ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 14-2 : The Mayor1

            ผมใช้เวลาในวันหยุดในวันรุ่งขึ้นให้เป็นประโยชน์ แม้จะรู้ว่ามีภารกิจอันหนักอึ้งที่ต้องสรุปให้ได้11 ข่าวในวันพรุ่งนี้แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำ ตอนค่ำ ๆ ค่อยลองดูข่าวที่น่าสนใจไว้ล่วงหน้าแล้วกันทีแรกผมกะหาอะไรเสพในซิมูเลชันสักอย่างเพื่อคลายเครียด

            ผมสวมเครื่องพาราเลลเวิลด์ซิมูเลเตอร์ที่ใช้เป็นประจำครอบลงบนศีรษะ จากนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าสู่โลกประดิษฐ์ระบบตัดเสียงรบกวนทำให้แยกตัวจากโลกจริงยิ่งขึ้นถ้าคนข้างนอกไม่มาสะกิดสัมผัสตัวก็คงไม่รู้หรือไม่ก็ต้องโทรเข้ามาที่เครื่องโดยตรงซึ่งธรณีทำบ่อย ๆผมไม่ได้เคลื่อนตัวไปไหนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย

            { “อะไรวะเนี่ยขัดจังหวะเสียจริง” ผมบ่นให้ตัวเองฟัง เมื่อเห็นภาพรอบตัวดำมืดมีกล่องข้อความแจ้งเตือนลอยบนอากาศในรูปแบบสามมิติ บอกว่าครบรอบการทำแคลิเบรตกับสมองตนเองผมจึงต้องยอมเสียเวลาสิบห้านาทีทำการทดสอบรูปแบบต่าง ๆเพื่อประสบการณ์โลกเสมือนที่ถูกต้องสมจริงมากที่สุดอย่างน้อยเวลาก็กระชับกว่าครั้งแรกมากเครื่องจะสุ่มแสดงภาพออกมาพร้อมกับพูดให้ฟังว่าเป็นรูปอะไร ถ้าตรงกันก็จบไม่ตรงกันก็บอกเอไอว่าผิดตรงไหน มันจะกลับไปแก้แล้วนำเสนอมาใหม่จนถูกต้องมีเป็นร้อยรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ภาพนกบินสูงกว่าเมฆ เสียงไวโอลินเล่นเพลงโมซาร์ทหรือกลิ่นปลาเน่าในระยะประชิด 

            “ให้กูเล่นได้รึยัง”ผมบอกเอไอเมื่อทำเสร็จ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ตอบโต้ แต่เปิดทางให้ใช้งานปกติแทน

            ฉับพลันนั้นสีสันถูกเติมแต่งแต้มบรรยากาศรอบตัวผมกลายเป็นฉากพื้นที่โล่งกว้างโดยมีสิ่งก่อสร้างที่ดูทันสมัยเหมือนอยู่ในโลกอนาคตไกลโพ้นยิ่งกว่ายุคนี้เป็นฉากหลังทุกสิ่งทุกอย่างดูสดใสและมีชีวิตชีวา สักพักก็มีภาพฮอโลแกรมแบบสัมผัสปรากฏต่อหน้าผมให้ล็อกอิน ผมสิงร่างอวตารตัวละครเจ้าประจำ

            รอบตัวผมเต็มไปด้วยก้อนทรงกลมหลากสีที่ลอยไปมาในอากาศผมโบกมือเลื่อนก้อนทรงกลมที่แสดงหมวดหมู่ของเกมไปมาก้อนสีชมพูอันหนึ่งมีภาพสาวรูปการ์ตูนญี่ปุ่นที่ปราศจากเสื้อผ้ากำลังทำกิจกรรมบางอย่างที่ถูกบดบังด้วยข้อความสีดำทึบเขียนว่าเซนเซอร์จึงเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นเกมแนวผู้ใหญ่ ผมซึ่งอายุ 27 เล่นได้อยู่แล้ว แต่ถ้านับปีที่ข้ามเวลามากก็เสมือนเป็นชายแก่หงำเหงือกวัย97 ปี ซึ่งอาจเป็นอายุเฉลี่ยของคนยุคนี้ก็ได้ผมปัดบอลลูกนั้นทิ้งไปด้วยหลายเหตุผล อันแรกคือไม่ได้มีความใคร่เหตุผลที่สองคือกลัวตัวตนนอกเกมเผลอทำอะไรพิเรนทร์ขึ้นมาทั้งที่มีกล้องวงจรปิดของธรณีจับจ้องอยู่และเหตุผลสุดท้ายคือผมไม่สามารถยืนยันตัวตนเพื่อระบุอายุได้

