ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 42 สัญญาณก่อนพายุ

            ในเช้าวันถัดมาเหนือมหานครลังกา ท้องฟ้าดูสงบผิดปกติราวกับความเงียบก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แสงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำทะเลเป็นประกายแต่ภายใต้ความงดงามนั้นระบบตรวจจับพลังงานจากทั่วโลกกลับเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติอย่างต่อเนื่องภายในศูนย์ควบคุมหลักของลังกา เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเจ้าหน้าที่จำนวนมากกำลังทำงานอย่างเร่งรีบข้อมูลพลังงานจากหลายพื้นที่ทั่วโลกถูกฉายขึ้นบนจอขนาดยักษ์เป็นจุดสีแดงที่ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้น

            “ระดับพลังงานมิติในหลายจุดเพิ่มขึ้นพร้อมกันครับ”เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรายงาน “มันไม่ใช่การรั่วไหลธรรมดาแล้ว” อีกคนกล่าวเสริม“เหมือนมีบางอย่างกำลัง…ดันมิติจากอีกฝั่งหนึ่ง”ภาพบนจอเปลี่ยนไปเป็นกราฟพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจังหวะของมันไม่สม่ำเสมอ แต่กลับมีรูปแบบบางอย่างซ่อนอยู่“เหมือนมันกำลังซิงโครไนซ์กัน” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งพึมพำ“ราวกับมีใครบางคนกำลังควบคุมมันจากอีกด้าน”

            ในเวลาเดียวกันศูนย์บัญชาการของรัฐบาลโลกก็ได้รับข้อมูลเดียวกัน ลักษณ์ยืนอยู่หน้าจอแผนที่โลกดวงตาของเขาจับจ้องไปยังจุดพลังงานที่เพิ่มขึ้น “มันเริ่มแล้ว” เขากล่าวเสียงต่ำรามยืนอยู่ข้างๆ มองภาพนั้นอย่างเงียบงัน “แต่พวกมันยังไม่เปิดประตู” รามกล่าว“เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง” ลักษณ์พยักหน้า“หรือไม่ก็…กำลังสร้างเงื่อนไขบางอย่างให้พร้อมก่อน”

            ภายในพระราชวังลังกาทศกัณฐ์และสีดาได้รับรายงานในเวลาเดียวกัน ทั้งสองเดินออกมาที่ระเบียงสูงมองไปยังท้องฟ้าที่ยังคงดูสงบ “เริ่มชัดเจนขึ้นแล้ว” สีดากล่าว“พวกมันไม่ได้หยุดไปจริงๆ” ทศกัณฐ์พยักหน้าเล็กน้อยดวงตาของเขาสงบนิ่งแต่ลึกลงไปมีบางอย่างเปลี่ยนไป พลังของเขาที่เคยปะทุอย่างรุนแรงเมื่อสัมผํสเข้ากับพลังจากประตูมิติตอนนี้กลับนิ่งสนิทเหมือนทะเลลึก “พวกมันกำลังรอให้ประตูเปิดเอง” เขากล่าว“เหมือนที่เราสงสัยก่อนหน้านี้” สีดาหันมามองเขา “แต่ทำไมต้องรอ”ทศกัณฐ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “เพราะถ้าประตูเปิดเอง…” เขาหยุดเล็กน้อย“…มันจะเสถียรกว่า” คำพูดนั้นทำให้สีดานิ่งไปเล็กน้อย เธอเริ่มเข้าใจทันที“หมายความว่า…” เธอพูดช้าๆ “…ถ้ามันเปิดเต็มที่พวกมันจะสามารถส่งกองทัพทั้งหมดเข้ามาได้โดยไม่มีข้อจำกัด” ทศกัณฐ์พยักหน้า“และนั่นแหละคือสิ่งที่พวกมันต้องการ” ลมทะเลพัดผ่านอีกครั้งแต่คราวนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเหมือนก่อน

            ในขณะเดียวกันที่จุดหนึ่งกลางมหาสมุทรลึก ซึ่งไม่มีใครอาศัยอยู่ น้ำทะเลเริ่มหมุนวนอย่างผิดปกติวงน้ำขนาดใหญ่ค่อยๆก่อตัวขึ้นเหมือนพายุใต้น้ำแสงสีม่วงจางๆเริ่มส่องขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำสัตว์ทะเลในบริเวณนั้นต่างว่ายหนีออกไปอย่างตื่นตระหนก คลื่นน้ำเริ่มสูงขึ้นทีละน้อยท้องฟ้าเหนือบริเวณนั้นเริ่มเปลี่ยนสีเมฆเริ่มรวมตัวกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่เหมือนกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งจากเบื้องล่างทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากใต้ทะเล เสียงที่ไม่ใช่เสียงธรรมชาติเสียงที่ฟังดูเหมือน…การแตกร้าวของบางสิ่งบางอย่าง แสงสีม่วงเข้มพุ่งขึ้นมาจากใจกลางวงน้ำในพริบตาก่อนจะจางหายไป เหลือเพียงผิวน้ำที่ยังคงหมุนวนอย่างช้าๆแต่ลึกลงไป…บางสิ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

            และในดินแดนต่างมิติร่างในเงามืดยังคงนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์ “สัญญาณเริ่มต้นแล้ว”เสียงของมันดังขึ้นเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเองดวงตาสีแดงคู่นั้นเปิดขึ้นอีกครั้งในความมืด “อีกไม่นาน…” มันกล่าว“…ประตูจะเปิดออกเอง” เสียงฝีเท้าของกองทัพยังคงดังก้องอยู่ไกลๆและสงครามครั้งใหม่…กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างแท้จริง

