ทั้งห้าคนออกจากเมืองหลวงอย่างเงียบๆทำให้หรานซีที่รักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูกระบี่แห่งชีวิตได้แล้วเดินออกมาจากต้องตรงมายังที่พักของเมิ่งเจี้ยนเฉินทันทีแต่เมื่อนางมาถึงก็พบว่าไม่มีใครอยู่นางจึงพุ่งออกไปหาฮ่องเต้โดยตรงหลังจากที่รู้ว่าพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินออกเดินทางแล้วนางก็กลายเป็นโกรธขี่กระบี่พุ่งออกจากเมืองหลวงโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นแม้แต่พวกผู้อาวุโสของสามสำนักก็หยุดนางไม่ได้
“เซียนกระบี่สองคนหนีไปหมดแล้ว”ราชครูหัวเราะออกมา
“เฮ้อที่น่าเจ็บใจคือเจ้าตัวดีถิงจี้ยังแอบหนีไปด้วย” ผู้อาวุโสสำนักดาบบ่นออกมาแต่ในใจก็ดีใจมากที่ถิงจี้สามารถสร้างสายสัมพันธ์กับเซียนกระบี่ได้
ส่วนอีกสองสำนักสีหน้ามืดมนมองไปยังสำนักดาบที่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้เต็มๆ
เมิ่งเจี้ยนเฉินและสหายต่างพากันเดินไปยังเส้นทางของภูเขาและป่าแม้เดินทางบนภูเขาจะอันตรายกว่าเส้นทางปกติแต่กลับเดินทางไปยังเป้าหมายได้เร็วกว่า
“เจ้าคิดจะไปทะเลสาบหยินโจวจริงๆเหรอ”ฮวาชิงกล่าว
“มีอะไรผิดปกติหรือไง”เมิ่งเจี้ยนเฉินเลิกคิ้ว
“ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าต้องไปที่นั่นเพราะจากที่ข้ารู้ว่าที่นั่นไม่ได้มีอะไรดีเลยนอกจากมีปลาหายากอย่างปลาสายรุ้ง”ฮวาชิงกล่าว
“องค์หญิงเจ้าอ่อนต่อโลกเกินไปแล้วปลาสายรุ้งจัดเป็นหนึ่งในปลาที่รสชาติเป็นอันดับหนึ่งในแคว้นโจวไม่เพียงแค่นั้นเนื้อของมันยังสามารถบำรุงร่างกายของผู้ฝึกยุทธได้แม้แต่สำหรับผู้ฝึกลมปราณก็ยังมีประโยชน์”ถิงจี้กล่าว
“ไม่ผิดและสำหรับข้าที่ชอบตกปลามันคือความปรารถนาในการเดินทางของข้าในครั้งนี้” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ท่านเจ้าขุนเขาหากท่านตกปลาได้แล้วนำมันไปเลี้ยงข้าสามารถช่วยท่านดูแลพวกมันได้”จินหยูกล่าว หลังจากที่นางได้รับการยอมรับจากเมิ่งเจี้ยนเฉินให้สามารถอาศัยอยู่บนภูเขาเซียนตูได้นางก็เปลี่ยนชื่อเรียกเมิ่งเจี้ยนเฉินเป็นเจ้าขุนเขาทันที
“จริงด้วยสินะหยูหยูน้อยเป็นภูติปลาดังนั้นจึงสามารถออกคำสั่งกับพวกปลาได้ดีเลยหากข้านำพวกมันไปเลี้ยงสักหลายๆตัวปีนึงพวกมันก็น่าจะขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก”เมิ่งเจี้ยนเฉินพยักหน้า
“แล้วข้าละ”หลิงเอ๋อกล่าว
“หืมหลิงเอ๋อจะไปที่ชิงชิวไม่ใช่เหรอ” เมิ่งเจี้ยนเฉินลูบหัวอีกฝ่าย
“ไม่ไปแล้วข้าจะอยู่กับเจ้าขุนเขาเหมือนหยูหยู” หลิงเอ๋อเกาะแขนของเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้แน่นพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินตั้งชื่อเล่นให้กับจินหยูว่า หยูหยูคนในกลุ่มก็เห็นว่าเรียกง่ายจึงพากันเรียกหยูหยูน้อย
“ฮ่าฮ่า เจ้าขุนเขาเฉินมีลูกติดสองคนแล้ว” ถิงจี้หัวเราะ
“เอาละเอาละ รอให้ไปถึงชิงชิวก่อนค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายถึงตอนนั้นหากหลิงเอ๋อไม่อยากอยู่ที่นั่นค่อยกลับมาที่ภูเขาเซียนตูก็ยังไม่สาย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่เอาแล้วข้าจะอยู่กับหยูหยู”หลิงเอ๋อกล่าว
“ใช่แล้วเจ้าขุนเขาท่านจะแยกข้ากับหลิงเอ๋อไม่ได้นะ”หยูหยูน้อยกล่าว
“เอ่อเช่นนั้นก็เอาตามที่พวกเจ้าว่าก็แล้วกัน” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
สามวันต่อมาที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเดินทางออกมาจากเมืองหลวงตลอดเดินทางฮวาชิงเป็นคนเดียวที่เริ่มสีหน้าไม่สู้ดีเพราะการเดินทางของพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินนั้นทำให้หญิงสาวแบบนางลำบากในฐานะองค์หญิงย่อมไม่เคยปล่อยให้เนื้อตัวสกปรกจำเป็นต้องอาบน้ำทุกวัน
แม้พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินจะเดินตามเส้นทางน้ำและสามารถอาบน้ำได้ทุกวันแต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นหญิงสาวจะให้อาบน้ำในขณะที่เดินทางพร้อมกับพวกผู้ชายได้อย่างไรนางจึงต้องคอยหาเวลาที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินนอนหลับในการแอบไปอาบน้ำอย่างเงียบๆและไห้หยูหยูน้อยคอยดูต้นทางให้
พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเองก็รู้เรื่องนี้ดีเพราะงั้นเวลาพักผ่อนพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินจะแกล้งทำเป็นนอนหลับปล่อยให้อีกฝ่ายได้ล้างตัวบ้าง
“หืม”ขณะที่เมิ่งเจี้ยนเฉินกำลังแกล้งนอนหลับอยู่ๆก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารพุ่งเข้ามาปราณกระบี่เส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเมิ่งเจี้ยนเฉินทันที
“ใครกัน”ถิงจี้เองก็ตกใจแต่เมื่อเห็นร่างที่โจมตีเข้ามาถิงจี้ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วยเพราะคนที่โจมตีคือหรานซี
“ตูม!!!!!!!!!”
ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินลอยถอยหลังออกไปหลังจากที่ป้องกันปราณกระบี่ของหรานซีได้
“เจ้าทำอะไรของเจ้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เจ้าต่างหากทำอะไรของเจ้าไหนว่าสัญญาว่าจะประลองกับข้าไงแต่เจ้ากลับแอบหนีออกมาโดยไม่บอกข้า”หรานซีจ้องมองเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยความโกรธ
“จริงด้วยข้าลืม” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เจ้า!!!!ตายซะ” หรานซียิ่งโกรธปราณกระบี่ของนางยิ่งรุนแรงขึ้น
เมิ่งเจี้ยนเฉินสีหน้าเปลี่ยนไปอยู่ๆอีกฝ่ายก็ฟาดฟันปราณกระบี่ออกมาอย่างสุดกำลังเมิ่งเจี้ยนเฉินใช้กระบี่ในมือป้องกันเอาไว้ได้แต่ร่างกลับถูกพัดลอยกระเด็นออกไป
“ตูม!!!!!!!!!”ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินตกลงในแม่น้ำอย่างรุนแรง
“อะไร”ฮวาชิงที่กำลังอาบน้ำสีหน้าเปลี่ยนไปนางรีบส่งเสียงหาหยูหยูน้อยให้รีบเอาเสื้อผ้ามาให้นางทันที
“หรานซีนี่เจ้าจะมากไปแล้วนะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินพุ่งออกมาจากแม่น้ำแกล้งทำเป็นไม่เห็นฮวาชิงทะยานออกไปทันที
“เมิ่ง..เจี้ยนเฉินเจ้ากล้าแอบดูข้าอาบน้ำ” ฮวาชิงคำรามด้วยความโกรธหลังจากที่แต่งตัวแล้วก็ทะยานออกไป
