที แต่ไม่คาดฝันว่าเมื่อเขาเดินออกมาจากบ้าน เขาจะได้พบกับคนที่เขาคาดไม่ถึง คาดไม่ถึงอย่างมากด้วย คนที่ว่าคือต้ากัง ที่มีใบหน้าปูดบวม รวมถึงยุบลงไปเล็กน้อย
    อย่างไรก็ดี ต้ากังไม่ได้มาคนเดียว ยังพาตำรวจอีกสองคนมาด้วย ดูจากการประดับยศ คนหนึ่งยศระดับผู้หมวด ส่วนอีกคนยศจ่า
    “พี่ผอ เป็นมันที่ทำร้ายผมครับ!”
    ต้ากังแหกปากร้องออกมา ตั้งแต่ที่เขาฟื้นขึ้นมา เขาก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบบ้า รวมไปถึงโกรธจนแทบบ้าเหมือนกัน เขาจึงรีบโทรหาผอเฝิน คนรู้จักของเขาที่เป็นตำรวจให้มาจัดการหลินเฉินให้ พร้อมกับเสนอจะจ่ายเงินให้หนึ่งหมื่นหยวน
    ด้วยความเย้ายวนของเงินหมื่นหยวน ผอเฝินจะทนได้อย่างไร เขารีบพาลูกน้องมาในทันที หลังไปสอบถามกับทางโรงเรียนอนุบาลว่าบ้านของหลินเฉินอยู่ที่ไหน ทั้งสามคนก็รีบรุดมาในทันที
    ไม่คาดว่ายังไม่ได้ไปเคาะประตูเรียกคน คนจะออกมาเองแบบนี้
    ผอเฝินเป็นชายวัยกลางคนที่อ้วนไม่แพ้ต้ากัง ใบหน้าเจ้าเล่ห์ เขามองไปที่หลินเฉิน ดวงตาหรี่ลง “คุณคือหลินเฉินสินะ ผมได้รับแจ้งจากคุณต้ากังว่าคุณทำร้ายเขา อยากจะขอเชิญไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจสักหน่อย”
    หลินเฉินเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ยาก ดูเหมือนว่าตำรวจคนนี้จะถูกต้ากังเรียกมา และจากท่าทีของอีกฝ่าย ที่พูดออกมาคำแรกก็จะเชิญเขาไปให้ปากคำที่สถานีตำรวม ชัดเจนว่าไม่คิดจะฟังคำพูดของเขาแน่ ตำรวจเลวแบบนี้มีอยู่ไม่น้อยเลยในประเทศนี้
    “เอาสิ” เขาไม่ปฏิเสธ ไปให้ปากคำก็ไปให้ปากคำสิ มีอะไรให้ต้องกลัว เขาไม่ได้ผิด เป็นต้ากังมาหาเรื่องเขาก่อน ถ้าตำรวจเลวสองคนนี้คิดที่จะทำอะไรกับเขา เขาแน่นอนว่าจะทำให้พวกมันรู้สึกเสียใจ!
    ผอเฝินคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะยอมง่ายขนาดนี้ แต่แบบนี้ก็เข้าทางเข้าเลย เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ เขาจะพาหลินเฉินไปห้องสอบปากคำ จากนั้นจะลงไม้ลงมือด้วยสักหน่อย เพื่อให้ต้ากังสะใจ
    หลังจากนั้นก็ยัดข้อหาให้ติดคุกสักหลายปี เพียงเท่านี้เขาก็จะได้เงินมาใช้แล้วหนึ่งหมื่นหยวน การหาเงินแบบนี้มันมากกว่าเงินเดือนเขาเสียอีก
    ต้ากังพลันยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม ‘ไอ้โง่ เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ แกได้เจอดีแน่!’
