ผู้บำเพ็ญเพียร เป็ผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษจาก์
พวกเขาสามารถดูดซับพลังฟ้าดินเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง ทั้งยังรู้แจ้งกฎของฟ้าดินเปลี่ยนแปลงโชคชะตา หากบำเพ็ญเพียรจนไร้พ่ายก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงฟ้าดิน การกลับชาติมาเกิดจึงถือเป็เื่ธรรมดาสำหรับพวกเขา ดังนั้นผู้บำเพ็ญเพียรล้วนแต่ทะนงตน
อย่างเช่นเวลานี้ที่พวกเขาเกือบทำให้ผู้อื่นาเ็ แต่กลับไร้ซึ่งความละอาย พวกเขาแค่ชำเลืองมองสตรีชุดขาวที่อยู่ด้านล่างเล็กน้อย
พลันมีเสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ “ที่นี่มีแค่เ้าอย่างนั้นหรือ?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะด้วยความโมโห ก่อนจะถามเสียงเย็น “ก่อนที่พวกเ้าจะเอ่ยถามควรขอโทษข้าก่อนไม่ใช่หรือ พวกเ้าเกือบทำร้ายผู้อื่นนะ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวที่งดงามทว่าเ็า เมื่ออยู่ท่ามกลางกองหินสีดำที่ทั้งแข็งและเย็น นางก็ราวกับหิมะที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขา งดงามและหยิ่งทะนง
โดยเฉพาะดวงตาคมปลาบคู่นั้น ราวกับพายุหมุนที่สามารถฉกชิงิญญาผู้คนได้
ช่างน่าตื่นตระหนกยิ่งนัก!
หากนางเป็ผู้บำเพ็ญเพียรต้องมีคนมาติดตามนางนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่นางเป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้
ดังนั้นความน่าเกรงขามเช่นนี้จึงพลันมลายหายไป และไม่สามารถดึงดูดใจผู้ใดได้
“เ้าหูหนวกหรืออย่างไร คุณหนูของเราถามเ้าว่า ที่นี่มีแค่เ้าคนเดียวใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร?”
“เ้าต้องรอให้กระบี่ชี้หน้าเ้าก่อนจึงจะยอมทำตามสินะ!”
“ใจเย็น ๆ”
สตรีที่มีใบหน้างดงาม สวมชุดหรูหราผู้หนึ่งยกมือขึ้นห้ามคนผู้นั้น นางยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะโรยตัวลงมาจากต้นไม้ พิจารณาเฉินเหมียวเหมี่ยวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แค่มดปลวกตัวหนึ่งคิดจะทำให้เหยื่อของข้าแปดเปื้อนอย่างนั้นหรือ เ้าควรจะดีใจที่ตัวเองยังไม่ได้แตะต้องเขาของอสูรเกราะเหล็กตัวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะแล่เนื้อและถลกหนังของเ้าเพื่อเอามาเช็ดเขาของมันซะ”
สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนที่ได้ยินขนลุกชันไปทั้งตัว จิตที่มุ่งร้ายแผ่ออกมาทันที โดยเฉพาะสายตาของนางยามมองใบหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยว ราวกับ้าถลกหนังหน้าของนางออกมาก็มิปาน
ในเมื่ออีกฝ่ายมุ่งร้ายกับนาง เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ไม่ใช่คนที่จะเอาเปรียบได้ง่าย ๆ นางจึงเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “เ้าบอกว่ามันคือเหยื่อของเ้า เ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
สตรีผู้นั้นไม่คิดว่าคนธรรมดาอย่างเฉินเหมียวเหมี่ยวจะสามารถต้านทานการสะกดพลังของนางได้ ไม่มีทีท่าว่าจะยอมคุกเข่าหรือโอนอ่อนลงแต่อย่างใด กลับกันนางยังคงยืนหลังตรงได้อย่างสง่างามอีกด้วย
หลังจากประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง นางก็แสยะยิ้มออกมา “หลักฐานงั้นหรือ คำเอ่ยของข้าก็คือหลักฐาน ข้าไล่ล่ามันมาสามวันเต็ม ๆ จึงสามารถต้อนให้มันไร้ทางรอดได้ ก็เพื่อจะเอาเขาของมันไปทำเป็ของขวัญวันแต่งงานให้แก่เซียนจื่ออีพี่สาวของข้า ของที่ล้ำค่าเช่นนี้ใช่ของที่คนธรรมดาอย่างเ้าจะแตะต้องได้”
เซียนจื่ออีจื่อเอออะไรเฉินเหมียวเหมี่ยวไม่สนใจทั้งนั้น มิน่าล่ะ อสูรั์ตนนี้พอเห็นเป็มนุษย์ก็จะฆ่าทันที อยู่ดี ๆ ก็ไล่ต้อนนางไม่หยุด อยู่ดี ๆ นางก็ถูกลากไปเกี่ยวข้องด้วยนี่เอง
เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน!