            กลางมหาสมุทร ณ จุดที่พลังงานผิดปกติปะทุขึ้นก่อนหน้านี้ท้องฟ้ายังคงหมุนวนเป็นวงกว้างเมฆสีเทาดำรวมตัวกันหนาแน่นจนแสงอาทิตย์แทบไม่สามารถส่องผ่านลงมาได้คลื่นทะเลกระเพื่อมรุนแรงผิดธรรมชาติราวกับมีบางสิ่งกำลังดันจากใต้ผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ควบคุมของลังกาและรัฐบาลโลกจับสัญญาณได้ในเวลาเดียวกันภาพถ่ายทอดสดจากดาวเทียมถูกฉายขึ้นบนจอหลัก ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดเดียว“ระดับพลังงานพุ่งทะลุขีดจำกัดแล้ว!” เจ้าหน้าที่รายงาน เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย“มันกำลังจะเปิด”

            บนผิวน้ำ วงน้ำขนาดมหึมาเริ่มหมุนเร็วขึ้นแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นทำให้น้ำทะเลถูกดึงลงไปตรงศูนย์กลางจนเกิดเป็นหลุมยักษ์ และในใจกลางของหลุมนั้น…แสงสีม่วงเข้มก็เริ่มส่องขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้มันไม่จางหายไปเหมือนก่อน แสงนั้นค่อยๆขยายตัวกลายเป็นรอยแยกในอากาศเหนือผิวน้ำ เสียงแตกร้าวดังสะท้อนก้องราวกับกระจกขนาดมหึมากำลังถูกฉีกออกจากกัน รอยแยกนั้นไม่เสถียรมันสั่นไหวและบิดเบี้ยว แต่ก็ยังคงอยู่ “มันคือ…ประตูมิติ”นักวิทยาศาสตร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “แต่ยังไม่สมบูรณ์” ทันใดนั้นเงาบางอย่างก็ปรากฏขึ้นภายในรอยแยก เงานั้นขยับช้าๆ ก่อนที่บางสิ่งจะพุ่งทะลุออกมาแขนขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกราะสีดำและเส้นพลังสีแดงฉีกผ่านมิติออกมาอย่างรุนแรงมันคว้าอากาศเหมือนกำลังพยายามดึงตัวเองออกมา เสียงคำรามต่ำๆดังออกมาจากรอยแยกนั้นเสียงที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้คลื่นกระแทกจากพลังนั้นทำให้ผิวน้ำระเบิดออกเป็นวงกว้างคลื่นยักษ์สูงหลายสิบเมตรแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง “มันเริ่มส่งกำลังเข้ามาแล้ว!”เสียงรายงานดังขึ้นทั่วศูนย์ควบคุม

            ในเวลาเดียวกัน บนระเบียงพระราชวังลังกาทศกัณฐ์และสีดามองภาพนั้นผ่านจอถ่ายทอดสด สีหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียด“เหมือนกับที่ดาววาลคาร์…” สีดาพูดเบาๆ ทศกัณฐ์พยักหน้า “ใช่ แต่ครั้งนี้…”เขาจ้องไปที่ภาพนั้น “…มันใหญ่กว่าเดิม” ภายในไม่กี่วินาที รอยแยกก็สั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นแขนขนาดมหึมานั้นพยายามดันตัวเองออกมาให้มากขึ้น แต่เหมือนมีบางอย่างขัดขวางอยู่มันไม่สามารถทะลุออกมาได้ทั้งหมด

            ในที่สุดรอยแยกก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะยุบตัวลงอย่างฉับพลันแขนขนาดมหึมานั้นถูกดึงกลับเข้าไปในความมืดเสียงคำรามสุดท้ายดังสะท้อนออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงผิวน้ำกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ เหลือเพียงคลื่นที่ยังคงกระเพื่อมอยู่“มัน…ปิดไปแล้ว?” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดอย่างไม่แน่ใจนักวิทยาศาสตร์ส่ายหน้า “ไม่ใช่ มันแค่ยังไม่เสถียรพอ” เขามองข้อมูลบนหน้าจอ“แต่ครั้งต่อไป…มันจะเปิดได้นานกว่านี้แน่นอน” ความเงียบปกคลุมศูนย์ควบคุมทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ใช่การโจมตีจริง แต่เป็นเพียง “การทดสอบก่อนที่มันจะบุกเข้ามาจริงๆ”

            ในพระราชวังลังกา ทศกัณฐ์หันหลังจากจอภาพเขาหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขานิ่งและแน่วแน่“ถึงเวลาแล้ว” เขากล่าว สีดามองเขา “คุณหมายถึง…” ทศกัณฐ์พยักหน้า“เราจะไม่รอให้มันเปิดสมบูรณ์” เขากล่าวเสียงหนักแน่น“ครั้งหน้า…เราจะเป็นฝ่ายไปถึงมันก่อน” ลมทะเลพัดแรงขึ้นอีกครั้งท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรยังคงมืดครึ้ม ราวกับโลกกำลังรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังจะมาถึงและในอีกฟากของมิติ เงาบนบัลลังก์ยังคงนั่งนิ่ง “เริ่มได้ดี” เสียงนั้นกล่าวเบาๆ“อีกไม่นาน…” ดวงตาสีแดงส่องแสงในความมืด “…ประตูจะเปิดออกอย่างแท้จริง”และเมื่อถึงเวลานั้น…สงครามระหว่างสองโลกจะเริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีทางย้อนกลับอีกต่อไป

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน