ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่80 สมาพันธ์การค้า

            เวลาล่วงเลยไปสิบวันในที่สุดก็มาถึงนครหลวงเหอผิงทั้งสามรีบเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนจึงมาถึงอย่างรวดเร็วแม้จะต้องเปลี่ยนม้าไปหลายตัวก็ตาม การกลับมาครั้งนี้เพื่อชำระหนี้และการซื้อเสบียงโดยเฉพาะเมื่อเสร็จสิ้นธุระชายหนุ่มก็ต้องรีบเดินทางกลับไปยังค่ายทหารของตน

     

              ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุดมันกำลังเผชิญปัญหาที่ยุ่งยากไหนจะเรื่องกองกำลังโจรภูเขาไหนจะเรื่องเลื่อนระดับในสำนัก และที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของมันเองมันไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ? และกำลังทำอะไรอยู่ ?แม้ว่าในช่วงนี้อาณาจักรเหมือนจะสงบสุขดี แต่ใครจะรู้ว่าอีกไม่นานจะเกิดสิ่งใดขึ้น

     

              แม่ทัพพยัคฆ์ผู้เลื่องชื่อตายอย่างอนาถที่ป่าใหญ่สมบัติแห่งโชคชะตาด้วยเหตุนี้อาณาจักรอาจจะวุ่นวายอีกครั้งใหญ่ต้องมีผู้ใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้แน่ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในหอสมบัติ

     

              “คารวะจงเฉิงจื่อ”สตรีนางหนึ่งออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าที่งดงามชวนตะลึงกับน้ำเสียงนุ่มนวลชวนให้ชายหนุ่มตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันหญิงสาวเห็นชายหนุ่มนิ่งไปก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้ “ข้าน้อยคือหลานสาวของประมุขหออวิ้นหยางนามอวิ้นเหม่ยลี่”

     

              “ที่แท้ก็คุณหนูอวิ้นท่านอย่าได้เกรงใจข้าเลย พูดคุยธรรมดาเถอะ” หนิงเฟยหลงกล่าวอย่างเคอะเขิน

     

              “ได้เช่นนั้นท่านได้โปรดเรียกข้าว่าเหม่ยลี่” หนิงเฟยหลงยิ้มตอบรับหลานสาวของประมุขอวิ้นหยางไม่ธรรมดาเลย รูปร่างและหน้าตางดงามไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่าในอาณาจักรแห่งนี้นางคือผู้ที่งดงามเป็นที่สุด

     

              “คาดว่าที่ท่านมาวันนี้เพราะต้องการพูดคุยเรื่องเสบียงใช่หรือไม่?” หญิงสาวเผยรอยยิ้มที่อ่อนหวานเชิญชวนให้หลงใหล

     

              “ใช่ !” ชายหนุ่มควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้วมันเริ่มเข้าประเด็นทันที“ข้าได้ให้คนมารับเสบียงไปก่อนหน้านี้คาดว่าคงได้รับไปแล้ว และที่ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะมาชำระหนี้พร้อมกับซื้อขายของบางอย่างเพิ่มเติม”

     

              หญิงสาวยิ้มรับแล้วผายมือเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านในห้องพิเศษ ส่วนซู่เฟิงจางจิ้นจี้และจางจิ้นสิงนั้นเดินสะเปะสะปะอยู่แถว ๆหน้าหอสมบัติทำท่าทีวุ่นวายกับการซื้อของพร้อมเฝ้ามองไปที่หน้าหออย่างระแวดระวัง

     

              หนิงเฟยหลงเดินเข้ามาในห้องพิเศษชั้นสองที่ก่อนหน้านี้มันมองผ่าน ๆ เท่านั้น และที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยสิ่งล้ำค่ามากมายรวมแล้วเป็นมูลค่ามหาศาล แทบจะซื้ออาณาจักรหนึ่งไปครองได้อย่างสบาย ๆ

     

              ในห้องตกแต่งอย่างหรูหราผิดจากความสมถะของอวิ้นหยางคาดว่าจะเป็นผลงานของหญิงสายสะคราญโฉมท่านนี้ ห้องค่อนข้างใหญ่ประดับประดาด้วยเพชรพลอยแสดงถึงความมั่งคั่งของหอสมบัติชายหนุ่มรู้สึกวิงเวียนกับความแวววาวของอัญมณีล้ำค่าทั้งหลาย

     

              “หอสมบัติร่ำรวยมหาศาลจริง ๆ” หนิงเฟยหลงเอ่ยชมทั้งเจตนาให้หญิงสาวได้ยิน นางก็หัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้โต้ตอบจนทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้วก็มีหญิงรับใช้มารินน้ำชาก่อนจะถอยออกจากห้องรอรับคำสั่งต่อไป