เฉินเหมียวเหมี่ยวโมโหอยู่ภายในใจ แต่อีกฝ่ายมีคนมากกว่าทั้งยังเป็ผู้บำเพ็ญเพียร ไม่มีทางเลยที่นางจะเอาชนะพวกเขาได้
นางหลุบตามองชุดสีขาวที่เปล่งแสงอยู่บนร่างของตน ทันใดนั้นความคิดอันหาญกล้าอย่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของนาง
ฮ่าฮ่าฮ่า แม้ข้าจะไม่แข็งแกร่งเช่นพวกเ้า แต่ก็ใช่ว่าข้าจะสู้พวกเ้าไม่ได้!
เฉินเหมียวเหมี่ยวเชิดหน้าขึ้น พลางยกยิ้มงดงามออกมา ราวกับดอกไม้ยามวสันต์ที่ผลิบาน น้ำเสียงยังสงบนิ่งด้วย “อสูรเกราะเหล็กตัวนี้ข้าเป็คนสังหารมันกับมือ าแบนศีรษะของมันก็คือหลักฐาน ดังนั้นมันต้องเป็ของข้า”
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ตอนแรกเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของนาง ทว่าเมื่อได้ยินคำเอ่ยของนางก็นิ่งงันไป ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันออกมา
“นางบอกว่านางเป็คนสังหารอสูรเกราะเหล็กตัวนี้ นี่เป็เื่น่าขันที่สุดที่ข้าได้ยินมาทีเดียว เ้ารู้หรือไม่ อสูรเกราะเหล็กตัวนี้โตเต็มวัยแล้ว พลังของมันเทียบเท่ากับระดับสร้างรากฐานปราณขั้นกลาง เ้ายังจะกล้าพูดอีกงั้นหรือว่าเ้าเป็คนสังหารมัน?”
“มนุษย์ธรรมดาก็คืุ์ธรรมดาจริง ๆ ต่อให้งดงามแล้วจะอย่างไรล่ะ นอกจากอุ่นเตียงแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก”
“หน้าตาเช่นนี้ก็เป็ได้แค่นางบำเรอบนเตียงเท่านั้น”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
วาจาที่เอ่ยออกมา เปิดเผยความคิดของคนเหล่านี้ได้เป็อย่างดี
เฉินเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน เพราะนางคิดว่านี่คงเป็แค่อสูรมารระดับรวมชีพจรทั่วไปตัวหนึ่งเสียอีก ที่แท้มันกลับเป็ถึงอสูรมารระดับสร้างรากฐานปราณขั้นกลางเชียวหรือนี่?
เฉินเหมียวเหมี่ยวสะกดความตื่นตระหนกภายในใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉื่อย “พวกเ้าก็รู้ว่ามันเป็ถึงอสูรมารระดับสร้างรากฐานปราณขั้นกลาง เช่นนั้นพวกเ้าคิดว่าตัวเองเพียงแค่ไล่ล่ามันไม่กี่วันก็สามารถทำให้มันใตายไปเองได้งั้นหรือ?”
ทุกคนต่างเงียบลง
แน่นอนว่าพวกเขาไม่คิดเช่นนั้น ดังนั้นเมื่อมาถึงจึงได้ถามเฉินเหมียวเหมี่ยวว่า มีนางเพียงคนเดียวจริงหรือไม่ ผู้ที่สังหารอสูรเกราะเหล็กตัวนี้อยู่ที่ใดกัน
พวกเขาไม่เชื่อว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวจะเป็คนฆ่าอสูรเกราะเหล็กตัวนี้ ในสายตาของพวกเขา เฉินเหมียวเหมี่ยวก็แค่คนชั่วจิตใจสกปรกที่ฉวยโอกาสเท่านั้น
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะออกมาเสียงดัง “เห็นแก่ที่พวกเ้ายังเด็ก ข้าจะไม่ถือสาพวกเ้าก็แล้วกัน ดังนั้นรีบถอยไปซะ”
เด็ก!?