    หลินเฉินถูกพาตัวไปที่สถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึง เขาก็ถูกพาเข้าห้องสอบปากคำ
    ผอเฝินล็อกประตูห้องสอบปากคำในทันทีที่หลินเฉินเข้ามา เขาได้สั่งให้ตำรวจยศจ่าที่มากับเขายืนเฝ้าหน้าห้องไว้
    “หลินเฉิน ฉันได้ยินมาจากต้ากังว่าแกทำร้ายเขาสินะ แกจะชดใช้เรื่องนี้ยังไง?” ท่าทีของผอเฝินราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้
    “ฮ่าฮ่า แกเก่งนักใช่ไหมที่กล้าทำร้ายฉัน?” ต้ากังหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เขาพลันกำหมัดแน่น พุ่งเข้าหาหลินเฉินพร้อมกับชกออกไปที่ใบหน้าของหลินเฉิน เขาเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าตอนนี้ที่มีผอเฝินอยู่ด้วยหลินเฉินจะไม่กล้าตอบโต้เขาอย่างแน่นอน
    ไม่อย่างนั้นคงจะถูกยัดข้อหาจนติดคุกหัวโต ไม่ได้ออกมาตลอดชีวิต
    แต่น่าเสียดายที่ต้ากังคิดผิด คนอย่างหลินเฉินไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว เขาที่เคยเป็นถึงนิรันดร์กาลในโลกอมตะ จะมากลัวตำรวจเลวคนหนึ่งได้อย่างไร เขาเอียงศีรษะหลบหมัดของต้ากังได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ชกหมัดชวนไปที่ใบหน้าของต้ากัง
    ปัก!
    การชกครั้งนี้ของหลินเฉินทำให้ต้ากังปลิวออกไปชนกับผนังห้องสอบสวน ใบหน้าของเขาตอนนี้ แทบจะดูไม่ได้ เพราะว่ามันยุบลงไปมากกว่าเดิม จมูกบิดเบี้ยวผิดรูป ฟันในปากแตกหักจนเกือบจะหมดทั้งปาก เลือดไหลออกมาจากปากของเขาเป็นจำนวนมาก
    สายตาเริ่มพร่ามัว มองอะไรไม่เห็น ก่อนที่จะสติจะหมดไป
    ต้ากังรู้สึกอยู่สองอย่างก่อนหมดสติ คือเจ็บปวดมากกับไม่อยากจะเชื่อว่าขนาดอยู่ต่อหน้าของผอเฝิน แล้วหลินเฉินยังจะกล้าตอบโต้ทำร้ายเขา เรื่องนี้มันเกินสามัญสำนึกของเขาจริงๆ เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่กล้าทำแน่
    “แก!” ผอเฝินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาจมลง ความโกรธปะทุขึ้นมาภายในใจของเขาในทันที เขาคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่าหลินเฉินจะกล้ามากขนาดนี้
    “แกกล้า!” เขาพุ่งเข้าหาหลินเฉิน พร้อมกับหมัด หวังชกสั่งสอนหลินเฉินให้หลาบจำ
    หลินเฉินมองหมัดอันเชื่องช้าของผอเฝิน ก่อนจะชกหมัดออกไปลวกๆ หมัดหนึ่ง
    ปัก!
    หมัดของเขากระแทกลงเต็มใบหน้าของผอเฝิน ใบหน้าของอีกฝ่ายยุบลงไป ปากเปิดขึ้นพ่นฟันที่แตกหักและเลือดออกมา ร่างหมุนควงปลิวกระเด็นออกไปกระแทกผนังจุดเดียวกับต้ากัง
    “อ้ากกก!” ผอเฝินต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาเจ็บปวดที่ใบหน้ามากจริงๆ ในตอนนี้
    “แกกล้าทำร้ายฉัน!” เขาจ้องมองไปที่หลินเฉินด้วยสายตาดุร้าย มือข้างหนึ่งกุมใบหน้าอยู่ ขณะที่มืออีกข้างเคลื่อนไหวปลดปืนที่ข้างเอวของตัวเองขึ้นมา เขากระชากปืนและเล็งที่หลินเฉิน
    ในตอนนี้ เขาไม่สนใจอะไรแล้ว นอกจากฆ่าหลินเฉิน!
    หลินเฉินหรี่ตาลง เขาสัมผัสถึงความต้องการฆ่าของผอเฝินได้อย่างง่ายดาย นิ้วของเขาชี้ออกไปในทันที ในเมื่อมีความคิดที่จะฆ่ามา เขาจะไม่ตอบแทนโดยการฆ่ากลับได้อย่างไร?!
    จบบทที่ 18