            ผมจ้องเข้าไปในลูกบอลสีเขียวเป็นตัวแทนหมวดการท่องเที่ยวมีทะเล ทะเลทราย ภูเขา ชายหาดที่สวยงามอยู่ในนั้นเมื่อเปลี่ยนไปดูลูกบอลสีแดงก็เห็นการศึกษาเรียนรู้ด้วยการซิมูเลชัน ไม่ว่าจะเป็นขับเครื่องบิน หรือผ่าตัด ภายในลูกบอลสีเหลืองเป็นการเข้าไปสถานที่จริงของข่าวต่างๆ ซึ่งผมปัดทิ้งอย่างรวดเร็วเพราะอยู่กับมันมาทั้งสัปดาห์ลูกบอลสีฟ้าเป็นความบันเทิง ภายในมีลูกบอลเล็ก ๆ สีสันสวยงามล่องลอยอยู่มีตัวหนังสือกำกับประเภทของภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นแนวดิสโทเปีย หรือแนวดรามาผมแปลกใจตัวเองที่ไม่กดเข้าไปดูหนังตลกทั้งที่อยากผ่อนคลาย อาจเป็นเพราะกลัวว่าจะฝืดจนเครียดกว่าเดิมก็เป็นได้

            ผมถอดหมวกสร้างโลกเสมือนออกแล้วลองกดดูคลิปวิดีโอสั้น ๆ ในเว็บไซต์แอนนีทูบ (Anytube Website) ผ่านจอภาพสองมิติแทน วิดีโอมีความหลากหลายกว่ายุคผมมากเพราะรวมรวมจากคนทั่วโลกโดยไม่มีอุปสรรคทางภาษาเพราะกดปุ่มแปลอัตโนมัติได้คลิปมีทั้งสาระความรู้เชิงวิชาการไปจนถึงเรื่องไร้สาระอย่างการเอาภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านตัวเองหรือภาพจากเอวีเอสอีที่ถ่ายชีวิตตัวเอง 24 ชั่วโมงมาลงไว้ราวกับว่าเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์สักอย่าง

            “คิดว่าตัวเองเป็นหมีแพนด้าหรือไง”ผมพึมพำบ่นให้ตัวเองฟัง นึกถึงช่วงสมัยก่อนที่คนไทยเห่อหมีแพนด้าจนมีช่องที่ถ่ายทอดชีวิตสัตว์ตัวนี้ทั้งวันทั้งคืนมั่นใจคนที่ดูจนจบได้ก็ต้องว่างมาก เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่าเว็บไซต์แอนนีทูบนี้บริหารโดยรัฐวิสาหกิจซึ่งร่วมมือกับเครือข่ายแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกันของประเทศต่างๆ ทั่วโลกผ่านยูเอ็นดี จึงไม่แปลกที่จะไร้โฆษณาใด ๆ รบกวน

            พอดูไปได้สองสามคลิปก็กดปิดรู้สึกว่าตนเองสมาธิสั้น แถมไม่ได้มีความสนใจอะไรพวกนี้เลย สุดท้ายก็ไปจบที่เกม แบตเทิลเอิร์ธอยู่ดี