     

              “คุณชายเฟยหลงช่างมีอารมณ์ขันนักถึงแม้หอสมบัติจะมีทรัพย์สินมากมาย แต่หากจะถามหาอัจฉริยะบุคคลสักคนก็ยังไม่มีน่าละอาย ๆ ” หญิงสาวทำท่าทีเขินอายก่อนจะหยิบป้ายเงินคืนให้กับชายหนุ่ม

     

              หนิงเฟยหลงไม่ได้แปลกใจรับมาแต่โดยดี“คุณหนูเหม่ยลี่ข้าต้องการขายแกนสัตว์อสูรระดับสี่จำนวนยี่สิบแปดลูกท่านช่วยคำนวณเงินให้ข้าที”หนิงเฟยหลงหยิบเอาแกนอสูรทั้งยี่สิบแปดลูกออกมาวางบนโต๊ะ

     

              อวิ้นเหม่ยลี่อยู่ในอาการตกตะลึงมันมองสลับไปมาระหว่างแกนสัตว์อสูรกับชายหนุ่ม สีหน้าบ่งบอกถึงความเหลือเชื่อสัตว์อสูรระดับสี่หาใช่ระดับสามัญไม่ยากนักที่จะจัดการได้ส่วนใหญ่แล้วต้องใช้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้พลังถึงจะสามารถโค่นลงได้แต่.....แต่คุณชายหนิงผู้นี้กลับสยบพวกมันได้ถึงยี่สิบแปดตัวซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมากสำหรับผู้ฝึกยุทธ์แก่นแท้พลังก็ไม่อาจทำเช่นนี้ได้!

     

              หากไม่ใช่ค่ายปราบทักษิณของหนิงเฉิงหญิงสาวก็ไม่เห็นว่าจะมีกองกำลังใดทำได้เช่นนี้อีก แต่ที่แตกต่างคือกองทัพทัพปราบทักษิณนั้นต้องนำแกนสัตว์อสูรที่ได้รับมาส่งให้กับท้องพระคลังก็เท่านั้นถ้าถามว่าแคว้นใดในอนุทวีปนี้มั่งคั่งแกนสัตว์อสูรมากที่สุดก็คงต้องเป็นแคว้นเยว่นี้อย่างแน่นอน

     

            ด้วยทางใต้นั้นติดกับเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่เป่าเฉิงแนวป้องกันสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งต้องคอยป้องกันการรุกรานของสัตว์อสูรจากทางใต้ หากไม่มีค่ายนี้ประจำอยู่ไม่รู้เลยว่าความโกลาหลจะเกิดขึ้นที่ใดบ้างแต่ด้วยการนำทัพที่ห้าวหาญ การต่อสู้ที่ดุดันและการนำทัพที่ชาญฉลาดของหนิงเฉิงจึงสามารถป้องกันชายแดนใต้ได้อย่างหมดจด

     

              นี่หากว่านางได้รู้อันที่จริงชายหนุ่มครอบครองไว้ถึงสี่สิบลูกนางจะรู้สึกอย่างไรจะตะลึงเพริดอ้าปากค้างนานเท่าใดกัน แต่นี่หาใช่เพียงฝีมือของคุณชายท่านนี้ไม่ยังมีผู้ติดตามอีกหลายคนที่ให้ความช่วยเหลือ ถึงแม้ส่วนมากจะลงมือเองก็ตามทีแต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าลงมือแต่เพียงผู้เดียว

     

              “เท่าไหร่รึ ?” หนิงเฟยหลงเห็นหญิงสาวเงียบไปนานจึงถามกระตุ้น

     

              อวิ้นเหม่ยลี้รีบเบือนหน้าหนีนางรู้สึกเคอะเขินที่ทำกิริยาไม่เหมาะสมหันกลับมามองแกนสัตว์อสูรอีกครั้ง นับจำนวนถูกต้องหากเป็นปกติราคาระดับสี่นี้จะอยู่ที่ราคาร้อยล้านเหรียญเงิน หรือหนึ่งแสนเหรียญทอง แกนสัตว์อสูรระดับสี่ยี่สิบแปดลูก ก็เท่ากับสองพันแปดร้อยล้านเหรียญเงิน หรือ สองล้านแปดแสนเหรียญทอง นับว่าเป็นมูลค่ามหาศาลหากเป็นเงินในตระกูลแล้วสามารถเพิ่มระดับจากตระกูลระดับล่างขึ้นมาถึงตระกูลระดับสูงได้ชั่วพริบตา

