ด้านของเฟิ่งหวงหยางชุนและกงซุนลี่
ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด หอกที่ประสานเปลวเพลิงสีแดงฉานและเคียวยักษ์ที่เคลือบด้วยควันสีดำทมิฬทั้งคู่ต่างระเบิดพลังออกมาต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในระหว่างนั้นเองจอมยุทธ์จำนวนมากที่ไม่ต้องต่อสู้กับอสุรกายอีกต่อไปก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเขามาล้อมตัวทั้งคู่ไว้
“ไม่ว่าใครก็อย่าได้เข้ามายุ่งกับการต่อสู้นี้เชียว” เฟิ่งหวงหยางชุนตะโกนขึ้นมา เมื่อสามารถสัมผัสได้ว่ามีจอมยุทธ์หลายคนกำลังเข้ามาใกล้ แต่ว่าต่อให้เฟิ่งหวงหยางชุนไม่ตะโกนออกมาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของทั้งสอง เพราะว่าในบรรดากองกำลังพันธมิตรคงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต้านทานความร้อนแรงของเปลวเพลิงผลาญฟ้าได้ จึงทำให้จอมยุทธ์ทั้งหลายต่างทำได้เพียงมองอยู่รอบนอกเท่านั้น
แต่ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีร่างอันใหญ่โตราวกับยักษ์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ตู้ม!! เสียงกระทบของร่างที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้ากระทบเข้ากับพื้นดิน พร้อมกับฝุ่นควันที่ควรพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เสียงดังสนั่นที่เกิดขึ้นทำให้ทุกๆ คนที่อยู่โดยรอบหันไปเป็นทางเดียว
“นั่นมันอะไรกัน!” เฟิ่งหวงหยางชุน กล่าวขึ้นมาเมื่อสามารถสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ตกกระทบพื้นอย่างรุนแรง
“มัวมองทางไหนอยู่” กงซุนที่ที่เห็นว่าเฟิ่งหวงหยางชุนเสียสมาธิหันไปมองที่อื่นก็รีบนำเคียวยักษ์สีดำฟาดฟันไปยังเฟิ่งหวงหยางชุน แต่ว่าแม้สายตาของเฟิ่งหวงหยางชุนจะหันไปมองสิ่งที่ล่วงลงมาจากฟากฟ้า แต่ประสาทสัมผัสของเขาก็จดจ่ออยู่กับการโจมตีของกงซุนลี่ สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกกระบวนท่า
ในจังหวะที่จอมยุทธ์ทุกคนและเฟิ่งหวงหยางชุน กำลังสงสัยเกี่ยวกับร่างที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้า ก็ได้มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากยันต์สื่อสารที่ได้รับมอบมา
‘กองกำลังพันธมิตรทุกคน มีศัตรูที่ร้ายกาจกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามรบของเฟิ่งหวงหยางชุน ศัตรูคนนี้คือมารสวรรค์ที่ถูกเสริมร่างกายโดยวิทยาการของแดนจันทราโลหิตอย่าได้เข้าปะทะเป็นอันขาด’ เสียงของอูหลินเฟิงดังขึ้นภายในจิตใจของทุกคนทันที ทำให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้าคืออะไร
“ห่ะ!! ก็แค่ร่างกายของคนที่ตายไปแล้วมีอะไรน่ากลัวกัน พวกเราลุย” จอมยุทธ์ผู้หนึ่งของกองกำลังพันธมิตรกล่าวออกมา พร้อมกับหันไปบอกก็จอมยุทธ์ทั้งหลาย จอมยุทธ์ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้ข้ามขั้นและมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าคนทั่วไป เหตุใดจะต้องมาเกรงกลัวกับอสุรกายโลหิตของแดนจันทราโลหิต