            “ระดับความเครียดของท่านในตอนนี้อยู่ที่สีเหลือง”เสียงไอรินบอก ตอนที่ผมกดเข้าเกม ผมเข้าใจความหมายดีสีเหลืองหมายถึงอารมณ์กลาง ๆเพราะผมเบื่อหน่ายมากกว่า ไม่ได้เครียดจนทำให้คลื่นสมองเปลี่ยนแปลงจนเครื่องแถบที่คาดศีรษะผมจับได้ระบบการคัดกรองสุขภาพจิตก่อนเล่นซิมูเลชันนี้จะติดตั้งไว้แทบทุกเกมตามนโยบายรัฐเพราะคนมาพักผ่อนจากความเครียด และสามารถวัดคลื่นสมองได้ขณะสวมใส่

            “แม่งโคตรเบื่อไอ้นี่เลยกูไม่ได้บ้าโว้ย” ผมคิดในใจปรากฏว่าระดับสีเหลืองเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไปจนถึงส้ม

            “ระดับความเครียดของท่านเพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้”ไอรินเตือน ผมจึงหายใจเข้าออกยาว ๆ เพื่อเปลี่ยนสีกลับมาผมรู้มาว่าถ้าเครื่องตรวจได้ว่าเป็นสีแดงจะไม่สามารถเข้าไปเล่นเกมได้และจะมีช่องทางให้ติดต่อนัดพบจิตแพทย์มาให้เลือกด้วย แต่ไม่เคยไปถึงจุดนั้น อันที่จริงมีบริการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆกระตุ้นสมองเพื่อสร้างความผ่อนคลายความตึงเครียดนอนหลับง่ายขึ้นแบบเดียวกับหมอนอัจฉริยะ (Smartpillow) ที่เห็นในโฆษณา แต่ห้ามไม่ได้เพิ่มความจำหรือช่วยลดเวลานอนให้สั้นลง เพราะผิดกฎหมายออกเมนเตชัน ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้จึงไม่ขอทดลองแค่ได้ฆ่าตัวละครในเกมก็ทดแทนได้แล้ว

            ผมรักษาระดับสีเหลืองให้คงที่เป็นเวลาหนึ่งนาทีเกมก็เริ่มดำเนินการ รอบนี้สวมบทเป็นอัศวินชุดเกราะแวววาวหมวกนักบินอวกาศเช่นเดิมผมใช้ปืนทุกอย่างที่หยิบได้ไล่ฆ่าตัวละครอื่นในเกม แต่กลับไม่รู้สึกสนุกเหมือนเดิมผมก้มลงมองร่างของหมาป่าในชุดหนูน้อยหมวกแดงที่ขาดเป็นสองท่อนอยู่แทบเท้า ใจหนึ่งก็รู้สึกสยดสยองกับภาพที่เห็นจนรู้สึกว่าเกมรุนแรงเกินจำเป็นอีกใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารชะตากรรมของพวกเขาทั้งที่รู้ดีว่าเป็นแค่ตัวละครในเกม

            ทันใดนั้นผมก็รู้สึกเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณขมับก่อนล้มลงไปที่พื้นแล้วมองไม่เห็นอะไรอีกผมรู้ตัวในทันที ระหว่างที่มัวแสดงความสังเวชตัวละครที่เพิ่งฆ่าไปอยู่นั้น ผมกลับโดนลอบสังหารเสียเอง}

            ผมตัดสินใจกดปุ่มออกเกมแบตเทิลเอิร์ธพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกลับสู่วังวนของการโยนลูกบอลไปมาเลือกเกมที่จะเล่นอีกรู้ตัวอีกทีลูกบอลสีฟ้าอมเขียวก็อยู่ต่อหน้าผมนิ้วจิ้มลงไปเหมือนจิ้มฟองสบู่แล้วอ้านิ้วทำให้สีของลูกบอลค่อย ๆลามไปเคลือบบรรยากาศรอบตัว กลายมาเป็นทุ่งหญ้ารอบตัว และมีกำแพงเมืองอยู่เบื้องหน้าตัวอักษรสีน้ำตาลบนแผ่นไม้เขียนชื่อเกม