มีคนตะคอกออกมาด้วยความไม่พอใจ “เ้าอย่ามาทำเป็วางท่า มันเป็ถึงอสูรเกราะเหล็ก หากลำพังเ้าเพียงคนเดียวก็สามารถสังหารมันได้ เช่นนั้นข้าจะยอมเป็เก้าอี้ให้เ้านั่งทับเลยก็ยังได้!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวกลอกตาไปมา ก่อนจะมองคนที่เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
คนผู้นี้ยั่วยุนางครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าตานับว่าพอใช้ได้ แต่ท่าทางร้ายกาจนั้นดูก็รู้ว่าต้องเป็สุนัขรับใช้อย่างแน่นอน
“เื่นั้นคงไม่ต้องหรอก เพราะข้าเป็คนจุกจิก ต่อให้เป็แค่เก้าอี้ข้าก็ต้องเลือกที่ดีที่สุด สุนัขรับใช้เช่นเ้าเกรงว่าคงมีคุณสมบัติไม่พอ”
“เ้า...เ้ามีสิทธิ์อะไร เป็แค่มนุษย์ต่ำต้อย แต่กล้าเหยียดหยามข้าเช่นนี้ ตายซะเถอะ!”
เอ่ยจบ คนผู้นั้นก็หมายจะเข้าไปสั่งสอนเฉินเหมียวเหมี่ยว ทว่ากลับถูกสตรีผู้นั้นห้ามเอาไว้อีกครั้ง นางถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยขึ้น “หลี่ฉุน ไม่ต้องเอาถึงตายหรอก”
หลี่ฉุนรีบเอ่ยประจบทันที “คุณหนูช่างมีเมตตายิ่งขอรับ”
“ฮ่าฮ่า ข้าย่อมมีเมตตาอยู่แล้ว...”
สตรีผู้นั้นจ้องใบหน้าที่ทำให้นางรู้สึกริษยา ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียน งดงามโดดเด่น งดงามกว่าผู้ใดที่นางเคยพบเจอมา เรียกว่างดงามที่สุดในใต้หล้าก็ไม่เกินจริงเลยสักนิด
ความจริงแล้ว สตรีที่เป็ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถดูดซับพลังิญญาฟ้าดินมาเป็ของตนเอง สามารถใช้เปลี่ยนรูปร่าง ผิวพรรณ หน้าตา เป็ต้น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรงดงามกว่ามนุษย์ธรรมดา ท่าทางก็โดดเด่นกว่า
ทว่าแม้จะเป็เช่นนั้น นางกลับมีหน้าตาที่เรียกว่าแค่ ‘ดูดี’ เท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่า ‘งดงาม’ อีกมาก
ั้แ่เล็กจนโต นางต้องทนทุกข์จากรูปลักษณ์ของตนเองหลายต่อหลายครั้ง หนำซ้ำฐานะของนางก็ไม่ได้สูงส่ง รากปราณก็หาได้โดดเด่นกว่าใครไม่ นางจึงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
แต่คนตรงหน้าเป็เพียงคนธรรมดา กลับงดงามถึงเพียงนี้ นางจะทนได้อย่างไรกัน?
มุมปากของสตรีผู้นั้นโค้งขึ้น ก่อนจะเอ่ยอย่างสบาย ๆ “เช่นนั้นก็ตัดจมูกนางซะ แล้วควักลูกตาของนางออกมา อืม...ถลกหนังของนางออกมาด้วย จำไว้ว่าอย่าทำให้นางตายเด็ดขาด เพราะ์มีเมตตาต่อสรรพชีวิต พวกเราเป็ผู้บำเพ็ญเพียรก็ต้องมีจิตใจที่มีเมตตาด้วยเช่นกัน”
“ขอรับ!”
หลี่ฉุนดีใจอย่างมาก เขาไม่มีท่าทางลังเลแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเื่พวกนี้
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
บัดซบ ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร เอะอะก็จะถลกหนัง ตัดจมูก ควักลูกตาคนเล่นอย่างนี้น่ะหรือ?
แต่สิ่งนี้ก็คือความแตกต่างของผู้บำเพ็ญเพียรและคนธรรมดา
ฟ้ากับดิน
คนกับมดปลวก
อำนาจชี้เป็ชี้ตาย ล้วนขึ้นอยู่กับความพอใจของพวกเขา
ส่วนเฉินเหมียวเหมี่ยวจะบริสุทธิ์หรือไม่ เป็สตรีหรือบุรุษ เป็คนแก่หรือว่าเด็ก ล้วนไม่สำคัญแต่อย่างใด
ใครใช้ให้เฉินเหมียวเหมี่ยวอ่อนแอ และขวางหูขวางตาสตรีตระกูลเฉินกันล่ะ?
ผู้ที่อ่อนแอย่อมเป็ผู้ถูกกระทำ นี่เป็หลักสัจธรรม!