     

              หนึ่งล้านเหรียญทองก็เพียงพอให้คุณชายเสเพลทั้งหลายสนุกไปได้ทั้งชาติแล้วไม่เพียงแต่รุ่นเดียวเท่านั้นต่อให้เสเพลต่อไปอีกสักสิบรุ่นก็ไม่เป็นปัญหาใด ๆจำนวนเงินที่หนิงเฟยหลงจะได้รับจึงเป็นตัวเลขที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

     

              “สองล้านแปดแสนเหรียญทองแต่ทางเราขอมอบเป็นเหรียญสมาพันธ์ให้ท่านแทน ก็จะเป็นสองร้อยแปดสิบเหรียญสมาพันธ์ส่วนเรื่องเสบียงก่อนหน้านี้นั้นถือซะว่าทางเรายกให้ คุณชายพอใจหรือไม่ ?”

     

              “!!!! มากขนาดนั้นเชียว !!”หนิงเฟยหลงตกตะลึง มันไม่คิดว่ามูลค่าของสัตว์อสูรระดับสี่จะสูงถึงเพียงนี้หากมันรู้แต่แรกคงไม่เสียเวลาวางแผนจัดการพวกมันทั้งหมดตั้งนานเพียงฆ่าตัวสองตัวก็เพียงพอ แต่แล้วชายหนุ่มก็นึกอะไรออก “เหรียญสมาพันธ์ ?”หนิงเฟยหลงไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนทวีปแห่งนี้มีเหรียญสมาพันธ์ด้วยและก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?

     

              อวิ้นเหม่ยลี่เริ่มอธิบายให้ชายหนุ่มฟังเริ่มแรกนางกล่าวถึงสมาพันธ์นี้ก่อน มันก็คือสมาพันธ์การค้าซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมสมาชิกผู้ทรงอำนาจทางการเงิน กำหนดค่าของเงินรวมถึงการป้องกันจากผู้ไม่หวังดี ที่หวังปล้นชิงทรัพย์สมบัติซึ่งต่อมาได้รวมกันเป็นสมาพันธ์ใหญ่ที่มีผู้นับหน้าถือตามากมายเข้าร่วมจนกลายเป็นขั้วอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในทวีปชิงเฉวียน

     

            สมาพันธ์การค้ามีแทบทุกสิ่งที่ผู้คนต้องการอีกทั้งกองกำลังที่พวกมันครอบครองยังทรงพลังเป็นอย่างมากหากบอกว่าจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพมีน้อยคนล่ะก็ในสมาพันธ์การค้านี่ก็มีอยู่สิบกว่าคนเป็นตัวเลขที่ไม่ว่าอาณาจักรใดก็ไม่อาจต่อจ้านทำให้ทุกแว่นแคว้นต้องยอมรับอำนาจของสมาพันธ์และสมาพันธ์ยังทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางคอยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทั่วไปของอาณาจักรรวมถึงยังส่งคนมาประจำแต่ละอาณาจักรด้วยอย่างเช่นปู่ของนางอวิ้นหยางก็เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของสมาพันธ์เช่นกัน คอยประจำอยู่ที่อาณาจักรเยว่แห่งนี้

             

            หนิงเฟยหลงได้ฟังก็ยิ่งทึ่งในความแข็งแกร่งของสมาพันธ์นี้ และยังครอบคลุมทั่วทั้งทวีปหากเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าอำนาจที่แท้จริงเป็นของสมาพันธ์การค้าน่ะสิน่ากลัวเกินไปแล้ว !

             

            อวิ้นเหม่ยลี่เห็นสีหน้าของหนิงเฟยหลงก็หัวเราะคิกคัก “ท่านอย่าได้กังวลไปแม้ว่าสมาพันธ์จะมีอำนาจมาก แต่ก็มาจากหลายอาณาจักรเช่นกันนั่นจึงทำให้เกิดความสมดุลในสมาพันธ์และอาณาจักรต่าง ๆด้วย”

             

            หนิงเฟยหลงหายตกใจแล้วมันหันกลับไปมองเหรียญสมาพันธ์ที่หญิงสาวยื่นออกมาให้ดู มูลค่าของมันมหาศาลมากเพียงเหรียญเดียวก็ได้สบายไปทั้งชาติแล้ว แต่มันได้มาถึงสองร้อยกว่าเหรียญไม่ต้องคาดคิดเลยว่าสมาพันธ์จะร่ำรวยขนาดไหนกัน

             

            ชายหนุ่มหยิบเหรียญสมาพันธ์ขึ้นมาดูในขณะที่มือจะสัมผัสนั้นมันก็ได้สัมผัสถึงพลังงานบางอย่างจากเหรียญนี้มันคือพลังของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพลังทุกคนที่มี ‘พลังหยวน’ ชายหนุ่มเบิกตากว้าง

             

            “นี่มัน...พลังหยวน สมาพันธ์ช่างลงทุนนัก !”