และอีกอย่างในตอนนี้ทางด้านของกองกำลังพันธมิตรก็กำลังได้เปรียบ อสุรกายจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการ์กอยล์ทมิฬหรืออสุรกายไร้ผิวต่างถูกสังหารจนหมดสิ้น และจากข่าวล่าสุดที่ทุกคนได้รับ กองกำลังของแดนจันทราโลหิตล้มตายกันเป็นจำนวนมาก เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเพราะฉะนั้นแดนจันทราโลหิต ณ ตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป
เมื่อมีคนแรกเริ่มโจมตี จอมยุทธ์จากกองกำลังพันธมิตรที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของกองกำลังตัวเองก็เริ่มโจมตีทันที กระแสพลังมากมายต่างพุ่งเข้าหาร่างของ อสุรกายยักษ์ที่ยืนโดยไม่ยอมขยับตัว จ้องมองการโจมตีมากมายที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉยเมย
“เฮอะ!!...พวกแมลงพวกนี้” เสียงรำคาญของมันสวรรค์ดังขึ้น พร้อมๆ กับเปลวไฟสีดำที่ลุกท่วมร่างยักษ์ของมารสวรรค์
เคล็ดวิชามารครองสวรรค์ เพลิงครองสวรรค์
เพลิงสีดำที่มีเปลวสีขาว ไร้ความร้อนค่อยๆ ลุกท่วมร่างยักษ์ของมารสวรรค์ และ ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นมังกรเพลิงสีดำ มารสวรรค์ไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อยแต่ว่าอาศัยเพียง เพลิงดำที่ก่อตัวเป็นมังกรโจมตีสวนกลับไปทุกการโจมตี การโจมตีมากมายที่พุ่งเข้ามาเพียงแค่โดนมังกรเพลิงสีดำก็ถูกทำให้สลายไปราวกับไม่เคยมีการโจมตีออกมาจากคนหลายคน
หลังจากที่เพลิงมังกรดำสามารถย่อยสลายการโจมตีของจอมยุทธ์มากมายที่โจมตีเข้ามา ก็พุ่งโจมตีไปยังจอมยุทธ์ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น เพียงแค่อาศัยการโจมตีจากมังกรเพลิงสีดำ จอมยุทธ์จำนวนมากก็ถูกสังหารลงทันที ไม่ว่าจะเป็นปราณคุ้มกายของคนที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจต้านทาน เพลิงครองสวรรค์ของมารสวรรค์ได้เลยแม้แต่น้อย
“อ๊ากกกกก”
“สะ..สัตว์ประหลาด”
เสียงร้องโหยหวนจำนวนมากของจอมยุทธ์ที่ค่อยๆ ตายไป เพราะไม่เชื่อคำเตือนของกุนซืออย่างอูหลินเฟิง ทำให้เพียงแค่การโจมตีสวนกลับของมารสวรรค์ จอมยุทธ์ของกองกำลังพันธมิตรถึงล้มตายไปมากกว่าสี่สิบคนจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทั่วบริเวณสนามรบของเฟิ่งหวงหยางชุนและกงซุนลี่จึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนอีกครั้ง
การโจมตีของมารสวรรค์ทำให้เฟิ่งหวงหยางชุนและกงซุนลี่ถึงกับหยุดมือ จ้องมองสัตว์ประหลาดที่เพิ่งจะโจมตีคนทุกคน เปลวเพลิงสีดำค่อยดับลงไปพร้อมกับร่างของมารสวรรค์ที่เริ่มขยับตัว ค่อยๆ เดินตรงไปยังเฟิ่งหวงหยางชุนที่ยังคงส่งเปลวเพลิงสีแดงออกมาห่อหุ้มร่างกาย
