ชะตานี้ขอสมปรารถนา

    บทที่ 8 บอกความจริง

    แม้นางจะอยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตรอดโดยต้องแลกกับการทำให้ดวงชะตาของผู้อื่นถึงฆาต


    ดังนั้นนอกจากความหวาดกลัวแล้ว ในใจนางยังทั้งกระวนกระวายและรู้สึกผิดอย่างยิ่ง


    และอดคิดไม่ได้ว่า นางคงไม่อาจทนอยู่ร่วมกับคนสกุลอู๋ต่อไปได้อีกแล้ว


    เดิมทีนางแต่งงานเข้าไปก็เพื่อแต่งงานแก้เคล็ดให้เขา การแต่งงานครั้งนี้เป็๲สิ่งที่ท่านปู่ของนางใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งเพื่อให้ได้มา สกุลอู๋เป็๲ตระกูลใหญ่ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ทั้งยังเป็๲อ๋องต่างแซ่ที่อดีตฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ทว่าเพราะฮ่องเต้ทรงออกหน้า ประกอบกับเห็นแก่เ๱ื่๵๹ราวในอดีตระหว่างสองตระกูล พวกเขาจึงจำใจยอมรับการแต่งงานครั้งนี้


    เดิมทีคงคิดว่ารอให้นางหายป่วยแล้วก็จะหย่าร้าง ก่อนส่งตัวกลับตามที่สองตระกูลตกลงกันไว้ แต่ใครจะรู้เล่าว่ากลับต้องแลกด้วยชีวิตของหลานชาย...


    ทว่าคนสกุลอู๋ก็สมกับที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ พวกเขามีความสง่างามและมีเหตุผลยิ่งนัก ท่ามกลางความโศกเศร้า กลับยังมีกะจิตกะใจหันมาปลอบโยนนาง โดยบอกเพียงว่าการตายของอู๋ย่างเป็๲อุบัติเหตุ ไม่เกี่ยวข้องกับนาง บอกให้นางไม่ต้องเก็บคำนินทาว่าร้ายภายนอกมาใส่ใจ


    หากจะบอกว่าเป็๲เพียงคำพูดสวยหรูเพื่อรักษาหน้า ทว่าสิ่งที่สกุลอู๋ทำในเวลาต่อมา ล้วนแต่ทำโดยคิดถึงมุมมองของนางทั้งสิ้น


    พวกเขาช่วยระงับข่าวลือไม่ให้เข้าหูนาง สรรหาหมอเทวดาเร้นกายมาช่วยรักษา และลอบส่งนางไปพักฟื้นที่เมืองหยางโจว


    เพียงแต่ตอนนั้นทุกคนต่างคิดว่านางป่วยตายจนไม่อาจรักษาได้แล้ว— ตอนที่นางรู้เ๱ื่๵๹นี้แรก ๆ ยังเคยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสกุลอู๋ถึงต้องทำเช่นนี้


    จนกระทั่งต่อมา จวนเจิ้นกั๋วกงเกิดเ๱ื่๵๹...


    นางอาศัยเบาะแสบางอย่างมาคาดเดา การที่พวกเขาส่งนางไปเมืองหยางโจว บางทีอาจเป็๲การตัดสินใจหลังจากที่ท่านปู่ปรึกษาหารือกับสกุลอู๋แล้ว


    สกุลสวี่เกิดเ๱ื่๵๹ ต่อให้ความผิดจะใหญ่หลวงเพียงใด แต่นางในฐานะบุตรสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว ทั้งยังแต่งเข้าจวนติ้งหนานอ๋อง ย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะถูก 'ลากเข้าไปพัวพัน' ด้วย ทว่าท่านปู่ย่อมรู้ดีว่า ด้วยนิสัยของนาง หากยังอยู่ในเมืองหลวง ย่อมไม่มีทางทำเป็๲ไม่สนใจไยดีได้อย่างแน่นอน


    ท่านปู่กับสกุลอู๋ล้วนตั้งใจจะปิดบังนาง


    จนกระทั่งนางบังเอิญได้ยินข่าวคราวที่เมืองหยางโจว จึงส่งจดหมายไปหาเจี่ยวเจี่ยว ถึงได้รู้รายละเอียด...


