ตอนที่ 8 ไปดี ไม่ขอส่งนะ (1)
หวนอวี๋เอนเตอร์เทนเมนต์ได้สร้างอาคารสามชั้นหลังหนึ่งขึ้นในย่านธุรกิจของเมืองหลวง รูปทรงคล้ายจานบินวงรีที่มาจากนอกโลก ล้ำสมัยเป็อย่างมาก การที่สร้างอาคารสำนักงานหลังหนึ่งขึ้นโดดๆ ในย่านธุรกิจซึ่งราคาที่ดินสูงแบบนี้ได้ กู้เฉิงเฟิงช่างร่ำรวย มากด้วยอิทธิพลจริงๆ
เมื่อพนักงานต้อนรับส่วนหน้าเห็นคนหล่อเหลาทั้งสองเดินเข้ามาก็ใจเต้นแรง หลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นส่องดูใบหน้าตนเอง ก็เผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยสมบูรณ์แบบออกมาแล้วถาม “เรียนถามคุณผู้ชายทั้งสอง ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ นัดไว้หรือเปล่าคะ”
กู้อู๋เหยียนยิ้มสุภาพเป็กันเอง มองพนักงานต้อนรับสาวด้วยสายตาอ่อนโยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ผมมาพบประธานหวังของพวกคุณครับ คุณแค่บอกเขาว่า ผมคือกู้อู๋เหยียน รออยู่ตรงแผนกต้อนรับส่วนหน้าก็พอ”
พนักงานต้อนรับสาวถูกเขาจับจ้องก็ใจเต้นแรง เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณกู้คะ งั้นพวกคุณรออยู่ตรงโซนพักผ่อนด้านข้างสักครู่นะคะ ฉันจะไปแจ้งประธานหวังเดี๋ยวนี้ค่ะ”
เอ่ยเสร็จ หลิวจิ้งก็จ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่นั่งตรงโซนพักผ่อนด้านข้างด้วยความขวยเขิน ใบหน้าแดงซ่านเหมือนอาทิตย์ยามตกดิน ในใจก็คิดว่าชายหนุ่มคนนี้ดูดีเกินไปแล้ว! หล่อกว่าดาราเสียอีก บุคลิกสุภาพลุ่มลึกแทบจะเหมือนคุณชายสูงส่งที่เดินออกมาจากหนังสือ
ลี่เฟิงมองหญิงสาวแผนกต้อนรับที่มองมาทางพวกเขาอย่างเงียบๆ ก่อนกระซิบ “ประธานกู้ครับ ไม่รู้ว่าพนักงานต้อนรับมีแผนการมิดีมิร้ายหรือเปล่า ตอนที่เธอมองคุณ สายตาดูลับๆ ล่อๆ”
กู้อู๋เหยียนกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ โดยไม่พูดไม่จา เพียงทอดถอนอยู่ในใจ ‘ลี่เฟิงนี่ นอกจากเฉลียวฉลาดเื่งานแล้ว เื่อื่นๆ ก็ซื่อบื้อเกินไปจริงๆ ความไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิงของนายนี่ กลัวจะหาแฟนได้ยากซะจริง!’
ทั้งคู่นั่งอยู่ในโซนพักผ่อนสักพัก ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดทำงานก็เดินออกมา กู้อู๋เหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ขยับตัว สายตามองสำรวจชุดของชาเนล ดูเหมือนว่าตำแหน่งจะไม่ต่ำ
อวี๋รั่วหลานเดินมาถึงแผนกต้อนรับส่วนหน้าก็ทำเป็กวาดตามองคนทั้งสองตรงโซนพักผ่อนอย่างไม่สนใจ ซึ่งก็เป็ปกติที่ผู้ชายหน้าตาโดดเด่นมักจะดึงดูดสายตาคนได้ง่าย
ก่อนออกมา ประธานหวังยังกำชับให้เธอเดินไปสำรวจคนที่อยู่ด้านนอกสักพักค่อยพาเข้าไป แต่บุคลิกและการแต่งตัวของทั้งคู่ดูแล้วไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป แถมเขาคนนี้ยังอยู่สกุลกู้ พอนึกเชื่อมโยงกับข่าวลือบางอย่างที่เคยได้ยินมา ที่ว่าลูกชายจากภรรยาเก่าของประธานบอร์ดกู้กลับประเทศมาแล้ว ในใจเธอก็เหมือนจะเข้าใจอะไรคร่าวๆ แม้ข่าวลือจะพูดกันว่าประธานบอร์ดกู้ไม่ชอบลูกชายภรรยาเก่าของเขา แต่ใครจะรู้ว่าข่าวลือนี้จริงหรือเท็จ ดังนั้นกระทำการอย่างระมัดระวังถึงเป็หนทางที่ถูกต้อง อย่างไรเสียหากเกิดเื่ คนที่ต้องเป็แพะรับบาปก็ไม่พ้นเป็เธอ ลูกกะจ๊อกตัวเล็กๆ คนนี้
ด้วยประสบการณ์ที่ตรากตรำลำบากในการทำงานมาหลายปีของเธอ ชายหนุ่มอายุน้อยในชุดสูทสีดำแม้จะดูไม่น่ายำเกรงเท่าชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนด้านข้างที่สีหน้าเคร่งขรึมไร้อารมณ์ แต่โดยทั่วไป ผู้ทรงอิทธิพลก็มักทำตัวไม่เป็จุดสังเกต วางตัวสุขุมเยือกเย็นที่สุด แต่กลับสยบคนได้
“คุณคือประธานกู้ใช่ไหมคะ ฉันอวี๋รั่วหลาน เลขาฝ่ายธุรการของหวนอวี๋ค่ะ” กู้อู๋เหยียนเห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยตรง น้ำเสียงที่พูดก็นอบน้อมถ่อมตน ทำเอาเขาไม่เข้าใจขึ้นมา ว่ากันตามหลักแล้ว หวังรุ่ยเป็ญาติผู้น้องของหลิ่วหรูอวี้ เป็ไปไม่ได้ที่จะมีมารยาทกับเขาขนาดนี้ สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาไม่เข้าใจอีกฝ่าย ต้องดูว่าฝ่ายนั้นจะมาไม้ไหน
กู้อู๋เหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “สวัสดีครับ”
“ประธานหวังสั่งให้ดิฉันมารับคุณค่ะ” ขณะพูด อวี๋รั่วหลานก็ผายมือเชื้อเชิญ ก่อนพาทั้งสองคนเดินไปทางออฟฟิศผู้จัดการใหญ่
ขณะเดินผ่านโซนพนักงาน ตอนนั้นเองรูปร่างหน้าตาของทั้งคู่ได้สร้างความแตกตื่นขึ้นไม่น้อย หลังจากส่งทั้งสองเข้าไปในออฟฟิศผู้จัดการใหญ่แล้ว อวี๋รั่วหลานที่กลับมายังโต๊ะทำงานก็มองบรรดาเพื่อนร่วมงานสาวในบริษัท ไม่รู้ว่าพวกเธอกำลังถกเถียงกันเื่อะไร
‘พี่รั่วหลาน สองคนนั้นที่พี่เพิ่งพาเข้าไปในออฟฟิศของประธานหวังน่ะใครเหรอ หล่อซะขนาดนั้น’
‘จะเป็กองกำลังทางอากาศที่เบื้องบนส่งมาหรือเปล่า พี่มีข่าววงในอะไรจะเล่าให้พวกเราฟังไหม’
หลังจากมีคนส่งข้อความเมนชั่นถึงอวี๋รั่วหลานแล้ว ผู้คนก็พากันเมนชั่นในกลุ่มอย่างพร้อมเพรียง ให้เธอออกมาไขข้อข้องใจ อย่างไรเสีย ประธานหวังของพวกเขาคนนี้ก็ถูกพวกพนักงานสาวชิงชังแทบแย่แล้ว อยากให้เขาลงจากตำแหน่งมานาน แต่จนปัญญา เพราะเขาเป็น้องชายของภรรยาประธานบอร์ดกู้ จะไปแตะต้องประยูรญาติแห่งองค์จักรพรรดิ[1]ไม่ได้ ปกติเ้าตัวไม่เคยสนใจการบริหารโปรเจกต์ของบริษัทมาก่อน ทั้งยังปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเย่อหยิ่ง โดยเฉพาะกับเพศหญิงที่จะไม่ให้เกียรติเป็พิเศษ หากไม่ใช่เพราะเื้ัของหวนอวี๋นั้นอาศัยต้นไม้ใหญ่อย่างหวนจยา เกรงว่าบริษัทนี้คงพังทลายไปนานแล้ว
เหมือนว่าคนเหล่านี้จะสนใจเป็พิเศษ หน้าต่างสนทนาบนคอมพิวเตอร์เด้งขึ้นอย่างบ้าคลั่งตลอด อวี๋รั่วหลานจำต้องตอบกลับไปสองประโยคในกลุ่มสนทนา ‘ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าสองคนนี้มาทำอะไรกันแน่ จนถึงตอนนี้ฉันรู้เยอะกว่าพวกเธอแค่ชื่อพวกเขาเท่านั้น’
อวี๋รั่วหลานคนนี้กระทำการด้วยความรอบคอบ ไม่ให้เป็จุดสนใจ อะไรควรพูดไม่ควรพูด เธอควบคุมไว้อย่างเฉลียวฉลาด อีกทั้งเป็เื่ราวที่ตอนนี้เธอเองยังไม่แน่ชัด แบบนั้นเธอยิ่งไม่พูดอะไรมาก
ทุกคนเริ่มถามมาในกลุ่มอีกครั้งว่าชื่ออะไร อยากไปขุดเบื้องลึกของสองคนนี้ อวี๋รั่วหลานคิดว่าแค่ชื่อคงไม่มีปัญหาอะไร หลังจากพิมพ์ในหน้าต่างสนทนาอย่างเรียบง่ายก็กดส่งไป
ขณะที่ในออฟฟิศผู้จัดการไม่รู้ว่าข้างนอกกำลังคึกคักกันขนาดนี้ อวี๋รั่วหลานต่อสายภายในเข้ามา ถามว่า้ากาแฟหรือไม่ กลับถูกหวังรุ่ยตัดสายทิ้ง สภาพเขาในตอนนี้เหมือนกับนายท่านหวังรุ่ยที่กำลังเอนพิงบนเก้าอี้ หน้าท้องที่ใหญ่โตนั้นเติมเต็มช่องว่างระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ สายตาที่จับจ้องกู้อู๋เหยียนเต็มไปด้วยความดูแคลน
เขาฮึดฮัดในใจอย่างเยียบเย็น แค่ลูกชายไม่เป็ที่โปรดปรานของพ่อ จะมีประโยชน์อะไร ต่อให้เป็หลานชายของม่อเฉิงอู่ หนึ่งในสี่ตระกูลั์ใหญ่ก็เถอะ สกุลม่อในตอนนี้ไม่ได้งามสง่าเหมือนเมื่อก่อนนานแล้ว ก็แค่ตระกูลตกอับที่ภายนอกดูดี ภายในกลวงโบ๋ แต่พี่สาวของเขา หลิ่วหรูอวี้ เป็ของล้ำค่าในมือ เธอคือยอดดวงใจของประธานบอร์ดกู้ ตระกูลใหม่ในเมืองหลวง
ไม่รู้ว่ากู้อู๋เหยียนคนนี้อยู่ๆ มาทำอะไรที่หวนอวี๋ ก่อนหน้าไม่มีข่าวคราวแม้แต่น้อย เมื่อมองสำรวจอีกฝ่ายก็ไม่เจอคลื่นลมอะไร มีหลิ่วหรูอวี้หนุนหลังแบบนี้ เขาไม่กลัวคุณชายน้อยตกต่ำที่ไม่มีเงินไม่มีอิทธิพลคนนี้หรอก
เชิงอรรถ
^ อุปมาถึงผู้มีอิทธิพล