“เจ้านั่นมันอะไรกัน!!” เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าวออกมา สัญชาตญาณของเฟิ่งหวงหยางชุนเองก็บอกให้รีบหนีโดยทันที แต่ว่า ทันทีที่คิดจะหนีเมื่อหันไปสบตากับมารสวรรค์ สายตาของมารสวรรค์ก็จ้องมองมายังเฟิ่งหวงหยางชุนโดยที่ไม่ได้มองผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย
“คิดจะแย่งเหยื่อของข้างั้นหรือ” กงซุนลี่กล่าวขึ้นมาจากนั้นก็ตวัดเคียว ส่งคลื่นพลังสีดำโจมตีไปยังร่างกายของมารสวรรค์
ในครั้งนี้มารสวรรค์ไม่ได้ใช้เพลิงครองสวรรค์ของตัวเองก็ว่าทำเพียงแต่กำหมัดและเกร็งกล้ามเนื้อของตนเอง สะบัดมือโจมตีสวนกลับไปยังคลื่นพลังสีดำ พลังโจมตีจากกล้ามเนื้อของร่างอสุรกายโลหิตและมันยังคงแฝงไว้ด้วยพลังกล้ามเนื้อที่เคยถูกพัฒนาไปจนถึงชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เพียงการสะบัดมือครั้งเดียวก็สามารถส่งการโจมตีที่รุนแรง ตอบโต้คลื่นพลังสีดำของกงซุนลี่ ทำลายการโจมตีที่เข้ามาพร้อมๆ กับส่งคลื่นโจมตีที่รุนแรงกว่ากลับไป
“อะไรกัน!!” กงซุนลี่ตะโกนออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเพียงแค่การสะบัดมือครั้งเดียวก็สามารถสวนกลับ..การโจมตีที่รุนแรงของนางได้ คลื่นการโจมตีที่รุนแรงจากการสะบัดมือของมารสวรรค์นอกจากที่จะสามารถทำลายพลังของกงซุนลี่ได้แล้ว แต่มันยังสามารถที่จะเหลือพลังมากพอที่จะโจมตีไปยังร่างของกงซุนลี่ได้อีกด้วย “อ๊อค” กงซุนลี่ที่โดนคลื่นพลังโจมตีสวนกลับมา ก็กระอักเลือดแล้วกระเด็นลอยออกไปอย่างรุนแรง
“เกะกะเสียจริง ข้าไม่สนสตรีอัปลักษณ์ที่มีแผลไหม้เต็มตัวอย่างเจ้าหรอกนะ” มารสวรรค์กล่าว “เปลวเพลิงฟินิกซ์ แถมยังมีสีแดงสด เปลวเพลิงฟีนิกซ์ผลาญฟ้าสินะ เปลวเพลิงที่ร้อนแรงและมีพลังทำลายมากที่สุดของราชวงศ์โชติช่วง ขนาดในช่วงที่ข้ามีชีวิตอยู่ก็ยังไม่มีใครมีเปลวเพลิงชนิดนี้ ถ้าให้เดาเจ้าคงจะเป็นอัจฉริยะของราชวงศ์ในยุคนี้สินะ” มารสวรรค์กล่าว จากนั้นเพียงพริบตาจากระยะที่ไกล มารสวรรค์ก็ได้มายืนหยุดอยู่ตรงหน้าของเฟิ่งหวงหยางชุน
‘เร็วมาก!!’ เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าว ตัวเขาแทบจะมองตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ทัน
“ถ้าเจ้าเป็นอัจฉริยะของราชวงศ์โชติช่วง การตายของเจ้าจะทำให้ราชวงศ์โชติช่วงเสียหายอย่างหนักสินะ” มารสวรรค์กล่าวจากนั้นก็ต่อยไปยังร่างของเฟิ่งหวงหยางชุนที่ยังคงลุกท่วมไว้ด้วยเปลวเพลิง การโจมตีที่รุนแรงของมารสวรรค์ โจมตีทะลวงไปยังร่างของเฟิ่งหวงหยางชุนโดยที่เฟิ่งหวงหยางชุนไม่อาจหลบหนีได้เลยแม้แต่น้อย
“อ๊อค” หมัดที่ถูกต่อยด้วยร่างอันใหญ่โตมารสวรรค์ อาศัยแรงเพียงเท่านั้นก็แทบจะทำให้อวัยวะภายในของเฟิ่งหวงหยางชุนเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิม บาดเจ็บสาหัสด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เฟิ่งหวงหยางชุนกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก พร้อมกับกระเด็นไปไกล
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่สังหารเจ้า แบบง่ายๆ หรอกนะ เจ้าจะต้องทรมานจนต้องร้องขอชีวิตออกมา ข้าถึงจะยอมให้เจ้าตายได้” แล้วเสียงเย็นชาของมารสวรรค์ดังขึ้น จากนั้นร่างเขาก็หายออกไปจากจุดเดิม พร้อมๆ กับที่ปรากฏตัวอีกครั้งที่ร่างของเฟิ่งหวงหยางชุน และ เตะออกไปอย่างรุนแรง
“อ๊อค” เฟิ่งหวงหยางชุน กระอักเลือดออกมาอีกครั้งก็พร้อมกับร่างที่กระเด็นออกไปอย่างรุนแรง เมื่อร่างของเฟิ่งหวงหยางุชนตกกระทบกับพื้น ร่างของมารสวรรค์ก็ปรากฏตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“จะทรมานเจ้ายังไงต่อดี ใช้เปลวเพลิงครองสวรรค์ก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเจ้าก็จะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว” มารสวรรค์กล่าว
อาคมภูตหิมะ โลงศพน้ำแข็ง
แต่ก่อนที่มารสวรรค์จะได้ลงมือต่อไป ก็ได้มีน้ำแข็งที่เยือกเย็นพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินผนึกการเคลื่อนไหวของมารสวรรค์เอาไว้ จากนั้นก็ได้มีร่างของหวังชุน ภูตหิมะ และ ไป๋หลันฮวา ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมร่างของมารสวรรค์ที่ถูกผนึกไว้โดยน้ำแข็ง
“คิดดีแล้วหรอ...ที่ไม่ทำตาม คำบอกของอูหลินเฟิง ฝืนเข้าปะทะกับมารสวรรค์ตรงๆ” ไป๋หลันฮวากล่าว จ้องมองไปยังร่างของมารสวรรค์ที่ถูกผนึกไว้ โดยที่มือของนางก็ยังวางไว้บนพิณเตรียมตัวบรรเลงเพลงทันที
“ถ้าไม่เข้ามา..เฟิ่งหวงหยางชุนได้ตายแน่ อีกอย่างอูหลินเฟิงก็กำลังเดินทางมาที่สนามรบนี้ ถ่วงเวลาจนกว่าเจ้านั่นจะมาถึงก็พอ” หวังชุนกล่าว
ในตอนนั้นเองน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนร่างกายของมันสวรรค์ก็ค่อยๆ มีเปลวเพลิงสีดำพุ่งออกมา น้ำแข็งจำนวนมากที่ปกคลุมอยู่ก็ค่อยๆ ถูกสลายหายไป ทั้งภูตหิมะ หวังชุน และ ไป๋หลันฮวาโจมตีออกไปทันที ที่อีกฝ่ายขยับตัว
อาคมเสริมศาสตรา ค้อนสงคราม / อาคมเสริมศาสตรา ขวานสงคราม
วิชาสำเนียงเก้าชั้น บทเพลงที่สี่ เพลงสยบสี่ทิศ
อาคมภูตหิมะ หอกอาคมน้ำแข็ง
“มีตัวเกะกะเพิ่มเข้ามาอีกแล้ว” มารสวรรค์กล่าว จ้องมองไปยังการโจมตีที่เข้ามาอย่างเฉยเมย
การโจมตีของทั้งสาม ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของกองกำลังพันธมิตรตรงเข้าสู่ร่างกายของมารสวรรค์ แล้วเพลิงสีดำถูกบีบอัดจนกลายเป็นมังกรเพลิงอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ต่างออกไปจากครั้งที่แล้ว ปราณสำเนียงของไป๋หลันฮวามีความสามารถในการโจมตีเป็นวงกว้างและยังไม่ถูกลบล้างด้วยเพลิงสีดำ โจมตีเข้าสู่ร่างกายและจิตใจของมารสวรรค์ ทำให้การเคลื่อนไหวของมารสวรรค์ช้าลงเล็กน้อย มังกรเพลิงสีดำจึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้ในทันที
‘การโจมตีด้วยเสียงของผู้หญิงคนนั้น มีความสามารถในการโจมตีทางจิตใจด้วยสินะ แต่น่าเสียดายข้าไม่ได้มีจุดอ่อนทางด้านจิตใจ’ มารสวรรค์คิด จากนั้นการโจมตีต่างๆ ของทั้งสามคนก็พุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของมารสวรรค์อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยร่างของเทพอสูรอมตะ เพียงไม่นานหลังจากถูกโจมตีทุกๆ บาดแผลก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“คิดว่าการโจมตีอ่อนหัดเท่านี้จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ การโจมตีจริงๆ มันต้องแบบนี้” มารสวรรค์กล่าว จากนั้นเปลวเพลิงรูปร่างมังกรก็แปรเปลี่ยนไป เปลวเพลิงค่อยๆ เคลื่อนไหวและห่อหุ้มเข้าสู่ฝ่ามือ จากนั้นร่างของมารสวรรค์ก็หายไปจากสายตาของทุกคน ปรากฏขึ้นอีกทีคือตรงหน้าของหวังชุน ฝ่ามือที่ถูกคอหุ้มไว้ด้วยเปลวเพลิงสีดำคว้าไปยังคอของหวังชุนอย่างรวดเร็วจนที่เขาไม่อาจจะสามารถหลบหนีได้ทัน
“อ๊ากก” หวังชุนที่ถูกคว้าคอร้องออกมาอย่างทรมาน เปลวเพลิงสีดำห่อหุ้มทั่วร่างกายของหวังชุน ร่างกายของเขาสลายหายไปอย่างรวดเร็ว โดนสังหารอย่างง่ายดาย
“หวังชุน!!” ภูตหิมะตะโกนออกมาเมื่อเห็นว่าสหายของตนเองถูกสังหารลงไปอย่างรวดเร็ว ผลึกน้ำแข็งจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาด้านหลังของภูตหิมะ คิดจะโจมตีออกไปด้วยความโกรธแค้น
แต่ว่ามารสวรรค์ก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็อยู่ด้านหลังของภูตหิมะแล้ว เพียงการเคลื่อนไหวครั้งเดียวของมารสวรรค์ เปลวเพลิงสีดำก็ลุกท่วมร่างของภูตหิมะ เพียงไม่นานนะร่างกายของภูตหิมะก็ถูกทำให้สลายไปเช่นเดียวกับหวังชุน
“บ้าน่า!!!” ไป๋หลันฮวา ที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ร้องออกมาอย่างตกใจและหวาดกลัว ในตอนนี้ขาของนางไม่อาจที่จะก้าวออกไปได้แม้แต่น้อย มารสวรรค์ก็จ้องมองไปยังใบหน้าของไป๋หลันฮวา
“โหห แม่สาวน้อย หน้าตาอันงดงามของเจ้าถูกใจข้าจริงๆ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า..แต่จงมาเป็นภรรยาของข้า” เมื่อเห็นใบหน้าอันสวยงามของไป๋หลันฮวา ก็ไม่คิดที่จะฆ่านางในทันที แต่คิดจะเก็บนางไว้เพื่อฝึกฝนวิชามารครองสวรรค์ของตนเอง
“คิด..ว่า..ข้า.จะ..ยอม.งั้นหรือ” ไป๋หลันฮวากล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัวจ้องมองไปยังร่างอันใหญ่โตที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาหานาง การที่ทั้งสามคนเข้ามาช่วยเหลือเฟิ่งหวงหยางชุน กลับกลายเป็นการสังเวยชีวิตของหวังชุน กับ ภูตหิมะ แถมตอนนี้มารสวรรค์ยังมีเป้าหมายเป็นไป๋หลันฮวา
“จะยอมหรือไม่ เจ้าก็ไม่อาจขัดขืนข้าได้” มารสวรรค์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
..
..
จบตอน