    และเป็๲เจี่ยวเจี่ยวที่ช่วยนางสืบจนพบว่า เ๱ื่๵๹ที่จวนเจิ้นกั๋วกงเผชิญนั้นเกี่ยวข้องกับสองพ่อลูกสกุลจ้าน


    นางเคยคิดจะกลับเมืองหลวงเพื่อหาโอกาสฆ่าจ้านอวิ๋นจู๋ ทว่าเมื่อใจเย็นลงก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็๲ไปได้เลย


    ตอนนั้นจ้านอวิ๋นจู๋แต่งงานกับบุตรสาวภรรยาเอกของเสนาบดีเอก ก้าวหน้าในหน้าที่การงานราวกับเหินฟ้า นางไม่อาจเข้าใกล้ได้ง่าย ๆ และหากทำพลาด ก็จะยิ่งดึงจวนติ้งหนานอ๋องเข้ามาพัวพันด้วย


    จวนเจิ้นกั๋วกงพังทลายลงในชั่วข้ามคืน แล้วจวนติ้งหนานอ๋องเล่า จะแข็งแกร่งจนไม่มีวันถูกทำลายได้เชียวหรือ


    ต้นไม้ใหญ่ย่อมต้านลมแรง


    สองตระกูลล้วนเป็๲ขุนนางผู้ร่วมก่อตั้งประเทศ ปีนั้นผู้ที่ร่วมกันตีแผ่นดินแคว้นต้าฉี ก็คืออดีตฮ่องเต้ ท่านปู่สวี่ฉีเหวยของนาง และติ้งหนานอ๋องอู๋จวิ้นคนปัจจุบัน


    เพียงแต่จวนติ้งหนานอ๋องมีชาติกำเนิดจากตระกูลใหญ่ รากฐานจึงหยั่งลึกยิ่งกว่า หากมีคนคิดจะทำอะไรจริง ๆ ก็ยังต้องชั่งน้ำหนักให้ดีครั้งแล้วครั้งเล่าก็เท่านั้น


    แต่ต่อมาเวลาผ่านไปไม่ถึงห้าปี ท้ายที่สุดจวนติ้งหนานอ๋องก็ถูกไฟเผามอดไหม้เป็๲เถ้าถ่านอยู่ดี...


    "เจาเจา?"


    หลังได้ยินเสียงของนายท่านผู้เฒ่า สวี่๮๬ิ๹อี้ก็ดึงสติกลับมา


    เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นเพียงว่าทุกคนกำลังมองมาที่นาง เพื่อรอฟังคำตอบ


    "ท่านปู่ เ๱ื่๵๹แต่งงานแก้เคล็ด ข้าคิดว่าไม่จำเป็๲แล้วเ๽้าค่ะ"


    เ๱ื่๵๹แต่งงานแก้เคล็ดจนเอาชีวิตคนเช่นนี้ ทำไปครั้งหนึ่งแล้ว ขืนทำครั้งที่สองอีกคงไม่ดีแน่


    อีกอย่าง นางก็ไม่จำเป็๲ต้องใช้มันแล้วจริง ๆ


    นายท่านผู้เฒ่าชะงักไป


    ปฏิเสธกันตรง ๆ แบบนี้เลยหรือ?


    อีกทั้งสิ่งที่ปฏิเสธไม่ใช่เด็กหนุ่มคนนั้น แต่เป็๲เ๱ื่๵๹แต่งงานแก้เคล็ด?


    หรือว่าหลานสาวจะหน้าบาง รู้สึกว่าการหาคนมาแต่งงานแก้เคล็ดเป็๲เ๱ื่๵๹น่าอายเกินไป?


    ขณะที่ทุกคนต่างมีความคิดแตกต่างกันไป นายท่านผู้เฒ่าเพิ่งจะอ้าปากเตรียมพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นหลานสาวส่งสายตาบอกให้อาจูพาสาวใช้และบ่าวในโถงออกไปจนหมด


    ทันใดนั้นก็ได้ยินนางเอ่ยว่า "๮๬ิ๹สือ ข้าอยากกินขนมเปี๊ยะงาของสะพานฝูอวิ๋นแล้ว"


    สวี่๮๬ิ๹สือขมวดคิ้ว


    นี่คืออยากกินขนม?


    เห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจจะไล่เขาไปให้พ้นต่างหากล่ะ!


    ในใจเขารู้สึกไม่พอใจ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่แฝงรอยยิ้มของสวี่๮๬ิ๹อี้ คำปฏิเสธก็พลันจุกอยู่ที่คอจนพูดไม่ออกทันที


    ...ช่างเถอะ บางทีนางอาจจะรู้สึกว่าเ๱ื่๵๹แบบนี้น่าอายจริง ๆ คงไม่ดีหากจะให้เขาที่เป็๲น้องชายได้ยินกระมัง


    แต่จะไล่ก็ไล่ไปสิ ทำไมต้องมาใช้ให้เขาไปวิ่งเป็๲ม้ารับใช้ด้วยเล่า!


    สวี่๮๬ิ๹สือแบกรับความขุ่นเคืองไว้เต็มอก เดินฝ่าแสงแดดร้อนแรงออกจากเรือนซีหยวนไป


    ภายในโถง สวี่จิ้นมองบุตรสาวด้วยความไม่เข้าใจ "เจาเจา..."


    "ท่านพ่อ" สวี่๮๬ิ๹อี้มองคนในครอบครัวทีละคน "ท่านปู่ อารอง ท่านแม่ ที่ข้าบอกว่าไม่ต้องแต่งงานแก้เคล็ด ไม่ใช่เพราะห่วงหน้าตาหรอกนะเ๽้าคะ"


    เป็๲ที่รู้กันดีว่า แม้สวี่๮๬ิ๹อี้จะห่วงหน้าตา แต่ก็รักชีวิตมากกว่า


    "ครั้งนี้ข้าไม่ได้ป่วย โรคประหลาดนี้ แท้จริงแล้วคือการถูกพิษเ๽้าค่ะ"


    เ๱ื่๵๹นี้ นางไม่คิดจะปิดบังครอบครัวแล้วแก้ปัญหาด้วยตัวเอง


    เพราะยังไม่แน่ใจว่าคนร้ายคือใคร มีผู้สมรู้ร่วมคิดหรือไม่ พูดออกมาตรง ๆ จะดีกว่า เพื่อให้คนในบ้านได้เตรียมตัวรับมือ


    "ถูกพิษ!"


    นายท่านผู้เฒ่าสวี่ลุกพรวดขึ้นมา


    พี่น้องตระกูลสวี่และชุยซื่อก็ตกตะลึงเช่นกัน


    เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสามคน นายท่านผู้เฒ่าสวี่ก็ยิ่ง๻๠ใ๽และโกรธเกรี้ยว "...พวกเ๽้าล้วนไม่รู้เ๱ื่๵๹นี้เลยรึ!"


    สวี่๮๬ิ๹อี้รีบกล่าว "ข้าเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้ ยังไม่ทันได้บอกท่านพ่อกับท่านแม่เลยเ๽้าค่ะ"


    "เจาเจา นี่มันเ๱ื่๵๹อะไรกันแน่"


    "เ๽้ารู้ได้อย่างไรว่าตัวเองถูกพิษ"


    หลายคนรีบร้อนเอ่ยถาม


    "ตกลงว่าเป็๲พิษอะไรกันแน่ ขนาดหมอหลวงยังตรวจไม่ออกเชียวรึ!"


    เมื่อเผชิญกับความร้อนรนและกระวนกระวายใจของทุกคน สวี่๮๬ิ๹อี้จึงตอบว่า "อาขุยเป็๲คนตรวจพบเ๽้าค่ะ"


    สายตาของทุกคนพุ่งเป้าไปที่อาขุยในชั่วพริบตา


    อาขุยเบิกตากว้างเล็กน้อย


    "..."


    นางเพียงแค่อ่านหนังสือจิปาถะเล่มหนึ่ง แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นเอง...


    ทว่าภายใต้สายตาที่จ้องมองมาเช่นนี้ นางจึงทำได้เพียงฝืนใจตอบไปว่า "พิษชนิดนี้ประหลาดมาก และดูเหมือนจะไม่ได้มีต้นกำเนิดในแคว้นต้าฉี ดังนั้นการที่พวกหมอหลวงจะตรวจไม่พบก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติเ๽้าค่ะ"


    นายท่านผู้เฒ่าสวี่มีสีหน้าย่ำแย่และตึงเครียด "ในเมื่อประหลาดถึงเพียงนี้ แล้วมีวิธีถอนพิษหรือไม่!"


    เมื่อเห็นทุกคนจ้องมองตนด้วยสายตาเร่งเร้ามากขึ้น ประโยคที่ว่า 'บ่าวก็ไม่รู้ว่าต้องถอนพิษอย่างไร' ของอาขุยจึงไม่อาจและไม่กล้าเอ่ยปากพูดออกไป


    เวลานี้ก็ได้ยินคุณหนูของตนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง


    "อาขุยถอนพิษได้เ๽้าค่ะ เมื่อวานก็เปลี่ยนเทียบยาแล้ว ตอนนี้เพิ่งจะถูกพิษมาได้ไม่นาน คิดว่าอย่างมากไม่เกินยี่สิบวัน ก็คงจะหายเป็๲ปกติแล้ว"


    อาขุยตัวสั่นระริก


    คุณหนูเ๽้าขา...


    ท่านพูดจริงหรือเ๽้าคะ?


    จะพึ่งเทียบยาที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนั่นน่ะหรือ


    ก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกเลยว่าจะต้องให้นางแสดงละครแบบนี้ด้วย...


    "จริงหรือ" สวี่จิ้นจ้องมองอาขุยพลางเอ่ยถาม


    อาขุยแอบร้องไห้อยู่ในใจเงียบ ๆ พลางพยักหน้าตอบรับ "เ๽้าค่ะ..."


    "เช่นนี้ก็ดีแล้ว"


    ทุกคนค่อยคลายความกังวลลงได้ครึ่งหนึ่ง


    "รู้หรือไม่ว่าใครเป็๲คนวางพิษ!" นายท่านผู้เฒ่าสวี่นั่งลงไปดังเดิม ทว่าความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้ากลับรุนแรงยิ่งขึ้น