“เอ่อ....เจ้าขุนเขาไม่ได้แอบดูพี่สาวฮวาอาบน้ำนะ”หยูหยูน้อยกำลังจะกล่าวช่วยเมิ่งเจี้ยนเฉินแต่อีกฝ่ายกลับทะยานออกไปแล้วและไม่ได้ฟังนางเลย
เมิ่งเจี้ยนเฉินพุ่งออกมาหาหรานซีปราณกระบี่ที่คมกริบเข้าปะทะกับปราณกระบี่ของหรานซีทันทีร่างของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้สัตว์ป่ารอบๆพากันหนีกระเจิง
“พวกเจ้าสองคนพอแค่นี้เถอะ”ถิงจี้กล่าว
“เจ้าไปบอกนางสิอยู่ๆก็ลอบโจมตีข้าแบบนี้หากนางไม่ขอโทษก็อย่าหวังว่าข้าจะหยุดเลย”เมิ่งเจี้ยนเฉินคำราม
“แต่เจ้าเป็นฝ่ายที่ผิดสัญญาก่อน”หรานซีกล่าว
“เมิ่งเจี้ยนเฉินตายซะ”ฮวาชิงพุ่งเข้ามาปราณกระบี่ฟาดฟันมาหาเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“แล้วนี่เจ้าเป็นอะไรของเจ้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินหมุนตัวหลบมองไปยังฮวาชิง
“เจ้าแอบดูข้าอาบน้ำยังมีหน้ามาบอกว่าข้าเป็นอะไรงั้นเหรอ”ฮวาชิงหน้าแดงด้วยความอับอาย
“ข้าไม่ได้แอบดูเสียหน่อยเป็นเพราะนางลอบโจมตีข้าทำให้ข้าลอยไปตกตรงแม่น้ำต่างหากถิงจี้เป็นพยานได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อันนี้เป็นความจริง”ถิงจี้กล่าว
“แล้วเจ้าเห็นมากแค่ไหน”ฮวาชิงกล่าว
“ข้าไม่ได้สนใจเจ้าในตอนนั้นเสียหน่อยข้าจะไปเห็นได้ยังไง”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่ได้สนใจข้างั้นเหรอ”ฮวาชิงที่ใจเย็นลงหลายส่วนอยู่ๆก็โกรธขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าโง่”หรานซียิ้มเย้ยหยัน
“พวกเจ้านี่มันมีปัญหามากจริงๆใช่ไหมถ้างั้นอย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินปล่อยกระบี่แห่งชีวิตออกมาทั้งสามเล่มพริบตากฎเกณฑ์ก็ถูกสร้างขึ้นกฎเกณฑ์ในครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งก่อนเพราะในอาณาเขตที่เมิ่งเจี้ยนเฉินสร้างไม่อาจใช้พลังปราณได้
แน่นอนว่ายกเว้นเมิ่งเจี้ยนเฉินเมิ่งเจี้ยนเฉินควบคุมหยาดน้ำค้างให้กลายเป็นกระบี่ขนาดเล็กจำนวนมากล้อมรอบร่างของฮวาชิงทำให้นางไม่อาจขยับได้ส่วนหรานซีถูกหมัดของเมิ่งเจี้ยนเฉินต่อยออกไป
หรานซีที่ใช้กระบี่ป้องกันหมัดนี้ร่างก็พุ่งกระแทกลงที่พื้นแววตาสั่นไหวพริบตาร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินก็มาอยู่ตรงหน้านางวางกระบี่เอาไว้ที่คอของหรานซี
“มันจบแล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ครั้งนี้ไม่นับเจ้าลอบโจมตี”หรานซีกล่าว
“ทีเจ้ายังลอบโจมตีข้าเลยหากนี่ไม่ใช่การประลองเจ้าตายไปแล้ว” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เอาน่าอย่าทะเลาะกันเลย แม่นางหรานซีข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าโกรธแค้นเมิ่งเจี้ยนเฉินเพราะอะไรแต่จากที่ข้ารู้จักเขามาเขาไม่ใช่พวกที่ไปหาเรี่องใครก่อน ส่วนฮวาชิง เจ้าทำให้ข้าผิดหวังนะ” ถิงจี้กล่าว
“เจ้าหมายความว่ายังไง”ฮวาชิงใจเย็นลงแล้วจึงหันไปถลึงตาใส่ถิงจี้
“เจ้าบ้าหรือเปล่านี่เป็นโอกาสของเจ้าเลยนะคิดดูหากเจ้าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องท่านแม่ทัพเมิ่งเจ้าจะได้ประโยชน์ไม่น้อยทางตระกูลเมิ่งจะยิ่งยอมรับในตัวเจ้าแถมเจ้าอาจจะได้รับสถานะสนมของเจ้าขุนเขาเฉินก็ได้”ถิงจี้เข้าไปกระซิบกับฮวาชิง
“นี่เจ้า”ใบหน้าของฮวาชิงกลายเป็นสีแดงทันที
“หรือเจ้าคิดจะปล่อยโอกาสนี้ไปข้าบอกไว้ก่อนว่าหากมัวแต่ลังเลเจ้าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว”ถิงจี้เริ่มโน้วน้าวต่อ
“ถิงจี้เจ้าอยากถูกซ้อมงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าถิงจี้เริ่มวางแผนร้ายใส่ตนอย่างแน่นอน
“อะไรกันเจ้าใส่ร้ายข้าแบบนี้ได้ยังไงทั้งๆที่ข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่นะ” ถิงจี้กล่าว
“ตกลงจะเอายังไงจะยอมรับหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินขี้เกียจไปทะเลาะกับถิงจี้จึงหันไปทางหรานซี
“ยอมรับก็ได้ข้าแพ้”หรานซีเค้นเสียง
“ตามสัญญาเจ้าบอกมาว่าตกลงแล้วเจ้าเป็นใครแล้วทำไมถึงมาหาเรื่องข้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อย่างที่เจ้ารู้ข้ามาจากสายที่หนึ่งของลัทธิเต๋าเป็นศิษย์ของรองเจ้าลัทธิเต๋าสายที่หนึ่งหรือก็คืออาจารย์ปู่ของข้าคือเจ้าลัทธิสายที่หนึ่งส่วนที่ว่าทำไมข้าถึงหาเรื่องเจ้าข้าได้ยินเรื่องของเจ้าจากอาจารย์อาเซี่ยตอนแรกคิดว่าเจ้าเป็นคนดีแต่พอเห็นเจ้าเข้าร่วมงานประลองเลือกคู่ข้าก็โกรธเพราะเจ้าที่มีสัญญากับอาจารย์อากำลังทำผิดสัญญา”หรานซีกล่าว
“ไร้สาระข้าไม่เคยทำผิดคำสัญญากับหรานซีเลยสักครั้ง”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แล้วจะให้ข้าคิดยังไงเมื่อเห็นเจ้าเข้าร่วมงานเลือกคู่”หรานซีกล่าว
“เจ้าไม่ถามเหตุผลข้าเองอีกอย่างข้าก็บอกเจ้าไปตั้งแต่ตอนประลองแล้วว่าข้าไม่ได้ต้องการชนะ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าไม่มีจุดประสงค์อื่นองค์หญิงฮวาชิงเองก็งดงามมากแม้จะไม่เท่าอาจารย์อาก็เถอะในฐานะผู้ชายเจ้าจะไม่สนใจนางเลยงั้นเหรอ”หรานซีกล่าว
“ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจคำสัญญาของพวกข้าผิดไปนะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินเลือกที่จะไม่ตอบเพราะมันจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของทั้งสองฝ่าย
“หมายความว่าอย่างไร”หรานซีกล่าว
“คำสัญญาของพวกข้ามีเพียงอย่างเดียวข้าจะต้องแต่งงานกับชิงอี้เป็นคนแรกและยกให้นางมีสถานะเป็นภรรยาหลวงเท่านั้นส่วนคนอื่นๆหากในอนาคตข้ายังไม่แต่งงานกับชิงอี้พวกนางก็ไม่สามารถแต่งงานกับข้าได้แต่ความสัมพันธ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงหรือก็คือข้าสามารถมีสนมได้เข้าใจหรือไม่” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ผู้ชายก็หลายใจแบบนี้ไม่มีดีสักคน”หรานซีกล่าว
“นี่เจ้าจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะหากเจ้าพูดแบบนี้ไม่สู้เจ้ารองไปด่าอาจารย์อาทั้งหลายในสำนักเต๋าของเจ้าดูสิข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะรักเดียวใจเดียว” ถิงจี้กล่าว
“พวกเจ้า!!!!!!!”หรานซีไม่สามารถหาคำมาแย้งคำกล่าวของถิงจี้ได้เลย