             

            “แน่นอน เหรียญสมาพันธ์นั้นมีค่ามาก ทุก ๆ เหรียญจะมีพลังหยวนอยู่สามารถช่วยในการบ่มเพาะได้ นั่นจึงทำให้เหรียญนี้มีค่าอย่างมากมากกว่าเหรียญทองถึงหมื่นเท่า !” หญิงสาวยิ้มพร้อมกับอธิบาย

     

              “!!!!” ชายหนุ่มเบิกตากว้างถ่างตาดูเหรียญนี้ใหม่อีกครั้ง“มันไม่ธรรมดาจริง ๆ เอาล่ะข้าพึงพอใจมาก ขอบคุณคุณหนูอวิ้นที่ช่วยเป็นธุระ”

     

              “อย่าได้เกรงใจเลยคุณชายหนิงเฟยหลงถือป้ายเงินที่สำคัญนี่อยู่แล้วฐานะย่อมเทียบเท่ากับผู้นำตระกูลทั้งสาม ข้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดี”หญิงสาวหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ“ข้าพอทราบมาว่าคุณชายต้องการจะสร้างกองทหารไม่ทราบว่านอกจากเสบียงแล้วท่านยังต้องการสิ่งอื่นอีกหรือไม่ ?”

     

              หนิงเฟยหลงถึงกับต้องมองหญิงสาวผู้นี้ใหม่นอกจากจะความรู้กว้างขวางหน้าตาสะสวยแล้ว ยังมีความฉลาดไม่น้อย “อืม อาวุธ ชุดเกราะและม้าท่านพอจะหาได้หรือไม่ ?”

     

              “แน่นอน”กล่าวจบนางก็เดินออกจากห้องไปออกคำสั่งกับสาวใช้ ไม่นานนักก็มีคนยกยุทโธปกรณ์ต่างๆ ชุดเกราะมาให้ดู ส่วนม้านั้นต้องไปดูเองที่ปศุสัตว์นอกเมือง

     

              หนิงเฟยหลงพิเคราะห์อาวุธและชุดเกราะเห็นว่ามีสามระดับ ระดับต่ำ กลาง สูง ซึ่งราคาแตกต่างกันค่อนข้างมากอย่างระดับต่ำก็เทียบได้กับชุดเกราะทหารทั่วไปราคาอยู่ที่ หนึ่งเหรียญเงินส่วนระดับกลางเทียบเท่ากับชุดเกราะหัวหน้ากองราคาอยู่ที่หนึ่งร้อยเหรียญเงินสุดท้ายคือขั้นสูงเทียบเท่ากับชุดเกราะดับแม่ทัพราคาค่อนข้างสูงเพราะคุณภาพต่างกับระดับกลางค่อนข้างมากหนึ่งร้อยเหรียญทองต่อชุด

     

              ในเรื่องของอาวุธนั้นราคาก็ใกล้เคียงกันแต่อาจจะต่ำกว่าบ้าง อาวุธที่หนิงเฟยหลงสนใจนั้นก็จะมี ดาบ โล่ หอก ขวาน และธนูส่วนที่เหลือมันยังไม่ได้คิด สำหรับมันตอนนี้มีเพียงเท่านี้ที่จำเป็น หลังจากที่ดูอาวุธเสร็จอวิ้นเหม่ยลี่ก็นำหนิงเฟยหลงไปยังปศุสัตว์ด้วยตนเอง มองไปก็เห็นม้าพันธ์ดีมากมายมีม้าหลายสายพันธ์ หญิงสาวอธิบายได้อย่างครบถ้วน

     

              “สรุปว่า ข้าตกลงที่จะซื้ออาวุธชุดเกราะและม้าจากท่าน หากเสร็จสิ้นธุระแล้วข้าจะมาชำระเงินด้วยตนเองที่เหลือจะให้คนของท่านและข้าประสานงานกัน”

     

              “อืม” อวิ้นเหม่ยลี่ยิ้มร่ายามนี้นางได้ทำเงินก้อนโตให้กับหอสมบัติแล้วด้วยการค้าขายกับคุณชายหนิงเฟยหลงผู้นี้

     

              

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน