•2•
เมื่อสังเกตดีแล้วพบว่า.. ทรงผมที่คล้ายจะยุ่งเหยิง แต่กลับถูกเซตเอาไว้เป็อย่างดี เส้นคิ้วเรียวสวยราวกับรูปทรงของดาบ ดวงตาดุจนกเหยี่ยวโฉบเฉี่ยวหางตาเชิดขึ้น แววตาอบอุ่นช่างสะกดจิตชวนหลงใหล จนไม่อาจละสายตาไปสนใจสิ่งอื่นใดได้อีก ขนตาหนาเป็แพยาว ลดความดุดันบนใบหน้าจนทำให้ดูอ่อนหวาน สันจมูกโด่งยาว จับคู่กับริมฝีปากบนกระจับบางได้รูป ใบหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางโค้งมน สีผิวขาวอมชมพู รูปร่างล่ำสันที่หลบซ่อนภายใต้เสื้อผ้า หุ่นคล้ายสามเหลี่ยมหัวกลับ ราวกับเป็คนดูแลสุขภาพมาเป็อย่างดี
'ลุกไหวไหมครับ?'
โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่เขายังคงสุภาพ ราวกับตั้งใจจะช่วยพยุงฉันจริงๆ หัวใจสั่นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาตลอดหลายปี จนเกือบลืมว่ามีมันอยู่ในร่างกาย แต่ถ้าคนเราไม่มีหัวใจคงตายไปแล้วแหละฮ่าๆ คิดฟุ้งซ่านไม่นานก่อนจะเอื้อมมือจับเขาไว้
'เอ่อ! ขอบคุณมากค่ะ!'
น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ใช้แขนข้างหนึ่งยันพื้นรับน้ำหนักตัวเองเอาไว้ ความซวยมันไม่จบแค่ตรงนั้น ไม่รู้ใครมันเผลอทำน้ำหกเอาไว้น่ะสิ! จนมือข้างที่รับน้ำหนักของร่างกายลื่นไถล กลายเป็คว้าดึงชายคนนั้น ให้ล้มลงมานั่งกองอยู่ที่พรมด้วยแทน จากผู้ช่วยเหลือกลายเป็ผู้ประสบภัยแล้วตอนนี้ อ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้าง รีบพลิกร่างกายเขาดูว่ามีแผลถลอกไหม กล่าวออกมาอย่างร้อนรน
'ขอโทษด้วยค่ะฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ? บังเอิญตรงนี้มันมีน้ำทำให้ลื่นค่ะ'
น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าว พร้อมทำสีหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิดมาก เนื่องจากเผลอทำเขาขายหน้าแล้วตอนนี้
'แค่อุบัติเหตุอย่าคิดมากเลยครับ มาเดี๋ยวผมช่วยคุณเอง! ค่อยๆ ลุกขึ้นมาครับไม่ต้องรีบหรอก'
โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวพร้อมลุกขึ้นยืน พยายามช่วยประคองร่างกายของฉันเอาไว้ กลัวจะลื่นล้มไปอีกรอบเมื่อลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ ยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
'ขอบคุณที่ช่วยเหลือค่ะ!'
น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวพร้อมยิ้มหวาน ขณะนั้นเอง! เ้าสาวเดินลงจากเวที วิ่งมาหน้าตั้งเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
'แคนดี้เหรอ ทำไมร่างกายเธอขยายขนาดนี้ พวกเราไม่ได้เจอกันเพียงแค่3ปีเองนะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย ขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อกี้เธอไม่น่าถอยหนีเลยแค่รับมันไว้ก็จบแล้ว แค่ช่อดอกไม้จะกลัวอะไรขนาดนั้นกัน เจ็บหมดเลยเนี่ยเห็นไหม?'