            The Mayor 3D

            “ลองกันสักอีกตั้งละว้า” ผมบอกตัวเองเพิ่งรู้ว่ามีเวอร์ชันสามมิติในโลกเสมือนด้วยไม่รู้ว่าทำไมมาลงเอยที่เกมนี้ทั้งที่เคยตั้ง ปณิธานว่าจะละทิ้งความสนใจด้านการเมืองอาจเพราะความจำเป็น ไม่ก็ติดไวรัสบ้าการเมืองมาจากเพื่อนหรือบางทีมันอาจเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนผมจริง ๆ

            ครั้งก่อนที่ทนเล่นเวอร์ชันสองมิติไปได้10 นาทีต้องปิดเพราะปวดหัวกับกติกาอันยาวเหยียดยังไม่ทันเริ่มรับบทเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องบริหารสร้างเมืองให้ได้ตามภารกิจด้วยซ้ำผมจำความรู้สึกรอบก่อนได้ดี เหมือนกำลังรื้อฟื้นวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนสมัยมัธยมในวัยที่คุณทำงานแล้ว และห่างหายไปนานเป็นสิบปีจึงไม่มีทางรื้อฟื้นความรู้ทางการเมืองของผมหลังจากที่ทิ้งมานานกว่าห้าปีได้

            น่าแปลกที่รอบนี้ต่างออกไปผมกลับรู้สึกว่าไฟกำลังค่อย ๆ ก่อขึ้นในตัวหรือบางทีแค่กลัวความลับเปิดเผยจนต้องหาความรู้เข้าตัวตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดครานี้ผมมีตัวช่วยมากมาย ทั้งสิ่งที่ผมจดจากแอปมายไดอะรี และไอรินเอไอคู่ใจแทนที่จะมานั่งอ่านกฎกติกาที่ยาวหลายหน้าแบบละเอียดเหมือนเมื่อก่อนผมตัดสินใจเริ่มเกมไปก่อน แล้วค่อยไปค่อย ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในเกมเอา

            เมื่อลืมตาขึ้นผมก็พบว่าตนเองยืนอยู่กลางเมืองสวยงามที่ดูเป็นชุมชนอันเงียบสงบมีบ้านหลังเล็กใหญ่สลับสัน ภายใต้ท้องฟ้าอันสดใสปลอดโปร่ง มีเมฆเพียงน้อยนิดไกลออกไปเป็นหุบเขา ป่าไม้ น้ำตกตามธรรมชาติผมยืนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมารอบ ๆ บางคนเดินทะลุตัวผมไปเหมือนผมเป็นภาพลวงตาหรือเป็นผีผมลองเดินดูก็พบว่าย่ำอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ เพราะเป็นแค่หน้าแรกของเกม

            { เมื่อโบกมือไปมาก็มีหน้าต่างข้อความปรากฏขึ้นอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินกลางอากาศต่อหน้าผมเป็นแบบเกมทั่วไป คือ เริ่มเล่น หรือดูวิธีการเล่น หรือปรับออปชันต่าง ๆของเกมทั้งภาพ และเสียงตามปกติ ธรณีเล่าว่าเกมนี้ผลิตขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2038 จากนั้นก็มีการอัปเดตปรับรูปแบบต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี มีการเชิญโปรแกรมเมอร์ของแต่ละประเทศมาร่วมพัฒนาเพื่อสร้างดีเอลซี[1]ที่เป็นรูปแบบการปกครองโดยเฉพาะของประเทศนั้นๆ รวมไปถึงปรับภาษาที่ใช้ เกมที่ธรณีซื้อมานี้เป็นดีเอลซีของนวไทยอยู่แล้ว จนกระทั่งปี 2085 ที่เพิ่งผ่านมา เกมเดอะเมเยอร์ก็ได้รับรางวัลใหญ่เกมแห่งศตวรรษ (Game of the century) โดยสมาคมเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

            ผมเริ่มต้นจากการเลือกออปชันเพื่อปรับสีให้มีความสดน้อยลงเพราะรู้สึกว่าค่าที่ตั้งไว้สวยเกินไป เหมือนเป็นภาพในเทพนิยายเกินกว่าที่จะสมจริงหลังจากกดใช้แล้วสีของสิ่งต่าง ๆ ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ก็แยงตาผมลดลงรู้สึกสบายตาขึ้นมาก ที่เหลือก็ปรับเสียงให้ดังขึ้นคลับคล้ายคลับคลาว่าที่เล่นครั้งก่อน จะไม่ค่อยได้ยินเสียงคนพูดซึ่งบางทีก็สำคัญสำหรับภารกิจของเกม ผมไม่เปิดซับไตเติล[2]เพื่อความสมจริง

            จากนั้นผมกดเลือกเล่นแบบออฟไลน์ผู้เล่นคนเดียวเมื่อเอามือแตะปุ่ม ‘Continue’ แล้วก็จะนำไปสู่หน้าต่างการเลือกโหมดการเล่นและความยากถ้าผมจำไม่ผิดธรณีเคยอธิบายให้ผมฟังว่าเกมจะแบ่งเป็นสามโหมด หลักตามมุมมองของผู้เล่น อันแรกเป็นมุมมองพระเจ้าจะสนใจภาพรวมแบบเกมซิมซิตี้อันโด่งดังในอดีตอันที่สองเป็นการบังคับตัวละครหนึ่งตัวด้วยมุมมองบุคคลที่สามซึ่งจะมีตัวเลือกการกระทำที่สมจริงมากขึ้น และทำได้ทีละอย่าง เช่นถ้าจะสร้างถนนเพิ่มคุณต้องเขียนโครงการและนัดคุยกับผู้รับเหมาเอง แต่ยังโชคดีที่มีหลายอย่างอัตโนมัติอยู่คุณยังไม่ต้องคิดบทพูด หรือแสดงสีหน้าเอง ส่วน โหมดสุดท้ายเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง นั่นคือการสวมบทบาทในโลกซิมูเลชันอย่างแท้จริงเล่นยากที่สุด เพราะทุกบทสนทนาและการแสดงสีหน้าท่าทางทุกอย่างของคุณมีผลทั้งหมดถ้าคุณเผลอยิ้มสะใจตอนน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเมืองของคุณแม้ไม่กี่หลังอาจทำให้คนทั้งชุมชนเกลียดคุณจนหมดอนาคตหากคุณไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยที่สองก็จะถือว่าภารกิจล้มเหลวและเกมโอเวอร์ แต่สิ่งที่ผมเห็นว่ายากไปอีกขั้นคือการนับเวลาเหมือนจริง แม้ว่าคุณจะใช้ออโตไพลอต[3]เพื่อช่วยบังคับตัวละครคุณเองตามแผนการที่วางไว้เวลาเบื่อได้แต่ก็จะต้องแลกกับความละเอียดอ่อนของมนุษย์ที่จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ต่อตัวละครในเกมไม่มากก็น้อยทั้งครอบครัวและประชาชน}

            ผมใช้ฝ่ามือทาบปุ่มบนอากาศกดเลือกโหมดแรก มุมมองพระเจ้าและกดเลือกความยากง่ายระดับง่ายสุดในสามอันอย่างไม่ลังเลครั้งก่อนผมก็เลือกแค่นี้ยังรู้สึกยากเลย ไม่ต้องพูดถึงโหมดอื่นและความยากอื่นที่เกินนี้ซึ่งหลัก ๆจะมีผลเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของตัวเราว่าจะทำให้คนอื่นคล้อยตามเชื่อมั่นได้แค่ไหนถ้าเลือกระดับง่ายก็แปลว่าประชาชนมีโอกาสต่อต้านเราน้อยผมก็จะมีอิสระในการบริหารมากขึ้น และคนก็จะยินดีจ่ายภาษีให้เรามากขึ้น

            ฉากรอบ ๆ ตัวผมกำลังละลายหายไปแล้วก่อตัวใหม่ เกมพาผมวาร์ปมายืนอยู่กลางพื้นที่โล่ง ๆ กลางภูเขา และป่าไม้ ประสาทสัมผัสของผมในตอนนี้คมชัดกว่าฉากตอนเข้าเกมอย่างชัดเจนเนื่องจากเครื่องซิมูเลชันของธรณีที่ผมยืมใช้นี้เป็นรุ่นที่สองซึ่งยิงคลื่นเข้าสู่สมองโดยตรงทำให้เกิดความสมจริงทุกประสาทสัมผัสผมสามารถมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา สัมผัสได้ถึงสายลมอันอ่อนนุ่มที่พัดผ่านใบหน้าได้ยินเสียงแม่น้ำที่ไหลเป็นสายผ่านกลางทุ่งหญ้า ได้กลิ่นไอดินและหญ้าที่เปียกชื้นถ้าเอาตักน้ำในแม่น้ำมาชิมก็คงรับรู้ว่าเป็นน้ำจืดได้จากปลายลิ้นแต่ผมคงไม่ต้องทดลองให้เสียเวลา เพราะมีภารกิจที่ต้องทำ

            ผมในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดช้างเผือกที่ผมตั้งเองต้องสร้างเมืองโดยเริ่มต้นจากศูนย์โดยใช้งบประมาณที่มีให้และเสนอกฎหมายไปยังสภาของจังหวัดเพื่อกำหนดชะตาชีวิตชาวเมืองจากนั้นหน้าต่างของภารกิจเลเวล 1ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงผู้หญิงที่แตกต่างจากไอริน 

            “ยินดีต้องรับคุณประชาผู้ว่าราชการจังหวัดช้างเผือกคนใหม่ตอนนี้ท่านกำลังจะปรับพื้นที่รกร้างที่ได้มาให้เป็นจังหวัดใหม่เล็ก ๆในการดูแลของท่านภายใต้ระบอบประชาธิปไตยลื่นไหลซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด...” เอไอสาวเอ่ยประโยคสุดท้ายทำให้ผมสะดุดเล็กน้อย แม้ประชาธิปไตยจะเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแต่ก็ไม่มีทางมั่นใจว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอไปผมเชื่อว่าในบางสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจเฉียบขาดอย่างในช่วงสงครามการรอผลการตัดสินของเสียงส่วนใหญ่อาจไม่ทันการ เสียงปริศนายังคงพูดต่อ พร้อมกับมีหน้าต่างเขียนตัวอักษรผุดขึ้นมากลางอากาศ

            “...ภารกิจหลักแรกของท่านคือเริ่มต้นสร้างเมืองของท่านให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินมากกว่า 6,000 ตร.กม.และประชาชนมาอาศัยเกินกว่า 100หลังคาเรือนภายในเวลาหนึ่งปีและถ้าท่านทำให้ประชากรเข้ามาอยู่เกินสี่แสนคนได้ ก็จะถือว่าภารกิจรองสำเร็จ”

            ผมรู้ดีว่าเป้าหมายหลักของเกมคือการอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าให้ได้นานที่สุดโดยไม่มีใครรู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ตรงไหน เดากันว่าคงอยู่จนแก่ตายดังนั้นถ้าเราไม่ได้รับการเลือกตั้งหนึ่งครั้งก็เท่ากับเกมจบลง ซึ่งภายในเกมจะไม่มีกฎหมายจำกัดวาระนักการเมืองเหมือนในโลกจริงแต่อาจจะภารกิจหลักที่ต้องหยุดยั้งการเสนอกฎหมายนี้ด้วยตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้นักวิจารณ์รวมทั้งธรณีโจมตีว่ามีความเป็นเผด็จการมากเกินไปแต่นักพัฒนาเกมก็แก้ต่างในเชิงเทคนิคว่าถ้าจะเปลี่ยนการบังคับตัวละครไปเป็นคนใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งทุกครั้งจะทำให้เนื้อเรื่องที่เราสร้างขึ้นมาตลอดหายไปและต้องใช้ข้อมูลมหาศาล เหตุผลฟังดูเข้าท่า

            ผมลอยตัวไปมาเหนือพื้นอันกว้างใหญ่ราวกับเป็นพระเจ้าผมจะวาร์ปไปจุดไหนก็ได้ตามคำสั่งที่คิดงบประมาณก้อนแรกของจังหวัดที่แบ่งมาเฉพาะพื้นที่นี้ปรากฏให้เห็นบนหน้าจอฮอโลสกรีน เป็นเงินตั้งต้นจากรัฐสำหรับพลิกฟื้นผืนดินที่บางส่วนแห้งแล้งบางส่วนเป็นป่ารกสลับทุ่งหญ้าสีเขียวซีด ให้กลายเป็นเมือง

            ผมตัดสินใจตั้งต้นจากพื้นที่ราบริมแม่น้ำเฉกเช่นจุดตั้งต้นอารยธรรมของมนุษยชาติเลือกจุดที่อยู่ห่างจากขอบเขตที่ไปอำเภอข้างเคียงไม่มาก โชคดีที่ผมเคยเล่นเกมซิมซิตี้ในตอนเด็กจึงพอมีประสบการณ์อยู่บ้างผมใช้งบประมาณไปกับการเกลี่ยพื้นที่ให้เรียบพร้อมตั้งบ้านเรือนสร้างถนนและวางรางรถไฟที่เชื่อมต่อกับเมืองข้างเคียงระบบประปาในช่วงแรกสูบจากใต้ดินร่วมกับการดูดจากแม่น้ำมากรองบางส่วน

            เนื่องจากผมเปรียบเสมือนพระเจ้าทำให้การก่อสร้างสิ่งเหล่านี้ไม่ยากแค่ออกคำสั่งบนหน้าจอหรือใช้การพูดแล้วไปชี้จุดที่จะทำเลยก็ได้พอเร่งเวลาไปสักพักระบบขนส่งสาธารณะก็สร้างเสร็จผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นโหมดอื่นจะยากเพียงใดผมเริ่มต้นสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าและพลังงานลมเนื่องจากราคาถูกกว่าแต่ถ้าเลือกโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินจะมีคำเตือนระบุอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบระยะยาวขึ้นมาก่อนเลือกด้วยถึงกระนั้นพอวางกังหันลมไว้ใกล้ย่านพักที่อยู่อาศัย ก็ไม่วายโดนโนติฟิเคชันแจ้งเตือนเรื่องมลภาวะทางเสียงผมจึงต้องรีบย้ายที่ในทันที

            เมื่อเร่งเวลาผ่านไปราวสามเดือนผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเม็ดฝนที่ตกลงมาตนได้ครึ่งเขื่อน ก็มีคนอพยพมาทางถนนและรถไฟที่สร้างไว้ ผมเริ่มเห็นคนกลุ่มเล็ก ๆ เริ่มสร้างบ้านของตนเองราว 10 กว่าหลังคาเรือนจึงสั่งให้สร้างสายไฟและวางท่อประปาไปที่บ้านเหล่านั้นก็ทำให้คนมาอาศัยอยู่เพิ่มเติมอีก

            “มีคำแนะนำจากรองผู้ว่าท่านจะรับฟังหรือไม่”เสียงของเอไอลอยมาเข้าหูผมจากบนฟ้าที่ไหนสักแห่งผมเงยหน้ามองดูเม็ดฝนที่ตกลงมาทะลุตัวผม แล้วก็ไม่เห็นมีใครอยู่

            “ว่ามาเลย” ผมสั่งเอไอสักพักหนึ่งก็มีชายวัย 40คนหนึ่งในชุดสูทปรากฏขึ้นมากลางอากาศต่อหน้าผมเขาถือแฟ้มเอกสารเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก

            “เราว่า ท่านอาจจะต้องสร้างสถานที่ราชการไว้ให้คนทำงานด้วย พวกเราเองก็ยังไม่มีที่อยู่ประชาชนเองก็เริ่มเลือกตั้งสภาท้องถิ่นกันแล้ว แต่พวกเขายังไม่มีที่จะประชุมกันเลยพากันไปรวมตัวที่สนามเทนนิส ถ้าท่านไม่สร้าง เกรงว่าพวกเขาจะไม่พอใจได้”

            “เราเข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก” ผมพยักหน้ารู้สึกเหมือนกำลังสนทนากับคนจริง ๆ อยู่ลืมไปว่ารองผู้ว่าที่เป็นโปรแกรมอาจไม่ได้สนใจอากับกิริยาของผมด้วยซ้ำเขาพูดมีเหตุผล ผมลืมเรื่องนี้ไปสนิทจึงเจียดงบประมาณมาบางส่วนสร้างอาคารที่ทำการสภาท้องถิ่นไว้ริมถนนใจกลางของชุมชนและสร้างสำนักงานของผมไว้ใกล้ ๆ กัน แต่เว้นส่วนห้องทำงานของผมเป็นห้องโล่ง ๆ ไว้เพราะวาร์ปไปไหนมาไหนได้ตลอด สั่งงาน หรือทำงานจากที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว

            ผมรู้สึกว่าเวลาในเกมเร็วกว่าความเป็นจริงอยู่บ้างไม่ได้สมจริงขนาดนั้น เมื่อผ่านไตรมาสที่สามไป จำนวนตัวเลขคนที่เข้ามาอาศัยอยู่และที่ดินที่มีคนจับจองและซื้อจากภาครัฐของผมก็มากขึ้นทำให้ภารกิจหลักสำเร็จอย่างไม่อยากจนเกินไป รอบนี้ผมรู้สึกว่าเข้าใจเนื้อหาของเกมขึ้นมากใช้ตัวช่วยที่จดไว้ กับกดหยุดเกมเพื่อถามไอริน แค่ศัพท์ไม่กี่คำ

            เอไอบอกว่ามีเวลาอีกหนึ่งปีก่อนจะมอบภารกิจถัดไปให้ผมจึงมีเวลาหายใจหายคอหน่อย เลยวาร์ปเข้าไปดูผู้คนที่ใช้ชีวิตคุยกันอย่างมีความสุขในหมู่บ้านเหล่านั้น เวลาในเกมที่เร่งขึ้น ทำให้ไร่นาสวนที่พวกเขาทำก็เริ่มออกพืชผลแล้ว ชาวเมืองใช้ชีวิตเรียบง่าย บางคนก็มาพักผ่อนตากอากาศผมล่องลอยไปมาเหมือนวิญญาณ แม้จะอยากแค่ไหนก็ได้แต่เฝ้ามองดูไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นได้ พวกเขาคุยเรื่องสรรพเพเหระแต่ก็อดยิ้มอย่างภาคภูมิใจไม่ได้

            ครั้งหนึ่งผมได้ยินประชาชนพูดถึงปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างเรื่องการบุกรุกมาเก็บผลไม้ในพื้นที่ผมเลยเสนอแก้โทษของกฎหมายการบุกรุกให้หนักขึ้นแน่นอนว่ากฎหมายของผมถูกนำเข้าสภาและโหวตผ่านอย่างรวดเร็วเพราะเลือกเล่นแบบง่าย หลังจากนั้นคำนินทาของชาวบ้านก็เปลี่ยนไปเป็นคำชมนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกปลื้มปิติ และชอบเกมนี้ขึ้นไปอีกผมเล่นอย่างต่อเนื่องโดยพักกินอาหารเที่ยงแค่สิบนาที

            ในตอนนั้นไม่ได้ตระหนักเลยว่านี่เป็นเพียงภารกิจเริ่มต้นอุปสรรคที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่ประจักษ์ชัดได้ด้วยสายตา

     


    [1]DLC: Downloadable Content คือเนื้อหาเสริมที่ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดได้หลังจากที่ตัวเกมหลักวางจำหน่ายไปแล้วเช่น ตัวละคร, ด่าน, อาวุธ, เนื้อเรื่อง หรือโหมดเกมใหม่ ๆ

    [2]Subtitle คำบรรยายใต้ภาพ

    [3]Autopilot ระบบควบคุมอัตโนมัติที่ช่วยในการนำทางและควบคุมยานพาหนะเช่น เครื่องบิน หรือใช้อธิบายการทำงานในชีวิตประจำวันที่ทำโดยอัตโนมัติไม่ต้องคิดมาก