ซุ่มเสียงไพเราะเสนาะหู เอ่ยอย่างเป็มิตรเช่นเคย เธอนิสัยดีั้แ่เด็กค่อนข้างเรียบร้อย แต่ยังคงดุในความเปิ่นของฉัน ราวกับเป็แม่อย่างเช่นเคย ่เวลาก่อน3ปี ที่ยังไม่ได้เลิกรากับไอ้คนสาSเลว พวกเรานัดเจอไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ไม่แปลกใจที่เธอจะตะลึงความร่างใหญ่หรอก! เมื่อก่อนฉันรักษาหุ่นยิ่งชีพเลยแหละ รับจ้างถ่ายแบบลงตามปกนิตยสาร ไม่ได้ดังอะไรมากแต่งานเข้าไม่เคยขาดสาย ไหนจะพวกถ่ายตามกระแสชุดแฟชั่นอีก หน้าต้องเป๊ะหุ่นต้องปังเสมอ ถึงได้บอกรักพังพร้อมงานพังเพิ่มอีกฮ่าๆ ผู้ชายที่ช่วยเหลือเอาไว้มองฉันตาค้างเมื่อได้รู้ชื่อ ราวกับเขาเคยรู้จักฉันเสียอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาหรอก หันหน้าเพื่อพูดคุยกับเ้าสาวคนสวยต่อ
'ใช่! เราคือแคนดี้เอง! จะไม่ให้ถอยหนีได้อย่างไร แค่ก้าวขาเข้ามาก็เจอดอกไม้ช่อโตทักทาย อีกอย่างหนึ่งร่างฉันใหญ่ขนาดนี้ จะไปเจอรักแท้ได้อย่างไรเอาเถอะ! นี่ซองช่วยงานเธอนะ ขอให้มีความสุขชีวิตคู่มากๆ เราขอตัวกลับก่อน หากยังอยู่ต่อไปอีก! คงมีหวังจะทำงานเธอพังเอาได้'
น้ำเสียงนุ่มนวลบอกลาเ้าสาว ยกมือขึ้นโบกอำลาเตรียมเดินออกจากงาน แต่ต้องหยุดชะงักฟังเ้าสาวพูดต่ออีกครั้ง..
'จะรีบกลับไปไหนเธอลืมแล้วหรือเปล่า พอจบงานแล้วยังมี after party รวมเพื่อนสมัยเรียนมัธยมอีกนะ อยู่สนุกด้วยกันก่อนสิ'
ซุ่มเสียงไพเราะเสนาะหูเอ่ยชักชวนด้วยใจจริง
'เธอก็รู้! มีคนที่ฉันไม่อยากเจอ เขาก็อยู่ภายในงานนี้ด้วย หากว่าเผลอทำงานเธอพังขึ้นมา จะให้ทำอย่างไร ขายหน้าตายไม่พอ่นี้ยิ่งตกงานอยู่ด้วย ไม่มีงบประมาณมารับผิดชอบ ช่วยจ่ายให้เธอหรอกนะ'
น้ำเสียงนุ่มนวลบอกเ้าสาว พยายามยืนกรานจะปฏิเสธต่อ
'แคนดี้อยู่ต่อเถอะ! สมมุติถ้าเธอทำลายข้าวของพังจริง เราจะเป็คนชดใช้ให้เองไม่ต้องกลัวหรอก'
โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวพร้อมคลี่รอยยิ้มกว้างมาให้
'รู้จักฉันด้วยเหรอ?'
น้ำเสียงนุ่มนวลถามผู้ชายที่เคยช่วยเหลือเธอไว้
'ไม่เจอกันนานไปหน่อย สมองเธอยังคงเป็ปลาทอง อยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ หึ!'
โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวตบท้ายหัวเราะในลำคอ พร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ จ้องคนเส้นผมดกดำเงางามยาวสลวยกึ่งกลางหลัง มัดรวบจนเหลือปอยผมเล็กน้อย อำพรางใบหน้าให้เล็กลง คิ้วบางเป็รูปทรงช่วยเพิ่มความอ่อนหวาน ดวงตาคล้ายเม็ดอัลมอนด์ ราวกับเป็คนจิตใจดีแต่เข้มแข็งพอสมควร แฝงความมั่นใจเป็ของตนเอง ขนตางอนงามยิ่งทำให้ดูน่ารักมาก จมูกโด่งเล็กปลายทรงหยดน้ำ ริมฝีปากล่างหนาน่าจุ๊บรับกับใบหน้ารูปเพชร ผิวขาวอมชมพู หุ่นทรงแอปเปิลอวบอ้วนเป็สาวไซส์ใหญ่ เขายกมือขึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆ แถมด้วยกำปั้นเขกกะโหลกอีกครั้ง อย่างหมั่นไส้คนตรงหน้า
'โอ๊ยมันเจ็บนะ! เหมือนไอ้หมอนั่นไม่ผิดเลย อย่าบอกนะว่านายคือ..จ้ำม่ำ! คนที่ชอบกินข้าวขาหมูเป็ชีวิตจิตใจ ใช่คนนั้นจริงนะเหรอ? ทั้งคำพูดและการกระทำนี้ เหมือนกันชะมัด!'
น้ำเสียงนุ่มนวลร้องอุทานดวงตาเบิกกว้าง ยกมือขึ้นปิดปากตนเองเมื่อความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย เริ่มแล่นเข้ามาฉายภาพวันวาน เื่ราวในอดีตอีกครั้งหนึ่งภายในสมอง ราวกับใไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้า จะเป็คนเดียวกันได้ ก็เพื่อนคนนั้นทั้งร่างกายอ้วนใหญ่ เมื่อครั้งยังเป็วัยรุ่นนี่นา ผิดหูผิดตากับคนนี้มากที่สูงหล่อเหลา ร่างใหญ่หุ่นล่ำน่าขย้ำสุดๆ ไม่เจอกันนานเกือบ14ปีเต็ม เพราะเขาลาออกไป่มัธยมต้นปีที่1เทอม2 ประมาณว่าออกกะทันหันนั่นแหละ! ใครจะคิดว่าเขาจะมาร่วมงานสนุกด้วยได้กัน แต่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอก พวกเราเคยเรียนร่วมห้องกัน แถมตอนเรียนยังนั่งใกล้กันด้วย
'หล่อขึ้นจนตะลึงเลยใช่ไหมฮ่าๆ ขอโทษที่ขาดการติดต่อกับทุกคน ถ้าไม่เห็นบัตรเชิญร่วมงานส่งให้ที่บ้านหลังเก่า คงไม่ได้มาที่นี่เหมือนกันแหละ!'
โทนเสียงทุ้มต่ำกล่าวพร้อมหัวเราะชอบใจ
'รวยแล้วเหรอไง? ทำมาเป็ช่วยรับผิดชอบ! ตอนเด็กฉันยังนั่งเลี้ยงข้าวนาย ตั้งหลายมื้อเลยนะเอาล่ะ! ไม่ต้องยื้อฉันแล้วขอกลับก่อนนะทั้งสองคน ไว้พบกันใหม่คิดถึงเสมอ'
น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวหยอกล้อ กำลังโบกมือลาแล้วเตรียมเดินจากไปจริงๆ แต่ฝีเท้าต้องหยุดชะงักลง เพราะอยากเตะปากคน ที่เข้ามาทำลายบรรยากาศมากกว่า!
'ไอ้เราก็นึกว่าเป็ใครที่ไหน มานั่งบนพรมเล่นในงานแต่งเพื่อนผมเสียอีก! ที่แท้เป็แฟนเก่าที่ไม่ได้เื่ คนนั้นของผมเองเหรอเนี่ย? ทำไมกันลืมผมไม่ลงเหรอถึงได้โศกเศร้า ขนาดกินอาหารย้อมใจอย่างหนักหน่วง จนกลายร่างเป็โอ่งัเชียวน่ะ จะรีบกลับก็ไปเสียเถอะ! ผมอับอายคนอื่นเขาที่มีคุณเป็แฟนเก่าหึ!'
น้ำเสียงเย้ยหยันพูดถากถาง จนต้องกำหมัดแน่นหันขวับ มาเพื่อต่อปากต่อคำกับคนถ่อยทันที!
แคนดี้ : นี่ไอ้คนสาsเลว! ฉันไม่จำเป็จะต้องอายใครหรอกนะ เพราะไม่ใช่คนทำผิดอะไรสักหน่อย! แผลบนศีรษะในปีนั้นเย็บไปกี่เข็มเหรอ รอบนี้จะเอาให้ใหญ่กว่าเดิมเลยดีไหม? ความจริงหมอเขาน่าจะเผลอเย็บปาก ให้เป็ของแถมด้วยนะ จะได้ไม่ต้องพ่นแต่สิ่งสกปรกเหม็นเน่า จนแสลงหูขนาดนี้ให้คนอื่นเขาได้ฟังกัน น่ารำคาญชะมัด!
กระแทกเสียงใส่คู่แค้นอย่างโมโห